“เราต้องใส่ชุดนี้จริงๆ น่ะเหรอ?”
ฉันทพิชญาบ่นพึมพำกับตัวเอง พร้อมกับมองดูตัวเองผ่านกระจกในห้องน้ำ อย่างไม่มั่นใจหน่อยๆ เมื่อผลัดเปลี่ยนชุดใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งชุดที่เธอใส่อยู่นี้ เป็ชุดเดรสเกาะอกสีแดงเพลิง กระโปรงสั้นเลยเข่ามาประมาณสี่ห้านิ้วได้ ซึ่งในการสวมใส่ชุดอย่างนี้ มันยิ่งทำให้เน้นสัดส่วนของฉันทพิชญา ให้เห็นถึงสัดส่วนโค้งเว้า อวบอิ่มในจุดที่ควรอวบอิ่ม และเซ็กซี่เย้ายวนน่าค้นหาเอามากๆ
“เฮ่ออ!!.... ยังไงก็ต้องใส่ ไม่มีทางเลือกอยู่แล้วนี้ มั่นใจเข้าไว้ดาว แค่วันเดียวเอง”
ฉันทพิชญาถอนหายใจออกมาแรงๆ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง ก่อนจะตัดสินใจเดินออกจากห้องน้ำ ไปยังโต๊ะทำงานของตนเอง ซึ่งระหว่างที่เดินไปยังโต๊ะทำงาน พนักงานที่ทำงานอยู่อีกฟาก รวมถึงชวนชม ที่กำลังเดินรับส่งเอกสารอยู่ ก็ต่างพากันหันมองมายังฉันทพิชญาเป็จุดเดียวกัน อย่างตกตะลึงไปตามๆ กัน
ฉันทพิชญาเม้มปากเข้าหากันแน่น รู้สึกประหม่ากับสายตาทุกคู่ที่จ้องมองมา แทบก้าวขาไม่ออก ฉันทพิชญาพยายามทำตัวให้เป็ปกติที่สุด ก้าวเดินต่อไปให้ถึงโต๊ะทำงาน ซึ่งฉันทพิชญาเดินไปใกล้จะถึงโต๊ะทำงานของเธออยู่แล้ว ประตูห้องทำงานของจุฑาธช ก็เปิดออกด้วยมือของผู้เป็เ้าของห้องนั้นแหละ
จุฑาธชชะงักไปชั่วขณะหนึ่ง ซึ่งก็เป็เพียงแค่แป๊บเดียวเท่านั้น หากไม่สังเกตก็จะไม่รู้ไม่เห็นอากัปกิริยานั้นเลย
“ไปกันได้แล้ว”
จุฑาธชพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงคงไว้ซึ่งความเฉยเมย เ็า เช่นเดิม
“โอเคค่ะ”
ฉันทพิชญาขานรับคำสั่งนั้น แล้วรีบก้าวยาวๆ ไปที่โต๊ะทำงาน เพื่อทำการปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ และหยิบกระเป๋าสะพายขึ้นมาคล้องไหล่บอบบาง แล้วรีบก้าวเดินตามร่างแกร่งของจุฑาธชไปโดยเร็ว ซึ่งชายหนุ่มเดินไป โดยไม่คิดจะรั้งรอคนที่เดินตามเลยสักนิด
:
ฉันทพิชญามองดูสถานที่นัดหมาย ที่จะมาเจอกับลูกค้า ซึ่งที่เธอเห็นอยู่นี้ เป็บาร์กึ่งร้านอาหาร
“คุณธชนัดลูกค้าคุยงานกันที่นี่หรือคะ?”
ฉันทพิชญาหันมาถามจุฑาธช อย่างสงสัยใคร่รู้
“ใช่!! เธออย่าได้ทำให้ฉันขายหน้าอย่างเด็ดขาดล่ะ และก็ต้องทำยังไงก็ได้ให้ลูกค้าคนนี้ ตกลงที่จะร่วมธุรกิจกับเรา”
ฉันทพิชญารู้สึกกังวลกับคำพูดของจุฑาธชที่ว่า
‘ให้ทำยังไงก็ได้ ให้ลูกค้าตกลงที่จะร่วมธุรกิจด้วย’
นี้เหลือเกิน แต่ก็ไม่ได้พูดหรือถามอะไรออกมาอีก เพราะหากซักหากถามอะไรมากไป กลัวว่าคนตัวโตจะรำคาญและพาลขึงโกรธเธอเอาได้
จุฑาธชเดินนำฉันทพิชญาเข้าไปภายในร้าน อย่างไม่คิดจะรั้งรออะไรอีก
“สวัสดีครับคุณสุเมธ มาถึงนานแล้วหรือยังครับ?”
จุฑาธชเห็นสุเมธ คนที่จะมาเจรจาให้ทำธุรกิจด้วยกัน กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะที่ได้มีการจองไว้แล้วนั้น ก็เดินตรงเข้าไปหาอย่างเร็วไว พร้อมกับกล่าวทักทาย ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ผิดกับตอนที่พูดกับฉันทพิชญาลิบลับ
ฉันทิพิชญามองดูกิริยาท่าทางของจุฑาธช ที่ตอนนี้ดูเป็ธรรมชาติและเป็มิตรกับทุกคน ตัวเธอก็อยากที่จะให้เขาทำอย่างนี้ กับเธอบ้างเหมือนกัน แต่มันก็คงเป็เพียงแค่ความหวังลมๆ แล้งๆ เพราะเธอนั้นรู้อยู่เต็มอก ว่าเขาเกลียดเธอราวกับกิ้งกือไส้เดือน
“สวัสดีครับคุณธช มาถึงได้สักพักน่ะครับ”
สุเมธกล่าวทักทายจุฑาธช แต่สายตากลับเลยมาเมียงมอง คนที่ยืนซ้อนหลังของจุฑาธชด้วยแววตาวาววับ เหมือนได้เจอกับสิ่งที่ชอบอกชอบใจเข้าให้แล้ว
“แล้วคุณผู้หญิงคนนั้น มากับคุณใช่หรือเปล่าครับ?”
สุเมธปากก็ร้องถามจุฑาธชไป สายตาก็จับจ้องมองดูฉันทพิชญาไป อย่างไม่วางตา
“ใช่ครับ เธอคือเลขาของผมเองครับ”
จุฑาธชหันไปกล่าวแนะนำฉันทพิชญาให้สุเมธ ได้รับรู้ และก็ได้เห็นแววตาที่สุเมธ มองดูผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็เลขานุการของตน ก็รู้ได้โดยไม่ต้องเดา ว่าสุเมธกำลังพึงพอใจในตัวของเ้าหล่อนเข้าให้แล้ว ซึ่งจุฑาธชคิดว่าดีแล้วที่เป็อย่างนั้น แต่หัวใจกลับตรงกันข้ามกับความคิดนั้นโดยสิ้นเชิง จุฑาธชก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าทำไมถึงเป็อย่างนั้น
๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕