คิมนัมอุนเด็กหนุ่มผู้ปรับตัวเข้ากับโลก ‘สามวิธีรอด’ ได้เร็วที่สุด
คิมนัมอุนหมุนตัวกลับไปมองบรรดาผู้สูงอายุอีกครั้ง
“ตกลงว่าใคร ถ้าไม่มีใครอาสาเลย ภายในห้านาทีนี้ ทุกคนจะต้องตายนะ”
เหล่าผู้สูงอายุตัวสั่นเทาทำได้เพียงจ้องตากับคิมนัมอุน
“ถ้าไม่ออกมาด้วยตัวเอง งั้นก็ช่วยไม่ได้ ต้องทำแบบนี้ละนะ เอาเป็...”
เหมือนกับเกมรัสเชียนรูเล็ตคิมนัมอุนขยับนิ้วมือไปมาโดยชี้ไปทางบรรดาผู้สูงอายุ คราวนี้ไม่มีใครห้ามเขาไม่มีแม้แต่คนเดียว...กระทั่งอีฮยอนซองเองก็ด้วย
หมัดที่กำแน่นของนายทหารหนุ่มสั่นเทาอยู่กลางอากาศเมื่อไม่มีที่ให้ปลดปล่อยออกไปบางทีเมื่อครู่นี้ชายคนนี้ก็คงเลือกแล้วเช่นกัน
สีหน้าของแต่ละคนชัดเจนมากเสียจนอ่านง่ายเหมือนกับบรรดาประโยคทั้งหลายในนิยายราคาถูก
「หากไม่มีการสังหารกันเกิดขึ้นภายในห้านาทีทุกคนในตู้โดยสารนี้จะต้องตาย 」
แววตาของผู้คนเริ่มเปลี่ยนไป
「ถ้าไม่มีใครสักคนตาย คนที่จะต้องตายในอีกห้านาทีจะเป็... 」
นี่คือแววตาของสิ่งมีชีวิตที่อยากจะมีชีวิตรอด
ในที่สุดนิ้วมือของคิมนัมอุนก็หยุดขยับ
“ดูเหมือนว่าคนที่จะต้องตายได้ถูกตัดสินออกมาแล้วนะ”
คิมนัมอุนคว้าคอเสื้อของผู้สูงอายุที่กำลังตัวสั่นงันงกคนหนึ่งบังคับให้อีกฝ่ายลุกขึ้นยืนเมื่อเห็นว่าผู้สูงอายุพอจะทรงตัวได้แล้วคิมนัมอุนก็หันหน้ามาทางคนอื่น ๆ
“มัวทำอะไรกันอยู่ล่ะ จะเอาแต่ยืนเฉย ๆ แล้วปล่อยให้เื่มันเกิดขึ้นหรือไง”
มีไม่กี่คนที่เบือนหลบตาของคิมนัมอุนส่วนคนที่เหลือประสานสายตากลับคนแรกที่เริ่มเคลื่อนไหวคือพนักงานออฟฟิศที่สะพายเป้ไว้บนหลัง
“...เด็กนั่นพูดถูก ปล่อยไว้แบบนี้ทุกคนได้ตายกันหมดแน่”
พนักงานออฟฟิศคนนั้นพุ่งตรงไปหาผู้สูงอายุผู้คนที่อยู่รอบ ๆ พวกเขาเริ่มพึมพำราวกับถูกผีสิง
“ใช่แล้ว ต้องมีใครสักคน...ช่วยไม่ได้นี่นะ ต้องทำแบบนั้นพวกเราถึงรอด”
“แม่งเอ๊ย ไม่รู้ด้วยแล้ว!”
สองคนสามคน...ผู้คนที่เคยยืนนิ่งและทำเพียงจ้องมองพากันพุ่งไปยังที่นั่งคนชรา
ทั้งพวกผู้ชายที่ก่อนหน้านี้ยืนมองอยู่รอบๆ อย่างขี้ขลาด นักศึกษาหญิงที่ใช้มือถือถ่ายคลิปกระทั่งแม่คนหนึ่งก็ยังผลักลูกตัวเองออกแล้วไปเข้าร่วมหัวหน้าแผนกฮันมยองโอเองก็เข้าไปรวมกลุ่มกับคนพวกนั้น
พวกเขาทั้งหมดต่างก็รู้ถ้าผู้สูงอายุคนนั้นไม่ตายตอนนี้ ก็อาจเป็ตัวพวกเขาเองที่จะต้องตายผู้คนเข้ามารุมล้อมผู้สูงอายุแล้วเริ่มรุมประชาทัณฑ์คนละไม้คนละมือ
“เอาจริง ๆ เลยนะ คนที่มีชีวิตอยู่มามากพอแล้วก็ควรยอมรับซะ!”
“ตายไปซะเถอะ! รีบ ๆ ตายสิวะ!”
ผมจำได้ว่ามีอยู่วันหนึ่งเคยอ่านเจอประโยคหนึ่งจากในนิยาย
「 เหล่าเพชฌฆาตดึงคันโยกของเครื่องปะาพร้อมกันเพื่อปิดบังว่าใครคือคนที่ลงมือสังหารนักโทษปะาตัวจริง 」
ผมเฝ้ามองภาพเหตุการณ์ทั้งหมดราวกับได้อ่านประโยคนั้นใหม่อีกครั้งยืนมองภาพนั้นอยู่เงียบๆ ประหนึ่งกำลังรับชมเื่ราวที่เกิดขึ้นในโลกอื่น
ั้แ่แรกแล้วผู้สูงอายุไร้ชื่อคนนั้นเป็คนที่ไม่อาจมีชีวิตรอดต่อไปได้ในซีนาริโอดั้งเดิมเขาจะต้องตาย
แต่แล้วตอนนั้นเองยูซังอาก็ลุกพรวดขึ้นจากที่นั่ง ผมคว้าตัวเธอโดยอัตโนมัติ
“บอกแล้วไงครับว่าอย่าขยับ”
“คุณดกจา”
แขนที่มือของผมรั้งเอาไว้สั่นเทาไม่หยุดยูซังอากำหมัดแน่น พยายามซ่อนอาการสั่นของเธอ
“ถ้าไปตอนนี้ คุณยูซังอาจะกลายเป็เป้าแทนนะครับ”
“ทราบค่ะ ฉันทราบดี แต่ว่า...!”
ั์ตาของยูซังอาสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวแต่ขณะเดียวกันก็ลุกโชน
“ฉันปล่อยให้มันเป็แบบนี้ไม่ได้ค่ะ”
มันทำให้ผมตระหนักขึ้นมาแม้ประเภทชีวิตจะเปลี่ยนแปลงไป แต่ก็ยังมีคนที่เปล่งประกายเจิดจ้าได้อยู่เหมือนเดิม
“คุณยูซังอา นั่งลงครับ”
แต่คนที่สามารถเปลี่ยนแปลงเื่ราวที่เกิดขึ้นอยู่นี่ได้ไม่ใช่ยูซังอาเพราะยูซังอาไม่ใช่ตัวเอกของโลกใบนี้
“แต่ว่า...”
“แค่ครั้งนี้เท่านั้น ทำตามที่ผมบอกเถอะครับแล้วหลังจากนี้ผมจะไม่เข้าไปยุ่งอีก”
หลังจากบังคับให้ยูซังอากลับมานั่งที่ผมก็สูดหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่แล้วหมุนตัว ยืดเอวขึ้นยืนหลังตรงลมหายใจที่พ่นออกมาสั่นสะท้านเล็กน้อยผมขยับแขนขยับข้อเท้าคลายกล้ามเนื้อช้า ๆ
อันที่จริงมันยังเร็วเกินไปเล็กน้อยที่จะออกไปตอนนี้เพราะแผนเดิมของผมมันไม่ใช่แบบนี้
“...คุณดกจา?”
ผมมองกลุ่มคนตรงหน้าไม่ได้ตอบรับเสียงเรียกของหญิงสาวภาพที่คิมนัมอุนเงื้อหมัดช่างดูเชื่องช้าราวกับเป็ภาพสโลว์โมชั่นกลุ่มคนยังคงมุ่งมั่นอยู่กับการทำร้ายผู้สูงอายุ
สาเหตุที่ผมนั่งนิ่งมาโดยตลอดไม่ใช่เป็เพราะกลัวคิมนัมอุนหรือคนพวกนั้นและไม่ใช่เพราะเห็นด้วยกับการกระทำอันไร้มนุษยธรรมของพวกเขา
ผมก็แค่กำลังเฝ้ารอ
รอเวลาที่ผมจะต้องเคลื่อนไหว
เพราะฉะนั้น
ตูมมมม —!
ตอนนี้แหละ
“อ๊ากกกก! อะไรเนี่ย!”
เสียงะเิอื้ออึงอยู่ในหูขบวนรถไฟสั่นโยกอย่างรุนแรง เสียงกรีดร้องของผู้คนดังกึกก้อง ควันไฟจากตู้โดยสารข้างหน้าลอยคลุ้งเข้ามายังตู้โดยสารนี้
มันเริ่มขึ้นแล้วเขาคนนั้นลงมือแล้วสินะ ผมกระทืบเท้าขวาลงไปบนพื้นสุดแรงก้าวผ่านผู้คนที่ทรุดตัวกรีดร้องอยู่บนพื้น เดินตรงไปยังทิศทางที่ผู้สูงอายุอยู่
“อะไรกัน อ๊ากกก!”
คิมนัมอุนชนเข้ากับผมเขากรีดร้องโหยหวนก่อนล้มลงไปเกลือกกลิ้งอยู่บนพื้นมองดูผิวเผินแล้วอาจเหมือนว่าผมกำลังเข้าไปช่วยผู้สูงอายุแต่นั่นไม่ใช่เป้าหมายของผมหรอก
อยู่ไหนกัน
ผมกวาดสายตามองรอบๆ อย่างรวดเร็ว
โลกแห่งการฆ่าฟันกันเองยังคงดำเนินต่อไปและท่ามกลางนรกนั่นก็มีเด็กคนหนึ่งกำลังร้องไห้อยู่เด็กคนที่ถือกล่องจับแมลงเอาไว้เมื่อก่อนหน้านี้
“ขอเสียมารยาทหน่อยนะ”
ผมเอื้อมมือไปทางกล่องจับแมลงที่เด็กน้อยซ่อนไว้ในอ้อมแขนเด็กคนนั้นก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติ แต่ผมก็โคลงศีรษะช้า ๆ
“ขอร้องละ”
ในที่สุดเด็กน้อยก็หยุดถอยหลังผมล้วงมือลงไปในกล่อง ััแข็ง ๆของสารไคติน[1] บนเปลือกตั๊กแตนตรงปลายนิ้วให้ความรู้สึกขยะแขยงพิลึกผมหยิบออกมาหนึ่งตัวแล้วยัดมันใส่มือของเด็กน้อย ก่อนจะหมุนตัวหันไปทางคนกลุ่มนั้น
“ทุกคนหยุดได้แล้วครับ ต่อให้ฆ่าคนคนนั้นไปพวกคุณก็ไม่รอดอยู่ดี”
เพราะทุกคนกำลังตกตะลึงกับเหตุะเิจึงทำให้เสียงของผมดังชัดเจนจนน่าใหนึ่งคน สองคน หลาย ๆ คนเริ่มหันมามองทางด้านนี้
“สมมติว่าฆ่าได้สำเร็จแล้วจะทำยังไงต่อไปเหรอครับ”
ผู้คนพากันผงะสีหน้าในั่นน่ามองดีเหมือนกัน ไหนลองกระตุ้นอีกหน่อยซิ
“ถ้าผู้สูงอายุคนนั้นตายก็แค่ถือว่า ‘ลงมือสังหารครั้งแรก’ สำเร็จตามที่โทแกบีบอกแต่นั่นก็แค่ช่วยซื้อเวลาให้เพียงชั่วครู่เท่านั้นเอง แล้วต่อไปล่ะครับ”
“อา...”
“ถ้าคำพูดของโทแกบีเป็เื่จริงสุดท้ายพวกคุณก็จะต้องลงมือฆ่าใครสักคนอีกอยู่ดีถัดจากผู้สูงอายุคนนั้นจะไปฆ่าใครต่อล่ะ จะฆ่าคนที่อยู่ข้างพวกคุณตอนนี้หรือครับ”
ตอนนั้นเองพวกเขาถึงเริ่มคิดอะไรได้ต่างหันมองหน้ากัน แล้วค่อย ๆถอยห่างออกไป แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ความจริงแล้วทุกคนล้วนรู้ดีว่าผู้สูงอายุคนนั้นเป็เพียงแค่จุดเริ่มต้นคิมนัมอุนเข้ามาควบคุมบรรยากาศที่เริ่มสั่นคลอนให้มั่นคง
“ฮ่า ๆ พวกแกจะกังวลอะไรกัน ต่อไปแค่ฆ่าเ้านั่นก็ได้แล้วไง! ไอ้พวกขี้ขลาดจะมากังวลว่าจะถึงคิวตัวเองทำไม! โอกาสมันครึ่งต่อครึ่งอยู่แล้ว!”
นึกแล้วเชียวว่าคนอย่างคิมนัมอุนต้องพูดอะไรแบบนี้ผมโบกมือเบา ๆพูดขัดเขาขึ้นมา
“ไม่จำเป็ต้องเสี่ยงดวงแบบนั้นหรอกที่จริงมันก็มีวิธีช่วยให้พวกคุณมีชีวิตรอดได้อยู่นะ โดยที่ไม่ต้องกลายเป็ฆาตกร”
“อะไรนะ”
“มะ...มันคืออะไร”
ผู้คนพากันส่งเสียงเซ็งแซ่สีหน้าของคิมนัมอุนเริ่มบิดเบี้ยวด้วยความไม่พอใจ
“ลืมไปแล้วหรือครับ เงื่อนไขการเคลียร์ซีนาริโอมันไม่ใช่ ‘จงฆ่าคน’เสียหน่อย”
[ฆ่าสิ่งมีชีวิตั้แ่หนึ่งชีวิตขึ้นไป]
มันบอกไว้แบบนั้นั้แ่แรกแล้วในเงื่อนไขของซีนาริโอไม่ได้ระบุเอาไว้ว่าจะต้องเป็ ‘มนุษย์’
ฆ่าสิ่งมีชีวิตั้แ่หนึ่งขึ้นไปหมายความว่าขอแค่เป็สิ่งมีชีวิตที่ยังมีลมหายใจ จะเป็อะไรก็ได้ทั้งนั้น
ใครบางคนที่มีสายตาว่องไวะโขึ้นทันทีที่เห็นกล่องจับแมลงในมือของผม
“แมลง! นั่นแมลง!”
ตัวด้วงกับตั๊กแตนกำลังกางปีกบินพล่านอยู่ในกล่องจับแมลงั์ตาของทุกคนเป็ประกาย ผมพยักหน้า
“ใช่ครับ แมลง”
ผมล้วงมือลงไปหยิบตั๊กแตนออกมาจากกล่องหนึ่งตัวมันเป็ตั๊กแตนตัวอวบอ้วน
“สะ...ส่งมันมา! เร็วเข้า!”
“แค่ตัวเดียว! แค่ตัวเดียวก็พอ!”
ผมค่อยๆ ขยับเท้าก้าวถอยหลังช้า ๆ ทีละก้าวในขณะที่มองหน้าผู้คนซึ่งยื่นมือเข้ามาใกล้พวกคนบ้าคลั่งที่ใช้ความรุนแรงเพื่อจะฆ่าผู้สูงอายุ ตอนนี้กำลังมุ่งตรงมาที่ผม
น่าขำชะมัด
ทำไมกันนะทั้งที่อยู่ท่ามกลางอันตรายอันแสนตึงเครียดแท้ ๆแต่ทำไมหัวใจของผมกลับเต้นรัวราวกับว่านี่เป็เื่น่าสนุก
“ให้ดีมั้ยครับเนี่ย”
ผมเขย่ากล่องจับแมลงเหมือนตัวเองเป็คนฝึกสัตว์ที่พยายามยั่วยุฝูงสัตว์ป่าอันแสนดุร้ายและแล้วในชั่วขณะที่คนเืร้อนหลายคนหยัดกายลุกขึ้นวิ่งตรงมาที่ผมผมก็ขยี้ตั๊กแตนที่กำไว้ในมือ
[คุณได้ลงมือ ‘สังหารครั้งแรก’ สำเร็จ!]
[ได้รับ 100 เหรียญเป็รางวัลเพิ่มเติม]
ััในอุ้งมือของผมยังคงอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกของสิ่งมีชีวิตที่กำลังดิ้นรน
“งั้นก็เอาไปเลยครับ”
พร้อมกันนั้นก็ปากล่องจับแมลงที่ถือไว้ในมืออีกข้างออกไปยังทางเดินฟากตรงข้ามกับที่คิมนัมอุนและกลุ่มคนเ่าั้อยู่
“บ้าเอ๊ย!”
แมลงตัวน้อยที่ถูกปลดปล่อยจากที่คุมขังกลางอากาศกำลังโบยบินมุ่งหน้าสู่อิสรภาพ
[1] ไคติน (Chitin)เป็สารคาร์โบไฮเดรตประเภทหนึ่ง พบมากในสิ่งมีชีวิตที่มีเปลือกหรือผนังแข็งหุ้มลำตัวเช่น กุ้ง ปู หอย แมลง รวมถึงผนังเซลล์ของเชื้อรา ยีสต์ และสาหร่ายสารนี้ทำหน้าที่เป็เกราะป้องกัน และสร้างความแข็งแรงให้แก่โครงสร้างร่างกาย