หลังจากที่เกลเดินกลับมาหาทุกคนและวางซากกระต่ายกองรวมไว้ให้กับคูเน่แล้วกัสก็พูดขึ้นมาว่า
“เก่งมากเลยฟาเกลเธอมีพร์มากเลยนะ นี่ขนาดเป็ครั้งแรกนะเนี่ย ทำได้ดีมาก”กัสกล่าวชมเกลด้วยความดีใจ ที่เห็นพัฒนาการของเธอแม้จะเป็ครั้งแรกที่ต่อสู้กับมอนสเตอร์ก็ตาม
ส่วนคูเน่ยิ่งได้ยินคำชมของกัสที่กล่าวชมเกล ยิ่งรู้สึกเหมือนมีใครเอาลิ่มมาตอกเข้าที่หัวใจอย่างจังแต่คูเน่ก็รู้สึกดีใจไปกับเกลด้วย เช่นกัน
“ฟาเกลเธอเก่งมากเลย ขนาดมันเข้าโจมตีเธอก่อน ยังจัดการมันได้อยู่หมัด เก่งกว่าฉันอีก”คูเน่กล่าวยอมรับความกระจอกของตัวเองแต่โดยดี
“ไม่หรอกต้องขอบคุณเฟกัสด้วย ที่แนะนำวิธีการให้ เลยจัดการมันได้ง่ายขึ้น”
“เอาล่ะทุกคนก็มีประสบการณ์ในการจัดการพวกมอนสเตอร์แล้วนะที่สำคัญเ้ามอนสเตอร์กระต่ายขาวเขาเดียวมันก็ไม่ยากจนเกินไปโจมตีก็ไม่รุนแรงมากเหมาะสำหรับมือใหม่อย่างพวกเรา”กัสเริ่มกลับมาเป็ผู้นำกลุ่มอีกครั้ง และกล่าวกระตุ้นเตือนเพื่อนๆ
ทั้ง 2 คนเมื่อได้ยินกัสพูดก็ผงกหัวอย่างเข้าใจ
“เออแล้วซากของพวกมันเราจะเอาไปทำอะไรได้มั้ยโฟคูเน่ ฉันจำได้ว่าทางประชาสัมพันธ์ประจำเมืองกับคู่มือนักผจญภัยมือใหม่บอกไว้ว่าเราสามารถนำซากของมอนสเตอร์ที่ไม่มีพิษมาปรุงเป็อาหารได้นี่ ใช่มั้ย”กัสสอบถามคูเน่
“ทำได้2 แบบ แบบแรกเราเก็บไว้ทำอาหารกินเองแต่อาจต้องซื้อเครื่องปรุงเพิ่มเติม ถ้าจะให้รสชาติอร่อยมากยิ่งขึ้น แบบที่สองเราสามารถนำวัตถุดิบไปขายได้ แต่ถ้ามันหาง่ายและมีจำนวนมากก็ขายไม่ได้ราคาเท่าไรบางทีก็อาจจะไม่รับซื้อด้วย” คูเน่อธิบายจากข้อมูลที่ได้รับมา
“ซากกระต่ายขาวเขาเดียวมันน่าจะกินได้อยู่นะเพราะมันไม่มีพิษ แต่มันหาง่ายซะขนาดนั้นพวกเราคงต้องเก็บซากกระต่ายขาวเขาเดียวไว้กินเองใช่มั้ย” เกลแสดงความคิดเห็น
“ฉันคิดว่าพวกเราควรจะเก็บซากมันไว้ทั้งหมดนั่นล่ะเพราะยังไงมันก็น่าจะอิ่มท้องกว่าแฮมเบอร์เกอร์มื้อกลางวัน แน่นอน ที่สำคัญเราจะได้ประหยัดเงินค่าอาหารไปได้หลายมื้อเลย”กัสอธิบายเหตุผล
“ใช่”ทั้ง 2 คนตอบอย่างพร้อมเพรียงกัน แต่เหตุผลที่คิดต่างกัน
เกลคิดว่า‘ยังไงมันก็น่าจะดีกว่าแฮมเบอร์เกอร์ที่มีแต่ผักกับเนื้อที่แสนจะบาง แน่นอน’
ส่วนคูเน่คิดว่า‘เยี่ยมมาก พวกเราจะได้ประหยัดเงินไปถึงมื้อละ 50 ดามพ์ 3 คนก็มื้อละ150 ดามพ์ วันนึง 3 มื้อก็ประหยัดไปได้ตั้งวันละ 450 ดามพ์ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ซึ่งคูเน่นั้นสนใจแต่เื่เงิน
“ถ้าอย่างนั้นก็ให้โฟคูเน่เก็บซากทั้งหมดไว้ก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยวเย็นนี้ค่อยเอามาปรุงเป็อาหาร”กัสเสนอความคิดเห็น ซึ่งทั้ง 2 คนก็เห็นด้วย
“เอาล่ะถึงเวลาที่พวกเราจะเริ่มเก็บ level กันได้แล้วพยายามกันให้เต็มที่นะ เราจะจัดการมอนสเตอร์อยู่ที่นี่จนกว่า อาทิตย์จะใกล้ตกดินพวกเราถึงจะหยุดพักกัน แต่อย่าไปเกิน บริเวณที่พวกเราสามารถมองเห็นกันได้นะตกลงมั้ย?”
“ตกลง”ทุกคนมีแววตามุ่งมั่นกันอย่างเต็มที่ จากนั้นก็เริ่มแยกย้ายกันไปหามุมที่คิดว่าเหมาะสมสำหรับตัวเองและก็เริ่มจัดการกับมอนสเตอร์กันตามวิธีการของตัวเอง
เวลาก็ได้ผ่านไปอย่างรวดเร็วจนกระทั่งถึง่เวลาดวงอาทิตย์เริ่มใกล้จะลับขอบฟ้า ทั้ง 3 คนจึงกลับมารวมตัวกันอีกครั้งที่บริเวณโคนต้นไม้ที่ได้แยกย้ายกันไปเมื่อ่บ่าย
“เอาล่ะทุกคน หลังจากที่ฉันได้ปรับจูนจนเข้าที่แล้ว ฉันก็ได้จัดการเ้ามอนสเตอร์กระต่ายขาวเขาเดียวไปทั้งหมด103 ตัว เป็ไง ฉันเจ๋งใช่มั้ยล่ะ เล่นเอาเหนื่อยทีเดียวแล้วเธอล่ะ ฟาเกลจัดการพวกมันไปได้กี่ตัว มือใหม่อย่างเธอถึงจะได้ต่ำกว่า 100ตัวก็ไม่ต้องเสียใจนะ เดี๋ยวก็เก่งขึ้นเองล่ะ”
คูเน่เลือกที่จะถามเกลเพียงแค่คนเดียวเพราะคิดว่ายังไงเกลก็ไม่น่าจะทำได้มากกว่าตัวเอง แน่นอน ส่วนกัสคงไม่ต้องพูดถึง
“ฉันเหรอยังรู้สึกไม่ค่อยชินกับดาบสั้นเท่าไร แต่ก็เริ่มปรับตัวได้บ้างแล้วล่ะ ฉันจัดการพวกมันไปได้ทั้งหมด155 ตัว จ้า ฉันเก่งมั้ย แต่ถ้าได้ดาบที่ยาวกว่านี้คงจะดีนะ”
เกลพูดออกไปอย่างเป็ธรรมชาติมากๆแต่ถ้าทุกคนหันไปดูคูเน่ จะรู้ว่าิญญาได้หลุดออกจากร่างไปอีกครั้งเป็ที่เรียบร้อยแล้วพร้อมด้วยอาการตาเหลือกและอ้าปากค้าง รวมทั้งน้ำลายที่ไหลออกมาจากมุมปากข้างขวาอย่างไม่รู้ตัว
“แล้วเฟกัสล่ะจัดการพวกมันได้ทั้งหมดกี่ตัว ฉันว่านายต้องทำได้เยอะแน่ๆ เลยเพราะนายเก่งกว่าฉันเยอะเลย”เกลหันไปถามกัสด้วยความอยากรู้
“ของฉันเหรอฉันจัดการพวกมันไปได้ทั้งหมดน่าจะ 511 ไม่ใช่ๆ น่าจะ 519ตัวนะถ้าจำไม่ผิด โทษที ฉันมัวแต่รีบจัดการพวกมันเพราะกลัวพระอาทิตย์จะตกดินเร็วเลยไม่ได้นับจำนวนที่แน่นอน ว่าจัดการพวกมันไปกี่ตัวกันแน่แต่ก็คงจะอยู่ที่จำนวนแถวๆ นี้แหละ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
กัสหันไปตอบเกลและรู้สึกเขินๆ เล็กน้อยที่จำตัวเลขไม่ได้
คูเน่เมื่อฟังกัสบอกจำนวนเสร็จ จากอาการตลึงและิญญาออกจากร่างก่อนหน้านี้ตอนนี้ยิ่งเหมือนใครเอาลิ่มมาตอกซ้ำเข้าที่หัวใจอีกรอบ แต่ทันใดนั้นเอง
“นี่เฟกัสนายบอกว่านายจัดการพวกมันได้ตั้ง 500 กว่าตัวแล้วซากของพวกมันไปไหนหมดล่ะของฉันกับฟาเกลมีถังใส่วัตถุดิบ แต่ของนายไม่มีนี่ นายจัดการพวกมันได้ไม่ถึงตามที่นายพูดจริงๆรึเปล่า”
คูเน่พยายามค้านเพราะไม่อยากจะเชื่อว่ากัสจะทำได้จำนวนถึงขนาดนั้นจริงๆเพราะถ้ากัสทำได้ตามจำนวนที่บอก ก็แสดงว่าตัวเองกากที่สุดในกลุ่มนั่นเอง
“เออใช่ นายพูดขึ้นมาก็ดีแล้วฉันเกือบลืมไปเลย ฉันเอาซากพวกมันกองไว้ตรงต้นไม้ใกล้ๆตรงนั้น เพราะฉันไม่มีถังเก็บวัตถุดิบ ไม่แน่ใจว่ามันจะเน่ารึเปล่าถ้านานเกินไปไปช่วยกันเก็บใส่ถังของนายหน่อยสิ”
พูดจบกัสก็ชี้มือไปืฝที่ต้นไม้ที่กัสเอาซากทั้งหมดไปกองไว้เมื่อคูเน่หันไปดูตามมือที่กัสชี้ไป ก็แทบจะเป็ลมเพราะซากของพวกมันกองขึ้นมาจนสูงเกือบคลุมต้นไม้ต้นนั้นจนหมด
คูเน่ถึงจะยังไม่ได้ไปนับก็เข้าใจได้ในทันทีว่าที่กัสพูดมาไม่ได้เกินจริงและตัวเองก็ได้กลายเป็ไอ้กากภายในกลุ่มเป็ที่เรียบร้อย แต่แล้วคูเน่ก็คิดอะไรขึ้นมาได้บางอย่าง จากนั้นคูเน่ก็ยิ้มขึ้นมาอย่างมีเลศนัยและก็พูดขึ้นมาว่า
“เฟกัสนายนี่มันเจ๋งจริงๆ เรารีบไปเก็บซากเ้ากระต่ายขาวเขาเดียวทั้งหมดกันดีกว่าเดี๋ยวมันจะเน่าซะก่อน ถ้าเน่าไปคงเสียดายแย่เลย” คูเน่พูดขึ้นมาอย่างอารมณ์ดี
หลังจากที่ทั้ง 3 คนไปช่วยกันเก็บซากของเ้ากระต่ายขาวเขาเดียวใส่ถังเก็บวัตถุดิบเรียบร้อยแล้วทั้งหมดที่กัสจัดการได้คือ 521 ตัว มากกว่าที่กัสบอกไปอีก 2ตัว
เมื่อจัดการเก็บซากทั้งหมดเรียบร้อยแล้วก็ได้เวลาเข้าเมืองเพราะใกล้เวลาค่ำแล้ว ถ้าเข้าเมืองช้า อาจจะเจอพวกมอนสเตอร์ตอนกลางคืนที่น่ากลัวเข้าก็ได้
ทั้ง 3 คน เมื่อกลับเข้ามาถึงในเมืองกัสก็เสนอว่ายังไม่ต้องกลับขึ้นไปที่โรงแรมแต่ให้เดินไปแถวบริเวณใต้ต้นไม้ใหญ่ภายในกำแพงเมืองกันก่อนเพื่อลองนำเนื้อกระต่ายขาวเขาเดียวมาลองทำเป็อาหารดู
แต่เนื่องจากวันนี้ไม่มีเครื่องปรุงอะไรเลยเพราะไม่ได้เตรียมตัวไว้ก่อน กัสจึงเสนอให้ลองนำมาย่างดูโดยที่กัสอาสาจะรับหน้าที่ย่างให้เอง
“เอาล่ะโฟคูเน่นายช่วยหาไม้มาก่อกองไฟให้ทีสิ แล้วก็ช่วยเอาเนื้อกระต่ายออกมาซัก 5ตัว เดี๋ยวฉันจะจัดการเอามาแล่กระดูกออกและเสียบไม้ย่างให้ส่วนฟาเกล ช่วยฉันหาเศษไม้มาใช้เสียบเนื้อกระต่ายให้ทีนะ”
กัสแจกแจงหน้าที่ให้กับทุกคนและเมื่อแบ่งหน้าที่กันเป็ที่เรียบร้อยทุกคนก็แยกย้ายกันไปจัดการตามที่ได้รับมอบหมายจนเวลาเกือบ1 ชั่วโมงผ่านไปก็ได้เวลาลงมือทานอาหารค่ำของวันนี้
“โอ้โหเฟกัสอร่อยกว่าแฮมเบอร์เกอร์มื้อกลางวัน 100 เท่าเลยขนาดยังไม่มีเครื่องปรุงนะเนี่ย นี่ถ้ามีเครื่องปรุงรสชาติมันจะอร่อยขนาดไหนนะ”เกลพูดชมกัสไป มือก็หยิบเนื้อกระต่ายย่างเข้าปากไปอย่างมีความสุข
“ฉันเห็นด้วยกับฟาเกล1,000 % เลย พรุ่งนี้เช้า ฉันจะเป็คนไปจัดการหาเครื่องปรุงมาไว้ใช้ปรุงอาหารเองเพื่อมื้อต่อไปที่แสนอร่อยยิ่งขึ้น”คูเน่พูดจบก็เอามือยัดเนื้อกระต่ายเข้าไปจนเต็มปาก
เมื่อการทานอาหารมื้อค่ำเสร็จสิ้นลงก็ได้เวลากลับขึ้นไปที่พักบนโรงแรมกันซักที
ในห้องพักของโรงแรม...
“คือว่า..คืนนี้พวกเราต้องนอนห้องเดียวกันใช่มั้ย”เกลพูดขึ้นมาด้วยท่าทีประหม่า
“เออใช่ฉันก็ลืมไป ไม่ได้เช่าห้องแยกกันของแต่ละคนมัวแต่ไปล่ามอนสเตอร์จนลืมซะสนิทเลยว่าเธอเป็ผู้หญิง เดี๋ยวฉันจะลองไปถามเ้าของโรงแรมดูนะว่ามีห้องว่างเหลืออยู่รึเปล่า” คูเน่บอกกับเกล และเตรียมลุกขึ้นเพื่อจะเดินลงไปถามเ้าของโรงแรม
“เดี๋ยวก่อนไม่ต้องก็ได้ คือว่า..คือว่า ฉันไม่กล้านอนคนเดียวอะ” เกลพูดอย่าง อายๆ
“ฉันก็ไม่ได้อยากนอนกับพวกนายหรอกนะแต่นี่มันไม่ใช่ที่บ้าน ฉันกลัว ไม่กล้านอนคนเดียวถ้าเกิดมีใครบุกเข้ามาจะทำยังไงล่ะ ไม่รู้ว่าโลกนี้จะมีผีอยู่รึเปล่า แล้วฉันจะนอนคนเดียวได้ยังไงล่ะ”เกล บอกเหตุผลที่ตัวเองไม่กล้านอนคนเดียว
“พวกนาย2 คน ไม่ได้คิดจะทำอะไรไม่ดีกับฉันใช่มั้ย”เกลพูดด้วยความใ เพราะความกลัวเริ่มเข้าครอบงำอีกแล้ว
“ไม่ๆใครจะบ้าไปทำอะไรแบบนั้นกันล่ะ” กัสรีบปฎิเสธเป็คนแรก พร้อมกับหน้าแดง
“ใช่ๆใครจะไปคิดทำอะไรแบบนั้น เธอเป็เพื่อนเรานะ แต่ถ้าเธอยังไม่สบายใจ ฉันไปถามเ้าของโรงแรมเื่ห้องว่างให้เธอก็ได้”คูเน่รีบปฏิเสธเช่นกัน และพยายามหาทางออกให้
“เออ..ไม่ไม่ต้องไปถามเ้าของโรงแรมหรอก ฉันเชื่อใจพวกนาย ขอโทษด้วยนะเมื่อกี้นี้นิสัยขี้กลัวของฉันมันกำเริบขึ้นมา เลยพูดอะไรแบบนั้นออกไป”เกลขอโทษทั้ง 2 คนพร้อมยอมรับผิด
“ไม่เป็ไรหรอกฉันเข้าใจเธอไม่ได้ผิดอะไรหรอก พวกเราก็เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นานเธอเองก็เป็ผู้หญิงด้วย เป็ธรรมดาที่จะต้องระแวงกันบ้าง” กัสบอกเกล เพื่อให้เกล รู้สึกสบายใจขึ้น
...