“ส้ม …”
“เราเลิกกันเถอะ …”
“อะไรนะ”
คำพูดที่เธอไม่คิดว่าจะได้ยินจากปากคนรักที่คบหากันมานานถึง7 ปี เขาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแววตาเขาไม่ได้สะท้อนถึงความโศกเศร้า หรือเสียใจเลยสักนิด
“ทะ ทำไมล่ะ? เชน”
“เธออย่าเสียเวลากับเราเลย”เขาเบือนหน้าหนี เมื่อเห็นแววตาใสซื่อของเธอ
“มะ .. ไม่เราไม่ได้เสียเวลาเลย นะ .. นี่ไง ปีหน้าเราก็จบ ป.โทแล้ว เราก็จะได้แต่งงานกัน”
ส้มโอมองใบหน้าคมของชายคนรักด้วยแววตาสั่นไหวมือเล็กคว้าแขนแกร่งของเขา ราวกับขอร้องว่าอย่าไป
เธอยังจำได้ดีวันที่เขาให้คำมั่นสัญญาว่าจะรอจนกว่าเธอจะเรียนจบแล้วจะแต่งงานสร้างครอบครัวด้วยกัน
แต่ทว่า …วันนี้กลับกลายเป็เขาที่ดูเหมือนจะทำผิดสัญญา
“ส้ม .. พอเถอะ”
ราเชนชักแขนออกจากการเกาะกุมของมือเล็กๆ สายตาเ็ามองใบหน้าสวยอย่างอึดอัดใจ
สายตาเศร้าหมองช้อนขึ้นมองคนตัวสูงริมฝีปากสั่นระริก เขาเหมือนโลกทั้งใบของเธอหากวันนี้เสียเขาไปเธอเองก็ไม่รู้จะมีชีวิตต่อได้เช่นไร ในเมื่อ 7 ปีที่ผ่านมา เขาคือคนเดียวที่เธอมีอยู่ ชีวิตเธอไม่เหลือใครอีกแล้ว
“เชน .. เราอยู่ไม่ได้”
“ส้ม!”
เขาถอนหายใจยาวอย่างหน่ายใจดวงตาคมจ้องมองร่างเล็กด้วยท่าทีหมางเมิน
“เราคบกับส้มต่อไม่ได้แล้วส้มเข้าใจมั้ย?”
ราเชนกระแทกเสียงอย่างเหลืออดการบอกเลิกครั้งนี้ดูเหมือนมันจะยืดเยื้อและเนิ่นนานกว่าที่เขาคิดเพราะที่ผ่านมาส้มโอมักจะเชื่อฟังเขาอย่างดี เขาพูดอะไรเธอก็จะคล้อยตามหมดเว้นแต่ครั้งนี้ ... ที่เธอดื้อรั้น
“เราไม่เข้าใจ ทำไมล่ะทำไม?”
หยาดน้ำใสร่วงเผาะจากตาคู่สวย น้ำเสียงสั่นเครือน้อย ๆ ส่งผ่านความรู้สึกเ็ปออกไป
“เราทำคนอื่นท้อง!!”
ประโยคนั้นทำเอาเธอนิ่งงันราวกับท่อนไม้แข็งแม้ลมพัดก็มิได้สั่นไหวประโยคนั้นยังคงก้องสะท้อนอยู่ในโสตประสาทเธอซ้ำ ๆ ราวกับเทปที่เล่นวน
“เราทำคนอื่นท้อง!!”
“เราทำคนอื่นท้อง!!”
“เราทำคนอื่นท้อง!!”
“อะไรนะ?” เธอกรีดร้องราวกับคนบ้า ที่เสียสติ เธอพูดประโยคเดิมซ้ำ ๆ
“ไม่จริง! ไม่จริง!!ไม่จริง!!!”
เรือนหน้าสวยบิดเบี้ยวจากการร้องไห้และความเสียใจที่จู่โจมใส่อย่างไม่ใยดีมือเรียวขยุ้มเรือนผม ราวกับจะฉีกกระชากออกจากหนังศีรษะเสียงกรีดร้องของเธอดังก้องภายในห้องสี่เหลี่ยมที่กำลังเคยเป็พื้นที่ปลอดภัยของเธอแต่วันนี้ … มันกลับไม่มีอีกแล้ว
“ส้ม! ส้ม!!”
มือหนาของเขาคว้าเอาข้อมือเล็กที่ขยุ้มผมตัวเองจนหลุดออกเป็หย่อมๆ พลางเอ่ยชื่อเธอเสียงแข็งหวังเรียกสติ
“ทำไมทำกับเราแบบนี้ ทำไม?!”
หยาดน้ำใสไหลรินอาบแก้มเนียนเรียวขาที่เคยแข็งแรงกลับอ่อนยวบ ทิ้งตัวลงตรงพื้นกระเบื้องด้านล่าง
“เราผิดเองแต่ตอนนี้เธอคนนั้นกำลังตั้งท้องลูกของเรา เราต้องรับผิดชอบเธอ”
“แล้วเราล่ะ? ใครจะรับผิดชอบความรู้สึกของเรา”
คำถามนั้นกลับไม่มีเสียงตอบรับจากราเชนใบหน้าเศร้าสร้อยไล่สายตามองชายคนรักที่นั่งนิ่งอยู่ตรงหน้า
“ส้มไปมีชีวิตที่ดีกว่านี้เถอะอย่าอยู่กับเราเลย”
เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนือยๆ ดวงตาคมจ้องมองใบหน้าเธออย่างจริงจัง มันเป็ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับ .. เขาแต่ไม่ใช่เธอ
“คนเหี้ย!!”
เสียงสั่นเครือแปรเปลี่ยนเป็เสียงแข็งเธอเอ่ยคำหยาบคายคำแรกในชีวิตออกมาด้วยแววตาเศร้าหมอง คำนี้มันคงเหมาะกับเขาที่สุดในเวลานี้
มือเล็กปาดน้ำตารวดเร็วหาก 7ปีที่ผ่านมามันไม่มีความหมายแล้วเธอก็ไม่รู้จะรั้งชายหลายใจไว้เพื่ออะไรคงเป็อย่างที่เขาพูด ชีวิตเธอมันควรไปได้ดีกว่านี้
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา
ส้มโอหอบข้าวของและเสื้อผ้าออกจากคอนโดของราเชนอย่างทุลักทุเล เธอไม่มีที่ให้ไปเพราะครอบครัวของเธออยู่ที่ต่างประเทศเธอเป็คนดึงดันขอย้ายมาอยู่ที่ไทยกับชายคนรักั้แ่เริ่มคบกัน
ชีวิตโสดในเมืองใหญ่ของเธอได้เริ่มต้นขึ้นโรงแรมจึงเป็ที่พักพิงเดียวที่เธอจะใช้พักผ่อนและเยียวยาหัวใจที่แหลกสลายจากชายที่ไม่รู้จักพอ
นับดาว : ส้มวันนี้ที่เรานัดกันฉันไปไม่ได้แล้วอะ
เพื่อนสาวคนสนิทของเธอส่งข้อความแจ้งข่าวร้ายหลังจากนัดหมายกันไว้ ว่าจะดื่มฉลองให้กับชีวิตโสดของเธอด้วยกันบนบาร์หรูของโรงแรม
ส้มโอ : อือ ไม่เป็ไร
นับดาว :แกห้ามไปกินคนเดียวนะ สัญญากับฉันก่อน
นับดาว : ฉันเป็ห่วงแก
ส้มโอคลี่มุมปากยิ้มบาง หลังจากอ่านข้อความเพื่อนสาวนับดาวรู้ดีว่าส้มโอไม่เคยดื่มของมึนเมา หรือนั่งร้านเหล้า ผับ บาร์มาก่อนหากเธอไปคนเดียวคงเกิดเื่ไม่ดีขึ้น
ส้มโอ : อืมฉันอยู่ที่ห้องนี่แหละ
นับดาว : แน่นะแก
ส้มโอ : อื้อไว้นัดกันใหม่นะ
ร่างบางในชุดเดรสสีแดงตุ่นทรุดตัวลงนั่งข้างเตียง เธอโอบกอดเข่าตัวเองไว้แน่นราวกับ้าปลอบประโลมหัวใจที่แหลกสลาย ความเงียบในห้องดังก้องจนแทบทนไม่ไหวมันยิ่งตอกย้ำความโดดเดี่ยวที่กัดกินหัวใจของเธอ
ส้มโอปรากฏกายอีกครั้งในบาร์หรูชั้น72 ของโรงแรมหลังจากที่ความเงียบในห้องมันทำให้เธอเกือบสติหลุด หยาดน้ำใส ๆที่ไหลลงเปื้อนแก้มสวยแทบจะทำให้เครื่องสำอาง ที่เธอแต่งแต้มร่อนหายร่างบางเดินตามหลังบริกรหนุ่มไปยังโต๊ะที่เธอจองไว้
สมุดเมนูสีน้ำเงินเข้มสลักชื่อบาร์และโรงแรมด้วยตัวอักษรสีทอง ถูกเปิดออกด้วยมือเรียวเล็กดวงตาคู่สวยทอดไล้มองชื่อเมนูอาหารมากมายแต่เธอกลับไม่รู้จะเลือกอะไรใส่ท้องที่ร้องกิ่ว
“มีเมนูแนะนำมั้ย?”เธอเอ่ยเสียงใสพลางถามบริกรหนุ่มที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
“คุณผู้หญิงทานเนื้อมั้ยครับ”
เธอสูดลมหายใจเข้าลึกและปล่อยมันออกเมนูเนื้อคือสิ่งที่ราเชนโปรดปรานมากที่สุด เธอและราเชนมักจะทานด้วยกันเป็ประจำเพราะเมื่อเธอเห็นสีหน้าของเขาตอนทานของโปรด มันทำให้เธอรู้สึกมีความสุขทุกครั้ง
“ไม่ค่ะ”
ดวงตาคู่สวยเลื่อนมองไปที่เมนูอย่างรวดเร็วพลางคิดว่าอะไรก็ได้ ขอแค่เพียงสั่งมาตอนนี้ต่อให้เป็อาหารมิชลินสามดาวเธอก็กินไปเพื่อให้มีลมหายใจต่อก็เท่านั้น
“ล็อบสเตอร์อบชีสแล้วกันค่ะ”
“เครื่องดื่มรับอะไรดีครับ”
ส้มโอเปิดไปยังหน้าเมนูเครื่องดื่มที่ขึ้นหราละลานตาแต่เธอกลับไม่รู้จะดื่มอะไร ตอนนี้ลำคอเธอแห้งผาก ร่างกาย้าเครื่องดื่มมึนเมาหวังว่ามันจะช่วยให้เธอนอนหลับได้สบาย
“ไวน์มั้ยไวน์มันทำจากองุ่น” หญิงสาวพึมพำกับตัวเองเกิดมา 26 ปี เธอไม่เคยได้ลิ้มรสของมึนเมาสักประเภทดวงตาสวยเลื่อนสลับระหว่างไวน์ขาวและไวน์แดงที่ขึ้นชื่อไว้หราก่อนจะเหลือบสายตาไปมองบริกรหนุ่มที่ยืนรอเธออย่างใจจดจ่อ นั่นมันทำให้เธอรู้สึกกดดันมากขึ้น
“เอาอันนี้แล้วกันค่ะ ฉันสั่งเท่านี้ก่อน”นิ้วชี้เรียวจิ้มไปยังชื่อไวน์แดงขวดละค่อนหมื่นก่อนจะพับสมุดเมนูเล่มงามไว้บนโต๊ะ บริกรก้มหน้ารับ และเดินจากไปด้วยท่าทีสุภาพ
ใบหน้าสวยนั่งเท้าคาง พลางทอดมองวิวเมืองใหญ่ในเวลากลางคืนแสงสีมากมายจากตึกสูงระฟ้าทอประกายทำให้ค่ำคืนนี้มันช่างดูสวยงดงามแต่สำหรับเธอนั้นมันก็แค่แสงไฟที่บ่งบอก่เวลา ที่ผ่านไปอย่างโดดเดี่ยวอีกคืน
สายตาเลื่อนลอยพลางคิดถึงเื่วันวานที่เคยผ่านจนไปสะดุดเข้ากับชายหนุ่มที่นั่งอยู่โต๊ะด้านหน้า ใบหน้าคมเข้มเรือนผมดำขลับจัดแต่งเป็ทรงอย่างดูดี สวมเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมเม็ดบนออกสายตาของเขาสบประสานเข้ากับเธออย่างพอดิบพอดีด้วยความบังเอิญก่อนที่เขาจะคลี่ยิ้มน้อย ๆ ให้ราวกับเป็การทักทาย
เวลาดูเหมือนหยุดนิ่งั้แ่หยดแรกของไวน์แดงััริมฝีปาก รสชาติหวานละมุนและกลิ่นหอมอ่อน ๆชวนให้เคลิบเคลิ้ม แก้วแรกผ่านลำคอราวกับน้ำผึ้งที่ละลายลงสู่ความรู้สึกจนเธอไม่อาจต้านทานแรงดึงดูดของมันได้ ยิ่งดื่ม ยิ่งเหมือนถูกมนตร์สะกดให้จมดิ่งลงสู่ห้วงรสชาติอันเย้ายวนใจ
ล็อบสเตอร์อบชีสที่นำมาเสิร์ฟเย็นชืดเพราะเธอเมินใส่ หากแต่มือเรียวกลับยกแก้วไวน์กระดกพรวด แก้วแล้ว แก้วเล่าจนทำให้ชายหนุ่มเสื้อเชิ้ตขาวชำเลืองมองเธอเป็ระยะ
“อร่อยจังหมดขวดแล้วกินต่ออีกดีกว่า”เธอพึมพำกับตัวเองเพราะติดใจในรสัั อาการมึนงงเริ่มคืบคลานเข้ามาหากแต่มันกลับทำให้เธอรู้สึกดีแววตาหยาดเยิ้มจ้องมองชายเชิ้ตขาวที่นั่งอยู่ตรงข้าม เธอคลี่ยิ้มหวานและยกแก้วไวน์ขึ้นจิบด้วยท่าทางเย้ายวน
ชายเชิ้ตขาวที่นั่งอยู่ลำพังจ้องมองเธอด้วยแววตาลึกล้ำริมฝีปากบางคลี่ยิ้มอย่างช้า ๆ เผยให้เห็นความคมคายบนใบหน้าหล่อเหลาเขาลูบไล้เรือนผมสีดำขลับที่ถูกสายลมแห่งความสูงกว่าเจ็ดสิบชั้นรบกวนจนยุ่งเหยิงเล็กน้อยเขาตัดสินใจลุกจากที่นั่ง เดินมาหาเธอพร้อมกับแก้วไวน์ในมือ
“สวัสดีครับมาดื่มคนเดียวเหรอครับ?” ชายหนุ่มเอ่ยทักทายหญิงสาวร่างบางในเดรสสีแดงตุ่นคนตัวสูงกว่าเผลอมองร่องอกอึ๋มของหญิงสาว เขารีบเลื่อนสายตาไปทางอื่น
“ค่ะ”ส้มโอพยักหน้ารับพลางยิ้มกริ่ม ต้นคอเธอดูโอนอ่อนกว่าเมื่อครู่
“นั่งด้วยได้มั้ย?”
“เชิญค่ะ”เธอผายมือเชื้อเชิญ ไล่สายตาขึ้นมองร่างสูง
“คุณมีเื่เครียดอะไรหรือเปล่า?”เขาเหลือบเห็นแก้วไวน์ที่ว่างเปล่าในมือของเธอ
“คุณดื่มเร็วไปหน่อยนะว่ามั้ย?”
“ใครสนกันล่ะ ฉันรู้แค่ว่ามันอร่อย มันทำให้ฉันลืมอะไร ๆ ได้หลายอย่าง”
“และอาจจะลืมทางกลับบ้าน”เขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างหยอกล้อ ก่อนจะปรายตามองใบหน้าเนียนสวยที่สีหน้าแดงระเรื่อด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์
“ฉันพักที่นี่ฉันอยู่ที่นี่ยาวเป็เดือน และดูเหมือนจะอยู่แบบนี้ไปเรื่อย ๆ”สายตาเธอทอดมองไกลออกไป มันไม่มีจุดโฟกัส หรือจุดไหนที่ทำให้เธอสนใจได้เลยสักนิด
“ทำไมล่ะ?” เขายกแก้วไวน์ขึ้นจิบ เปลี่ยนนั่งท่าไขว่ห้างแบบสบาย ๆสายตาจ้องมองไปที่เธอด้วยความสนใจ
“ฉันไม่มีที่ไปน่ะคุณ”ส้มโอพูดเสียงเรียบ เอื้อมหยิบขวดไวน์แดงขึ้นมารินแต่ทว่ามือหนาของชายหนุ่มนั้นรวดเร็วกว่า เขาคว้าเอาไว้ และเป็ฝ่ายรินไวน์ให้เธอราวกับบริกรส่วนตัว
“ขอบคุณนะ”
ดวงตาคู่สวยเหลือบมองใบหน้าคมของชายแปลกหน้าที่มานั่งร่วมโต๊ะเธอด้วยความรู้สึกแปลกใหม่7 ปีที่ผ่านมาเธอไม่เคยแลตามองใครนอกจากราเชน
“คุณรู้อะไรไหม? ฉันคือคนโง่ที่โดนสวมเขา .. หึ!!” เธอพูดพลางหัวเราะในลำคอราวกับสมเพศตัวเองที่เทิดทูนบูชาความรักและภักดีให้กับแฟนเก่าจนหมดหัวใจและไม่แม้ที่จะสงสัยหรือตั้งคำถามในอดีตคนรักเลยสักนิด
เขานิ่งเงียบไม่พูดอะไรเพียงแค่ส่งยิ้มหวานให้เธอ และปล่อยให้เธอระบายความรู้สึกออกมาเขาจะทำหน้าที่เป็ผู้ฟังที่ดีเอง
“ฉันไม่เคยรู้สึกเ็ปขนาดนี้มาก่อนฉันหมดเรี่ยวแรงที่จะทำอะไร ฉันไม่แม้อยากจะมีลมหายใจอยู่ต่อ”เธอยกแก้วไวน์ขึ้นก่อนจะดื่มรวดเดียวหมด เสียงฐานแก้วกระทบกับโต๊ะเบา ๆมือหนาของชายหนุ่มเชิ้ตขาวจึงรินไวน์ให้เธออีกครั้ง
“7 ปีที่คบกันฉันพยายามทำทุกอย่างให้ออกมาที่ดีสุด เพื่อเรา และครอบครัวเล็ก ๆ ของเรา”เธอสบตาเขา พร้อมส่งเสียงหัวเราะเธอนึกขำที่ตัวเองบอกเล่าความน่าสมเพศให้ชายแปลกหน้าฟัง
“คุณเริ่มเมาแล้วนะรู้ตัวไหม?” ชายเชิ้ตขาวพูดด้วยน้ำเสียงสุขุมสายตาเขาทอดมองหญิงตรงหน้าด้วยความเป็ห่วง
“รู้ รู้สิแต่มันทำให้ฉันรู้สึกดีเป็บ้า ฮ่าฮ่า” เธอหัวเราะลั่นจนโต๊ะใกล้เคียงต่างเหลือบตามอง
“เบา ๆ หน่อยคุณอยู่ห้องไหนผมไปส่ง”
“ไม่เอา!” เธอตวาดเสียงดังจนตกเป็เป้าสายตาอีกครั้ง
“ถ้าเข้าห้องแล้วฉันจะกินกับใครว่าแต่ .. คุณชื่ออะไร”
“โอเค คุณตั้งสติหน่อยเดี๋ยวผมจะนั่งกินเป็เพื่อนคุณที่ห้องเอง ตอนนี้เรากลับห้องคุณกันเถอะ” ชายเชิ้ตขาวหันรีหันขวางพลางก้มหัวเล็กๆ ให้กับบรรดาสายตามากมายที่จับจ้องมาอย่างไม่พอใจ
ร่างสูงประคองร่างบางที่เรียวขาอ่อนแรงก่อนจะหยุดอยู่ที่หน้าห้องหนึ่งในชั้น35 เขาควานหาคีย์การ์ดที่อยู่ในกระเป๋าถือของเธอ และแตะมันที่หน้าประตููก่อนที่เขาจะพาร่างบางเดินเข้าไปอย่างทุลักทุเล
“คุณเมาแล้วนะ”
“ยังไม่บอกชื่อฉันเลยคุณชื่ออะไร” เธอแผดเสียงใส่หลังจากที่ร่างบางโซเซเอนถลาลงบนเก้าอี้นุ่มสายเดี่ยวเส้นเล็กที่เกาะบ่าเธอไว้ค่อย ๆ เลื่อนลง
“ผมชื่อคเชณทร์เรียกผมว่าเชนก็ได้”
“ฮะ? อะไรนะ เชนหรอ ไอ้เหี้ยเชนเหรอ?”
เธอตะเบ็งเสียงสุดคอ ลุกขึ้นพรวดแต่อาการมึนเมาจากแอลกอฮอล์ทำให้ร่างบางเซล้มลงดวงตาเธอพล่าเลือนมองชายตรงหน้าเป็อดีตคนรักที่เขาเพิ่งทอดทิ้งเธอ
“เฮ้ย!! คุณ!! เดี๋ยว ๆ”
คเชณทร์เอ่ยเสียงอ่อนโอบร่างบางลุกขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยความเป็ห่วงหญิงสาวอยู่ในอาการมึนเมากว่าที่เขาคิด
“ไม่ต้องมาแตะตัวฉันเลยคนเลว”
มือเล็กผลักแผ่นอกกว้างสุดแรงเกิดแต่ดูเหมือนเขาจะไม่สะทกสะท้าน มือหนาเกาะกุมหัวไหล่เนียนของเธอเอาไว้ทั้งสองข้างพลางเขย่าเล็ก ๆ
“ตั้งสติ ๆ”
เขาเอ่ยเสียงดังดวงตาเบิกกว้างอย่างตื่นตระหนก พอจะเดาสถานการณ์ได้ว่าชายที่ทอดทิ้งเธออาจจะชื่อเชนเช่นเดียวกับเขา โลกใบนี้มันช่างกลมกว่าที่เขาคิด
“บอกว่าอย่ามาแตะตัวฉันไงแกเป็คนบอกเองว่าจะไม่ถึงเนื้อถึงตัวฉัน จนถึงวันแต่งงาน ฉันรอมา 7 ปีแล้วสุดท้าย มึงก็ไปมีคนอื่น!!”
มือเล็กยกขึ้นกำหมัดพลางทุบไปทั่วแผ่นอกและวงแขนล่ำแต่ยิ่งเธอดิ้นสายเดี่ยวเส้นเล็กก็ยิ่งเลื่อนคล้อยต่ำ จนชุดเดรสเธอมันเลื่อนลง เผยให้เห็นเนินอกขาวผ่อง
แม้ความหวังดีและห่วงใยจะขึ้นมาเป็อันดับแรกแต่เขาเองก็เป็ผู้ชายคนหนึ่งในวัยสามสิบที่ลุ่มหลงในเรือนร่างสตรีการที่ได้เห็นเนินเนื้อใต้ร่มผ้ามันทำให้เขาใจสั่นหวั่นไหว เขาสลัดความคิดชั่วช้านั้นทิ้งไปเลื่อนสายตามาจับจ้องใบหน้าเธอ
ริมฝีปากที่แต่งแต้มสีแดงตุ่นกำลังเผยอเล็กๆ พร้อมคำพูดที่เธอพ่นออกอย่างไม่เป็ศัพท์แต่ไม่ว่าจะวางสายตาตรงไหนก็ทำให้เขาแทบคุมสติไม่อยู่
“ไอ้เชน ไอ้คนชั่วบอกให้ปล่อย”
มือเล็กทุบแผงอกรัวด้วยความหงุดหงิดใบหน้าบึ้งตึงย่นคิ้วอย่างไม่ชอบใจ
“ไม่ปล่อยใช่มั้ย? ได้!!”
เธอกระชากคอเสื้อเขา จนร่างใหญ่เสียหลักเซล้มลงทับทาบบนร่างเธอ
ใบหน้าเรียวสวยใกล้ชิดใบหน้าเขาจนััได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่รินรดกัน ดวงตากลมจ้องมองชายตรงหน้าด้วยแววตาขึงขัง ก่อนจะเปลี่ยนท่าที
ริมฝีปากอิ่มสีแดงตุ่นประทับลงริมฝีปากเขาอย่างจังด้วยฤทธิ์มึนเมา
“อื้อ”
ริมฝีปากของเขาสนองรสจูบของเธอเขาไม่แม้แต่จะขัดขืน ความคิดชั่วช้าที่สลัดออกเมื่อครู่มันวาบเข้ามา เขาปล่อยให้ร่างกายเป็ไปตามหัวใจและแรงปรารถนา