นางรีบลุกขึ้นแล้วเอ่ยถาม “ตอนนี้ท่านพี่อยู่ที่ไหน”
ฮั่วเหมยจึงก้มหน้าตอบ “เรียนไท่ไท่ เมื่อครู่พอนายท่านเดินเข้าประตูสองก็ถูกไท่ไท่ผู้เฒ่าฉินเรียกไปหา อีกสักพักคงกลับมาเ้าค่ะ”
ฟางซื่อพยักหน้าแล้วหันไปจูงฉินหนิงจือ “เราไปรอรับพ่อของเ้าที่ประตูสองกันเถอะนะ นานๆ ทีท่านจะกลับมา”
น้ำเสียงของนางออกไปทางขอความเห็นและวอนขอ เพราะฉินหนิงจือไม่ค่อยสนิทกับบิดา หรือพูดได้ว่าไม่ชอบก็ย่อมได้
ฉินหยินงานยุ่งมาก มักไม่กลับบ้านเป็ครึ่งเดือน ั้แ่ฉินหนิงจือจำความได้ก็ไม่ค่อยได้พบหน้าบิดาสักเท่าไร สิ่งที่นางจำได้เกี่ยวกับบิดาคือ เขาซื้อถังหูลู่42 ให้นาง แล้วให้นางนั่งบ่าเขาขณะเที่ยวชมงานเทศกาลโคมไฟแสนสวย ทำหุ่นไม้ให้นางไว้ฝึกป้องกันตัว
เมื่อตำแหน่งของท่านพ่อสูงขึ้น ท่านก็ยุ่งมากขึ้น ฉินหนิงจือจึงไม่ได้เข้าใกล้บิดาอีก
นางมักจะเห็นท่านลุงใหญ่ช่วยฉินอวี้จือตรวจตำราทุกวันที่บ้านใหญ่ ฉินซิ่วจือที่ถูกอะไรมานิดหน่อย ท่านอาสามก็มักเป็ห่วงเป็ใย ฉินหนิงจือคิดว่าพวกนางช่างสำออยนัก
นางไม่คิดจะสนิทกับบิดา ขอเพียงแค่บิดามีตำแหน่งสูง นางก็จะสามารถทำทุกอย่างที่นางอยากทำได้ตามอำเภอใจ
ดังนั้นทุกครั้งที่บิดากลับมาจวนนางจึงไม่ค่อยไปหาเขา แต่ต่อให้นางไม่มีมารยาทกับเขาแค่ไหน อย่างไรเสียบิดาก็ให้อภัยนางโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ นางก่อเื่ใหญ่แค่ไหน ในสายตาท่านพ่อก็เป็แค่เื่เด็กๆ เล่นกันเพียงเท่านั้น
บิดาเช่นนี้ถูกใจนางยิ่งนัก ไม่จำเป็ต้องมีความรู้สึกลึกซึ้งใดๆ
จวบจนวินาทีที่บิดาเสียชีวิต ความเ็ปและผิดหวังประดังถาโถมเข้าหานาง นางถึงได้รู้ว่าที่แท้นางใส่ใจบิดามาก เพียงแต่กลัวว่าตัวเองจะผิดหวังและเสียใจ ถึงได้ก่อกำแพงน้ำแข็งขึ้นกั้นระหว่างนางกับเขา คิดเพียงว่าให้เป็เช่นนี้ต่อไป ในภายหน้าแม้จะไม่ค่อยพบเจอบิดาก็จะไม่ส่งผลต่อนางเท่าไรนัก
ฉินหนิงจือนึกถึงท่าทางลอบปวดใจของบิดาเวลากลับจวนแล้วอยากมาเล่นกับนาง แต่นางกลับเอาแต่หาข้ออ้างหลบหลีก หัวใจพลันเจ็บแปลบ
อยู่ข้างนอกบิดาเป็คนที่องอาจกล้าหาญ แต่เวลาอยู่ต่อหน้านางกลับมีท่าทีออดอ้อนเอาอกเอาใจ แต่นางมักคิดสิ่งเ่าั้เป็สิ่งที่สมควรแล้ว คิดเพียงว่าเพราะบิดานั้นติดหนี้นาง
มิน่าล่ะ ในภพก่อนเหวินเกอร์ถึงได้บอกว่านางอาศัยความรักจากบิดาและมารดามาทำตัวกำเริบเสิบสานรังแกคนอื่น และรังแกตนเอง
รังแกคนอื่น และยังรังแกตนเองด้วยจริงๆ
“เ้าค่ะ” ฉินหนิงจือหลุบตาลงปิดบังความเ็ป เอ่ยรับเสียงเบา
ฟางซื่อตะลึง เอ่ยด้วยน้ำเสียงดีใจ “อ้า! ดีๆๆ” นางกลัวว่าฉินหนิงจือจะปฏิเสธ ที่ผ่านมานางขอให้ฉินหนิงจือไปหาบิดา อีกฝ่ายมักไม่ยอม ทำเอาบิดาทำหน้าลำบากใจ นางเองก็หนักใจ
ไม่ใช่นางไม่รู้ว่าลูกสาวน้อยใจ เพราะฉินหยินไม่ได้มีนิสัยตามดูแลลูกทุกกระเบียดนิ้วเหมือนพี่และน้องชาย
สามีของนางงานยุ่ง มักจะละเลยลูกทั้งสอง เื่ที่หนิงจือตกน้ำตกจนป่วยครานี้ สามีของนางก็ไม่ได้กลับมาดูแลแต่อย่างใด
เหวินเกอร์ยังเด็ก คิดเพียงว่าบิดาอาจหาญชาญชัย ชื่นชมบิดาอย่างสุดใจ แต่หนิงจือโตแล้ว จึงน้อยอกน้อยใจบ้างเป็ธรรมดา นางเองก็ไม่กล้าตำหนิลูกมากเกินไป แต่ในใจนั้นยังหวังว่าความสัมพันธ์ของพ่อลูกคู่นี้จะดีขึ้น และไม่ร้ายแรงถึงขั้นเ็าต่อกันราวกับคนแปลกหน้า
เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าฟางซื่อ ฉินหนิงจือก็เจ็บแปลบในใจ
แม่ลูกเปลี่ยนชุดแล้วเดินออกประตูไป จากนั้นก็ไปลากเหวินเกอร์ที่วิ่งยิงตั้นกงไปทั่วบริเวณให้ออกมาจากม่อเซียงจวี
“ท่านพ่อกลับมาแล้ว พวกเราไปหาท่านกัน” ฉินหนิงจือเอ่ยกับเหวินเกอร์ที่หน้าตาบึ้งตึง พยายามสะบัดมือของนางออกอย่างไม่อยากไป
ทว่าเมื่อได้ยินที่นางเอ่ย เหวินเกอร์ก็ตาลุกวาว หยุดอาละวาดไปทันที “ท่านพ่อกลับมาแล้วหรือ!”
เหวินเกอร์ชื่นชมบิดาเป็ที่สุด เขารู้สึกว่าบิดาเป็คนเก่งที่สุดในโลก บิดาขี่ม้าเป็ ยิงธนูเป็ ะโข้ามกำแพงได้ ยกคนห้าคนได้ด้วยมือเดียว นี่คือเทพเซียนชัดๆ! เขาเลื่อมใสบิดาเป็ที่สุด!
เหวินเกอร์ตาลุกวาว ใบหน้าน้อยๆ ดีใจจนหน้าแดง จับมือฉินหนิงจือไว้แน่น “รีบไป! รีบไปเถอะ คราก่อนท่านพ่อสัญญากับข้าว่าจะซื้อม้าน้อยให้ข้า!”
เด็กเยี่ยงเขาเดินไปอย่างเร็ว จนฉินหนิงจือแทบเดินตามไม่ทัน
ฟางซื่อขมวดคิ้วใส่ “เมื่อครู่วิ่งยิงตั้นกงในสวน ไม่อ่านตำรา ตอนนี้จะเรียนขี่ม้า หากท่านย่าของเ้ารู้เข้าต้องไม่พอใจมากแน่”
ใบหน้าน้อยๆ ของเหวินเกอร์สลดลงทันที เขาเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าท่านย่าไม่ชอบให้เรียนต่อสู้ นางอยากให้เขาสอบเป็บัณฑิต นำชื่อเสียงมาให้แก่ตระกูลฉิน แต่เขาไม่ชอบอ่านหนังสือเลยแม้แต่น้อย เหวินเกอร์หน้าย่นเป็เปาจื่อ43 ขณะที่ชะลอฝีเท้าลง
เขาไม่ใช่ฉินหนิงจือ ไม่กล้าขัดคำสั่งไท่ไท่ผู้เฒ่าฉินให้นางผิดหวังและเกลียดชังเขา
ฉินหนิงจือมองเหวินเกอร์ที่หน้าสลดลงแล้วก็นึกถึงตัวเขาในภพก่อนที่กดดันตัวเองจนไม่เป็สุข โทษดินโทษฟ้าและใช้ชีวิตไร้สาระไปวันๆ ไม่มีท่วงท่าของเด็กวัยสิบห้าที่ควรมีเลยแม้แต่น้อย
ในปีนั้นนางกังวลเื่สอบจอหงวนของเหวินเกอร์ กู้จิ่งหยวนเคยเอ่ยอย่างเ็าไว้ว่า
“น้องชายของเ้าไม่เหมาะจะเรียนหนังสือ เ้าให้เขาไปอีกเส้นทางดีกว่า”
ต่อมานางก็ใช้เงินในการเล่นเส้นเล่นสาย แล้วกู้จิ่งหยวนก็ไม่แม้แต่จะเอ่ยอะไรกับนางอีก...ภพก่อนนางคิดว่าเขาไร้ความรู้สึก ตอนนี้คิดดูแล้ว บางทีสิ่งที่เขาพูดอาจจริงตามนั้นก็ได้
เหวินเกอร์ไม่เหมาะกับการเรียน เขาเองก็ไม่ชอบเรียนหนังสือด้วย
“ทำไมเหวินเกอร์ต้องเรียนหนังสือด้วย ท่านพ่อก็ไม่ได้เรียนหนังสือนี่เ้าคะ ท่านยังเก่งได้อย่างไม่น้อยหน้าใคร!” ฉินหนิงจือเอ่ยด้วยน้ำเสียงดื้อรั้น
เหวินเกอร์รู้สึกว่านี่เป็ครั้งแรกที่พี่สาวพูดเข้าหูตน ทว่าฟางซื่อที่ได้ยินกลับคิ้วย่น
“อย่าพูดแบบนั้นนะ เดี๋ยวใครเขามาได้ยินเข้า”
ไท่ไท่ผู้เฒ่าฉินไม่ชอบบ้านรอง ไม่ชอบใจในนิสัยดื้อรั้นของฉินหนิงจือ หากนางยุเหวินเกอร์ให้เรียนวิชาป้องกันตนอีกละก็...เกรงว่าไท่ไท่ผู้เฒ่าฉินคงโกรธจนแทบลงจากเตียงไม่ทัน
ขนาดสามีของนางยังไม่กล้าเอ่ยปากขอไท่ไท่ผู้เฒ่าฉินให้เหวินเกอร์ได้เรียนการป้องกันตัวเลย ด้วยกลัวจะทำให้นางโมโห ด่าว่าอกตัญญู
เหวินเกอร์เป็ลูกชายคนเล็กของท่านพี่ หากก่อเื่อกตัญญูเพราะบิดา ต่อให้เรียนวิชาป้องกันตัวได้จริง แล้วจะมีประโยชน์อันใดเล่า
ฟางซื่อมองอย่างทะลุ ไม่ยอมให้สองพี่น้องก่อเื่ได้เป็อันขาด
เหวินเกอร์ทำคอย่นไม่พูดไม่จา ฉินหนิงจือเองก็ไม่เอ่ยอันใด ได้แต่จูงมือเขาพลางคิดในใจว่าจะไม่ยอมให้เหวินเกอร์มีสภาพหดหู่ไม่มั่นใจเช่นในภพอดีตอย่างเด็ดขาด
หากทำตามใจท่านย่า นี่ไม่ยุติธรรมต่อเหวินเกอร์ ต่อจวนตระกูลฉิน และไม่ใช่เื่ดีแต่อย่างใด
ตอนนั้นที่ท่านพ่อตายก็เพราะว่าจวนตระกูลฉินไม่มีใครเก่งด้านการต่อสู้เลยสักคน ดังนั้นตรวจสอบไปก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าเหวินเกอร์เป็เหมือนท่านพ่อ ไม่แน่...
ฉินหนิงจือคิดในใจขณะที่เดินมาถึงประตูสองแล้ว
รออยู่ครู่หนึ่งก็เห็นร่างใหญ่ก้าวเดินมาแต่ไกล
“ท่านพ่อ!” เหวินเกอร์สายตาดี สะบัดมือออกจากมือของฉินหนิงจือแล้วรีบวิ่งไปหาบิดาทันที
ฉินหนิงจือที่ยังอึ้งอยู่มองไปยังเบื้องหน้า เห็นชายตรงนั้นก้มลงอุ้มเหวินเกอร์แล้วเอ่ยด้วยเสียงที่ดังอย่างดีใจ
“เหวินเกอร์! คิดถึงพ่อบ้างไหม”
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/e8c39af2eb995c5d8c97da730cbb055e
42 ผลไม้เคลือบน้ำตาล
43 ซาลาเปา