เช้าวันต่อมา
ปัง ปัง ปัง!!
เสียงเคาะประตูรั้วด้านหน้าดังขึ้นใน่ปลายยามเหม่าทำเอาอวี้จื่อลู่ที่นอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนที่นอนถึงกับชะงักด้วยความสงสัยใคร่รู้จึงเดินหัวฟูออกมาจากห้องนอนว่าผู้ใดกันที่มาแต่เช้าตรู่เช่นนี้พลางแหงนหน้ามองท้องฟ้าเจอกับนกฝูงหนึ่งบินผ่านไป ด้วยแววตาเฉยเมยแล้วเงี่ยหูฟังได้ยินเสียงฝีเท้าเบาๆ ของใครบางคน เมื่อฟังดีๆแล้วกลับพบว่ามีถึงสองเสียงจนลืมไปว่านางควรแง้มประตูออกนิดหนึ่งเพื่อดูก่อนว่าเป็ผู้ใดมาเพราะตอนนี้ท่านพ่อและท่านแม่ต่างออกเดินทางไปยังแผ่นดินใหญ่โดยเหลือทิ้งไว้แค่นางกับพี่รอง พี่ใหญ่และน้าอี้ถังก็เดินทางเข้าไปยังป่าด้านในั้แ่ยามอิ๋นแล้วส่วนน้าอี้ซื่อได้ติดตามท่านพ่อท่านแม่ทั้งสองไปด้วย
ต่างจากอีกฝั่งของรั้วบ้านที่เดินวนไปวนมาหน้าประตูดูกระวนกระวายท่าทางสีหน้าบึ้งตึงด้วยความร้อนใจหลังจากได้รับรู้บางสิ่งมาหากไม่ได้จดหมายจากชายปริศนา นางและสามีคงไม่รู้ว่าเ้าพวกเด็กนั่นทำอะไรไปบ้างั์ตาแสดงออกมาถึงความละโมบโลภมากฉายชัดอย่างชัดเจนมาวันนี้นางต้องได้ในสิ่งที่้า เมื่อประตูด้านหน้าเปิดออกอวี้หนิงซวงไม่รอช้าพุ่งพรวดเข้ามายังด้านในพอเห็นว่าเป็ใครก็เข้าไปผลักหัวอวี้จื่อลู่จนกระแทกเข้ากับผนังด้านหลังโดยไม่ทันระวังด้วยความที่ยังมึนงงในยามเช้า
ทางอวี้เจียวเมิ่งเขาได้ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังนางพุ่งเข้ามาอุดปากพร้อมจับลากไปอีกทางแล้วเหวี่ยงใส่ต้นไม้ใหญ่จนรับรู้ได้ถึงความเ็ปของร่างกายฝ่ามือน้อยยกขึ้นมาปาดเืแดงๆ ตรงมุมปากออกอย่างใจเย็น ก่อนเงยหน้าขึ้นมาสบตากับญาติผู้พี่แววตานิ่งขรึมทว่าความโกธรเริ่มก่อตัวในใจเมื่อเห็นว่าเป็ใครที่ลงมือกับนางขนาดนี้ยิ่งรู้ว่าเป็สองแม่ลูกมหาภัยที่หายไปนานจนพวกเขาลืมเลือนไปแล้วได้วกกลับมาอีกครั้ง
ในขณะที่อวี้จื่อลู่กำลังคิดหาทางหลุดพ้นออกจากตรงนี้จู่ๆ อวี้เจียวเมิ่งญาติผู้พี่ของนางก็เริ่มแสดงท่าทีแปลกๆ ออกมาแววตาหื่นกระหายฉายชัดออกมาอย่างชัดเจน ยามแสยะยิ้มออกมานางรับรู้ได้ว่าสถานการณ์ตรงหน้าเริ่มไม่น่าไว้วางใจยิ่งเห็นอีกฝ่ายยิ้มกว้างมีความหมายมาดอยู่ั์ตา สองเท้าก้าวเดินเข้ามาหานางช้าๆอย่างคนใจเย็น นั่นก็ยิ่งทำให้นางระแวงอีกฝ่ายเข้าไปอีก
“จื่อเอ๋อร์จ้ะเ้าจะเดินถอยหลังหนีญาติผู้พี่เช่นนี้มิได้นะ ไม่รู้หรืออย่างไร? ว่ามันเสียมารยาท” เสียงตวาดของเขาทำเอานางสะดุ้งด้วยความลืมตัวว่าแล้วก็เดินเข้ามากระชากหัวนางอย่างแรง ฝ่ามือใหญ่เริ่มอยู่ไม่สุข ลูบไล้ไปตามร่างกายของอวี้จื่อลู่อย่างถือวิสาสะบ้างก็เอื้อมมือจับผมนางขึ้นมาดอมดมดั่งคนโรคจิต
“เ้าแน่ใจแล้วหรือ? ที่จะทำกับข้าเช่นนี้” กล่าวด้วยสีหน้าใสซื่อพร้อมรอยยิ้มอ่อนนุ่มอดทนไว้เ้าจะลงมือฆ่าเขาตอนนี้ไม่ได้
“แล้วมันไม่ดีตรงที่ใดในเมื่ออีกไม่กี่ชั่วยามข้างหน้าเ้าก็จะได้ไปอยู่อย่างสุขสบายที่หอโคมเขียวแล้วข้าจะชิมเ้าสักหน่อยคงไม่เสียหายอะไรหรอกข้าจะเบามือและอ่อนโยนกับเ้าให้มากที่สุดนะจื่อเอ๋อร์”ว่าแล้วแลบลิ้นเลียริมฝีปากคล้ายคนโรคจิตพลางจินตนาการถึงรูปร่างใต้ร่มผ้าของเด็กน้อยอย่างหื่นกระหาย แววตาที่มองมาเหมือนปลดเปลื้องอาภรณ์นางออกจนหมดสิ้นช่างเป็บุรุษที่น่ารังเกียจและไม่น่าปล่อยให้มีชีวิตอยู่ต่อบนโลกใบนี้หากปล่อยไว้คาดว่าอนาคตคงจะมีสตรีมากมายที่ต้องตกกลายมาเป็เหยื่อของคนประเภทเช่นนั้นมีเพียงวิธีเดียวนั่นคือทำให้หายไปจากโลกใบนี้ซะก็พอ อืม…ความคิดนี้ก็ไม่เลวๆวะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า
“ถุ้ย!! ไอชาติชั่วอย่างนั้นคนอย่างเ้าก็อย่าได้มีชีวิตอยู่เพื่อไปทำร้ายใครเลยเถอะนะ”เมื่อได้ยินคำตอบอันน่าขยะแขยง จนอดที่จะสบถออกมาอย่างหยาบคายไม่ได้
“ไอเด็กเวรนี่”พูดจบฝ่ามือหนาฟาดกระทบลงบนหน้าเด็กสาว ทว่าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเมื่อเ้าลูกเผ็ดผู้งดงามโผล่ออกมาได้ทันเวลาในขณะที่ฝ่ามือหนาใกล้กระทบกับแก้มย้วยมือเรียวสวยขาวผ่องของสตรีนางหนึ่งได้ยื่นออกมาจับแล้วบิดข้อมือของอวี้เจียวเมิ่งจนหักงอผิดรูปความเ็ปเริ่มเล่นปราดเข้าสู่เส้นประสาทรับรู้ของเขาจนเผลอร้องออกมาเสียงดัง
อ๊ากกกกกก!!
“ให้ตายเถอะบุรุษผู้นี้ช่างหยาบคายไม่อ่อนโยนต่อสตรีเอาเสียเลย”มันช่างขัดต่อใจของลูกเผ็ดผู้นี้เอามากๆ เลย รับไม่ได้้อย่างแรง!!สภาพการแต่งกายรึ? ว่าแล้วกวาดตามองั้แ่หัวจรดเท้ารูปร่างหน้าตาก็มิได้มีสิ่งใดให้น่ามองเลยสักนิดเดียว เหตุใดถึงได้แตกต่างกับครอบครัวของเ้าเด็กจื่อเอ๋อร์นี่นักไหนจะเหล่าพี่ชายทั้งสองของนางอีกต่างก็รูปงามกันทั้งนั้นและที่สำคัญข้าชอบบุรุษที่หล่อเหลาดั่งเช่นพี่ชายทั้งสองของเด็กน้อยเสียมากกว่าแต่ดูเ้านี่สิช่างห่างไกลกับความว่าชายงามนัก ถึงแม้ว่าจะมีร่างที่โปร่งสูง ทว่ายังคงรูปร่างที่ผอมบางไม่สมกับเป็บุรุษส่วนคล้ายกันก็ไม่มี ไหนจะจมูกเอย เค้าโครงหน้าเอยดวงตาที่เ้าเล่ห์แสนร้ายกาจนั่นอีก อยากจะเอาสองนิ้วจิ้มให้ตาแตกจริงๆยิ่งคิดที่มาทำเื่เสื่อมเสียกับคนของนางอีกยิ่งรับไม่ได้เข้าไปใหญ่แต่พอดูไปดูไปมาแล้ว บางสิ่งก็แวบเข้ามาในหัวนางทันทีหรือว่าเ้าเด็กแซ่อวี้ผู้นี้มิใช่ลูกหลานของตระกูลกัน อืมๆๆมีส่วนเป็ไปได้แฮะแต่ในขณะที่…
“มือข้า!! มือข้าหักแล้วท่านแม่ช่วยข้าด้วย” เสียงโวยวายร้องดังขึ้น ต่อให้ร้องออกมาเสียงดังแค่ไหนทว่าคนภายนอกกลับไม่สามารถได้ยินเสียงด้านในได้ เพราะลูกเผ็ดนางได้ร่ายอักขระเวทย์กักเก็บเสียงไว้ั้แ่ออกมาจากมิติ
“ถึงกับร้องเรียกหามารดาเชียวหรือ?น่าสมเพชสิ้นดี” ใบหน้าสวยเผยยิ้มออกมาอย่างเย้ยหยัน
“ท่านก็อย่าไปอะไรกับบุรุษผู้นี้นักเลยลูกเผ็ดยังไงข้าก็ยกเขาให้ท่านเล่นจนเบื่อแน่นอน”
“เ้าพูดแล้วนะเ้าเด็กจื่อเอ๋อร์”ั์ตาส่อประกายความตื่นเต้นจนเก็บไว้แทบไม่อยู่
“ท่านก็หัดเก็บอาการของท่านไว้เสียบ้างนะมันจะโจ่งแจ้งเกินไปแล้ว” ให้ตายเถอะนี่ท่านเป็เด็กหรืออย่างไรเจอของถูกใจทีไรไม่เคยเก็บสีหน้าได้เลย
“แหม่!! ก็ข้าดีใจนี่นา่นี้ยิ่งเหงาๆ อยู่ด้วย เพราะเ้าเองก็ไม่ว่างเข้าไปเล่นกับข้าสักเท่าไหร่นัก”
“อืม ไว้ข้าจะเข้าไปหาท่านบ่อยๆก็แล้วกัน”
“แต่อันที่จริงข้าเองก็ออกมาหาเ้าก็ได้นี่ ไม่เห็นต้องรอให้เ้าไปหาข้าเองเลย”
“ก็จริง”
“ใช่ไหมล่ะ”
ทั้งสองยืนพูดคุยกันจนลืมไปว่าด้านหลังยังมีอีกหนึ่งบุรุษที่คอยยืนร้องโหยหวนอยู่ข้างๆแต่พวกนางก็หาได้ใส่ใจไม่? แต่นั่นไม่ใช่กับลูกเผ็ดยิ่งเหยื่อของนางเริ่มเงียบเสียงนางก็ยิ่งชอบที่สร้างาแให้อีกฝ่ายค่อยๆทรมานไปเรื่อยๆ นางหยิบเอามีดสั้นออกมาปาออกไปด้านหลังทำให้มีดปักเข้าไปโดนหน้าข้างซ้ายจนเืไหลอาบท่อนขา พิสดารเจียวเมิ่งกรีดร้องออกมาอีกรอบความเ็ปหค่อยๆ เข้าเล่นงานเขาอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันไม่ใช่แค่เพียงเท่านี้หลังจากขาด้านซ้ายโดนมีดสั้นปักเข้าอย่างจังถัดมาเพียงชั่วครู่ตามร่างกายของเขาก็เริ่มมีเืไหลซึมออกมาหลายจุดความเ็ปแสบปวดร้อนเริ่มแสดงอาการ
อวี้เจียวเมิ่งได้แต่คิดแค้นหากวันนี้ตัวเขารอดกลับออกไปได้เขาจะทำให้สตรีสองนางนี้ร้องครวญครางอยู่ใต้ร่างเขาอย่างทรมาน เขาจะค่อยๆเล่นกับร่างกายพวกนางอย่างช้าๆ จะละเลียดชิมความหวานทีละน้อยจากนั้นก็ตรึงร่างไว้กับที่นอน ปิดตาพวกนาง พร้อมกับเอาแซ่ฟาดไปยังแก้มก้นและแผ่นหลังอันขาวเนียนยิ่งอวี้เจียวเมิ่งจินตนาการมากเท่าไหร่ ใบหน้าเขายิ่งแสดงออกมาอย่างน่าขยะแขยงไหนจะรอยยิ้มบิดเบี้ยว หน้าตาดูจิตไม่ปกติแม้จะรู้สึกทรมานแต่ทว่าในใจเขานั้นกลับยิ่งชมชอบที่อีกฝ่ายลงมือกระทำกับตนเอง
ทว่ากลับไม่มีผู้ใดรู้เลยว่าอวี้เจียวเมิ่งผู้นี้ชมชอบความทรมานและความเ็ปสาเหตุมาจากที่ครั้งหนึ่งในวัยเยาว์ เขาได้ไปเจอเข้ากับการกระทำของบิดาตนเองที่ลงมือกระทำกับสตรีจากหอนางโลมแม้ดูเหมือนจะเป็การกระทำที่โหดร้ายแต่ทั้งคู่กลับแสดงสีหน้าและแววตาออกมาว่ามีความสุขอย่างท่วมท้นแต่ว่าพอนานไปสตรีที่ท่านพ่อพามาเริ่มรับไม่ไหวกับการร่วมรักที่แปลกพิสดารเข้าไปทุกวันจนวันหนึ่งเกิดเหตุการณ์ทำให้สตรีที่ถูกพามาขาดใจตายในขณะที่ร่วมรักกันคนแล้วคนเล่าที่ถูกพามาผลัดเปลี่ยนซ้ำๆบางคนก็มีชีวิตรอดกลับไปได้แต่ก็นับว่าแทบเอาชีวิตไม่รอดเช่นกันทว่าที่น่าแปลกใจกว่าคือ เหตุใดมารดาของตนกลับไม่รู้เื่ราวเหล่านี้เลยสักนิด
เื่เหล่านี้วนเวียนอยู่ซ้ำๆ และบ่อยครั้งจนเขาเริ่มซึมซับพฤติกรรมมาจากบิดาโดยไม่รู้ตัว จวบจนอายุครบสิบห้าปีก็เริ่มคบเพื่อนเสเพล คร่าฉุดบุตรสาวบ้านอื่น ลักเล็กขโมยน้อย ดื่มสุราหนักเที่ยวหอนางโลมและที่สำคัญไปกว่านั้นอวี้เจียวเมิ่งเสพติดการทรมานสตรีตอนร่วมรักยิ่งอีกฝ่ายร้องขออ้อนวอนให้เขาหยุดมากเท่าไหร่ก็ยิ่งชอบใจและจะลงมือกระทำหนักขึ้นไปเรื่อยๆ จนอีกฝ่ายช็อกขาดใจตายไปเลยก็มี
“จื่อเอ๋อร์ เ้ามานอนครวญครางอยู่ใต้ร่างข้าเถอะนะเด็กดี” ว่าแล้วก็พุ่งตัวเข้าหาอวี้จื่อลู่ทันที
ลูกเผ็ดเห็นท่าไม่ดีก็ซัดฝ่ามือใส่อวี้เจียวเมิ่งพร้อมกับตวาดขึ้นมาเสียงดัง“อย่ายุ่งกับนาง” พร้อมเอาตัวเองยืนบังร่างเล็ก
“หึหึหึหรือจะเปลี่ยนเป็เ้าดีล่ะ” สายตาอันน่ารังเกียจมองมาอย่างจาบจ้วง
จนลูกเผ็ดทนไม่ไหวเผลอปล่อยแรงกดดันออกมาพร้อมกับรอยยิ้มหวานกระตุกจิตกระชากใจ ั์ตาส่อแววสังหาร“เอาเป็ว่าข้าจะส่งเ้าไปยังโลกหน้าก่อนเลยก็แล้วกัน”
“เดี๋ยวก่อนลูกเผ็ด”บทจะใจร้อนก็รีบเหลือเกิน ดีนะเบรกนางไว้ทันไม่งั้น เห้อ ไม่อยากจะคิดเลย
“มีอะไรอีกอย่างนั้นรึ?” เอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ข้ายังอยากได้บางจากเ้าตัวอยู่ที่สำคัญอย่าลืมนั่นของเล่นแก้เบื่อท่าน”
“อ้อ…จริงด้วย ลืมไปได้ยังไงกัน”
“มันต้องอย่างนี้สิ”เสียงดี๊ด๊าและท่าทางของอวี้จื่อลู่ทำเอานางหลุดขำเอาเถอะเก็บไว้เล่นแก้เบื่อสักระยะก็ไม่เสียหาย หึหึหึ