“ปล่อยค่ะ คุณชานนท์คุณกำลังเข้าใจผิด....” ปากบางถูกเขาปิดด้วยริมฝีปากหนาอย่างช่ำชอง คนตัวใหญ่ปลดเสื้อตัวเล็กจนสำเร็จ เขาหยิบขว้างออกไปให้ไกลที่สุด รู้สึกประหลาดใจอยู่บ้างที่สรีระของวิภาเปลี่ยนไป การต่อต้านมีมากขึ้น จนเหมือนไม่พร้อมมอบกายให้เขาดังที่ผ่านมา แต่ด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ทำให้ความ้าของชายหนุ่มปิดกั้นความจริงทั้งหมด ศีรษะเลื่อนต่ำซุกไซร้ตามซอกคอและปล่อยอารมณ์ทั้งหมดไปตามคำสั่งของร่างกาย แม้เสียงร้องของหญิงสาวคัดค้านก็มักถูกปิดด้วยริมฝีปากของเขาเสมอ
หลังจากเสร็จสรรพกายหนาดึงร่างบางเข้าไปสวมกอดเช่นที่เคยทำ ทว่าเวลานี้ความรู้สึกที่มีกลับอบอุ่นแปลกประหลาดอย่างถึงที่สุด ภายใต้ความมืดมิดชายหนุ่มก้มหอมไปที่ศีรษะเธอหนึ่งครั้ง
“วิภา วันนี้มันพิเศษอย่างมาก ขอบคุณนะครับคนดี” หนูนาหลับตาพร้อมปล่อยน้ำตาออกมา ไม่มีอะไรน่าเสียใจเท่ากับเขาเข้าใจผิดว่าเธอคือวิภา หญิงสาวที่ชานนท์รักมากที่สุด มือบางกำผ้าห่มหนาแน่นแล้วปล่อยให้ชายหนุ่มโอบกอดตามใจปรารถนา
แสงสีส้มอ่อนจากท้องฟ้าทอแสงรอดเข้ามาในห้องพัก ที่ทั้งสองนอนทอดกายโอบกอดกันในท่าที่ค้างอยู่เมื่อคืน มือหนาควานหามือถือ หลังจากมันส่งเสียงระงม ขัดขวางการนอนมาพักใหญ่
“ตื่นหรือยังคะ” เสียงของวิภารอดเข้ามาในหู สะกิดให้ชายหนุ่มเบิกตาโพลงตั้งสติ
“คุณชานนท์ได้ยินวิภาไหมคะ” ชายหนุ่มหันมองร่างเล็กที่เขาโอบกอดมาทั้งคืน ก่อนเลื่อนมองดูห้องพักช้าๆ สติทุกอย่างค่อยๆ กลับมาจนครบ ภาพความสุขจากเมื่อคืนไม่ได้เกิดจากวิภา หากแต่เขาได้ล่วงเกินภรรยาตัวเองแล้วต่างหาก
“หนูนา” ชายหนุ่มรำพึงพลางกดวางสายไป ดวงตารู้สึกผิดส่อระส่ำตรงมายังร่างเล็กที่นอนขดกายอยู่ภายใต้แผงอกหนา หลังจากสติทุกอย่างกลับมาครบสมบูรณ์ เขาขยับตัวออกพลางวาดมือไปจับที่หน้าผาก
“หนูนา” ชานนท์เขย่าตัวเธอเบาๆ ทว่าร่างเล็กไม่ตอบสนอง ยังคงขดกายอยู่เช่นเดิม ชานนท์มองร่างนั้นไม่ไหวติง ขนตางอนยาวได้รูป เรียวปากสวยรับกับจมูก มือหนาค่อยๆ ลูบไปที่ไรผมช้าๆ แล้วชักมือกลับอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นว่าเธอค่อยๆ ลืมตาตื่น
“ผม...ผม” เขาพูดพร้อมกับมองดวงตาหวานคู่นั้น ไม่ว่าจะพูดคำไหน อาจดูเป็คำแก้ตัว ก่อนรอยยิ้มของหญิงสาวจะเบ่งบานออกมา
“ดูเหมือนเมื่อคืนคุณจะเมามาก เลยคิดว่าฉันเป็คุณวิภา”
"ผมขอโทษ ผมไม่ตั้งใจ” หญิงสาวรู้สึกหน้าชาอย่างบอกไม่ถูก คำพูดของเขาย้ำความจริงที่ว่า คนที่ชายหนุ่มรักนั้นไม่ใช่เธอ หากแต่เป็ดาราสาวที่แอบครบกันมาหลายเดือน
“มันก็แค่ความผิดพลาดจากความเมาเท่านั้น ฉันเข้าใจดีค่ะ” หนูนาขยับกายลุกจากเตียงแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป มือบางเปิดน้ำจนสุด กายบางค่อยๆ ทิ้งน้ำหนักลงช้าๆ ปล่อยน้ำตาไหลรินออกมา เธอรู้สึกดีกับเขาหรือเพราะอะไรกันแน่ทำไมถึงไม่มีความโกรธ มีแต่ความน้อยใจที่เป็ได้เพียงภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย หาใช่หญิงที่ครองใจของเขา ร่างหนานั่งตะลึงกับเื่ราวที่เกิดขึ้น เขายกมือขึ้นกุมศีรษะ ดวงตาคมกลอกกลิ้งไปมากับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ก่อนจะเหลือบไปเห็นคราบสีแดงติดอยู่ยังผ้าปูสีอ่อนนั้น ยิ่งทำให้หัวใจของคนหนุ่มรู้สึกผิดมากกว่าเดิมร้อยเท่า เป็ไปไม่ได้ที่หนูนาจะไม่รู้สึกอะไรตามที่ปากเธอบอก
“หนูนา” ชานนท์จำใจเดินไปเคาะประตูเรียก
“คะ อีกนิดก็เสร็จแล้วค่ะ” หนูนาปาดน้ำตาแล้วข่มเสียงให้เป็ปกติ หลังจากเขาไม่โต้ตอบจึงปล่อยน้ำตาแห่งความน้อยใจไหลออกอีกครั้งดังเดิม ชานนท์เดินวนอยู่ในห้องไม่เป็สุข ความว้าวุ่นเกิดขึ้นภายในใจทั้งรู้สึกผิด ทั้งรู้สึกสงสารหญิงสาวจับหัวใจ
“หนูนา” ชานนท์หันไปเคาะเรียกหญิงสาวเป็ครั้งที่สอง ก่อนประตูจะเปิดออก พบใบหน้าของหญิงสาวแดงก่ำ เพราะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก ทว่ารอยยิ้มหวานยังคงมีอยู่บนใบหน้า ชานนท์รู้สึกเหมือนมีอะไรหนักๆ มาทับที่หัวใจ มือหนารั้งร่างบางเข้ามาสวมกอด หัวใจหนักแน่นของชายหนุ่มในเวลานี้เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกผิดอย่างถึงที่สุด เขาจุกจนไม่รู้ว่าควรกล่าวคำใดออกมา
“ผมขอโทษ ผมขอโทษ” ชานนท์พูดซ้ำๆ หลังจากโอบกอดหญิงสาวได้สักระยะ หนูนาปล่อยยิ้มออกมาเพราะรู้ว่าเขาไม่ได้ตั้งใจล่วงเกินเธอจริง
“ฉันบอกแล้วไงคะ ว่ามันเกิดจากความผิดพลาด ฉันเข้าใจ ปล่อยได้แล้วค่ะเดี๋ยวคุณจะติดหวัดเอาได้” หญิงสาวรั้งตัวออกแล้วเดินไปกินยาลดไข้ทันที ชานนท์เข้าไปห้ามไม่ทัน เพราะเธอยกน้ำดื่มตามไปแล้วอย่างรวดเร็ว
“ทานยาแบบนั้นได้ที่ไหน”
“คะ” หนูนาทำหน้าไม่เข้าใจ
“คุณต้องทานอาหารก่อน ยาแก้ปวดต้องทานหลังอาหารเท่านั้น” หญิงสาวปล่อยยิ้มแล้วหันไปเลือกชุด
“ฉันทานแบบนี้บ่อยค่ะ ไม่เป็ไรหรอก” ชานนท์ยืนมองหญิงสาว เขาไม่สามารถเดาใจหญิงสาวตรงหน้าได้ ว่าเธอคิดอะไรอยู่ เ็ป เสียใจ หรือเฉยชา รอยยิ้มที่มีในเวลานี้เป็รอยยิ้มแบบไหนกันนะเขาเองไม่เข้าใจ หลังจากเสียงปิดประตูห้องน้ำสงบลง หนูนาหันมองด้วยสีหน้าเศร้า ไม่มีใครในโลกไม่เสียใจ ที่สามีตัวเองมีคนอื่นอยู่เต็มหัวใจ ร่อยรอยที่เขาประทับไว้นั้น เกิดจากความผิดพลาดที่คิดว่าเธอคือหญิงอื่น หาใช่ความรักอย่างที่ควรจะเป็
ชานนท์เปิดน้ำแล้วทบทวนความรู้สึกหวั่นไหวของตัวเอง เขาไม่เคยรู้สึกลึกซึ้งกับผู้หญิงคนไหน ได้เท่ากับหนูนาภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย และมั่นใจว่า ไม่มีวันเกิดขึ้นกับใครบนโลก ทว่าความรู้สึกร้อนรนแบบนี้ไม่แน่ว่าจะเป็เพียงแค่ความรู้สึกผิดเท่านั้น สองมือหนาคว้าสบู่เข้ามาลูบไล้ถูกาย ไปพร้อมกับคำถามมากมายที่สุมอยู่ในสมอง หลังจากอาบน้ำเสร็จ รอยยิ้มอ่อนเผยออกมาเมื่อสายตาพาดไปเห็นเสื้อผ้าที่หนูนาเตรียมไว้ให้ พับรออยู่บนเตียงอย่างเรียบร้อย ร่างหนาเดินมาหยุดมอง แล้วหยิบชุดนั้นขึ้นมาสวมใส่ โดยไม่มีท่าทีว่าเปลี่ยนใจเป็ชุดอื่น
“คุณหนูนาล่ะ” เขาเดินลงมาแล้วมองหาภรรยาแต่กลับไม่พบ จึงหันไปถามพนักงานชายที่คอยดูแล
“คุณหนูนานั่งรออยู่ทางด้านนั้นครับ” พนักงานชายผายมือไปทางด้านซ้ายของตึก สองเท้าของชานนท์เดินมาหยุดอยู่ด้านหลัง ก่อนจะก้าวเข้าไปหาพบว่าหญิงสาวกำลังหลับตาพริ้มอยู่ มือหนาวาดไปจับเพื่อวัดอุณหภูมิ ปรากฏว่าอยู่ในระดับปกติ ไม่มีอะไรน่าเป็ห่วง จึงถือวิสาสะทบทวนโครงหน้าของเธออย่างละเอียด ก่อนรอยยิ้มของคนหนุ่มจะค่อยๆ ปรากฏ