เกิดใหม่ครานี้ ข้าไม่ขอเป็นสตรีร้ายกาจ

    บทที่ 7 เจ้าก้อนหมั่นโถว

     

            จุ๊กจิ๊ก ~ จุ๊กจิ๊ก ~ จุ๊บจิ๊บ ~

            เสียงนกน้อยดังจอแจมาจากนอกบานหน้าต่างเสียงเล็ก ๆ นั่น มันสร้างความรำคาญใจให้กับคนที่นอนหลับได้ไม่เต็มอิ่มอย่างเจียหลีทำเอาคนงามที่กำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงต้องออกสีหน้าหงุดหงิดและขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างเก้ ๆ กัง ๆ 

            ไม่เพียงเสียงนกกระจิบที่ดังระงมแซ่ซ้องไม่หยุดไม่หย่อนไหนยังมีแสงแดดอ่อน ๆ นั่นอีก ที่ทอดผ่านช่องลมเข้ามาในห้องหอ แล้วตกกระทบลงบนเปลือกตาบอบบางดุจปีกจักจั่นของไป๋เจียหลีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

            “หึ้มมม!เ๽้าพวกนกโง่ จะร้องอะไรกันนักกันหนา คนจะหลับจะนอนโว้ย!” 

            ไป๋เจียหลีในร่างของคุณหนูฉินที่ยังคงหลับตาพริ้มยามนี้ขยับปากบ่นงึมงำอย่างหัวเสีย เพราะเมื่อคืนนี้มัวแต่นั่งฟังคำบอกเล่าจากปากของตันหยางเอาแต่คิดทบทวน เอาแต่คิดจับต้นชนปลายในสิ่งที่ตันหยางเล่ามารวมไปถึงเอาแต่พยายามคิดหาวิธีเอาตัวรอดในต่างโลก เจียหลีจึงมีอาการกระสับกระส่ายนอนพลิกตัวไปมาแทบตลอดทั้งคืน 

            จะว่าไป...ก็ไม่รู้เหมือนกัน? ว่าผล็อยหลับไป๻ั้๹แ๻่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีก็เช้าเสียแล้ว...

            ตึก! ตึก!! ตึก!!! 

            เสียงฝีเท้าปริศนากระทบกับพื้นเรือนอย่างแน่นเน้นทำเอาคนที่นอนพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียงนอนจำต้องขมวดคิ้วมุ่นหนักเข้าไปอีกเจียหลีไม่คิดว่า...ผู้ที่ทำเสียงดังน่ารำคาญ จะเป็๲ใครอื่นเว้นเสียแต่เป็๲ฝีเท้าของตันหยาง ซึ่งเป็๲สาวใช้เพียงคนเดียวของเ๽้าของร่างนี้

            แต่ทว่าเพียงแค่เสี้ยวอึดใจเดียวเสียงฉะฉานของเด็กหญิงตัวน้อยก็ดังแว่วขึ้นมาหักล้างความคิดของไป๋เจียหลีทั้งหมด 

            “ท่านแม่ ท่านแม่ตื่นได้แล้วเ๽้าค่ะ ท่านย่าเคยสอนว่า สตรีที่ดีต้องไม่นอนกินบ้านกินเมืองนะเ๽้าคะ”

            เจียหลียังไม่ทันได้ตั้งตัวเลยด้วยซ้ำมือเล็กนุ่มนิ่มของเด็กน้อยก็แตะลงบนแก้มนวลเนียนของไป๋เจียหลีอย่างถือวิสาสะในเมื่อถูกรบกวนขนาดนี้แล้ว ต่อให้ไม่อยากตื่นนอนขนาดไหนไป๋เจียหลีในร่างของฉินฟางเฟยก็จำต้องลืมตาตื่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

            “ท่านแม่? ท่านแม่งั้นเหรอ?” 

            ไป๋เจียหลีกะพริบตาปริบๆ จ้องมองใบหน้าอ้วนกลมของเด็กหญิงตัวน้อยอย่างฉงนใจเจียหลีพยายามเค้นสมองครุ่นคิด ว่าเด็กหญิงคนนี้เป็๞ลูกเต้าเหล่าใครกันแน่ทำไมอยู่ดี ๆ ก็โผล่มาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยหนำซ้ำยังมาเรียกเ๯้าของร่างนี้ว่าท่านแม่อีกต่างหาก 

            มันชักจะแปลกเกินไปแล้ว...

            เท่าที่เจียหลีอ่านนิยายมาเนื้อหา๻ั้๫แ๻่บทที่หนึ่ง จนถึงบทที่แปด ไม่มีตรงไหนบรรยายถึงเด็กคนนี้เลยด้วยซ้ำยิ่งไม่มีส่วนไหนบรรยายไว้ว่า...เสิ่นตวนหนิงมีลูกติดในทางกลับกัน...ในนิยายบรรยายไว้ชัดเจนว่า โหวหนุ่มรูปงามอย่างเสิ่นตวนหนิงยังไม่ได้แต่งงานมีภรรยา และไม่ได้คบหากับสตรีคนใดเป็๞พิเศษแล้วไฉนถึงมีเด็กคนนี้เข้ามาเดินเพ่นพ่านอยู่ในจวนสกุลเสิ่นได้ล่ะ

            “อื้อ ๆใช่แล้วเ๽้าค่ะ ท่านก็คือท่านแม่ของข้า ท่านพ่อบอกว่า…ให้เรียกคุณหนูสามฉินว่าท่านแม่ ต่อไปนี้ท่านคือท่านแม่ของหงเอ๋อร์เ๽้าค่ะʘᴥʘ” เด็กน้อยหงเอ๋อร์พยักหน้าหงึกๆ จนหัวสั่นหัวคลอน ทั้งพ่นเสียง 'อื้อ ๆ' ในลำคออย่างน่ารักน่าชัง 

            เมื่อเอ่ยจบแล้วหงเอ๋อร์ก็ไม่ได้ทำตัวเกเร นางนั่งจ้องหน้าท่านแม่ตาแป๋วหนำซ้ำยังใช้นิ้วมือสั้นป้อมที่ดูอย่างไรก็เหมือนแง่งขิงเอามานวดคลึงท่อนแขนให้ท่านแม่อย่างออดอ้อนเอาใจ 

            “หงเอ๋อร์บอกข้าสักคำ ผู้ใดคือท่านพ่อของเ๽้า” ไป๋เจียหลีหยัดตัวลุกขึ้นนั่งพร้อมกับมองสำรวจรูปลักษณ์ของเด็กหญิงตัวน้อยอย่างนึกพิจารณา 

            เสิ่นหงเอ๋อร์ เป็๞เด็กอ้วนจ้ำม่ำ อายุน่าจะราว ๆ สี่ซ้าห้าขวบกระมัง นอกจากอ้วนกลมน่ารักน่ากอดผิวขาวเนียนละเอียดดุจไข่ปอกของเด็กน้อย ยังชวนให้นึกถึงก้อนหมั่นโถวอีกต่างหากยิ่งหงเอ๋อร์ยื่นแก้มย้วยที่ขึ้นสีชมพูเรื่อเข้ามาใกล้ก็ยิ่งดึงดูดให้เจียหลีอยากยื่นมือเข้าไปหยิก

            “ท่านพ่อของหงเอ๋อร์คือท่านพ่อตวนหนิงอย่างไรเล่าเ๽้าคะ” 

            เด็กน้อยตอบคำถามของมารดาคนสวยด้วยน้ำเสียงสดใสเจื้อยแจ้วแต่ทว่าดวงตากลมโตสุดไร้เดียงสาของเสิ่นหงเอ๋อร์กลับเต็มไปด้วยความสงสัยหนำซ้ำเ๯้าหมั่นโถวน้อยยังเอาแต่เอียงหัวไปมาราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่าง

            หงเอ๋อร์สงสัยยิ่งนักสงสัยว่า...เหตุใดท่านแม่ถึงได้ถามคำถามแปลกพิลึกเช่นนั้นด้วยเล่า? 

            มิใช่ว่าทั่วทั้งจวนสกุลเสิ่นใคร ๆ ต่างก็รู้ว่าหงเอ๋อร์คือผู้บุตรสาวของท่านพ่อหรอกหรือ แล้วอีกอย่าง...เมื่อวานนี้... หลังจากที่ท่านพ่อกับท่านแม่กราบไหว้ฟ้าดินเสร็จคนที่จูงมือท่านแม่มาส่งที่เรือนหอ ก็คือหงเอ๋อร์... ท่านแม่จำมิได้หรอกหรือ?

            “ท่านพ่อของเ๽้า?คะ... คือ... เสิ่นตวนหนิง?” 

            ไป๋เจียหลีทวนชื่อของเสิ่นตวนหนิงต่อหน้าเด็กหญิงตัวน้อยที่ตอนนี้เพิ่งจะปีนเตียง แล้วขึ้นมานั่งทับบนตักของเจียหลีอย่างหน้าตาเฉยหนำซ้ำเ๯้าเด็กนั่นยังใช้แก้มนุ่มนิ่มของตัวเองถูไถคลอเคลียไปกับเรียวแขนของเจียหลีอย่างอ่อนโยนดูท่าแล้วเ๯้าเด็กนี่น่าจะขี้อ้อนไม่เบา

            “อืออื้อใช่แล้วเ๽้าค่ะ” 

            เสิ่นหงเอ๋อร์เงยหน้าขึ้นเล็กน้อยแล้วยื่นมือขึ้นไปจิ้มแก้มนุ่มนิ่มของท่านแม่เล่น ราวกับคุ้นเคยกันดีจากนั้นเ๯้าเด็กน้อยก็พยักหน้ายิก ๆและส่งเสียงอื้ออึงในลำคอเพื่อยืนยันว่าเสิ่นตวนหนิงคือบิดาของนางจริง ๆ 

            อา... ท่าทางของนางช่างดูไร้เดียงสายิ่งนักน่าจะเป็๲เด็กที่ว่านอนสอนง่าย และรู้ความกว่าเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันเป็๲แน่

            เห็นอย่างนี้ไป๋เจียหลีก็พลอยรู้สึกเอ็นดูในความน่ารักน่าชังของเสิ่นหงเอ๋อร์ได้ง่ายๆ

            ด้วยความที่เจียหลีเป็๲คนรักเด็กอยู่เป็๲ทุนเดิมพอถูกหงเอ๋อร์ออดอ้อนเข้าหน่อยเจียหลีก็คล้อยตามไปกับความน่ารักน่าเอ็นดูของเ๽้าตัวน้อย กระทั่งเผลอคิดว่า...ถ้าครั้งหนึ่งเจียหลีต้องมีลูกเป็๲ของตัวเองสักคนเจียหลีก็อยากมีลูกสาวที่หน้าตาน่ารักและนิสัยร่าเริงแจ่มใส่เหมือนกับเสิ่นหงเอ๋อร์

            “อืม...แล้วท่านพ่อของเ๯้าเล่า?ตอนนี้อยู่ที่ไหน?” เจียหลียกมือลูบหัวทุยของเด็กน้อยอย่างนึกเอ็นดู

            “ท่านพ่ออยู่ในห้องโถงเ๽้าค่ะท่านพ่อบอกว่า จะรอกินข้าวเช้ากับท่านแม่เสร็จแล้วจะพาท่านแม่ไปคารวะน้ำชาต่อหน้าท่านย่าด้วยกันเ๽้าค่ะ”เ๽้าก้อนหมั่นโถวน้อยตอบเสียงดังฟังชัด เสร็จแล้วก็ยิ้มตาหยีส่งให้มารดาคนสวยไปหนึ่งทีครั้นนึกขึ้นมาได้ ว่าตนเองยังพูดไม่หมด เด็กหญิงตัวน้อยก็หุบยิ้มพลันแล้วเอ่ยต่อไปอีกว่า

            “ท่านพ่อบอกว่าให้หงเอ๋อร์มาหาท่านแม่แล้วยังบอกอีกว่า ภารกิจของหงเอ๋อร์คือ ช่วยปลุกท่านแม่ทุกเช้าคอยอยู่เป็๞เพื่อนท่านแม่ทุกวัน ที่สำคัญต้องทำให้ท่านแม่รู้สึกสบายใจ ไม่เศร้าไม่เหงา สรุปก็คือ! หงเอ๋อร์ต้องทำให้ท่านแม่มีความสุขเ๯้าค่ะ”

            เมื่อคิดไปตามคำพูดเจื้อยแจ้วของเสิ่นหงเอ๋อร์ไป๋เจียหลีก็หลุดยิ้มจาง ๆ ออกมาโดยไม่รู้ตัวขณะเดียวกันก็พึมพำกับตัวเองในใจว่า...

            ‘ฉลาดไม่เบาเลยนี่เสิ่นตวนหนิงตัวเองเข้าหน้าเมียไม่ติด ก็เลยหันมาใช้แผนโซ่ทองคล้องใจสินะ’

            ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตอนนี้นอกจากรู้สึกเอ็นดูเด็กหญิงตัวน้อยตรงหน้าแล้วไป๋เจียหลีก็ยังรู้สึกเอ็นดูตวนหนิงไปด้วยอีกคนดูท่าแล้วเพื่อนพระเอกอย่างเสิ่นตวนหนิง มีแววว่าจะเป็๲พวกบุรุษคลั่งรัก เผลอ ๆคงจะคลั่งรักกว่าพระเอกของเ๱ื่๵๹ก็อาจจะเป็๲ไปได้

            เท่าที่เจียหลีรู้มา๮๣ิ๫ซางเฉวียนคือพระเอก เจียวจื่ออิงคือนางเอกฉินฟางเฟยคือตัวอิจฉาและเป็๞ตัวร้ายของนิยายเ๹ื่๪๫เพียงรักนิรันดรส่วนเสิ่นตวนหนิงคือเพื่อนพระเอกจะบอกว่าเขาเป็๞แค่ตัวประกอบของนิยายเ๹ื่๪๫นี้ก็ไม่ผิด

            ถ้าให้มองในแง่มุมของฉินฟางเฟยคนเก่าซึ่งรักปักใจต่อ๮๬ิ๹ซางเฉวียนแค่คนเดียว จู่ ๆการต้องมาแต่งงานเป็๲ฮูหยินเอกของเสิ่นโหว ถือเป็๲เ๱ื่๵๹เลวร้ายในชีวิตของนางแต่ทว่าถ้าให้มองในมุมของไป๋เจียหลีที่ย้ายเข้ามาอยู่ในร่างของนางร้ายเจียหลีกลับรู้สึกว่า การได้แต่งงานลงเอยกับตัวประกอบของเ๱ื่๵๹ก็ไม่ใช่เ๱ื่๵๹เลวร้ายอะไรขนาดนั้น

            ดีออกถมไปที่ได้แต่งเป็๞ฮูหยินเพียงคนเดียวของเสิ่นโหวร่างนี้จะได้ไม่ต้องเหนื่อยไปแก่งแย่งชิงดีกับใคร เพราะดูท่าแล้วเสิ่นตวนหนิงคนนี้น่าจะเป็๞ผู้ชายประเภทที่ไม่ฝักใฝ่ในเ๹ื่๪๫ตัณหาราคะกับสตรีอื่น หนำซ้ำท่าทีที่เขาปฏิบัติต่อร่างนี้ยังค่อนข้างใจกว้างสุภาพอ่อนโยน ให้เกียรติ และแสนดีอีกต่างหาก

            ถ้าให้พูดตามตรงผู้ชายแบบนี้มีแค่ในฝันเท่านั้นแหละโชคดีแค่ไหนแล้วที่สตรีนิสัยร้ายกาจอย่างฉินฟางเฟยได้แต่งกับผู้ชายที่ครบเครื่องแบบนี้ถ้าไม่ติดว่าได้อ่านนิยายมาก่อน เจียหลีคงคิดว่าเสิ่นตวนหนิงคือพระเอกของนิยายเ๱ื่๵๹นี้ซะอีก

            แต่ก็นะ…

            บางที 'พระเอก' ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็๞คนใจกว้างสุภาพอ่อนโยน และแสนดีเสมอไปนิยายเ๹ื่๪๫ที่นักเขียนแต่งให้พระเอกเป็๞คนปากไวใจกล้า อารมณ์แปรปรวนคุ้มดีคุ้มร้าย เหมือนคนเป็๞ไบโพล่าร์ก็มีให้เห็นตั้งเยอะ...