บรรยากาศภายในบ้านตระกูลเฉินเงียบงันจนได้ยินเสียงหยดน้ำจากหลังคาที่รั่วซึม เฉินไห่ นั่งกระแทกตัวลงบนเก้าอี้พลางหันหน้าหนีไปทางอื่น ส่วน หลินชิง ได้แต่ยืนมองสามีที่พึ่งกลับมาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามและความหวาดกลัว
"คุณไปทำอะไรมา... ทำไมไห่ถึงกลับมาในสภาพนี้?" หลินชิงเอ่ยถามเสียงแ่
"ผมแค่ไปพาลูกกลับบ้าน" เฉินเฟิงตอบสั้นๆ พลางหยิบผ้าขนหนูเก่าๆ มาเช็ดมือที่ยังคงสั่นน้อยๆ จากการใช้ 'วิชา' หลังจากไม่ได้แตะต้องมันมานาน
"พาลูกกลับบ้าน หรือไปโชว์สันดานเดิมให้ลูกเห็นกันแน่!" เฉินไห่ะโสวนขึ้นมาทันควัน "แม่รู้ไหม... เขาเข้าไปในบ่อน แล้วก็ไปโกงพวกัเขียว! เขาทำให้เรากลายเป็เป้านิ่งของพวกมาเฟียไปแล้ว!"
หลินชิงหน้าซีดเผือด เธอทรุดตัวลงพิงกำแพง "เฟิง... คุณสัญญากับฉันแล้วไงว่าคุณจะไม่ยุ่งกับมันอีก"
"ชิง ฟังผมนะ... ถ้าผมไม่ทำแบบนั้น ลูกชายคุณจะไม่มีนิ้วเหลือกลับมาบ้าน" เฉินเฟิงเดินเข้าไปหาภรรยา แต่เธอขยับหนี "ผมไม่ได้เล่นเพื่อเอาชนะ แต่นี่คือวิธีเดียวที่จะปกป้องเขา"
ในขณะที่พายุในบ้านกำลังโหมกระหน่ำ ที่ชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางเมือง แสงไฟจากป้ายนีออนสาดส่องเข้ามาในห้องทำงานหรูหรา กลิ่นซิการ์ราคาแพงอบอวลไปทั่ว
เหมยลี่ หญิงสาวนกต่อที่เคยนั่งข้างเฉินไห่ บัดนี้ยืนก้มหัวอย่างสงบเสงี่ยมอยู่หน้าโต๊ะทำงานไม้ตัวใหญ่ ชายที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หนังกลับตัวนั้นคือ 'หวังคุน' ชายผู้มีรอยแผลเป็จางๆ ที่มุมปาก... เขาคือคนทวงหนี้ที่เหลือรอดชีวิตจากเหตุการณ์เมื่อ 10 ปีก่อน และตอนนี้เขาคือเ้าของ "เครือัเขียว" ทั้งหมด
"มันกลับมาแล้วจริงๆ เหรอ?" หวังคุนพ่นควันซิการ์ออกมาอย่างช้าๆ
"ค่ะบอส... เขาใช้ชื่อว่าเฉินเฟิง ฝีมือสับไพ่ของเขาเร็วมาก ขนาดอาเหวินที่ว่าแน่ยังมองไม่ทัน" เหมยลี่รายงาน "ดูเหมือนเขาจะไปเรียนวิชาบางอย่างมาจากในคุก"
หวังคุนหัวเราะในลำคอ เสียงหัวใจเต้นผิดจังหวะของเขาคือสิ่งเดียวที่เตือนใจถึงความตายที่เคยเฉียดกรายเข้ามาเมื่อสิบปีที่แล้ว "ไอ้ขี้ขลาดที่แทงเพื่อนพี่น้องฉันตายในวันนั้นน่ะเหรอ... มันจะเก่งขึ้นได้สักแค่ไหนกัน"
เขาลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง มองลงไปยังแสงไฟด้านล่าง "เหมยลี่... แผนเดิมยังดำเนินต่อ แต่อย่าพุ่งเป้าไปที่เด็กนั่นคนเดียว ให้เฉินเฟิงเห็นว่าโลกที่เขากลับมามัน 'เน่าหนอน' กว่าที่เขาคิด ฉันอยากให้มันคลานกลับมาหาฉันด้วยตัวเอง"
"แล้วเื่หนี้ของเฉินไห่ล่ะคะ?"
"หึ... หนี้เงินน่ะจบไปแล้ว แต่หนี้เืมันยังไม่เริ่ม" หวังคุนแสยะยิ้ม "ส่งคนไปดูที่บ้านมันหน่อย แต่อย่าพึ่งลงมือ... แค่ให้พวกมันรู้ว่า 'ความเงียบ' คือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด"
คืนนั้น เฉินเฟิงนอนไม่หลับ เขานั่งอยู่ที่แคร่ไม้หน้าบ้าน หูที่ถูกฝึกมาอย่างหนักหน่วงจาก 'วิชาฟังเสียงมัจจุราช' คอยดักจับทุกการเคลื่อนไหวรอบตัว
กึก... กึก...
เสียงฝีเท้าเบาๆ สองคู่เดินวนเวียนอยู่แถวรั้วบ้าน จังหวะการก้าวสม่ำเสมอและมั่นคง ไม่ใช่ฝีเท้าของอันธพาลข้างถนน แต่นี่คือ 'มืออาชีพ'
เฉินเฟิงกำเหรียญนำโชคในกระเป๋าแน่น เขารู้ดีว่าความสงบสุขที่เขาโหยหาในคุกมา 10 ปี เป็เพียงภาพลวงตา าครั้งใหม่เริ่มขึ้นแล้ว และครั้งนี้เขาไม่ได้สู้เพื่อเงิน แต่มันคือการเดิมพันด้วยลมหายใจของคนในครอบครัว
ตอนเช้าวันรุ่งขึ้น เฉินเฟิงพบกระดาษแผ่นเล็กๆ สอดไว้ที่ประตูบ้าน มีเพียงข้อความสั้นๆ ว่า: "ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... เพื่อนเก่า"
เขารู้ทันทีว่าหวังคุนยังไม่ตาย และความแค้นนี้จะจบลงได้เพียงทางเดียว คือต้องมีใครคนหนึ่งย่อยยับไปบนโต๊ะพนัน!