จุ๊กจิ๊ก ~ จุ๊กจิ๊ก ~ จุ๊บจิ๊บ ~
เสียงนกน้อยดังจอแจมาจากนอกบานหน้าต่างเสียงเล็ก ๆ นั่น มันสร้างความรำคาญใจให้กับคนที่นอนหลับได้ไม่เต็มอิ่มอย่างเจียหลีทำเอาคนงามที่กำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงต้องออกสีหน้าหงุดหงิดและขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างเก้ ๆ กัง ๆ
ไม่เพียงเสียงนกกระจิบที่ดังระงมแซ่ซ้องไม่หยุดไม่หย่อนไหนยังมีแสงแดดอ่อน ๆ นั่นอีก ที่ทอดผ่านช่องลมเข้ามาในห้องหอ แล้วตกกระทบลงบนเปลือกตาบอบบางดุจปีกจักจั่นของไป๋เจียหลีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“หึ้มมม!เ้าพวกนกโง่ จะร้องอะไรกันนักกันหนา คนจะหลับจะนอนโว้ย!”
ไป๋เจียหลีในร่างของคุณหนูฉินที่ยังคงหลับตาพริ้มยามนี้ขยับปากบ่นงึมงำอย่างหัวเสีย เพราะเมื่อคืนนี้มัวแต่นั่งฟังคำบอกเล่าจากปากของตันหยางเอาแต่คิดทบทวน เอาแต่คิดจับต้นชนปลายในสิ่งที่ตันหยางเล่ามารวมไปถึงเอาแต่พยายามคิดหาวิธีเอาตัวรอดในต่างโลก เจียหลีจึงมีอาการกระสับกระส่ายนอนพลิกตัวไปมาแทบตลอดทั้งคืน
จะว่าไป...ก็ไม่รู้เหมือนกัน? ว่าผล็อยหลับไปั้แ่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีก็เช้าเสียแล้ว...
ตึก! ตึก!! ตึก!!!
เสียงฝีเท้าปริศนากระทบกับพื้นเรือนอย่างแน่นเน้นทำเอาคนที่นอนพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียงนอนจำต้องขมวดคิ้วมุ่นหนักเข้าไปอีกเจียหลีไม่คิดว่า...ผู้ที่ทำเสียงดังน่ารำคาญ จะเป็ใครอื่นเว้นเสียแต่เป็ฝีเท้าของตันหยาง ซึ่งเป็สาวใช้เพียงคนเดียวของเ้าของร่างนี้
แต่ทว่าเพียงแค่เสี้ยวอึดใจเดียวเสียงฉะฉานของเด็กหญิงตัวน้อยก็ดังแว่วขึ้นมาหักล้างความคิดของไป๋เจียหลีทั้งหมด
“ท่านแม่ ท่านแม่ตื่นได้แล้วเ้าค่ะ ท่านย่าเคยสอนว่า สตรีที่ดีต้องไม่นอนกินบ้านกินเมืองนะเ้าคะ”
เจียหลียังไม่ทันได้ตั้งตัวเลยด้วยซ้ำมือเล็กนุ่มนิ่มของเด็กน้อยก็แตะลงบนแก้มนวลเนียนของไป๋เจียหลีอย่างถือวิสาสะในเมื่อถูกรบกวนขนาดนี้แล้ว ต่อให้ไม่อยากตื่นนอนขนาดไหนไป๋เจียหลีในร่างของฉินฟางเฟยก็จำต้องลืมตาตื่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“ท่านแม่? ท่านแม่งั้นเหรอ?”
ไป๋เจียหลีกะพริบตาปริบๆ จ้องมองใบหน้าอ้วนกลมของเด็กหญิงตัวน้อยอย่างฉงนใจเจียหลีพยายามเค้นสมองครุ่นคิด ว่าเด็กหญิงคนนี้เป็ลูกเต้าเหล่าใครกันแน่ทำไมอยู่ดี ๆ ก็โผล่มาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยหนำซ้ำยังมาเรียกเ้าของร่างนี้ว่าท่านแม่อีกต่างหาก
มันชักจะแปลกเกินไปแล้ว...
เท่าที่เจียหลีอ่านนิยายมาเนื้อหาั้แ่บทที่หนึ่ง จนถึงบทที่แปด ไม่มีตรงไหนบรรยายถึงเด็กคนนี้เลยด้วยซ้ำยิ่งไม่มีส่วนไหนบรรยายไว้ว่า...เสิ่นตวนหนิงมีลูกติดในทางกลับกัน...ในนิยายบรรยายไว้ชัดเจนว่า โหวหนุ่มรูปงามอย่างเสิ่นตวนหนิงยังไม่ได้แต่งงานมีภรรยา และไม่ได้คบหากับสตรีคนใดเป็พิเศษแล้วไฉนถึงมีเด็กคนนี้เข้ามาเดินเพ่นพ่านอยู่ในจวนสกุลเสิ่นได้ล่ะ
“อื้อ ๆใช่แล้วเ้าค่ะ ท่านก็คือท่านแม่ของข้า ท่านพ่อบอกว่า…ให้เรียกคุณหนูสามฉินว่าท่านแม่ ต่อไปนี้ท่านคือท่านแม่ของหงเอ๋อร์เ้าค่ะʘᴥʘ” เด็กน้อยหงเอ๋อร์พยักหน้าหงึกๆ จนหัวสั่นหัวคลอน ทั้งพ่นเสียง 'อื้อ ๆ' ในลำคออย่างน่ารักน่าชัง
เมื่อเอ่ยจบแล้วหงเอ๋อร์ก็ไม่ได้ทำตัวเกเร นางนั่งจ้องหน้าท่านแม่ตาแป๋วหนำซ้ำยังใช้นิ้วมือสั้นป้อมที่ดูอย่างไรก็เหมือนแง่งขิงเอามานวดคลึงท่อนแขนให้ท่านแม่อย่างออดอ้อนเอาใจ
“หงเอ๋อร์บอกข้าสักคำ ผู้ใดคือท่านพ่อของเ้า” ไป๋เจียหลีหยัดตัวลุกขึ้นนั่งพร้อมกับมองสำรวจรูปลักษณ์ของเด็กหญิงตัวน้อยอย่างนึกพิจารณา
เสิ่นหงเอ๋อร์ เป็เด็กอ้วนจ้ำม่ำ อายุน่าจะราว ๆ สี่ซ้าห้าขวบกระมัง นอกจากอ้วนกลมน่ารักน่ากอดผิวขาวเนียนละเอียดดุจไข่ปอกของเด็กน้อย ยังชวนให้นึกถึงก้อนหมั่นโถวอีกต่างหากยิ่งหงเอ๋อร์ยื่นแก้มย้วยที่ขึ้นสีชมพูเรื่อเข้ามาใกล้ก็ยิ่งดึงดูดให้เจียหลีอยากยื่นมือเข้าไปหยิก
“ท่านพ่อของหงเอ๋อร์คือท่านพ่อตวนหนิงอย่างไรเล่าเ้าคะ”
เด็กน้อยตอบคำถามของมารดาคนสวยด้วยน้ำเสียงสดใสเจื้อยแจ้วแต่ทว่าดวงตากลมโตสุดไร้เดียงสาของเสิ่นหงเอ๋อร์กลับเต็มไปด้วยความสงสัยหนำซ้ำเ้าหมั่นโถวน้อยยังเอาแต่เอียงหัวไปมาราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่าง
หงเอ๋อร์สงสัยยิ่งนักสงสัยว่า...เหตุใดท่านแม่ถึงได้ถามคำถามแปลกพิลึกเช่นนั้นด้วยเล่า?
มิใช่ว่าทั่วทั้งจวนสกุลเสิ่นใคร ๆ ต่างก็รู้ว่าหงเอ๋อร์คือผู้บุตรสาวของท่านพ่อหรอกหรือ แล้วอีกอย่าง...เมื่อวานนี้... หลังจากที่ท่านพ่อกับท่านแม่กราบไหว้ฟ้าดินเสร็จคนที่จูงมือท่านแม่มาส่งที่เรือนหอ ก็คือหงเอ๋อร์... ท่านแม่จำมิได้หรอกหรือ?
“ท่านพ่อของเ้า?คะ... คือ... เสิ่นตวนหนิง?”
ไป๋เจียหลีทวนชื่อของเสิ่นตวนหนิงต่อหน้าเด็กหญิงตัวน้อยที่ตอนนี้เพิ่งจะปีนเตียง แล้วขึ้นมานั่งทับบนตักของเจียหลีอย่างหน้าตาเฉยหนำซ้ำเ้าเด็กนั่นยังใช้แก้มนุ่มนิ่มของตัวเองถูไถคลอเคลียไปกับเรียวแขนของเจียหลีอย่างอ่อนโยนดูท่าแล้วเ้าเด็กนี่น่าจะขี้อ้อนไม่เบา
“อืออื้อใช่แล้วเ้าค่ะ”
เสิ่นหงเอ๋อร์เงยหน้าขึ้นเล็กน้อยแล้วยื่นมือขึ้นไปจิ้มแก้มนุ่มนิ่มของท่านแม่เล่น ราวกับคุ้นเคยกันดีจากนั้นเ้าเด็กน้อยก็พยักหน้ายิก ๆและส่งเสียงอื้ออึงในลำคอเพื่อยืนยันว่าเสิ่นตวนหนิงคือบิดาของนางจริง ๆ
อา... ท่าทางของนางช่างดูไร้เดียงสายิ่งนักน่าจะเป็เด็กที่ว่านอนสอนง่าย และรู้ความกว่าเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันเป็แน่
เห็นอย่างนี้ไป๋เจียหลีก็พลอยรู้สึกเอ็นดูในความน่ารักน่าชังของเสิ่นหงเอ๋อร์ได้ง่ายๆ
ด้วยความที่เจียหลีเป็คนรักเด็กอยู่เป็ทุนเดิมพอถูกหงเอ๋อร์ออดอ้อนเข้าหน่อยเจียหลีก็คล้อยตามไปกับความน่ารักน่าเอ็นดูของเ้าตัวน้อย กระทั่งเผลอคิดว่า...ถ้าครั้งหนึ่งเจียหลีต้องมีลูกเป็ของตัวเองสักคนเจียหลีก็อยากมีลูกสาวที่หน้าตาน่ารักและนิสัยร่าเริงแจ่มใส่เหมือนกับเสิ่นหงเอ๋อร์
“อืม...แล้วท่านพ่อของเ้าเล่า?ตอนนี้อยู่ที่ไหน?” เจียหลียกมือลูบหัวทุยของเด็กน้อยอย่างนึกเอ็นดู
“ท่านพ่ออยู่ในห้องโถงเ้าค่ะท่านพ่อบอกว่า จะรอกินข้าวเช้ากับท่านแม่เสร็จแล้วจะพาท่านแม่ไปคารวะน้ำชาต่อหน้าท่านย่าด้วยกันเ้าค่ะ”เ้าก้อนหมั่นโถวน้อยตอบเสียงดังฟังชัด เสร็จแล้วก็ยิ้มตาหยีส่งให้มารดาคนสวยไปหนึ่งทีครั้นนึกขึ้นมาได้ ว่าตนเองยังพูดไม่หมด เด็กหญิงตัวน้อยก็หุบยิ้มพลันแล้วเอ่ยต่อไปอีกว่า
“ท่านพ่อบอกว่าให้หงเอ๋อร์มาหาท่านแม่แล้วยังบอกอีกว่า ภารกิจของหงเอ๋อร์คือ ช่วยปลุกท่านแม่ทุกเช้าคอยอยู่เป็เพื่อนท่านแม่ทุกวัน ที่สำคัญต้องทำให้ท่านแม่รู้สึกสบายใจ ไม่เศร้าไม่เหงา สรุปก็คือ! หงเอ๋อร์ต้องทำให้ท่านแม่มีความสุขเ้าค่ะ”
เมื่อคิดไปตามคำพูดเจื้อยแจ้วของเสิ่นหงเอ๋อร์ไป๋เจียหลีก็หลุดยิ้มจาง ๆ ออกมาโดยไม่รู้ตัวขณะเดียวกันก็พึมพำกับตัวเองในใจว่า...
‘ฉลาดไม่เบาเลยนี่เสิ่นตวนหนิงตัวเองเข้าหน้าเมียไม่ติด ก็เลยหันมาใช้แผนโซ่ทองคล้องใจสินะ’
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตอนนี้นอกจากรู้สึกเอ็นดูเด็กหญิงตัวน้อยตรงหน้าแล้วไป๋เจียหลีก็ยังรู้สึกเอ็นดูตวนหนิงไปด้วยอีกคนดูท่าแล้วเพื่อนพระเอกอย่างเสิ่นตวนหนิง มีแววว่าจะเป็พวกบุรุษคลั่งรัก เผลอ ๆคงจะคลั่งรักกว่าพระเอกของเื่ก็อาจจะเป็ไปได้
เท่าที่เจียหลีรู้มาิซางเฉวียนคือพระเอก เจียวจื่ออิงคือนางเอกฉินฟางเฟยคือตัวอิจฉาและเป็ตัวร้ายของนิยายเื่เพียงรักนิรันดรส่วนเสิ่นตวนหนิงคือเพื่อนพระเอกจะบอกว่าเขาเป็แค่ตัวประกอบของนิยายเื่นี้ก็ไม่ผิด
ถ้าให้มองในแง่มุมของฉินฟางเฟยคนเก่าซึ่งรักปักใจต่อิซางเฉวียนแค่คนเดียว จู่ ๆการต้องมาแต่งงานเป็ฮูหยินเอกของเสิ่นโหว ถือเป็เื่เลวร้ายในชีวิตของนางแต่ทว่าถ้าให้มองในมุมของไป๋เจียหลีที่ย้ายเข้ามาอยู่ในร่างของนางร้ายเจียหลีกลับรู้สึกว่า การได้แต่งงานลงเอยกับตัวประกอบของเื่ก็ไม่ใช่เื่เลวร้ายอะไรขนาดนั้น
ดีออกถมไปที่ได้แต่งเป็ฮูหยินเพียงคนเดียวของเสิ่นโหวร่างนี้จะได้ไม่ต้องเหนื่อยไปแก่งแย่งชิงดีกับใคร เพราะดูท่าแล้วเสิ่นตวนหนิงคนนี้น่าจะเป็ผู้ชายประเภทที่ไม่ฝักใฝ่ในเื่ตัณหาราคะกับสตรีอื่น หนำซ้ำท่าทีที่เขาปฏิบัติต่อร่างนี้ยังค่อนข้างใจกว้างสุภาพอ่อนโยน ให้เกียรติ และแสนดีอีกต่างหาก
ถ้าให้พูดตามตรงผู้ชายแบบนี้มีแค่ในฝันเท่านั้นแหละโชคดีแค่ไหนแล้วที่สตรีนิสัยร้ายกาจอย่างฉินฟางเฟยได้แต่งกับผู้ชายที่ครบเครื่องแบบนี้ถ้าไม่ติดว่าได้อ่านนิยายมาก่อน เจียหลีคงคิดว่าเสิ่นตวนหนิงคือพระเอกของนิยายเื่นี้ซะอีก
แต่ก็นะ…
บางที 'พระเอก' ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็คนใจกว้างสุภาพอ่อนโยน และแสนดีเสมอไปนิยายเื่ที่นักเขียนแต่งให้พระเอกเป็คนปากไวใจกล้า อารมณ์แปรปรวนคุ้มดีคุ้มร้าย เหมือนคนเป็ไบโพล่าร์ก็มีให้เห็นตั้งเยอะ...