ตอนที่ 98 เพื่อผลประโยชน์ของชุมชน
คำพูดของผู้นำชุมชนเรียกได้ว่าจริงใจอย่างถึงที่สุด น้ำเสียงและถ้อยคำทุกคำแฝงไปด้วยความเรียบง่ายซื่อตรง วินาทีนั้นหลายคนพลันรู้สึกว่าพวกเขาเข้าใจผู้นำชุมชนผิดไป ใช่แล้ว พวกเขาคิดแบบนั้นได้อย่างไร? แต่ไหนแต่ไรมาผู้นำชุมชนก็พยายามคิดอย่างเต็มที่เพื่อพวกเขามาโดยตลอด และในบรรดาคนที่คิดเช่นนี้ก็ยังหมายรวมครอบครัวสกุลหลี่เข้าไปด้วย
สิ่งนี้มีความเกี่ยวข้องเป็นอย่างสูงกับการที่ผู้นำชุมชนปฏิบัติกับทุกคนอย่างเท่าเทียมกันมาตลอดหลายปี ถึงแม้ว่าบางครั้งผู้นำชุมชนจะเลือกเข้าข้างครอบครัวสกุลกู้ แต่เขาก็ไม่เคยกดขี่ข่มเหง ดุด่าต่อว่าสมาชิกคนอื่นๆ ในชุมชนเลย ยิ่งไปกว่านั้น นับตั้งแต่รุ่นพ่อของกู้อวิ๋นฉี ยามที่เขาเป็นผู้นำชุมชนก็เป็นแบบนี้มาโดยตลอด
เช่นครอบครัวสกุลหานนั้น ย่าเฒ่าหานเป็นแม่ม่าย การที่เธอสามารถเลี้ยงดูลูกชายให้เติบใหญ่ขึ้นมาได้ ก็เพราะสายสัมพันธ์ของเธอกับชุมชนถวนเจี๋ยด้วย หากลองเปลี่ยนเป็นชุมชนอื่นที่มีบรรยากาศไม่ดี ต่อให้ย่าเฒ่าหานจะแข็งแกร่งเพียงใด ก็คงใช้ชีวิตไม่รอดอยู่ดี
และผู้นำชุมชนก็ได้รับอิทธิพลจากพ่อของเขามาตั้งแต่เด็ก เขาทำงานอย่างยุติธรรม ถึงได้รับการสนับสนุนจากชาวบ้านดังเช่นทุกวันนี้ ชาวบ้านค่อยๆ เงียบเสียงลง รอฟังผู้นำชุมชนพูดด้วยความสงบ
"สำหรับตำแหน่งเหรัญญิก ฉันขอเสนอให้สหายหลี่เย่าวั่งมารับตำแหน่งนี้ หากพวกคุณไม่เห็นด้วย ก็ให้บอกเหตุผลมา และเสนอชื่อบุคคลอื่น และในเมื่อฉันเสนอชื่อสหายหลี่เย่าวั่ง ดังนั้นฉันก็จะบอกเหตุผลที่เสนอเขาให้พวกคุณฟัง”
“สหายหลี่เย่าวั่งเคยเรียนมัธยมปลายมาหนึ่งปี มีความรู้ความสามารถ สำหรับงานทางด้วยด้านบัญชีย่อมไม่มีปัญหาใดอย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้น ปกติเขาก็เป็นคนขยันขันแข็ง มองโลกในแง่ดีชอบช่วยเหลือผู้อื่น ในชุมชนของเรามีคนไม่น้อยเลยที่เคยได้รับการช่วยเหลือจากเขามา”
ผู้นำชุมชนพูดทุกอย่างที่เขาต้องการจะพูดโดยไม่ลังเล ทั้งยังเน้นย้ำว่าสหายหลี่เย่าวั่งเคยช่วยเหลือคนในชุมชนไว้มากมาย ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ถูกคำพูดมากมายของผู้นำชุมชนพาให้สับสนงงงวยแล้ว
ครอบครัวสกุลกู้คิดว่า ไม่ง่ายเลยกว่าจะสามารถกำจัดเหรัญญิกหลี่ลงจากตำแหน่งได้ แต่แล้วทำไมถึงยังให้คนในครอบครัวสกุลหลี่มาเป็นเหรัญญิกอีกเล่า! ส่วนครอบครัวสกุลหลี่ก็คิดว่า ผู้นำชุมชนแม้ว่าปกติจะไม่กดขี่ข่มเหงรังแกสมาชิกในชุมชน ทว่าเรื่องแบบนี้ ทำไมเขาถึงไม่เลือกคนในครอบครัวตัวเองก่อน?
แม้แต่ตัวหลี่เย่าวั่งเองก็มองกู้อวิ๋นฉีด้วยความสีหน้าไม่อยากจะเชื่อเช่นกัน เขาพูดกับภรรยาที่อยู่ข้างๆ ว่า “แม่ เมื่อกี้ผู้นำชุมชนพูดว่าอะไรนะ? " ภรรยาของหลี่เย่าวั่งพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นอย่างมาก "พ่อ ฉันได้ยินผู้นำชุมชนบอกว่าจะเสนอชื่อให้พ่อเป็นเหรัญญิกของชุมชนเราแหนะ พ่อว่าฉันหูฝาดไปรึเปล่า เรื่องดีๆ แบบนี้ทำไมถึงตกมาถึงครอบครัวเราได้? "
หลี่เย่าวั่งพยักหน้า "แม่เอ้ย ที่เธอพูดก็ถูกแล้ว เรื่องแบบนี้ ทำไมถึงตกมาถึงครอบครัวเราได้!"
ทั้งสองพูดคุยกันคุณคำฉันคำ แต่ก็ยังไม่เชื่อ จนกระทั่งคนข้างๆ ทนฟังต่อไปไม่ไหวแล้ว "พ่อหลี่หมิง แม่หลี่หมิง พวกคุณสองคนยังคุยอะไรกันอีก? ผู้นำชุมชนบอกว่าจะเสนอชื่อให้พ่อของหลี่หมิงเป็นเหรัญญิกนะ"
ในขณะนั้นเอง ผู้นำชุมชนก็เปิดปากพูดขึ้นอีกครั้ง “ทุกคนลองว่ามา ยังมีใครเหมาะสมกับตำแหน่งเหรัญญิกของชุมชนเรามากกว่าหลี่เย่าวั่งอีกไหม?"
คนที่เหมาะสมกว่าหลี่เย่าวั่ง แน่นอนว่าย่อมต้องมี แต่ย่อมไม่มีใครในชุมชนพูดถึง คนที่เหมาะสมกว่านั้นก็คือคนในครอบครัวสกุลหาน อย่างหานเซี่ยงหยางที่ทั้งหนุ่มแน่น ทั้งมีความรู้ความสามารถ เหมาะสมกว่าหลี่เย่าวั่งอย่างแน่นอน แต่ผู้ใดใช้ให้ครอบครัวสกุลหานขาดฐานเสียงจากชาวบ้านเล่า?
แน่นอนว่าเดิมทีครอบครัวสกุลหานไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อน ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้คิดอะไรมาก ตอนนี้นอกจากดูละครตรงหน้าแล้วก็ทำได้เพียงลอบถอนหายใจ พร้อมชื่นชมในใจว่าผู้นำชุมชนลงมือได้สวยจริงๆ
เป็นผู้นำชุมชนมานานหลายปี เรื่องนี้วันนี้ต้องได้ข้อสรุปแน่นอน
หลี่เย่าวั่งเป็นคนในครอบครัวสกุลหลี่ แต่ไม่ใช่ญาติสายเดียวกับเหรัญญิกหลี่ ผู้นำชุมชนให้โอกาสหลี่เย่าวั่ง คนในสายของหลี่เย่าวั่งย่อมจะต้องสนับสนุนเขาอย่างเต็มที่แน่นอน
แน่นอนว่าเครือญาติที่สนิทกับเหรัญญิกหลี่มากกว่าย่อมต้องคัดค้าน ทว่าลูกสาวของเหรัญญิกหลี่ทำผิด เหรัญญิกหลี่ดูแลลูกไม่ดีเป็นเรื่องที่แน่นอนแล้ว การที่เขาไม่โดนลูกสาวลากไปซวยด้วยก็ถือว่าบรรพบุรุญคุ้มครองแล้ว
ผลปรากฏว่าก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ คนที่สนิทกับเหรัญญิกหลี่เริ่มรู้สึกกระวนกระวายใจ มีคนบางส่วนเริ่มมองหาตัวเหรัญญิกหลี่ในลาน เรื่องมันก็ดำเนินมาถึงขั้นนี้แล้ว ทำไมยังไม่เปิดปากอีก?
แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนประหลาดใจก็คือ เหรัญญิกหลี่ที่ปกติจะต้องมาร่วมประชุมทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นประชุมใหญ่หรือประชุมเล็กก็ไม่เคยชาด คนที่ชอบแสดงตัวตนต่อหน้าทุกคน แต่วันนี้กลับไม่ได้มา
ช่วงเวลาสำคัญแบบนี้ เขากลับหายหัวไปไหน? หลังจากที่แน่ใจว่าเหรัญญิกหลี่ไม่ได้อยู่ที่นี่จริงๆ ก็มีคนส่งลูกของตัวเองไปตามหาเหรัญญิกหลี่ทันที ผู้นำชุมชนเห็น แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก เรื่องนี้ต้องจัดการให้เสร็จภายในวันนี้ถึงจะดีที่สุด ถึงแม้จะบอกว่า ปล่อยให้คนในครอบครัวหลี่ทะเลาะกันเองก็ได้ แต่ถ้ายืดเยื้อนานเกินไป ในที่สุดก็ไม่เป็นผลดีต่อชุมชนถวนเจี๋ย
ผู้นำชุมชนยังปรึกษาเรื่องนี้กับผู้เฒ่าคนอื่นๆ ที่อยู่รอบๆ ด้วย ผลปรากฏว่า มีคนมากมายที่สนับสนุนหลี่เย่าวั่งเหรัญญิกหลี่มักทำตัวเป็นผู้นำวางมาดสูงส่งในชุมชน แต่หลี่เย่าวั่งกลับช่วยเหลือผู้คนมากมาย ความช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ เหล่านั้น หลายคนอาจไม่ได้จดจำไว้ในใจ แต่เมื่อกี้ผู้นำชุมชนไม่ได้เพิ่งเอ่ยเตือนพวกเขาหรอกหรือ?
ทุกคนลองนึกตามที่ผู้นำชุมชนพูด ก็พบว่า หลี่เย่าวั่งเคยช่วยเหลือพวกเขามาก่อนจริงๆ ผู้นำชุมชนรอให้เหรัญญิกหลี่มาถึง เมื่อคำนวณเวลาคร่าวๆ คิดว่าได้เวลาพอสมควรแล้วก็เปิดปากพูดขึ้น "ในเมื่อทุกคนไม่มีความเห็นต่าง เช่นนั้นตั้งแต่นี้ต่อไป สหายหลี่เย่าวั่งก็คือ…"
"ฉันไม่เห็นด้วย!" คำพูดของผู้นำชุมชนถูกขัดจังหวะ
ซึ่งคนที่ขัดจังหวะก็ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นเหรัญญิกหลี่ที่วิ่งเข้ามาพร้อมหอบหายใจแฮกๆ
"กู้อวิ๋นฉี แกหมายความว่ายังไง? ” เหรัญญิกหลี่ถลึงตาจ้องเขม็งด้วยความโกรธ แม้แต่คำเรียกขานก็เปลี่ยนเป็นกู้อวิ๋นฉี แสดงให้เห็นว่าเขาโกรธจนถึงขีดสุดแล้ว!
ในทางตรงกันข้ามกับความโกรธของเขา บนใบหน้าของผู้นำชุมชนกู้อวิ๋นฉีกลับมีรอยยิ้มบางเบาปรากฏอยู่
เพียงแต่ว่าในสายตาของเหรัญญิกหลี่ เขามองรอยยิ้มนั้นเป็นการเยาะเย้ย
"กู้อวิ๋นฉี แกพูดสิ แกหมายความว่ายังไง? แกปลดฉันออกจากตำแหน่งเหรัญญิกแบบนี้เลยเหรอ?"
"หลี่โก่วเชิ่ง ฉันไม่ได้หมายความว่ายังไง นายต้องเข้าใจว่า เรื่องนี้เกิดจากที่นายดูแลลูกสาวไม่ดีเอง หลี่เสี่ยวหรงโดนลากไปเกี่ยวข้องกับศัตรูของชาติแล้ว นายในฐานะพ่อ ถ้าจะบอกว่าตัวเองไม่เกี่ยวข้องกับศัตรูของชาติ จะมีใครเชื่อนายบ้าง? "
ในเรื่องนี้ มิอาจไม่ยอมรับว่าผู้นำชุมชนมีอำนาจเหนือกว่าอย่างแน่นอน ผลปรากฏว่าก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เหรัญญิกหลี่ไม่สามารถโต้แย้งได้เลย
"หลายปีมานี้ ฉันทุ่มเทตรากตรำเพื่อชุมชนถวนเจี๋ยของเรา ทำงานน้อยใหญ่มาตั้งเท่าไหร่ ทำไมพวกคุณถึงได้สงสัยฉัน เพียงเพราะลูกสาวที่ไม่เอาไหนของฉันทำผิดเล็กๆ น้อยๆหรือ? "
"สงสัยหรือไม่สงสัย เราค่อยว่ากันทีหลังก็ได้ ไม่แน่ว่าอีกไม่กี่วันข้างหน้า ตำรวจอาจจะมาหานายถึงที่ หลี่โก่วเชิ่ง ฉันเป็นผู้นำชุมชน ฉันต้องรับผิดชอบทุกคนในชุมชน!"
คำพูดเหล่านี้ถูกพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นของผู้นำชุมชน ชาวบ้านนึกถึงเรื่องที่หลี่เสี่ยวหรงถูกจับไปแล้ว เหรัญญิกหลี่ในฐานะพ่อบอกว่าตนเองไม่รู้เรื่องนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะมีคนเชื่อกี่คน ไม่แน่ว่า อาจจะเป็นอย่างที่ผู้นำชุมชนพูดก็ได้ ไม่นานก็คงจะมีคนมาจับเหรัญญิกหลี่
เมื่อคิดเช่นนี้ ทุกคนก็ยิ่งรู้สึกว่า ควรปลดเหรัญญิกหลี่ออกจากตำแหน่งโดยเร็วที่สุด ไม่เช่นนั้น ถ้าเรื่องนี้พาให้คนอื่นๆ ในชุมชนซวยไปด้วย จะทำอย่างไร?