บทที่4 พลังของภูต
ชีวิตในป่าเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับเวลารุ่งสาง
รูริโผล่ออกจากบ้านั้แ่เช้าตรู่เธอสูดลมหายใจลึก รับเอาอากาศบริสุทธิ์ของป่าเข้ามาเต็มปอด
“สดชื่นจังเลย”
‘จังเลย’
‘เลย’
รอบๆ ตัวคือบรรดาภูตที่ยืดตัวเลียนแบบเธอ
หลายวันนับแต่เธอมาอยู่กับเชลซีแม้จะเหงาอยู่บ้างที่กลับไปไม่ได้แล้ว หากทุกวันก็ผ่านไปอย่างปลอดโปร่งและสงบสุขเมื่อไม่ต้องมีอาซาฮิมาตามรังควาน
บ้านหลังใหญ่นี้มีหลายห้องจนไม่น่าเชื่อว่ามีผู้อาศัยคนเดียวมาโดยตลอดเธอได้รับห้องหนึ่งเป็ห้องส่วนตัว และทุกวันก็เต็มไปด้วยเื่ชวนแปลกใจ
แรกสุดที่หญิงสาวตั้งมั่นเต็มที่ว่าจะเรียนรู้เื่ของโลกนี้กับเวทมนตร์เพื่อการแก้แค้นแต่วิธีที่เชลซีสอนก็เรียบง่ายเสียทำเอาเธอถึงกับงงไปวูบใหญ่ว่า “เท่านี้เองเหรอ”
วิธียืมพลังของภูตที่ทำกันโดยทั่วไปนั้นโดยพื้นฐานแล้วคือการคิดสิ่งที่อยากทำไว้ในหัว แล้วอธิษฐานขอให้ภูตช่วย
ง่ายดายเสียจนเธอเคว้งแต่หากพลังเวทไม่พอหรือคลื่นไม่ตรงกันสิ่งที่วาดภาพในใจก็อาจจะไม่บังเกิดผลเป็เวทมนตร์เลยก็ได้
เป็ต้นว่าอยากจะเรียกน้ำมาใช้ซักผ้าถ้าคุณลักษณ์ไม่รับกับภูตน้ำ ก็จะยืมพลังของภูตน้ำไม่ได้หรือถ้าปริมาณพลังเวทไม่พอ น้ำที่เรียกได้ก็อาจจะน้อยเกินไป
ถึงปริมาณพลังเวทจะน้อยไปหน่อยแต่ถ้าคลื่นเข้ากับภูตได้ดีก็จะพอชดเชยกันได้ จะบอกว่าการจะใช้เวทมนตร์ได้ดีแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับคลื่นที่ภูตชมชอบก็ไม่ได้พูดเกินไปเลย
ซึ่งในข้อนี้ มีเชลซีรับรองให้แล้วว่าเธอมีคลื่นที่ภูตชอบเพียงอธิษฐานขอ ภูตจะรีบแย่งกันช่วยด้วยซ้ำ กลับกันว่าได้ผลมากเกินไปจนโดนเชลซีดุเอาคราวนี้ก็ต้องกำชับให้ควบคุมปริมาณพลังเวทแทน
โดยสรุปแล้วก็คือต้องใช้ให้ชินหัดใช้เวทมนตร์ที่ไม่เป็พิษเป็ภัยทุกวันให้ถนัดเสียก่อน
ที่เธอใช้ประจำจึงเป็เวทน้ำที่จำเป็ต่อชีวิตประจำวันและถึงควบคุมพลาดสักหน่อยก็ไม่มีอันตรายเท่าไหร่เธอเคยจะจุดไฟในเตาแล้วเกือบทำไฟไหม้บ้าน เชลซีจึงสั่งห้ามใช้เวทไฟไปอีกพักใหญ่
รูริจากที่เคยงงๆ ว่าพลังเวทคืออะไรเมื่อได้ใช้เองไปเรื่อยๆ ก็รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างที่ไหลออกจากตัวเองไปเล็กน้อยตอนใช้เวทมนตร์จึงเข้าใจได้ว่าพลังเวทคงเป็เช่นนี้เอง
พอรู้ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่เกินความคาดคิดก็เข้าใจตามมาว่าทำอย่างไรถึงจะยั้งมันไว้ได้ แม้จะมีผิดพลาดอยู่บ้างแต่เธอก็เริ่มควบคุมพลังได้ทีละนิด
แล้วชีวิตประจำวันก็เปลี่ยนไปผิดหูผิดตา
ไม่ใช่แค่ในป่า หากโลกนี้ไม่มีทั้งไฟฟ้าน้ำประปาหรือแก๊ส
ซักผ้าต้องทำด้วยมือ หุงอาหารก็ใช้เตาไฟแสงสว่างคือตะเกียง เทียบแล้วก็คงราวๆ ยุโรปยุคกลางได้
รูริที่ชินกับความสะดวกสบายมาก่อนก็คิดอยู่ว่าตัวเองอาจจะทนไม่ได้แต่โลกนี้มีเวทมนตร์อยู่
การทำความสะอาด ซักผ้าและทำอาหารที่เธอเสนอตัวรับผิดชอบเพื่อแลกเปลี่ยนกับการขออาศัยอยู่
เวลาทำความสะอาดก็ใช้ลมพัดขยะมารวมเป็กองเดียวถ้าควบคุมพลังได้จนได้รับอนุญาตเมื่อไหร่ ก็ใช้เวทไฟเผาทิ้งได้
สำหรับซักผ้านั้นมีเวทชำระล้างซึ่งไม่จำเป็ต้องตากผ้าให้แห้งด้วยซ้ำ เมื่อใช้น้ำล้างสิ่งสกปรกออกไปแล้วจะไม่เหลือแม้แต่หยดน้ำอยู่บนผ้าเลย
เธออยากเรียนรู้เวทที่ใช้กับเสื้อผ้าและร่างกายให้มากกว่านี้เพราะตอนหลงป่านั้นต้องทรมานกับเหงื่อและคราบไคลมาตลอด
กลายเป็ว่าเธอดีใจที่เผลอๆเวทมนตร์ยังจะสะดวกสบายกว่าโลกเดิมเสียอีกหากฟังว่าความจริงมนุษย์เป็เผ่าที่มีพลังเวทน้อยที่สุด คนที่ไม่มีพลังเวทเลยก็มีจำนวนไม่น้อยจึงเป็การยากที่จะพึ่งเวทมนตร์ในชีวิตประจำวันทั้งการทำความสะอาดและซักผ้าต่างก็ต้องใช้แรงคนล้วนๆ
นอกจากเื่เวทมนตร์แล้ว บรรดาภูตก็พากันเอาใจรูริด้วยการเก็บลูกไม้ผลไม้ในป่ามาให้มากมายการหาของกินสำหรับเธอจึงเป็เื่ง่าย ถึงเชลซีจะทำหน้าระอาใส่ก็ตาม
และเหตุผลที่เธอตื่นมาแต่เช้านี้ก็เพื่ออาบน้ำนั่นเอง!
ถึงใช้เวทชำระล้างแล้วไม่มีความจำเป็ต้องอาบน้ำก็จริงแต่เกิดเป็คนญี่ปุ่นก็อยากจะแช่น้ำร้อนๆ ในอ่างอยู่ดี
เวทชำระล้างถือเป็เวทที่ค่อนข้างง่ายใช้พลังเวทน้อยและถ้าพอมีคลื่นที่เหมาะสมกับธาตุน้ำอยู่บ้างคนส่วนใหญ่ก็ใช้กันได้ทั้งนั้น อาณาจักรัจึงไม่มีวัฒนธรรมแช่อ่างอาบน้ำ(คนที่ใช้เวทมนตร์นี้ไม่ได้ก็จะเช็ดตัวหรือตักน้ำราดตัว แต่ไม่มีการแช่น้ำ)เธอเกลี้ยกล่อมเชลซีเป็การใหญ่โตว่าอ่างอาบน้ำนั้นดีเลิศประเสริฐศรีแค่ไหนจนอีกฝ่ายรำคาญ ยอมอนุญาตให้สร้างห้องอาบน้ำที่ด้านหลังบ้านได้
“เอาละ มาเริ่มกันเลยดีกว่า!”
‘เริ่มอะไรเหรอ’
‘เห็นบอกว่าห้องอาบน้ำไง’
‘ห้องอาบน้ำคืออะไรล่ะ’
‘ไม่รู้สิ’
เธอพยายามวาดภาพในหัวเป็บ้านไม้ซุงหลังเล็กๆกับอ่างอาบน้ำให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้
ในไม่ช้าลำไม้หลายต้นก็แทรกตัวงอกขึ้นมาจากผิวดิน
พวกมันขยายกิ่งก้านราวกับมีความคิดเป็ของตัวเองก่อนจะจับกันเป็รูปร่าง กลายเป็บ้านไม้ซุงดังที่เธอตั้งใจไว้
หญิงสาวยกมือไชโยกับผลงานที่ออกมาสมความคาดหวัง
“สำเร็จ เวทมนตร์นี่มันดีจริงๆ! ทุกคนเก่งมากเลย”
‘ชมเราด้วยละ’
‘เราเก่งมาก’
ฟังคำชมแล้ว พวกภูตก็พากันบินวนไปมาอย่างดีอกดีใจภาพนั้นช่างน่าเอ็นดูจนเธอพลอยยิ้มไปด้วย
เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็จะเจอที่เปลี่ยนเสื้อก่อนด้านในเข้าไปอีกคืออ่างน้ำกว้างขวางทำจากไม้อย่างดี ราวกับออนเซ็นส่วนตัวในโรงแรมหรูเลยทีเดียว
เติมน้ำร้อนลงไปก็พร้อมใช้อาบได้ทุกเมื่อ
จึงช่วยไม่ได้เลยที่เธอจะตื่นเต้น
“ไม่ได้แช่น้ำร้อนมานานเลยนะเนี่ยอาบน้ำกันเถอะ!!”
เธอรีบเติมน้ำร้อนด้วยเวทมนตร์ถอดเสื้อผ้าแล้วะโลงอ่าง น้ำอุ่นๆ ที่โอบอุ้มร่างกายไว้อย่างอ่อนโยนนั้นทำให้เธอถึงเคลิบเคลิ้ม
เห็นรูริเป็เช่นนั้นแล้ว พวกภูตก็พลอยสนใจขึ้นมาเลยลงมาลอยคออยู่ในอ่างน้ำด้วย
“สบายอะไรอย่างนี้”
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ readawrite
https://bit.ly/2Gbylei