ฟ้าลืมดาว_End

    บทที่ 2 กลั่นแกล้ง.. 50%

            “เราต้องใส่ชุดนี้จริงๆ น่ะเหรอ?”


            ฉันทพิชญาบ่นพึมพำกับตัวเอง พร้อมกับมองดูตัวเองผ่านกระจกในห้องน้ำ อย่างไม่มั่นใจหน่อยๆ เมื่อผลัดเปลี่ยนชุดใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งชุดที่เธอใส่อยู่นี้ เป็๲ชุดเดรสเกาะอกสีแดงเพลิง กระโปรงสั้นเลยเข่ามาประมาณสี่ห้านิ้วได้ ซึ่งในการสวมใส่ชุดอย่างนี้ มันยิ่งทำให้เน้นสัดส่วนของฉันทพิชญา ให้เห็นถึงสัดส่วนโค้งเว้า อวบอิ่มในจุดที่ควรอวบอิ่ม และเซ็กซี่เย้ายวนน่าค้นหาเอามากๆ


            “เฮ่ออ!!.... ยังไงก็ต้องใส่ ไม่มีทางเลือกอยู่แล้วนี้ มั่นใจเข้าไว้ดาว แค่วันเดียวเอง”


            ฉันทพิชญาถอนหายใจออกมาแรงๆ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง ก่อนจะตัดสินใจเดินออกจากห้องน้ำ ไปยังโต๊ะทำงานของตนเอง ซึ่งระหว่างที่เดินไปยังโต๊ะทำงาน พนักงานที่ทำงานอยู่อีกฟาก รวมถึงชวนชม ที่กำลังเดินรับส่งเอกสารอยู่ ก็ต่างพากันหันมองมายังฉันทพิชญาเป็๲จุดเดียวกัน อย่างตกตะลึงไปตามๆ กัน


            ฉันทพิชญาเม้มปากเข้าหากันแน่น รู้สึกประหม่ากับสายตาทุกคู่ที่จ้องมองมา แทบก้าวขาไม่ออก ฉันทพิชญาพยายามทำตัวให้เป็๲ปกติที่สุด ก้าวเดินต่อไปให้ถึงโต๊ะทำงาน ซึ่งฉันทพิชญาเดินไปใกล้จะถึงโต๊ะทำงานของเธออยู่แล้ว ประตูห้องทำงานของจุฑาธช ก็เปิดออกด้วยมือของผู้เป็๲เ๽้าของห้องนั้นแหละ


            จุฑาธชชะงักไปชั่วขณะหนึ่ง ซึ่งก็เป็๲เพียงแค่แป๊บเดียวเท่านั้น หากไม่สังเกตก็จะไม่รู้ไม่เห็นอากัปกิริยานั้นเลย


            “ไปกันได้แล้ว”


            จุฑาธชพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงคงไว้ซึ่งความเฉยเมย เ๾็๲๰า เช่นเดิม


            “โอเคค่ะ”


            ฉันทพิชญาขานรับคำสั่งนั้น แล้วรีบก้าวยาวๆ ไปที่โต๊ะทำงาน เพื่อทำการปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ และหยิบกระเป๋าสะพายขึ้นมาคล้องไหล่บอบบาง แล้วรีบก้าวเดินตามร่างแกร่งของจุฑาธชไปโดยเร็ว ซึ่งชายหนุ่มเดินไป โดยไม่คิดจะรั้งรอคนที่เดินตามเลยสักนิด


            :


            ฉันทพิชญามองดูสถานที่นัดหมาย ที่จะมาเจอกับลูกค้า ซึ่งที่เธอเห็นอยู่นี้ เป็๲บาร์กึ่งร้านอาหาร


            “คุณธชนัดลูกค้าคุยงานกันที่นี่หรือคะ?”


            ฉันทพิชญาหันมาถามจุฑาธช อย่างสงสัยใคร่รู้


            “ใช่!! เธออย่าได้ทำให้ฉันขายหน้าอย่างเด็ดขาดล่ะ และก็ต้องทำยังไงก็ได้ให้ลูกค้าคนนี้ ตกลงที่จะร่วมธุรกิจกับเรา”


            ฉันทพิชญารู้สึกกังวลกับคำพูดของจุฑาธชที่ว่า


            ‘ให้ทำยังไงก็ได้ ให้ลูกค้าตกลงที่จะร่วมธุรกิจด้วย’


            นี้เหลือเกิน แต่ก็ไม่ได้พูดหรือถามอะไรออกมาอีก เพราะหากซักหากถามอะไรมากไป กลัวว่าคนตัวโตจะรำคาญและพาลขึงโกรธเธอเอาได้


            จุฑาธชเดินนำฉันทพิชญาเข้าไปภายในร้าน อย่างไม่คิดจะรั้งรออะไรอีก


            “สวัสดีครับคุณสุเมธ มาถึงนานแล้วหรือยังครับ?”


            จุฑาธชเห็นสุเมธ คนที่จะมาเจรจาให้ทำธุรกิจด้วยกัน กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะที่ได้มีการจองไว้แล้วนั้น ก็เดินตรงเข้าไปหาอย่างเร็วไว พร้อมกับกล่าวทักทาย ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ผิดกับตอนที่พูดกับฉันทพิชญาลิบลับ


            ฉันทิพิชญามองดูกิริยาท่าทางของจุฑาธช ที่ตอนนี้ดูเป็๲ธรรมชาติและเป็๲มิตรกับทุกคน ตัวเธอก็อยากที่จะให้เขาทำอย่างนี้ กับเธอบ้างเหมือนกัน แต่มันก็คงเป็๲เพียงแค่ความหวังลมๆ แล้งๆ เพราะเธอนั้นรู้อยู่เต็มอก ว่าเขาเกลียดเธอราวกับกิ้งกือไส้เดือน


            “สวัสดีครับคุณธช มาถึงได้สักพักน่ะครับ”


            สุเมธกล่าวทักทายจุฑาธช แต่สายตากลับเลยมาเมียงมอง คนที่ยืนซ้อนหลังของจุฑาธชด้วยแววตาวาววับ เหมือนได้เจอกับสิ่งที่ชอบอกชอบใจเข้าให้แล้ว


            “แล้วคุณผู้หญิงคนนั้น มากับคุณใช่หรือเปล่าครับ?”


            สุเมธปากก็ร้องถามจุฑาธชไป สายตาก็จับจ้องมองดูฉันทพิชญาไป อย่างไม่วางตา


            “ใช่ครับ เธอคือเลขาของผมเองครับ”


            จุฑาธชหันไปกล่าวแนะนำฉันทพิชญาให้สุเมธ ได้รับรู้ และก็ได้เห็นแววตาที่สุเมธ มองดูผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็๲เลขานุการของตน ก็รู้ได้โดยไม่ต้องเดา ว่าสุเมธกำลังพึงพอใจในตัวของเ๽้าหล่อนเข้าให้แล้ว ซึ่งจุฑาธชคิดว่าดีแล้วที่เป็๲อย่างนั้น แต่หัวใจกลับตรงกันข้ามกับความคิดนั้นโดยสิ้นเชิง จุฑาธชก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าทำไมถึงเป็๲อย่างนั้น


    ๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕