เวลาผ่านไปนิรณายังคงติดต่อกับพริมรตาบ่อยครั้ง เพราะรู้สึกว่าถูกชะตาและเธอก็น่ารักนิสัยดี ส่วนพริมรตาก็ประทับใจในความใจดีของนิรณาเช่นกัน และวันนี้หลังจากที่ทั้งสองไปทานข้าวกลางวันด้วยกัน ขณะที่นิรณาเดินมาส่งเธอที่หน้าตึก
“แล้วเจอกันนะจ๊ะหนูรตา”
นิรณาโบกมือให้เธอ พริมรตายกมือไหว้ก่อนส่งยิ้มสุภาพกลับ ระหว่างที่กำลังแยกกัน เสียงรถมอเตอร์ไซค์ขับผ่านมาเร่งเครื่องเสียงดัง ผู้ชายคนซ้อนมอเตอร์ไซค์หน้าตาโหดเดินลงรถมาหาพริมรตาและหยิบเอาขวดแก้วใสออกมาจากกระเป๋าเสื้อเขาเอง จากนั้นเขาเปิดฝาขวดแล้วทำท่าเหมือนจะสาดน้ำที่อยู่ในขวดนั้นใส่เธอ
“ระวัง!!”
นิรณาวิ่งมาผลักตัวเธอให้พ้นรัศมีน้ำที่ผู้ชายคนนั้นสาดมา น้ำกระเซ็นตกลงบนพื้น แต่ไม่มีฟองหรือควันพุ่งออกมา พริมรตาใมาก นึกว่าตัวเองนั้นถูกน้ำกรดสาดเสียแล้ว เมื่อหันไปดูนิรณาซึ่งกำลังล้มลงไปกองกับพื้นด้วย เธอจึงรีบไปประคองแขนนิรณาและเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง
“คุณป้าเป็ยังไงบ้างคะ” สีหน้าพริมรตานั้นซีดเผือดอย่างไก่ต้ม ตัวสั่นเล็กน้อย แต่ก็พยายามประคองนิรณาไว้
“ป้าไม่เป็ไร หนูเจ็บตรงไหนหรือเปล่า”
ยังไม่ทันที่พริมรตาจะได้ตอบ ผู้ชายคนนั้นก็พูดแทรกขึ้น
“ถ้าไม่อยากเจ็บตัวอย่าเป็เมียน้อยคนอื่น คราวหน้ารับรองว่าไม่ใช่แค่น้ำเปล่าแน่”
ผู้ชายคนนั้นพูดเสร็จก็ขับรถมอเตอร์ไซค์จากไป ทิ้งไว้แค่เพียงพริมรตาคนที่ถูกตราหน้าว่าเป็เมียน้อย ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนทั้งโรงพยาบาล โดยมีนิรณายืนข้างๆ มองหน้าพริมรตาด้วยความสงสาร พริมรตาจึงจำต้องเล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นให้นิรณาฟัง นิรณาแนะนำให้เธอแจ้งความ แต่พริมรตาปฏิเสธ เธอไม่อยากให้เป็เื่ราวใหญ่โต เหตุการณ์นี้ทำให้เพื่อนร่วมงานเธอเริ่มแบ่งพรรคแบ่งฝ่าย บางคนก็สงสารที่เธอถูกกระทำ แต่บางคนก็สะใจ เพราะเข้าใจว่าเธอเป็เมียน้อยจริงๆ เธอพยายามอดทนเพราะไม่อยากมีปัญหา ฝ่ายถนัดกิจเพื่อนรักเธอไม่พอใจมาก เพราะรู้ดีว่าเพื่อนไม่ได้เป็อย่างที่ถูกกล่าวหา
“คิงจะปล่อยหื้อมันยะจะอี้กับคิงบะได้หนา ตอนนี้มันเข้าเลิ้กเข้าเดิกไปติกๆ ละ คิงต้องยะหยังสักอย่าง แจ้งความเลยอิ”
“ฮาบะอยากมีเื่อ่ะ เดวเขาก็ตึงจะย้างยะจะอี้ละก้า”
พริมรตาพูดไปแบบนั้นแม้ในจะคิดไปอีกทาง
“เหอะ บ่อมีทาง คิงก็ฮู้ จงอางหวงไข่ ย่าหั้นขางผัวเหลือไผ ตราบใดที่ผัวมันยังโตยส่งข้าวส่งของ บืดช่อดอกไม้ บืดของขวัญนั่นนี่ นางตึงบ่อย้าง”
ถนัดกิจพูดแทนใจของเธอจนหมด พริมรตาได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ และถนัดกิจก็ถอนหายใจตาม ทั้งสองมองหน้ากันอย่างจนปัญญา
“คิงต้องเสาะแฟนละ”
ถนัดกิจพูดออกมาหลังจากนั่งนิ่งคิดสักพักใหญ่
“เห้ย จะบ้าก๋า ฮาจะไปเสาะตังใด”
พริมรตาส่ายหน้าทันที เธอจะหาแฟนได้จากไหน ในเมื่อทั้งชีวิตเธอเจอแต่แพทย์ พยาบาล พนักงานในรพ. ผู้ป่วยและญาติ เธอทำงานตัวเป็เกลียว แถมทุกครั้งที่ไปเที่ยวผับ เธอก็มีถนัดกิจตัวติดแจ และยังโดนแฟนเก่าตามหึงหวงตลอดแบบนี้
“สาตุ๊!!สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ได้โปรดดลบันดาลหื้ออี่นางน้อยต้นอ้อ พริมรตาคนนี้หลุดพ้นจากไอ่กวีวัชร์กับเมียมันโดยเร็วเตอะเ้า จ้วยเสาะหาป้อจายดีๆ มาเป็คนผ่อกอยอี่นางนี่กำเตอะเ้า แล้วลูกช้างจะยอมล่นรอบสนามเจ็ดร้อยปี๋ซาวรอบเลยเ้า”
ถนัดกิจยกมือไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วยภาษาเหนือ นั่นทำให้พริมรตาอดขำไม่ได้ ในเวลาที่เธอเจอเหตุการณ์แย่ๆ แบบนี้ เธอโชคดีที่มีเพื่อนอย่างเขา
ในวันต่อมา พริมรตายังคงต้องพบเจอกับเหตุการณ์ร้ายๆ อย่างไม่มีหยุดหย่อน ทั้งโดนติดประกาศไปทั่วโรงพยาบาลว่าเธอหน้าด้านแย่งสามีคนอื่น โดนพ่นสีรถว่าสารเลว แม้จะพยายามอดทนไม่ตอบโต้ เพราะคิดว่าถ้าตนนิ่งไว้เื่ทุกอย่างจะเงียบไปเอง จนกระทั่งวันหนึ่ง มีญาติผู้ป่วยเดินเข้ามาตบหน้าเธอในขณะที่เธอกำลังให้การพยาบาลคนไข้
“คุณตบฉันทำไมคะ”
เธอถามผู้หญิงคนนั้นด้วยความสงสัย เพราะไม่เคยรู้จักผู้หญิงคนนี้มาก่อน บรรยากาศ ณ ตอนนั้น มีทั้งเ้าหน้าที่ คนไข้ และญาติหลายคนให้ต่างวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนัก
“เธออ่อยสามีของฉัน” ผู้หญิงคนนั้นชี้หน้าและะโเสียงดัง พริมรตาส่ายหน้าปฏิเสธแต่ยังไม่ทันได้ตอบผู้หญิงคนนั้นก็ะโออกมาอีกครั้ง
“เป็ถึงพยาบาล แต่ทำตัวเหมือน...”
เธอทิ้งช่องว่างในประโยคสุดท้าย คนที่เห็นเหตุการณ์ต่างพากันเซ็งแซ่เสียงดัง พริมรตาหน้าแดง เธอทั้งอับอายและเจ็บตรงแก้มที่โดนตบ
“คุณเข้าใจผิดแล้วค่ะ คุณผู้ชายคนนี้้าให้ดิฉันตรวจดูแผลให้ ดิฉันก็แค่เปิดแผล”
เธอพยายามอธิบายแต่ผู้หญิงคนนั้นไม่ฟังและยังะโเสียงดัง
“อย่ามาแก้ตัว ฉัน้าพบผู้อำนวยการโรงพยาบาล เื่นี้ปล่อยไปไม่ได้”
ผู้หญิงคนนั้นดึงแขนสามีลุกขึ้นจากรถเข็นและเดินไปสอบถามที่โต๊ะประชาสัมพันธ์ทันที พริมรตารู้ทันทีว่าเป็ฝีมือของอริสา ภรรยาของกวีวัชร์ เธอจะไม่ยอมตกเป็จำเลยในข้อหาที่เธอไม่ได้ทำอีกต่อไป ถนัดกิจรีบวิ่งมาหาทันทีที่ทราบข่าว จึงได้พาเธอออกไปจากตรงนั้น พริมรตาต้องเดินฝ่าฝูงชนนับร้อยที่จ้องมองมาที่เธอราวกับเธอเป็ฆาตกร และเพื่อนร่วมงานที่เหลือต่างพากันพูดวิจารณ์การกระทำของเธอไปต่างๆ นาๆ ถนัดกิจพาเธอมานั่งที่โซฟาในห้องพักพยาบาล
“แก ใจเย็นๆ นะ ฉันเสียใจที่ฉันไม่ได้อยู่กับแกเมื่อกี๊”
พริมรตาส่ายหน้าแม้จะพยายามกลั้นน้ำตา แต่เธอไม่สามารถทำได้อีกต่อไป จิตใจที่เข้มแข็งของเธอตอนนี้มันอ่อนแอลง
“ฉันไม่ได้ทำอย่างที่ผู้หญิงคนนั้นพูด เขาใส่ร้ายฉัน” เธอพูดพลางเช็ดน้ำตา เธออับอายกับสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ก่อ
“ฉันรู้ แล้วทำไมผู้หญิงคนนั้นถึงพูดออกมาแบบนั้น แถมยังพูดเสียงดังด้วย เหมือนอยากให้คนอื่นรู้ หรือว่าเป็ฝีมือของเมียไอ้กวีวัชร์ มันจงใจแกล้งให้คนอื่นมองแกเป็คนไม่ดี ฉันจะไปเอาเื่มัน”
ถนัดกิจลุกขึ้น พริมรตารีบฉุดแขนเพื่อนรักไว้ด้วยความยากลำบาก เธอไม่อยากให้เพื่อนต้องมาเดือดร้อนแทนเธอ สักพักเสียงเคาะประตูดังขึ้น
“ต้นอ้อ พี่เข้าไปได้ไหม”
เสียงพี่อ้อย หัวหน้าแผนกเธอเอ่ยถามขึ้นหลังเคาะประตู พริมรตารีบเช็ดน้ำตา และพยักหน้าให้ถนัดกิจเดินไปเปิดล็อกประตู
“ผู้อำนวยการเรียกให้ต้นอ้อไปพบน่ะ”
แล้วสิ่งที่เธอกลัวก็เกิดขึ้น เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เธอเพิ่งเข้าไปพบผู้อำนวยการโรงพยาบาลในฐานะผู้สร้างชื่อเสียงแก่โรงพยาบาล แต่วันนี้ตรงข้ามทุกอย่าง เธอมองหน้าเพื่อนรักด้วยเพราะสมองตอนนี้คิดแต่จะถูกไล่ออก ถนัดกิจบีบมือให้กำลังใจและพยักหน้าให้เพื่อนกลับเพื่อส่งกำลังใจ ระหว่างที่เขาเดินไปส่งเธอไปยังห้องผู้อำนวยการ เสียงหัวใจเริ่มเต้นแรงและถี่มากขึ้น ไม่ต่างจากครั้งที่แล้วแต่เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้คงต่างกันราวฟ้ากับเหว เธอยังไม่ได้ทันได้เคาะประตู ประตูก็เปิดออกมาเผยให้เห็นหน้าของผู้หญิงคนหนึ่ง รูปร่างอรชร ปากแดงนั้นแสยะยิ้มให้อย่างน่ารังเกียจ พริมรตาไม่อาจยิ้มคืนให้ได้
“คุณอริสา”
พริมรตาเอ่ยชื่อเธอออกมาเบาๆ อริสาไม่สนใจที่พริมรตาเรียกชื่อเธอแม้แต่น้อย หญิงสาวพอจะเดาชะตาชีวิตของตัวเองได้ และก็ไม่ผิดจากสิ่งที่เธอคาดไว้ ผู้อำนวยการต่อว่าเธออย่างหนัก เพราะนั่นทำให้ชื่อเสียงโรงพยาบาลเสื่อมเสียไปด้วย อีกทั้งยังถูกคาดโทษว่าหากยังจัดการปัญหานี้ไม่ได้ เขาคงต้องไล่เธอออก เื่นี้ทำให้เธอเครียดหนัก แต่เธอก็ไม่สามารถทำอะไรได้เมื่อคนที่สร้างเื่ทั้งหมดมีอิทธิพลและอำนาจเงิน และยิ่งไปกว่านั้นเธอรู้มาว่าอำนาจนั้นมีอิทธิพลเหนือผู้อำนวยการเธอเสียแล้ว