โฮก!
เสียงคำรามกึกก้องดังสนั่นคล้ายเสียงอสูรจากขุมนรก พุ่งทะลวงออกมาจากลำคอของหมาป่าสายลมเพลิงนรกพร้อมกับเปลวเพลิงสีดำทะมึนที่แผดเผาอากาศโดยรอบให้บิดเบี้ยวด้วยความร้อนระอุ
นี่คือท่าไม้ตายสังหารของหมาป่าสายลมเพลิงนรกคำรามเพลิงนรก
เพลิงนรกแตกต่างจากเปลวเพลิงทั่วไปมันสามารถทะลวงเกราะป้องกันของศัตรู สร้างความเสียหายได้โดยตรง!
คลื่นเพลิงอันน่าสะพรึงกลัวซัดกระหน่ำซากปรักหักพังโดยรอบพวยพุ่งดุจดาบั์ ผ่าร่างแมงป่องหางพิษจนแหลกสลาย
หลังจากนั้นพักหนึ่งอุณหภูมิในอากาศถึงจะค่อยๆ ลดลง
ท่ามกลางซากปรักหักพังที่กระจัดกระจายแมงป่องหางพิษกลายเป็เถ้าถ่านสีดำสนิท สภาพศพเละเทะเกินกว่าใครจะจำได้
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้น
“ติ๊ง~”
“ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่สังหารสัตว์อสูรสำเร็จปลดล็อก [ความสำเร็จสังหารครั้งแรก]”
“ทำการมอบรางวัลความสำเร็จ :[โอสถเสริมิญญา] 1 ขวด”
“รางวัลถูกส่งไปยังคลังระบบแล้วโปรดตรวจสอบ”
เซี่ยวซิงอวี่เปิดคลังระบบ ตรวจสอบรางวัล
โอสถเสริมิญญา:เมื่อสัตว์อสูรดื่มกินเข้าไป จะสามารถเพิ่มพูนสติปัญญาได้อย่างมหาศาลสามารถเรียนรู้ทักษะการต่อสู้ที่เหนือกว่าระดับของตนเองได้
ทักษะการต่อสู้ก็คือความสามารถในการต่อสู้ของสัตว์อสูร
เพียงแค่ให้หมาป่าสายลมเพลิงนรกดื่มโอสถนี้เข้าไปก็จะสามารถเพิ่มพูนสติปัญญาได้
ถึงแม้ว่าตอนนี้มันจะเป็เพียงแค่ระดับเริ่มต้นก็สามารถข้ามขีดจำกัด เรียนรู้ทักษะการต่อสู้ที่ปกติจะมีแค่สัตว์อสูรที่โตเต็มวัยหรือระดับสมบูรณ์เท่านั้นที่เรียนรู้ได้
มองในอีกมุมหนึ่งมันก็เหมือนกับก๊วยเจ๋งในวัยเยาว์ได้เรียนรู้เคล็ดวิชาสิบแปดฝ่ามือพิชิตัก่อนวัยอันควร
อาจจะร่ายออกมาได้ไม่เต็มประสิทธิภาพแต่ก็เพียงพอที่จะรับมือกับเด็กคนอื่นๆ ในวัยเดียวกันได้อย่างสบายๆ
ตอนนี้ทั่วทั้งบริเวณเงียบสงัด
“สัตว์อสูร ตายแล้วเหรอ?”
ใครบางคนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแ่เบา
เซี่ยวซิงอวี่เดินไปที่ร่างของแมงป่องหางพิษและเก็บผลึกสีเขียวขึ้นมา
หลังจากสัตว์อสูรตาย จะทิ้งผลึกเอาไว้ซึ่งเรียกว่าแก่นอสูร
แก่นอสูรเป็วัตถุดิบที่ขาดไม่ได้บนเส้นทางวิวัฒนาการของสัตว์อสูร
นี่คือผลึกระดับเริ่มต้น ธาตุพิษ ราคาไม่สูงประโยชน์ก็ไม่ได้มาก
แต่สำหรับเซี่ยวซิงอวี่ที่เพิ่งก้าวเข้าสู่วงการผู้ควบคุมสัตว์อสูรแล้วแมลงวันตัวเล็กก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย
เซี่ยวซิงอวี่โยนผลึกให้หมาป่าสายลมเพลิงนรกมันอ้าปากงับและกลืนเข้าไป
ตามทฤษฎีแล้วหมาป่าสายลมเพลิงนรกเป็สัตว์อสูรธาตุไฟ การกินแก่นอสูรธาตุพิษเข้าไปจะทำให้เกิดปฏิกิริยาต่อต้าน หรืออาจถึงขั้นเป็พิษได้
แต่สายเืนรกของหมาป่าสายลมเพลิงนรกมีความพิเศษมันต้านทานพิษได้ทุกชนิด ดังนั้นการกินแก่นอสูรธาตุพิษเข้าไปจะไม่เกิดการต่อต้านแถมยังช่วยเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแกร่งขึ้นอีกด้วย
“ทุกคน สัตว์อสูรตายแล้ว วางใจได้แล้วครับ”
เซี่ยวซิงอวี่เหยียบไปที่ร่างของแมงป่องหางพิษเถ้าถ่านสีดำสลายกลายเป็ผุยผง ปลิวหายไปตามสายลม
เมื่อเห็นภาพนั้นทุกคนก็ปลาบปลื้มยินดีจนน้ำตาไหล
“ยอดเยี่ยม พวกเราปลอดภัยแล้ว!”
“เซี่ยวซิงอวี่นายคือฮีโร่ของเมืองชิงเฟิงของเราจริงๆ!”
“พวกเรารู้สึกภูมิใจในตัวนาย!”
ชาวบ้านร้านตลาดละแวกนั้นต่างก็เฝ้ามองเซี่ยวซิงอวี่เติบโตมาั้แ่ยังเล็ก
ไม่รู้ว่าั้แ่เมื่อไร
เด็กน้อยที่ชอบปีนกำแพงแอบดูป้าหวังอาบน้ำได้เติบโตเป็ผู้ควบคุมสัตว์อสูรหนุ่มที่พร้อมจะปกป้องบ้านเกิดแล้ว
เซี่ยวซิงอวี่ไม่ได้ยืนอยู่รับเสียงโห่ร้องยินดีและคำขอบคุณของพวกเขาแต่เดินไปหาเซี่ยวรั่วเสวี่ย
“พี่ ทำไมพี่ขมวดคิ้วตลอดเวลาเลยหรือที่ผมสอบเข้าสถาบันชิงหลงได้ พี่ไม่ดีใจเหรอ?”
เซี่ยวรั่วเสวี่ยได้สติ รีบปรับอารมณ์แล้วยิ้มออกมา “ดีใจสิ~ พี่ต้องดีใจอยู่แล้วพี่ภูมิใจในตัวนายมากนะ!”
“พี่สาว วันนี้พี่ดูแปลกๆ!”
“นี่มันฝืนยิ้มชัดๆเหมือนพี่จะไม่พอใจที่ผมเป็ผู้ควบคุมสัตว์อสูร...”
“หรือว่าผมคิดมากไปเอง”
สองพี่น้องสบตากันแล้วยิ้มให้กันแต่ในใจกลับคิดกันไปคนละทิศละทาง
ในตอนนั้นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งดึงชายเสื้อของเซี่ยวซิงอวี่
“พี่ซิงอวี่หนูอยากเป็ผู้ควบคุมสัตว์อสูรเหมือนพี่บ้าง!”
เซี่ยวซิงอวี่ย่อตัวลงจับแก้มนุ่มนิ่มของเด็กหญิง
เด็กหญิงคนนี้ก็คือเด็กที่ล้มตอนวิ่งหนีและเซี่ยวรั่วเสวี่ยเข้าไปช่วยไว้นั่นเอง
เด็กหญิงอายุราวสิบขวบ รูปร่างผอมบางเห็นได้ชัดว่าขาดสารอาหารมาเป็เวลานาน
“น้องชื่ออะไรเหรอ?”
“หนูชื่อโจวซืออวี่ค่ะ”
“โจวซืออวี่พี่เชื่อว่าหนูจะเป็ผู้ควบคุมสัตว์อสูรได้ แต่ก่อนหน้านั้น หนูต้องกินข้าวเยอะๆดูแลสุขภาพให้แข็งแรงนะ!”
เซี่ยวซิงอวี่เปิดกระเป๋าหยิบขนมปังเนยออกมาส่งให้เด็กหญิง
แม่ของเด็กหญิงยืนอยู่ข้างๆเอามือปิดปากกลั้นน้ำตา
บนใบหน้าของผู้เป็แม่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดเธอไม่ได้ให้ลูกกินอิ่มมานานมากแล้ว
ขนมปังเนยเพียงชิ้นเดียวสะท้อนให้เห็นภาพของคนยากไร้ที่ใช้ชีวิตอย่างยากลำบากในยุคสมัยนี้
เซี่ยวซิงอวี่ไม่ได้รู้สึกเห็นใจคนเ่าั้เพราะยุคสมัยนี้คือยุคที่ผู้แข็งแกร่งกลืนกินผู้อ่อนแอและผู้แข็งแกร่งไม่เคยโทษสภาพแวดล้อม
สิ่งที่เขาให้โจวซืออวี่จึงไม่ใช่แค่ขนมปังแต่เป็กำลังใจ
“พี่ซิงอวี่ ขอบคุณค่ะโตขึ้นหนูจะสอบเข้าสถาบันชิงหลงให้ได้เลย!”
“จริงเหรอ? ตอนหนูสอบเข้าสถาบันชิงหลงได้พี่อาจจะได้เป็ผู้อำนวยการสถาบันชิงหลงไปแล้วก็ได้นะ”
เซี่ยวซิงอวี่พูดติดตลกแล้วลูบศีรษะของโจวซืออวี่
ยามค่ำคืน
พายุฝนกระหน่ำถล่มเมืองชิงเฟิง
คลื่นั์ซัดสาดชายฝั่งปรากฏเงาสีแดงสองดวงบนผิวน้ำ นั่นคือดวงตาของสัตว์อสูรธาตุน้ำ
โรงแรมขนาดเล็ก
“เสี่ยวอวี่พักโรงแรมมันสิ้นเปลืองเกินไปไหม”
“พี่ สถาบันชิงหลงมีทุนการศึกษา่นี้เรายังไม่มีเงินซื้อบ้าน แต่พักโรงแรมสองสามวันไม่น่าจะมีปัญหานะ”
เซี่ยวซิงอวี่นี่มันร้ายจริงๆพาพี่สาวมาเปิดห้องในโรงแรม!
จริงๆแล้วนี่ก็เป็การตัดสินใจที่ไม่มีทางเลือกเพราะอพาร์ตเมนต์ให้เช่าราคาถูกที่พวกเขาเคยอาศัยอยู่ถูกสัตว์อสูรบุกทำลายพังราบเป็หน้ากลองไปแล้ว
ตลาดสด อพาร์ตเมนต์ราคาถูกสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า...
สถานที่เหล่านี้ตั้งอยู่ชานเมืองไม่มีความสำคัญต่อการพัฒนาเมือง ถึงแม้ว่าจะถูกสัตว์อสูรบุกรุก ทำลายก็จะไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที หรือเงินทุนสนับสนุนการฟื้นฟูจากเบื้องบน
ความจริงมันโหดร้ายแบบนี้แหละเซี่ยวซิงอวี่จึงต้องใช้เงินทุนการศึกษาจากสถาบันชิงหลง พาพี่สาวมาเปิดห้องพัก
เซี่ยวซิงอวี่เปิดห้องพักธรรมดามีเตียงสองเตียง
สิ่งอำนวยความสะดวกค่อนข้างเก่าโทรทัศน์และเครื่องปรับอากาศติดป้าย “รอการซ่อมแซม”
แต่ห้องพักก็สะอาดสะอ้านดี
เซี่ยวซิงอวี่ทิ้งตัวลงบนเตียงเหยียดกายอย่างี้เี “พี่เหลืออีกหนึ่งอาทิตย์ก็จะเปิดเทอมแล้ว หนึ่งอาทิตย์นี้เราพักที่นี่กันเถอะ”
ผู้ควบคุมสัตว์อสูรหน้าใหม่ไม่มีปิดเทอมเพราะสถาบันฝึกสัตว์อสูรใหญ่ๆ จะเปิดเทอมในอีกหนึ่งอาทิตย์ข้างหน้า
กลางดึก
เซี่ยวซิงอวี่นอนหลับสนิทโดยไม่รู้ตัวเลยว่ามีเงาคนกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้เขาในความมืด
คนคนนั้นก็คือพี่สาวของเขา เซี่ยวรั่วเสวี่ย
หลังจากเซี่ยวรั่วเสวี่ยเข้ามาใกล้เซี่ยวซิงอวี่ก็เปิดผ้าห่มออก แล้วแกะกระดุมชุดนอนของเซี่ยวซิงอวี่...
บนแผ่นหลังของเซี่ยวซิงอวี่มีปานแดงที่ไม่สะดุดตานัก
“ตราต้องห้ามัยังอยู่แสดงว่าผนึกจิติญญาราชันัยังไม่คลาย”
“แต่ทำไมเสี่ยวอวี่ถึงยังทำสัญญากับสัตว์อสูรและเป็ผู้ควบคุมสัตว์อสูรได้ล่ะ?”
“นี่มันไม่สมเหตุสมผลเลย!”
เซี่ยวรั่วเสวี่ยห่มผ้าให้น้องชายเหมือนเดิมแล้วเดินออกจากโรงแรม ไปที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะ
“ฮัลโหลเสี่ยวอวี่เป็ผู้ควบคุมสัตว์อสูรแล้ว แถมยังสอบเข้าสถาบันชิงหลงได้ด้วย”
ปลายสายเงียบไปนานกว่าจะมีเสียงตอบกลับ
“ดูเหมือนว่านี่คือโชคชะตาเธออยู่ดูแลเสี่ยวอวี่ให้ดีก็แล้วกัน”
เซี่ยวรั่วเสวี่ยพยักหน้า“ค่ะ หนูรู้แล้ว หนูจะคอยจับตาดูเสี่ยวอวี่เอง”