ตอนที่ 13 กางร่มท่ามกลางสายฝน
หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จ กัวเทียนยกมือปาดน้ำฝนบนใบหน้าทีหนึ่งแล้วหันหลังเดินกลับไป
มู่เจ๋ออวี่เดินอยู่ข้างกายเขา ในมือถือร่มกางให้เขา เพราะกัวเทียนสูงมาก สูงกว่าเขาถึงคืบหนึ่ง จึงกางร่มได้ลำบากเล็กน้อย
เมื่อรู้สึกว่าสายตาไม่ได้ถูกหยาดฝนบดบัง กัวเทียนจึงเงยหน้าขึ้นมอง กลับเห็นว่ามีคนกางร่มให้เขา เขาหันไปมองข้างกาย สิ่งที่เห็นคือแขนเรียวเล็กของมู่เจ๋ออวี่
กัวเทียนยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ยื่นมือรับร่มมา มู่เจ๋ออวี่มองเขาพลางเอ่ย “คุณสูงจัง หน้าตาก็หล่อมาก เหมาะเป็นายแบบสุดๆ ถ้าเป็นายแบบเงินที่ได้ต้องมากกว่าตอนนี้แน่นอน แถมยังไม่ต้องลำบากขนาดนี้ด้วย ถ้าคุณสนใจ ผมแนะนำให้คุณได้นะ ผมรู้จักคนในด้านนี้ที่ส่งคุณไปได้”
“ผมไม่สนใจงานแบบนั้น” กัวเทียนกล่าวนิ่งๆ
สำหรับหน้าตาและหุ่นของตัวเอง ไม่ต้องให้มู่เจ๋ออวี่พูดเขาก็รู้ดี ไม่ว่าดาราหรือนายแบบ ไม่มีอะไรที่เขาทำไม่ได้ เพียงแค่ไม่อยากทำเท่านั้น
“คุณชอบเป็เกษตรกรขนาดนั้นเลยเหรอ” ไม่รู้ว่ากัวเทียนคิดอะไรอยู่ มู่เจ๋ออวี่จึงกล่าวอย่างหมดคำจะพูดเล็กน้อย
“แต่ผมก็นับถือคุณมากอยู่ดีที่ดูแลที่ดินกว้างขนาดนี้เพียงคนเดียวได้ ทำไมพ่อแม่คุณไม่มาช่วยคุณล่ะ”
กัวเทียนหัวเราะเบาๆ แล้วตอบ “พวกเขาไม่รู้ว่าผมมาทำเื่พวกนี้”
พอมู่เจ๋ออวี่ได้ยินก็ชะงักไปครู่หนึ่ง เขามองดูกัวเทียนพลางเอ่ยว่า “คุณมาที่นี่คนเดียวโดยไม่ได้บอกพ่อแม่คุณเลยเหรอ”
“แม่ผมตายแล้ว ส่วนพ่อปีหนึ่งผมเจอเขาไม่กี่ครั้งเท่านั้น เื่มาสนใจผมยิ่งไม่ต้องพูดถึง”
คนที่สนใจเขาจริงๆ มีแค่แม่ของเขา แต่แม่ตายไปแล้ว พ่อที่หนึ่งปีได้เจอไม่กี่ครั้งไม่มีทางสนใจเขาจริงๆ
มู่เจ๋ออวี่ชะงักไปอีกครั้ง เขาคิดไม่ถึงเลยว่าสถานการณ์ทางบ้านกัวเทียนจะพิเศษขนาดนี้ เขาถามต่อ “งั้นที่คุณออกมาก็เพราะประชดเหรอ”
กัวเทียนคลี่ยิ้มตอบว่า “คุณคิดว่าผมเป็คนแบบนั้นเหรอ”
ทำไปเพราะประชดงั้นเหรอ เื่ที่กัวเทียนคนนี้ไม่มีทางทำมากที่สุดก็คือการประชดประชัน มันไม่มีความหมายเลยแม้แต่นิดเดียว
สิ่งที่เขาจะทำคือสร้างสิ่งที่เป็ของเขา ไม่ใช่สืบทอดมรดกจำนวนมหาศาลจากพ่อที่ไร้หัวใจคนนั้น
พ่อของเขาเผด็จการจะตายไป หากเขาสืบทอดมรดกของคนคนนั้นก็ไม่รู้ว่าจะถูกชายคนนั้นบีบกดนานแค่ไหน เขาไม่ชอบถูกควบคุม
พอได้ยินที่กัวเทียนถามมู่เจ๋ออวี่ก็ส่ายหน้าไปมา ไม่เหมือนจริงๆ นั่นละ เขารู้สึกว่ากัวเทียนมีความเป็ผู้ใหญ่มาก ไม่เหมือนคนที่จะทำเื่เด็กๆ แบบนั้นเลย
ทั้งสองค่อยๆ เดินท่ามกลางสายฝน เพราะรอบๆ เงียบสงบเกินไปจึงทำให้เสียงฝนดังมากกว่าเดิม
ในชนบท วันที่ฝนตกจะรู้สึกสดชื่นมากกว่าในเมือง ต้นไม้รอบๆ ถูกชะล้างจนสะอาด หญ้าตามข้างทางก็เป็สีเขียวขจี พอแดดออกหลังจากฝนตกทั้งหมู่บ้านก็ราวกับถูกจัดแต่งอย่างใส่ใจ สร้างความรื่นรมย์เป็อย่างมาก
เมื่อกลับถึงบ้าน ขณะที่กัวเทียนกำลังใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมกลับเห็นว่ามู่เจ๋ออวี่กำลังจะเข้าไปในครัว จึงถูกเขาดึงเอาไว้แล้วโยนผ้าขนหนูไปบนตัวอีกฝ่ายแล้วพูดขึ้น “ผมคุณเปียกหมดแล้ว เช็ดให้แห้งจะได้ไม่ป่วย ที่นี่ไม่สะดวกรักษาโรค”
พอมู่เจ๋ออวี่ได้รับผ้าขนหนูมาก็เช็ดผมทันที
ผมของเขาสุขภาพดีมาก ทั้งดำเป็เงางามและนุ่มมากๆ ผมที่สุขภาพดีแบบนี้ถ่ายโฆษณายาสระผมได้เลย แถมผิวของมู่เจ๋ออวี่ก็ขาวมาก ผมสีดำขับให้ผิวที่ขาวเนียนของเขาโดดเด่น ดูสดใสและหล่อเหลามากทีเดียว
กัวเทียนมองอยู่ครู่หนึ่ง พลันเอ่ยปาก “คุณไม่ใช่ M จริงๆ เหรอ”
มู่เจ๋ออวี่ชะงักไปชั่วขณะ จากนั้นก็กวาดตามองกัวเทียนนิ่งๆ แวบหนึ่ง กล่าวว่า “ไม่ใช่อยู่แล้ว ทำไม คุณชอบ M เหรอ”
ชอบไหมน่ะเหรอ กัวเทียนขมวดคิ้ว เขาไม่รู้ว่าตัวเองชอบหรือเปล่า แต่ในอดีตเขาเคยเจอ M คนหนึ่งที่เคยมาบ้านเขา เป็ลูกชายของเพื่อนพ่อเขาซึ่งหน้าตาสวยมาก
ตอนนั้นเขาเคยพา M คนนั้นออกไปเล่น แต่อีกฝ่ายขี้แยมาก อะไรนิดอะไรหน่อยก็ร้องไห้ ดูแลยากสุดๆ ต่อมาตอนที่เด็กผู้ชายคนนั้นมาบ้านเขาอีก กัวเทียนจึงซ่อนตัวไว้ไม่ยอมออกไปเจอ
กัวเทียนกล่าวขณะมองดูมู่เจ๋ออวี่ตรงหน้า “ผมรู้แค่ว่าคนที่เป็ M หน้าตาดีทุกคน ผิวพรรณก็ขาวเนียนกว่าผู้ชายทั่วไป ซึ่งคุณก็เป็แบบนั้นพอดี”
มู่เจ๋ออวี่เอ่ยด้วยสีหน้านิ่งสงบ “อ๋อ ผมข้าใจได้ไหมว่าคุณกำลังชมผมอยู่”
จากนั้นก็หยุดไปครู่หนึ่ง เขาที่กำลังสบตากัวเทียนจู่ๆ ก็เบนสายตาออกไปมองพื้น เช็ดผมไปพลางพูดไปพลาง “ผมเคยทำกับแฟนผมมาก่อน ถ้าผมเป็ M ด้วยนิสัยของเธอ ไม่มีทางมีเซ็กส์ครั้งแรกกับผมด้วยซ้ำ คงเลิกกันไปนานแล้ว จะรอให้ถึงตอนนี้ทำไม”
“งั้นเหรอ” พูดจบ กัวเทียนหยิบผ้าขนหนูแห้งอีกผืนมาเช็ดผมตัวเอง มู่เจ๋ออวี่แอบเงยหน้ามองดูเขาแวบหนึ่งจึงเห็นว่ากัวเทียนเปียกไปหมดทั้งตัว เขากล่าว “เช็ดผมจะมีประโยชน์อะไร รีบไปอาบน้ำดีกว่า”
“จริงสิ เวลาว่างๆ สร้างห้องอาบน้ำง่ายๆ สักห้องเถอะ”
“ได้” กัวเทียนตอบตกลง