3
แผนการชั่วร้ายของฉินซิ่นซื่อ
ห้าวันผ่านไป
“ให้เ้า...” เชลยสาวคนหนึ่งพูดพลางอาศัยจังหวะที่ทหารเผลอยัดก้อนข้าวเล็กๆที่แอบเก็บไว้ใส่มืออีกฝ่ายพลางน้ำตาคลอออกมาด้วยความสงสารหลังจากที่ทำงานร่วมกันมาหลายวันแล้วเห็นสตรีผู้นี้ไม่ยอมกินอะไรเลย
นางไม่เข้าใจว่าเหตุใดสตรีที่ดูบอบบางถึงถูกให้มาทำงานเช่นนี้ แถมสภาพอาหารที่ได้รับช่างแตกต่างกับพวกตนยิ่งในที่สุดจึงอดรนทนไม่ได้แอบแบ่งอาหารให้
“ของข้าด้วยพอดีข้ากินไม่เยอะ” เชลยหนุ่มอีกคนเอ่ยแล้วยัดส่วนของเขาใส่มืออีกข้างของซู่ซู่พลางปรายตามองไปยังฝ่ามือของนางที่เต็มไปด้วยาแอย่างเวทนา
ตัวเขาแค่ถูกจับมาทำงานก่อกำแพงก็เหนื่อยจนสายตัวแทบขาดแล้วแต่เห็นสตรีผู้นี้ทั้งโดนลากไปตักน้ำ แล้วยังต้องไปทำนั่นทำนี่เพียงลำพังอีกทำให้นึกเห็นใจไม่น้อยทั้งนับถือที่นางสามารถทำทุกอย่างได้โดยไม่ปริปากบ่นหรือแสดงอาการกระฟัดกระเฟียดใดๆออกมา
“ขอบใจมาก” ซู่ซู่ยิ้มพร้อมกับตอบด้วยน้ำเสียงแ่เบาพลางรับมากินอย่างหิวโหยใบหน้าหวานตอนนี้ซูบผอมลงอย่างมากจากการทำงานหนักและไม่ยอมกินเศษอาหารที่ชินอ๋องหน้าโง่ทรงพระกรุณาประทานมาให้
ั้แ่บุรุษงี่เง่าผู้นั้นสั่งตัดและเผาต้นกระบองเพชรทิ้งนางก็ไม่รู้จะไปหาของกินที่ไหน
เนื้อกระบองเพชรที่ซุกไว้ในเสื้อบางๆก็แบ่งกินจนหมดแล้ว
อย่างน้อยก็ยังดีที่ยังมีน้ำให้กินอยู่ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่น้ำที่ไปตักมาใส่ถังรวม แต่เดินไปกินเองที่แอ่งน้ำกลางทะเลทราย...เื่อะไรนางจะต้องยอมไปก้มหัวขอน้ำจากบุรุษน่าตายผู้นั้นเล่า
ถึงแม้ว่านางจะเป็คนไปตักพวกมันมาใส่ในถังรวมก็ตาม!
จะว่าไปรู้สึกว่าหลายวันมานี้ทหารของชินอ๋องนั้นดูไม่ค่อยจะเข้มงวดกับนางสักเท่าไร...
หรือว่าจะมีแผนการใดซ่อนอยู่!?
กระนั้นงานต่างๆซู่ซู่ยังต้องทำเหมือนเดิม
ส่วนไอ้กำแพงนี่จะอะไรนักหนาก็ไม่รู้กะจะก่อให้ยาวเท่าฉางเฉิง[1]เลยหรือ!?
“เอาของข้าไปด้วยสิ” เชลยสาวอีกคนที่อยู่ใกล้ๆพูดพลางหยิบยื่นน้ำใจให้นางบ้าง
ทว่าก็มีทหารนายหนึ่งเหลือบมาเห็นซึ่งผลที่ได้รับก็คือ...
เพียะ!เพียะ! เพียะ! เพียะ! เพียะ! เพียะ!
เชลยทั้งสามคนที่แบ่งอาหารให้ซู่ซู่ถูกจับไปโบยที่ลานกว้างหน้าตำหนักโดยมีชินอ๋องยืนคุมการลงโทษด้วยรอยยิ้มผิดกับเ้าของชื่อที่โดนจับคุกเข่าให้นั่งมองภาพตรงหน้าพร้อมกับน้ำตาที่คลอเบ้าอย่างรู้สึกผิด เพราะนางเป็ต้นเหตุให้ทุกคนถูกโบย
เพราะข้าแท้ๆพวกเขาถึงต้องโดนเช่นนี้
เพียะ!เพียะ! เพียะ! เพียะ! เพียะ! เพียะ!
เพียะ!เพียะ! เพียะ! เพียะ! เพียะ! เพียะ!
“ข้าผิดไปแล้วขอรับ! ขอท่านแม่ทัพเมตตาด้วย”
“ข้าผิดไปแล้วเ้าค่ะ! ขอท่านแม่ทัพ...วะ...ไว้ชีวิตด้วย”
“ต่อไปข้าไม่กล้าแล้วเ้าค่ะ!! ฮึก...ได้โปรด...”
ทั้งสามคนส่งเสียงร้องขอชีวิตขณะที่แผลบนหลังเริ่มมีโลหิตสีแดงซึมออกมาก่อนที่จะแปรเปลี่ยนไปเป็เสียงร้องครวญครางที่เปล่งออกมาอย่างไม่เป็ภาษาด้วยความเ็ป
เพียะ!เพียะ! เพียะ! เพียะ! เพียะ! เพียะ!
กระนั้นฉินซิ่นซื่อก็ยังสั่งให้ทหารโบยต่อไป
“โบยเข้าไปอีก!! โทษฐานที่บังอาจยุ่งไม่เข้าเื่!!”
“ขอรับ!!!” เหล่าทหารรับคำอย่างแข็งขันด้วยเป็ที่รู้กันมาแต่ไหนแต่ไรแล้วว่าชินอ๋องผู้นี้โเี้แค่ไหน
“หยุดเดี๋ยวนี้!! ทุกอย่างเกิดที่ข้า หากจะลงโทษก็ลงโทษข้า!” ซู่ซู่ที่ทนมองภาพตรงหน้าต่อไปไม่ไหวะโใส่ชินอ๋องพร้อมกับน้ำตาที่รินไหลอาบแก้มเนียน แต่อีกฝ่ายก็หาได้สนใจนางไม่ราวกับเสียงของร่างบางเป็เพียงอากาศธาตุ
เพียะ!เพียะ! เพียะ! เพียะ! เพียะ! เพียะ! เพียะ! เพียะ! เพียะ!
เสียงแส้ที่กระทบลงไปบนเนื้อของเชลยทั้งสามคนยังคงดังต่อเนื่องพร้อมกับโลหิตที่ไหลนองออกมาเต็มแผ่นหลัง กระทั่งทั้งสามคนสิ้นสติไป...
“เอาน้ำเกลือมาราด!!”
“อ๊ากกก!!” เสียงของเหล่าเชลยที่ได้สติขึ้นมากรีดร้องอย่างโหยหวน
เพียะ!
“หุบปาก!!!” ทหารที่ถือแส้ตวาดเสียงดังพร้อมกับตวัดแส้ลงไปบนแผ่นหลังทั้งสามคนอย่างไม่ยั้งมือ
เพียะ!เพียะ! เพียะ! เพียะ! เพียะ! เพียะ! เพียะ! เพียะ! เพียะ!
เพียะ!เพียะ! เพียะ! เพียะ! เพียะ! เพียะ! เพียะ! เพียะ! เพียะ!
จนกระทั่งเวลาผ่านไปไม่ถึงเค่อ[2]...
“เรียนท่านแม่ทัพ พวกมันตายหมดแล้วขอรับ...” ทหารที่ลดแส้ในมือลงแล้วใช้มืออังปลายจมูกของเชลยทั้งสามเอ่ยกับฉินซิ่นซื่อร่างสูงพยักหน้ารับ ก่อนจะให้ทหารคนอื่นเข้ามาหามร่างไร้ิญญาออกไปทิ้งไว้เพียงคราบโลหิตบนลานกว้างที่รอการทำความสะอาด
“ชินอ๋อง...”
พลันซู่ซู่ก็ทำท่าจะพูดอะไรบางอย่างพร้อมกับมองมาที่ฉินซิ่นซื่อด้วยแววตาโกรธแค้น
“ผู้ใดก็รู้ว่าข้ามันโเี้อำมหิตผิดมนุษย์นาแต่ไม่ถึงครึ่งของเ้าหรอก...ซู่ซู่” เมื่อเห็นดังนั้นฉินซิ่นซื่อจึงชิงตัดบท พลางหัวเราะออกมาอย่างเืเย็น ก่อนจะหันไปสั่งคนของตนว่า
“เอาตัวนักโทษผู้นี้กลับไปทำงานต่อได้แล้ว!!”
“ขอรับ!” ทหารสองนายที่ยืนอยู่ตรงนั้นรับคำก่อนเข้ามาคุมตัวของนางตามคำสั่งแต่ซู่ซู่ก็สะบัดออก พลางเอ่ยว่า
“ไม่ต้อง! ข้ามีขา เดินไปเองได้!” แล้วนางก็เดินไปด้วยสีหน้าเรียบเฉยราวกับว่าไม่รู้สึกอันใดทว่าน้ำใสๆที่เกาะอยู่เต็มขอบตาก็บ่งบอกได้เป็อย่างดีว่าสภาพจิตใจของนางในตอนนี้ย่ำแย่ขนาดไหน
ฉินซิ่นซื่อทำเพียงยืนมองนางอยู่เงียบๆในใจนึกกระหยิ่มยิ้มย่องกับบทลงโทษที่เตรียมมอบให้นางในวันนี้
อวดดีไปเถิดซู่ซู่เพราะอีกไม่นานเ้าก็จะได้รู้ว่าความน่ากลัวที่แท้จริงเป็อย่างไร…
และเมื่อถึงเวลานั้นแม้แต่เศษเสี้ยวของความปรานี เ้าก็จะไม่ได้รับมัน!
...ที่โรงซักผ้าซู่ซู่กำลังลงมือทำงานทุกอย่างด้วยสีหน้าเรียบเฉยและท่าทีสงบนิ่งไม่รู้สึกรู้สาอะไรทว่าความจริงแล้วในใจของนางกำลังเหม่อลอยว้าวุ่นและอยู่ไม่เป็สุขอย่างยิ่ง!
ไม่ว่าจะเป็สีหน้าทุกข์ทรมานของเชลยที่ถูกโบยเพราะแอบแบ่งอาหารให้นาง...
เสียงร้องโหยหวนด้วยความเ็ปกับการวิงวอนร้องขอชีวิตของพวกเขา...
ร่างไร้ิญญาและโลหิตสีแดงกองใหญ่ที่กระเซ็นไปทั่วบริเวณ...
ตอนนี้ภาพทุกอย่างยังคงติดค้างอยู่ในหัวของซู่ซู่อย่างชัดเจนรวมทั้งความรู้สึกผิดที่คอยตอกย้ำว่าตนเองเป็สาเหตุให้ทั้งสามคนถูกโบยจนตาย!
ข้าขอโทษ...ขอโทษจริงๆ ทั้งที่พวกเราไม่รู้จักกันแท้ๆแต่ทุกคนกลับต้องมาตายเพราะข้า...
ฉินซิ่นซื่อ...บุรุษเืเย็นคนอย่างพระองค์สมควรไปลงนรก!!
หากไม่พอใจอะไรก็มาทำข้าสิ...ไปทำพวกเขาทำไม!?
หากมีโอกาสข้าจะจับอ๋องป่าเถื่อนผู้นี้มามัดไว้แล้วโบยบ้างจะได้เข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น...
ซู่ซู่คิดเช่นนั้นซ้ำไปซ้ำมากระทั่งรู้ตัวอีกทีนางก็ซักผ้าและตากผ้าเสร็จหมดแล้ว
จากนั้นร่างบางก็ถูกคุมตัวไปยังโรงเลี้ยงม้าเพื่อเอาหญ้าให้เ้าฉู่เ้าเฉิง และเ้าฉา อาชาสีน้ำตาลสามตัวที่นางตั้งชื่อให้เอง
“อาฉู่ แบ่งคนอื่นด้วย ส่วนอาฉา เ้าตัวเล็กกว่าเพื่อน ต้องกินเยอะๆเข้าใจหรือไม่!?” ร่างบางพูดพลางยกมือลูบไปที่แผงคอสีดำของอาฉู่เบาๆเพื่อคลายเศร้า แต่ก็แทบไม่ช่วยอะไรเลย
ทว่าเพราะมัวแต่พะวงกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นในวันนี้ทำให้ซู่ซู่ไม่ทันได้สังเกตว่าแววตาของทหารสองนายที่กำลังยืนคุมนางอยู่นั้นมีบางอย่างผิดปกติ!!
พลั่ก!!หลังจากให้หญ้าม้าเสร็จแล้ว ร่างบอบบางของซู่ซู่ก็ถูกจับเหวี่ยงเข้ามาในคอกม้าอันเป็ที่ซุกหัวนอนของนางตามด้วยร่างกำยำของทหารสองนายที่เดินเข้ามาหานางด้วยสายตาหื่นกระหาย
“ช้าก่อน!! นี่พวกเ้าคิดจะทำอะไรน่ะ!? อยู่ๆก็เหวี่ยงข้าเข้ามาจนล้มคว่ำเช่นนี้!” ซู่ซู่รีบลุกขึ้นมานั่งพลางแสร้งเอ่ยถามด้วยท่าทีไร้เดียงสา ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกแต่คิดว่าดิ้นรนไปก็สู้แรงพวกมันไม่ได้ ทำให้พวกมันตายใจก่อนจะดีกว่า
ทหารทั้งสองนายหันมามองหน้ากันแล้วหัวเราะร่วนเพราะคิดว่าสตรีผู้นี้ช่างไม่ประสีประสาเอาเสียเลย
ก็ดี! พวกมันจะได้ไม่ต้องมาเสียอารมณ์กับการที่นางดิ้นรนขัดขืนจนต้องลงไม้ลงมือ
“ก็จะพาเ้าขึ้นไปท่อง์ไงล่ะ!” หนึ่งในนั้นตอบแล้วใช้มือดันร่างของซู่ซู่ให้นอนราบลงบนพื้น
“ท่อง์?” ซู่ซู่แสร้งทวนคำพร้อมกับกลอกตาไปมาเพื่อมองไปรอบๆ ว่าพอจะมีอะไรที่นางจะเอามาใช้ประโยชน์ได้ทว่าก็พบเพียงเศษฟางที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น
“จะพาข้าไปพร้อมกันเลยหรือ!? ทีละคนได้ไหม...คือข้า...คิดว่า…”มารยาหญิงที่เคยใช้ออดอ้อนฉินชงเฉินถูกนำมาใช้เพื่อเอาตัวรอด แต่กับเหล่าทหารที่อดอยากปากแห้งมานานคิดหรือว่ามันจะได้ผล!?
ฟึ่บ!ผ้าคาดเอวของนางถูกมือหยาบกร้านของทหารนายหนึ่งกระชากออกส่วนอีกมือก็ไล้ไปตามส่วนต่างๆ ด้วยความชอบใจขณะที่ทหารอีกนายยื่นหน้าเข้ามาหาจนซู่ซู่ััได้ถึงลมหายใจเหม็นเน่าและกลิ่นสาบเหงื่อของมันก่อนจะจู่โจมลงไปที่ซอกคอขาวเนียนส่วนฝ่ามือทั้งสองข้างก็พยายามแหวกสาบเสื้อของนางออก
แม้จะรู้สึกหวาดกลัวและขยะแขยงแค่ไหนแต่ซู่ซู่ก็ไม่ยอมแสดงอาการอะไรออกมา นอกจากปล่อยให้พวกมันทำตามอำเภอใจกรณีที่เลวร้ายที่สุด ก็แค่กัดลิ้นตายดีกว่ายอมตกเป็ของพวกมัน!
คิดพลางรีบใช้สองมือควานไปตามทางเผื่อจะพบอะไรบางอย่างที่จะช่วยชีวิตนางได้
แควก!วินาทีที่แขนเสื้อซ้ายถูกกระชากจนขาดเผยให้เห็นไหล่ขาวเนียนข้างในท่อนไม้ที่ซู่ซู่คว้าติดมือมาได้ก็ถูกฟาดใส่หัวของทหารที่อยู่ใกล้ที่สุดทันที!
ปึก!!
“โอ๊ย!!” มันรีบผละออกด้วยความใพร้อมกับข้อเท้าทั้งสองข้างที่ถูกโซ่ตรวนเส้นเขื่องสีดำพันธนาการไว้ก็ได้ยกขึ้นมาประสานไปที่ท้ายทอยของทหารอีกคนที่กำลังสนุกอยู่กับการลูบไล้ขาเรียวสวยของนางแล้วออกแรงรัดไว้แน่นทำให้อีกฝ่ายหายใจไม่ออกราวกับถูกรัดคอด้วยบ่วงชั้นดี
“อึก...” มันพยายามใช้สองมือตะกุยไปยังสิ่งที่รัดคอมันอยู่เพื่อเปิดทางเดินหายใจของตน
ทว่า...ยิ่งตะกุยมากเท่าไรซู่ซู่ก็ยิ่งออกแรงรัดมากขึ้น
“นังนี่!!” ทหารคนแรกที่ตั้งสติได้รีบพุ่งเข้ามาหานางพร้อมกับง้างหมัดขึ้นมาเตรียมจะต่อยใส่ร่างบางซู่ซู่จึงต้องสะบัดเท้าทั้งสองข้างออกจากคอของทหารคนที่สองเพื่อกลิ้งตัวหลบการโจมตีของมัน
กร๊อบ!!
“อั๊ก...” ผลจากการกระทำเมื่อครู่ทำให้กระดูกคอของทหารคนที่สองหักก่อนที่ร่างของมันจะทรุดลงไปนอนอ้าปากพะงาบๆ อยู่บนพื้นด้วยใบหน้าที่เขียวคล้ำ
ร่างบางไม่รอช้ารีบลุกขึ้นมาพร้อมกับใช้มือเรียวกระชับปลายท่อนไม้ทั้งสองข้างไว้แน่นแล้วรีบยกมันขึ้นตั้งรับฝ่าเท้าของอีกฝ่ายที่เตะตวัดมายังท้องของตนหลังจากต่อยนางพลาด
เปรี้ยง!แรงปะทะทำให้ท่อนไม้หักออกเป็สองท่อน ทั้งยังทำให้ซู่ซู่รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาที่ข้อมือจนอดคิดมิได้ว่าหากลูกเตะของมันพุ่งเข้ามากระทบถูกท้องของตนเองโดยตรงนางคงกระอักโลหิตตายไปแล้ว
ฉึก!!!
ฉึก!!!
“อ๊าก!!” ยังไม่ทันที่มันจะได้ทำอะไรต่อ ท่อนไม้ปลายแหลมในมือซ้ายของร่างบางก็พุ่งเข้าใส่ใบหน้าส่วนมือขวานั้นเสือกแทงใส่ลำคอของมัน แล้วถูกกระชากกลับมาอย่างรวดเร็ว
โลหิตสีแดงสดพุ่งกระฉูดออกมาใส่ตามใบหน้าและลำตัวของซู่ซู่ก่อนที่ร่างของมันจะล้มลงขาดใจตายทันที
พลันสายตาของร่างบางก็เหลือบมาเห็นว่าทหารอีกนายที่ถูกนางรัดคอในตอนแรกยังมีชีวิตอยู่จึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
“ข้าจะช่วยให้เ้าไปสบายเอง...” ก่อนที่ร่างบางจะใช้ฝ่าเท้าเล็กๆกระทืบลงไปที่ลำคอของมันเต็มแรง โดยปราศจากความเห็นใจใดๆ
“อะ...อึก” เอ่ยได้เพียงเท่านั้นสองตาของมันก็เหลือกขึ้นพร้อมกับลมหายใจที่ดับลง
ภายในไม่กี่อึดใจ…ซู่ซู่ก็ยืนอยู่กลางร่างไร้ิญญาของทหารสองนายที่คิดจะข่มเหงนาง
แฮกๆๆร่างบางหายใจหอบด้วยความเหนื่อยก่อนที่น้ำตาแห่งความหวาดกลัวและเ็ปจากการถูกหยามเกียรติซึ่งกลั้นไว้จะหลั่งไหลออกมาจากั์ตาคู่สวยั้แ่เกิดมาไม่มีคราใดที่นางรู้สึกอัปยศเช่นนี้มาก่อนไหนจะยังภาพสยดสยองที่ต้องเห็นวันนี้อีก
เื…แส้…ศพ…ความเ็ป…
ทุกอย่างที่ถาโถมเข้ามาใส่มันช่างมากมายเกินกว่าที่สตรีตัวเล็กๆเช่นนางจะทนรับไหว!
ในที่สุดซู่ซู่ในสภาพอาภรณ์ขาดหลุดลุ่ยก็วิ่งออกไปจากคอกม้าอย่างไม่ลืมหูลืมตาพร้อมกับไม้ปลายแหลมเปื้อนเืในมือขวา
ทว่าก็ต้องผงะเมื่อเจอกับร่างสูงของฉินซิ่นซื่อที่กำลังเดินมาหาพร้อมกับทหารอีกห้านาย
“มีสิ่งใดให้ข้าช่วยหรือไม่!?” ฉินซิ่นซื่อเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันบนใบหน้าหลังจากได้เห็นน้ำตาและสภาพของร่างบาง ก่อนจะกล่าววาจาแดกดัน
“ข้าล่ะอยากให้เสด็จพี่มาเห็นจริงๆว่านี่คือสตรีอ่อนแอที่พระองค์บอกว่าแม้แต่แรงยกคันศรก็ยังไม่มี!! ตัวคนเดียวยังสามารถจัดการทหารสองนายได้ถึงขนาดนี้ไม่เสียแรงที่ข้าเคยสอนทักษะการต่อสู้ให้เ้า”
“อย่าบอกนะว่าที่สองคนนี้คิดจะ...” ซู่ซู่ยกมือปาดน้ำตาแล้วถามออกไปด้วยน้ำเสียงเ็า
“มิผิด ข้ากล้าทำกล้ารับอยู่แล้ว” ร่างสูงตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยปราศจากความละอายใดๆขณะที่แววตาทั้งสองข้างเต็มไปด้วยความสะใจ
สิ่งใดที่เป็ความทรมานของนางสิ่งนั้นก็คือความสนุกของเขา!!
คำตอบที่ได้รับทำให้นางอึ้งจนมิอาจเก็บอาการไว้ได้ด้วยมิคิดว่าคนที่เป็ถึงเชื้อพระวงศ์จะมีความคิดต่ำตมเช่นนี้
“ทรงใช้อะไรคิดเพคะ...ทรงทำแบบนี้กับหม่อมฉันได้อย่างไร!?” ซู่ซู่ตะคอกใส่อีกฝ่ายอย่างสุดทนพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาอีกครั้งด้วยความเ็ป
“เพียงเพราะอยากเห็นความทรมาน ถึงกับสั่งให้สองคนนี้มาทำลายศักดิ์ศรีของหม่อมฉัน...เลวที่สุด!!พระองค์มันไม่ใช่คน!! ชั่วช้ายิ่งกว่าสัตว์!!”
“ขอบคุณที่ชม” แทนที่จะบันดาลโทสะฉินซิ่นซื่อกลับเอ่ยพร้อมกับยิ้มบางๆแล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม
“เอาเป็ว่าถ้าสองคนเ้าไม่ชอบ เช่นนั้นข้าจะยกให้ทั้งกองทัพเลยละกันคนของข้าจะได้มีอะไรทำแก้เซ็งด้วย” ก่อนจะค่อยๆเดินเข้าไปหาร่างบางด้วยท่าทางสบายๆ
ขณะเดียวกันสองเท้าของซู่ซู่ก็ค่อยๆ ถอยหลังร่นไปเรื่อยๆพร้อมกับท่อนไม้ปลายแหลมเปื้อนโลหิตในมือที่ยกขึ้นมาขู่อีกฝ่าย
“ยะ...อย่าเข้ามานะ!!!” ฉินซิ่นซื่อหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดีเมื่อเห็นท่าทางลนลานของนางพลางปรายตามองไปยังไม้เปราะๆ สั้นๆ ในมือเรียว
“ลืมไปแล้วหรือว่าข้าเป็ใคร? ไม้กระจอกเพียงแค่นี้จะทำอะไรข้าได้งั้นหรือ!?”จากนั้นร่างสูงก็พูดต่อด้วยน้ำเสียงท้าทายเพราะรู้อยู่แล้วว่านางไม่มีทางทำอะไรเขาได้ ก่อนจะกางแขนทั้งสองข้างออกมา
“เช่นนั้นข้าก็จะเมตตาให้เ้าแทงสักแผลละกันถือเป็ค่าตอบแทนล่วงหน้าก่อนที่เ้าจะต้องไปมอบความสุขให้คนของข้า เอ้า! เข้ามาสิ”
ซู่ซู่มองบุรุษตรงหน้าด้วยแววตาอาฆาตแค้นพลางครุ่นคิด
ฉินชงเฉินหม่อมฉันเสียใจที่จะไม่มีโอกาสได้กลับไปพบหน้าพระองค์อีกแล้ว
คราที่ยอมก้มหน้าก้มตาทำงานหนักโดยไม่ปริปากบ่นก็เพราะมิคิดว่าพระอนุชาของพระองค์จะไร้หัวคิดได้ถึงเพียงนี้
ในเมื่อหนีอย่างไรก็หนีไม่พ้น...
หม่อมฉันขอยอมตายตอนนี้ดีกว่าไปเป็ของเล่นของพวกทหารชั้นเลวนั่น!
ข้าซู่ซู่เป็ถึงท่านหญิงแห่งวังหลวงแคว้นฉินแม้ตัวตายก็ยังขอคงไว้ซึ่งศักดิ์ศรี…
เมื่อตัดสินใจได้แล้วนางจึงเอ่ยออกไปว่า
“ทรงอยากให้หม่อมฉันทุกข์ทรมานยิ่งกว่าตายขนาดนั้นเลยหรือเพคะ!?”
แล้วซู่ซู่ก็พูดต่อโดยไม่สนใจรอคำตอบจากอีกฝ่าย
“เช่นนั้นหม่อมฉันก็จะตายเสียั้แ่ตอนนี้!!!”
ฉึก!!
กล่าวจบซู่ซู่ก็เสือกปลายไม้แทงใส่อกของตนเองทันทีก่อนที่โลหิตสีแดงจะไหลทะลักออกมาท่ามกลางความใของทุกคนโดยเฉพาะฉินซิ่นซื่อที่ถึงกับหน้าซีดราวกับเป็คนละคนกับเมื่อครู่!!
“พานางเข้าไปในห้องของตำหนักเล็กแล้วตามหมอมา!!” ร่างสูงรีบปรับสีหน้ากลับมาเป็ปกติแล้วออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงดุดันพลางตรงเข้าไปดูซู่ซู่ที่ทหารของตนกำลังช่วยกันย้ายร่างของนางอย่างระมัดระวังไม่ให้แผลฉีกขาดไปมากกว่านี้
“อึก...หม่อมฉันเคยบอกแล้วว่าพระองค์จะไม่มีวันได้ในสิ่งที่้า!ไม่ว่าจะเป็ความหวาดกลัว...หรือเสียงร้องขอความเห็นใจของหม่อมฉัน...แค่กๆพระองค์...จะไม่มีวันได้เห็นและได้ยินมัน!!” ซู่ซู่ตะคอกใส่ชินอ๋องพร้อมกับสำลักเืออกมา
“หุบปาก!!!” ฉินซิ่นซื่อตวาดเสียงดังใส่นาง เพื่อกลบความหวาดหวั่นที่พุ่งขึ้นมาในจิตใจของตนสตรีตรงหน้าไม่ตอบอะไรนอกจากยกยิ้มอย่างผู้มีชัย ก่อนจะหมดสติไป...
สามเค่อต่อมา
“ตอนนี้นางปลอดภัยแล้วขอรับ โชคดีที่นางหมดแรงไปเสียก่อน ปลายไม้ก็เลยไม่ได้แทงเข้าไปลึกเท่าไรส่วนแผลห้ามไม่ให้โดนน้ำอย่างน้อยห้าวันแล้วก็ระหว่างนี้ข้าจะต้มยาให้นางดื่มนะขอรับ”เมื่อเห็นท่านแม่ทัพพยักหน้ารับท่านหมอหวงที่เข้ามารายงานอาการของซู่ซู่ก็ค้อมหัวให้แล้วเดินออกไปทิ้งให้ฉินซิ่นซื่อนั่งครุ่นคิดอยู่คนเดียว
ความจริงแล้วเขาแทบไม่ได้ยินอะไรเลยนอกจากประโยคที่ท่านหมอบอกว่านางปลอดภัยแล้วมีแค่นี้แหละที่เขาอยากรู้...
นอกนั้นปล่อยให้เป็หน้าที่ของสาวใช้ละกันและต้องคิดหาวิธีป้องกันไม่ให้นางฆ่าตัวตายด้วย...
ใช่...ผู้ที่ออกคำสั่งให้ทหารเลวสองนายลงมือขืนใจซู่ซู่คือเขาเอง!
คราแรกฉินซิ่นซื่อวางแผนจะใช้อาชาทั้งสามตัวด้วยซ้ำแต่คิดไปคิดมาแล้วก็สงสารม้าของตัวเองจึงเปลี่ยนเป็ทหารเลวที่ร้างลาจากบุปผางามมานานแทน
ก็ผู้ใดเล่าใช้ให้นางทำตัวอวดดีใส่เขาก่อน!?
แต่ซู่ซู่ยังอุตส่าห์รอดมาได้…
รอด…เพราะสิ่งที่เขาตั้งใจทุ่มเทถ่ายทอดให้นาง…ในขณะที่นางกลับมองเขาเป็เพียงบุรุษหน้าโง่ผู้หนึ่ง…
นั่นยิ่งทำให้เขาเจ็บใจในเมื่อทหารสองนายเอาไม่อยู่ตอนนั้นตัวเขาจึงเกิดความคิดใหม่ที่จะลากตัวนางไปโยนให้เหล่าทหารเลวทั้งกองทัพรุมทึ้งเล่น
แต่ที่ร่างสูงคิดไม่ถึงคือนางจะกล้าใช้ไม้แหลมๆนั่นแทงลงไปที่อกตัวเอง...
วินาทีนั้นฉินซิ่นซื่อยอมรับว่าหัวใจของตัวเองหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มจนอยากเข้าไปอุ้มนางด้วยตนเอง แต่ต่อหน้าทหารเขาจะอ่อนแอไม่ได้!!
ทว่า...เมื่อมานั่งนึกถึงรอยยิ้มเย้ยหยันซู่ซู่ที่ทิ้งไว้ให้ก่อนหมดสติและสิ่งที่นางเคยทำไว้กับเขา ซึ่งไม่ได้มีแค่เื่ของม่านชิงเซียนเพลิงโทสะในใจของฉินซิ่นซื่อก็โหมกลับขึ้นมาอีกครั้ง!
[1] ฉางเฉิง = กำแพงเมืองจีน
[2] เค่อ = หน่วยบอกเวลาหนึ่งของจีน โดย 1 เค่อมีค่าประมาณ 15 นาที