“ผู้ใดสังหารลูกข้า?! จงยืดอกยอมรับแต่โดยดี!”
จินจื่อคุนลุกยืนพร้อมกวาดสายตามองโดยรอบ ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวและโเี้ราวอสูรร้ายจนบรรดาศิษย์และเหล่าทหารองครักษ์ต่างสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวพลางก้าวถอยหลังโดยพลัน!
สำนักหมอกเมฆาให้ความสำคัญกับการเพาะปลูกสมุนไพรหายากและการเล่นแร่แปรธาตุ ภายในสำนักถูกแบ่งเป็สามฝ่ายหลักๆ ได้แก่หน่วยตระเวนบรรพต โรงหลอมอาวุธ และหอแปรธาตุที่เป็เสมือนแกนกลางขับเคลื่อนของสำนัก ดังนั้นเ้าแห่งหอแปรธาตุจึงถือเป็ผู้ทรงอิทธิพลมากที่สุดรองจากบรรดาผู้าุโทั้งห้า
เขาเป็ผู้นำที่เปรียบดังไม้ยืนต้นฝังรากลึกของหอแปรธาตุมาหลายปี สิบปีที่แล้วเขาบรรลุขั้นซิวฉือระดับเจ็ด ดังนั้นเขาจึงห่างจากขั้นปรมาจารย์แห่งเต๋าเพียงลำดับเดียว! ยามเขาโกรธเกรี้ยวเช่นนี้ไม่มีผู้ใดกล้าเงยหน้าขึ้นสบตาเขาโดยตรง...ไม่กล้าแม้หายใจแรงจนมีเสียงเล็ดลอดออกมา
“เป็ข้าเอง!” เยี่ยฉวนกล่าวออกด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่แยแสท่ามกลางสายตามากมายของฝูงชน ท่าทีของเขาสงบนิ่งอย่างไม่หวาดกลัวจิตสังหารอันแรงกล้าของจินจื่อคุนแม้แต่น้อย!
“ฮ่าๆๆ! ดี! ไอ้สารเลว! ความกล้าหาญของเ้านับว่าน่าชื่นชม!”
จินจื่อคุนะเิเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ขณะที่ก้าวเท้าออก เปรี๊ยะ แผ่นหินสีครามใต้ฝ่าเท้าของเขาพลันแตกร้าว! เขาแผ่จิตสังหารกระจายเป็วงกว้างก่อนคำรามออก “บอกเหตุผลที่เ้าสังหารหัวเอ๋อร์มา!”’
ดวงตาของเขาแดงก่ำประหนึ่งโลหิต ท่าทางโเี้คุกคามเสียจนผู้คนที่เห็นต่างหวาดผวา แม้อากาศรอบกายไม่หนาวเย็นทว่าร่างกายของทุกคนพลันสั่นสะท้าน
“เพราะมันสมควรตาย!”
ครั้นฝูงชนได้ยินประโยคสั้นๆ ไร้ความรู้สึกจากปากของเยี่ยฉวนก็ยิ่งตื่นตระหนกและหวาดกลัว!
ให้ตายเถอะ! ชายผู้นี้คงเสียสติไปแล้วที่กล่าววาจาบ้าบิ่นท้าทายอำนาจเ้าแห่งหอแปรธาตุ! เขาไม่กลัวจินจื่อคุนจับฉีกร่างออกเป็ชิ้นๆ หรืออย่างไร?!
‘สมควรตาย’ สามพยางค์ทำให้จินจื่อคุนโกรธเกรี้ยวจนตัวสั่น! เขาพุ่งไปด้านหน้าด้วยใบหน้าที่ดุดันและแดงก่ำอย่างน่ากลัว “เหตุผลเล่า?! พูดออกมาเยี่ยฉวน! ขอหนึ่งเหตุผลที่จะทำให้ข้าเปลี่ยนใจไม่สังหารเ้า!”
“ศิษย์น้องจินหัวไม่พอใจการแต่งงานระหว่างสำนักที่กำลังจะเกิดขึ้นจึงคิดหลบหนีลงจากูเาลูกนี้ไป ก่อนที่เขาจะทำเช่นนั้นยังได้บุกรุกหอศาสตราวุธโดยไม่ได้รับอนุญาตและขโมยตำราลับัอวตาร!”
เยี่ยฉวนมองไปโดยรอบก่อนกล่าวต่อด้วยท่าทางสุขุม “การพยายามหลีกเลี่ยงการแต่งงานโดยการหลบหนีออกจากสำนักอย่างไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนและปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับหลายๆ ฝ่ายในภายหลัง...เขาเป็ศิษย์ชั้นเลิศแต่กลับฝ่าฝืนกฏของสำนักโดยการขโมยตำราลับัอวตาร การกระทำชั่วร้ายของเขาทั้งสองเื่สมควรถูกลงโทษโดยการตัดศีรษะเสียบประจานต่อสาธารณชนเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว ทว่าเขากลับทำสิ่งที่โเี้ทารุณกว่าโดยใช้พลังหมัดพยัคฆ์สังหารเหล่าทหารองครักษ์หอศาสตราวุธถึงสิบนายเพื่อปิดปากไม่ให้เื่แพร่งพราย! หากท่านาุโสูงสุดมาถึงช้ากว่านี้เพียงก้าวเดียว เกรงว่าศิษย์พี่ใหญ่เช่นข้าคงถูกเขาสังหารเช่นกัน! วีรกรรมร้ายกาจมหาศาลถึงเพียงนี้หากไม่ใช่เขาแล้วผู้ใดเล่าที่สมควรตาย?!”
เยี่ยฉวนอธิบายอย่างกระจ่างชัดเจนด้วยท่าทางใจเย็น กระตุ้นให้ผู้คนโดยรอบโกรธเคืองและเกลียดชัง
ฝูงชนจ้องมองศพเืท่วมของจินหัวด้วยความรู้สึกที่ต่างจากตอนแรก...สายตาทุกคู่ปราศจากความสงสารเห็นใจ หากจินหัวเป็มนุษย์แล้วเหล่าทหารองครักษ์ไม่ใช่มนุษย์หรือจึงต้องสังเวยชีวิตเยี่ยงสัตว์เดรัจฉาน?! แม้แต่ศิษย์ชั้นเลิศเช่นเขายังฝ่าฝืนกฏของสำนักแล้วจะเป็ตัวอย่างแก่ศิษย์ผู้อื่นได้อย่างไร?!
“ไอ้สารเลว! หากเ้าพูดต่ออีกนิดเดียว วันนี้ฆ่าจะสังหารเ้าเสีย!”
จินจื่อคุณคำรามอย่างเกรี้ยวกราดขณะพุ่งเข้าหาเยี่ยฉวน เขาไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายอธิบายใดต่อ อสูรแมงป่องปรากฏขึ้นเหนือศีรษะ หางของมันสะบัดไปมาพร้อมเหวี่ยงใบมีดคมกริบแหวกผ่านม่านอากาศพุ่งเข้าหาเยี่ยฉวนอย่างรวดเร็ว กลิ่นพิษร้ายคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ!
หัตถ์แมงป่องพิษ!
จินจื่อคุนเลือกใช้อาวุธสังหารร้ายแรงเฉพาะตัวที่มีชื่อเสียงยิ่งจู่โจมอีกฝ่าย!
ผู้ฝึกตนที่ขัดเกลาร่างกายในขั้นอู่เจ๋อสำเร็จ ครั้นบรรลุถึงขั้นซิวฉือพวกเขาสามารถฝึกพลังเวทย์เพื่อควบคุมยันต์กำเนิดชีวิตของอสูรได้ทุกชนิด ยันต์ของจินหัวเป็อสูรพยัคฆ์ดุร้าย...ในขณะที่ยันต์ของจินจื่อคุนเป็อสูรแมงป่องพิษที่ปรากฏตัวพร้อมสายลมโชยกลิ่นคาวคละคลุ้งชวนให้ผู้ที่สูดดมรู้สึกวิงเวียน ทั้งยังสามารถปล่อยใบมีดลมสังหารศัตรูได้ในระยะกว่าร้อยเมตร!
เยี่ยฉวนกลั้นหายใจขณะถอยหลังอย่างรวดเร็วหลบใบมีดลมของอีกฝ่าย...
“อะไรกัน?!”
ครั้นเห็นว่าเยี่ยฉวนยืนนิ่งอย่างไร้าแจากการโจมตีเมื่อครู่ จินจื่อคุณอุทานออกอย่างตกตะลึงพร้อมเผยสีหน้าดุร้ายยิ่งกว่าเดิม!
กระบวนการโจมตีของหัตถ์แมงป่องพิษนอกจากลมที่โชยกลิ่นคาว อาวุธที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือใบมีดลม...แม้แต่ศิษย์ผู้บรรลุขั้นซิวฉือระดับที่หนึ่งยังหลีกเลี่ยงโดยไม่ถูกเชือดเฉือนได้ยากยิ่ง แล้วไอ้สารเลวเยี่ยฉวนหลบทันได้อย่างไร?!
“มาเถิด! ข้าจะสังหารเ้าให้ดับดิ้นภายในสามกระบวนท่า!”
ดวงตาของจินจื่อคุนราวมีเปลวเพลิงโหมกระหน่ำอยู่ภายใน เขาพุ่งไปตรงหน้าเยี่ยฉวนอีกครั้งก่อนโบกฝ่ามือขึ้นอย่างโเี้! พลังของเขาแข็งแกร่งกว่าครั้งก่อน...ลมโชยกลิ่นคาวพิษทวีความรุนแรงยิ่ง! บรรดาศิษย์และเหล่าทหารองครักษ์เห็นดังนั้นจึงเร่งถอยร่น ทว่ายังรู้สึกตาพร่าวิงเวียนและอึดอัดแน่นทรวงอกแม้อยู่ห่างออกไปกว่าสิบเมตร
ความเร็วของจินจื่อคุนน่าประทับใจยิ่ง ทว่าคราวนี้เยี่ยฉวนไม่คิดหลบเลี่ยงแต่กลับยกแส้เทวะขึ้นเพื่อตั้งรับ!
ไม้กวาดธรรมดาที่แม้โยนทิ้งก็ไม่มีผู้ใดสนใจ ทว่าเมื่อมันอยู่ในมือของเยี่ยฉวนกลับทำให้จินจื่อคุนรู้สึกครั่นคร้ามราวภยันตรายมาปรากฏอยู่ตรงหน้า ยิ่งพินิจยิ่งพบว่ามันคล้ายดาบของทหารในาที่สามารถตัดเหล็กให้ขาดสะบั้นยิ่งกว่าไม้กวาดทั่วไปเสียอีก! ชายวัยกลางคนยังตวัดฝ่ามือต่อไปหมายบดร่างของอีกฝ่ายให้ละเอียด!
“หึ! ไม่เลวนี่ไอ้หนู! กระบวนท่าที่สอง...แมงป่องผงาด!”
จินจื่อคุนคำรามลั่นอีกครั้งก่อนใช้ไม้ตายที่มีพลังทำลายล้างรุนแรงกว่ากระบวนท่าแรก! อสูรแมงป่องพิษที่ลอยอยู่เหนือศีรษะของเขาย่อตัวลงจนหน้าท้องแบนราบ ทันใดนั้นก็ผงาดตัวขึ้นพร้อมเหวี่ยงสะบัดหางด้วยความเร็วสูง!
ลำแสงสว่างวาบปรากฏขึ้นในอากาศ!
บรรดาผู้สังเกตการณ์ถอยห่างไปไกลกว่าเดิมทันทีที่ััถึงอันตราย!
เยี่ยฉวนขมวดคิ้วขณะที่หัวใจเต้นแรง!
หากเป็เขาในภพชาติก่อนคงสรรหาเคล็ดวิชาอีกหลายหลากมาตอบโต้การโจมตีของศัตรูตัวเล็กๆ เช่นจินจื่อคุนได้โดยง่าย แตกต่างจากภพปัจจุบัน...ระหว่างขั้นอู่เจ๋อระดับที่ห้าและขั้นซิวฉือระดับที่เจ็ดมีช่องว่างมากเกินไป ในยามนี้ประสบการณ์มหาปราชญ์หลายล้านปีของเขาไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง!
“ศิษย์พี่ใหญ่! ข้าอยู่ที่นี่แล้ว อย่าได้กังวล!”
เสียงเย็นเยือกอันคุ้นเคยดังขึ้นจากระยะไกลพร้อมกับใบดาบสะท้อนแสงแวววับแหวกออกมาจากความมืด!
สิ้นเสียงเ็า หนานเทียนตูพลันปรากฏตัวขวางระหว่างเยี่ยฉวนและจินจื่อคุนอย่างแข็งแกร่งราวขุนเขา ปลายกระบี่นิลสลักชี้จ่ออยู่ระหว่างคิ้วของอีกฝ่ายพลางแผ่จิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัว ทันใดนั้นาุโลำดับสองพลันปรากฏตัวขึ้นในความมืดพร้อมจอบคู่กาย เขาจ้องจินจื่อคุนเขม็งขณะกล่าวออกด้วยน้ำเสียงเย็นเยือก “ฮึ่ม! จินจื่อคุน ขณะท่านเ้าสำนักไม่อยู่เ้าเหิมเกริมคิดสังหารศิษย์พี่ใหญ่แห่งสำนักเชียวรึ?! ช่างไร้มนุษยธรรมนัก! เข้ามา! ข้านี่แหละจะสั่งสอนเ้า...หากข้าไม่อาจสังหารเ้าได้ภายในสามกระบวนท่า จงอย่าเรียกข้าว่าหนานกงเหริน!”
หนานกงเหรินเหาะขึ้นบนอากาศมาสมทบกับหนานเทียนตู ทั้งสองเข้าขัดขวางการกระทำอันโเี้ของจินจื่อคุนได้ทันเวลา!
“ตาเฒ่าลำดับสอง! เ้า...”
จินจื่อคุนขบกรามแน่น ดวงตาฉายแววเกลียดชังและไม่สบอารมณ์ยิ่ง! ครู่นี้เกือบสังหารอีกฝ่ายได้อยู่แล้วทว่ากลับมีคนมาขัดขวาง! หากาุโลำดับสองผู้มีนิสัยดื้อรั้นรุนแรงไม่เกรงกลัวสิ่งใดและยอดฝีมือผู้รักสันโดษอย่างหนานเทียนตูร่วมกันออกตัวปกป้องเยี่ยฉวนเช่นนี้ เขาทำได้เพียงข่มกลั้นโทสะและหยุดยั้งการโจมตีเพราะไม่อาจเอาชนะชายชราผู้บรรลุขั้นปรมาจารย์แห่งเต๋าระดับที่สาม จิตใจของเขาอัดแน่นไปด้วยความเ็ปราวไฟสุมที่ไม่อาจระบายความแค้น
“จื่อคุน กลับไปเถิด ข้ารู้ว่าเ้าโศกเศร้าเพียงใดที่บุตรชายของเ้าตาย ทว่าพวกเขาพูดถูก...ตามกฏของสำนักแล้วจินหัวกระทำเื่เลวร้ายสมควรถูกลงโทษ!” าุโลำดับสามกล่าวปรามจินจื่อคุนพลางมองไปทางหนานกงเหรินด้วยสีหน้าคล้ำหม่น ก่อนหันไปสำรวจเยี่ยฉวนั้แ่หัวจรดเท้าด้วยดวงตาที่หรี่ลงราวอสรพิษชวนให้ผู้ที่เห็นรู้สึกกระสับกระส่าย ไม่มีผู้ใดคาดเดาได้ว่าชายชราคิดสิ่งใดอยู่ในใจ
“าุโลำดับสาม! ท่านจะปล่อยให้หัวเอ๋อร์ตายอย่างอนาถเช่นนี้ไม่ได้นะขอรับ! ท่าน...” จินจื่อคุนแทบกระอักเืเมื่อได้ยินชายชรากล่าวดังนั้น จินหัวสิ้นใจอย่างทุกข์ทรมานทั้งสภาพศพยังน่าสังเวชยิ่ง เขาจะปล่อยผ่านเื่นี้ได้อย่างไร?!
“เ้าโง่! ดูไม่ออกหรือว่าาุโสูงสุดคอยปกป้องไอ้เด็กนั่นแม้ไม่แสดงออกอย่างโจ่งแจ้ง! หากเราลงมือกับเยี่ยฉวนยามนี้เท่ากับต้องต่อสู้กับเขาและาุโลำดับสองอีกด้วย...คุ้มแล้วหรือที่จะเอาตำแหน่งมาเสี่ยง?! คนของสำนักเครื่องนิลกำลังเร่งรุดมาที่นี่ ปล่อยให้โท่วป่าเซียงสังหารไอ้เด็กนั่นแทนเถิด! ส่วนเราคอยดูว่าตาเฒ่าสองคนนั่นจะแก้ตัวอย่างไร?!”
าุโลำดับสามลอบส่งข้อความผ่านกระแสจิตกับจินจื่อคุณ
จริงสิ! หากโท่วป่าเซียงผู้โเี้รับรู้เื่ดังกล่าว เยี่ยฉวนไม่อาจรอดพ้นไปได้แน่!
จินจื่อคุนระงับความโกรธ ดวงตาพลันเปล่งประกายขึ้นแวบหนึ่งขณะลอบส่งสายตามาดร้ายให้กับอีกฝ่าย
เสียงคึกคักดังขึ้นจากบริเวณเชิงเขาพร้อมกับแสงสว่างเรืองจากคบเพลิงที่พวยพุ่งตัดกับความมืดมิดในยามราตรี เ้าสำนักโท่วป่าเซียงและกองทัพสำนักเครื่องนิลยกขบวนเกี้ยวส่งตัวเ้าสาวมาถึงสำนักหมอกเมฆาแล้ว!
ค่ำคืนวิวาห์...เ้าสาวเดินทางมาถึงแล้ว ทว่าเ้าบ่าวกลับถูกไม้กวาดฟาดจนสิ้นชีพก่อนเข้าพิธีแต่งงาน พวกเขาจะอธิบายสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไร?!
บรรดาศิษย์ในสำนักต่างวิตกกังวลกับสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้ แม้แต่าุโลำดับสูงสุดก็คิดหาหนทางแก้ไขไม่ตกเช่นกัน...