โหยวเหยียนคุณหนูรองของบ้านใหญ่รีบกลับมาบ้านก่อนเที่ยงในวันถัดมาจริงๆ ตอนลงจากรถลากผมเผ้ายังเรียบร้อย ปิ่นปักผมสีหยกขาวแซมเงิน แต่งกายด้วยเสื้อผ้าธรรมดา หลังรถลากมีคนรับใช้ท่าทางขึงขังตามมาด้วยสิบกว่าคน เรียกได้ว่ามาอย่างไม่เป็มิตรและดุดัน
คนที่เข้ามาต้อนรับนางที่หน้าประตูคืออูมั่นเหนียงที่ดวงตายิ่งแดงก่ำขึ้นในคืนถัดมา เมื่อพี่สามีน้องสะใภ้ได้พบหน้ากัน อูมั่นเหนียงเม้มปากแน่นไม่พูดจาใดๆ แล้วพูดเคล้าเสียงสะอื้น “พี่หญิงรองกลับมาแล้ว”
“หญิงชั่วสองคนนั้นล่ะ” โหยวเหยียนไม่แม้แต่จะทักทาย ตรงเข้าประเด็นทันที
นางไม่น่าพูดถึงเื่นี้เลย พอเอ่ยถึงอูมั่นเหนียงก็หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปิดปากทันที ร่างกายสั่นเทา มองโหยวเหยียนอย่างไม่เชื่อสายตาแล้วเอ่ยขึ้นว่า “ท่านพ่อไม่ยอมให้ลงโทษจื่ออวี้!”
“อะไรนะ?!” ในแววตาของโหยวเหยียนกลายเป็สีเืทันที...นางสูดหายใจลึก โบกมือสั่งการให้ผู้ที่ติดตามนางมาด้วย “ไปบ้านใหญ่!”
“ช้าก่อนพี่หญิงรอง!” แม้อูมั่นเหนียงแทบอยากให้โหยวเหยียนลากอนุทั้งสองที่ทำร้ายท่านแม่และเป็ต้นเหตุให้สามีโกรธจนล้มป่วยมาสับให้เป็ชิ้นๆ แต่นางก็ไม่กล้าขัดคำสั่งของผู้ใหญ่ จึงรีบรั้งโหยวเหยียนไว้ “ท่านย่าบอกว่า หากพี่หญิงรองกลับมาถึงแล้วให้ไปที่เรือนตวนอี๋ย่วน เื่นี้ ท่านย่าได้จัดการลงโทษ...”
โหยวเหยียนสะบัดมือของนางออก จ้องมองในระยะประชิดแล้วเอ่ยขึ้น “อนุสาปแช่งฮูหยินใหญ่กฎหมายต้าเหลียงได้บัญญัติการลงโทษเอาไว้อย่างชัดเจน! ในเมื่อท่านย่าไม่คิดลงมือ ข้าก็ไม่อยากทำให้ท่านย่าต้องลำบากใจจนเกินไป! เื่ท่านพ่อให้ข้ารับหน้าที่จัดการเอง!”
คำพูดนี้ของนางเท่ากับประกาศว่าปานซื่อลำเอียง ถึงได้ยอมให้โหยวเซี่ยนปกป้องจื่ออวี้
อูมั่นเหนียงรีบตอบ “แต่ว่าท่านย่า...”
“เ้าหลีกไป!” โหยวเหยียนคาดเดาว่าปานซื่อคง้าเกลี้ยกล่อมให้ตนเองอย่าถือสาหาความ นางจะยอมอดทนอยู่ได้เช่นไร อย่างไรเสียก็ไม่ยอมไปพบปานซื่อก่อน พอเห็นอูมั่นเหนียงยังรบเร้าไม่หยุดจึงตะคอกขึ้นมาด้วยความโมโห!
“คุณหนูรอง!” พออูมั่นเหนียงห้ามนางไม่อยู่ ทันใดนั้นก็มีเสียงเรียกดังเข้ามาจากตำแหน่งที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก
ทั้งสองมองออกไป กลับเห็นโจวหมอมอกำลังเดินดุ่ยๆ เข้ามาหา พยักหน้าให้เล็กน้อย พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ฮูหยินผู้เฒ่าให้คุณหนูรองไปพบที่เรือนตวนอี๋ย่วนเ้าค่ะ”
“ลำบากหมอมอมาถึงที่นี่แล้ว” โจวหมอมอเป็คนที่ปานซื่อให้ความไว้วางใจ ลูกหลานของสกุลโหยวล้วนได้รับการเลี้ยงดูจากนางจนเติบใหญ่ อย่างไรเสียก็ย่อมต้องให้เกียรตินาง แต่โหยวเหยียนมีนิสัยดื้อรั้นมาแต่ไหนแต่ไร ตอนนี้ยังเสียอกเสียใจกับการตายของมารดา แต่ก็ไม่อยากบ่ายเบี่ยงแบบขอไปที จึงเอ่ยขึ้นว่า “หากไม่แก้แค้นให้กับท่านแม่ ข้าก็อายที่ได้เกิดมาเป็ลูก หมอมอช่วยไปบอกท่านย่าด้วยว่า รอให้ข้าจัดการหญิงชั่วสองคนที่ทำร้ายท่านแม่ก่อน แล้วข้าจะไปสารภาพผิดกับท่านย่าเอง ถึงตอนนั้นก็สุดแล้วแต่ท่านย่าจะลงโทษข้าเถอะ!”
โจมหมอมอแอบจับแขนของนางไว้ โหยวเหยียนกำลังจะวู่วาม ได้ยินเพียงนางพูดช้าๆ ว่า “ฮูหยินผู้เฒ่ากำลังจะพูดเื่นี้กับคุณหนูรองพอดีเ้าค่ะ คุณชายใหญ่ก็ยังไม่ฟื้น คุณหนูรองก็ยังไม่คิดไปฟังหน่อยหรือเ้าคะ”
“น้องชายใหญ่หรือ” โหยวเหยียนชะงักไป เมืองเจิ้นกับม่อหลิงแม้จะไม่ไกลจากกัน แต่ก็ถือว่าเป็คนละเมือง เมื่อวานพอฟ้าสว่าง โหยวซั่วได้แอบให้คนไปส่งข่าวที่สกุลหวง โหยวเหยียนเป็สะใภ้ใหญ่ผู้ดูแลจัดการบ้านสกุลหวง ไม่ใช่ว่าอยากไปไหนก็ไปได้ทุกเมื่อ นางกลับมาถึงยังบ้านของตัวเองได้ในวันนี้ ก็เพราะฮูหยินผู้เฒ่าของบ้านสกุลหวงได้ยินว่าเื่นี้เกี่ยวข้องกับการตายของมารดาของนาง ไม่อาจเพิกเฉยได้ จึงช่วยนางดูแลสานต่อหลายเื่ นางถึงได้ปลีกตัวกลับมาได้ ส่วนเื่ที่โหยวซั่วถูกบิดาสบประมาทจนกระอักเื ในตอนนั้นคนส่งข่าวได้อยู่ระหว่างทางแล้ว ต่อมาปานซื่อก็ไม่อนุญาตให้คนไปส่งข่าวอีก อย่างไรเสียเื่พ่อลูกทำร้ายกันเองมันก็เป็เื่ที่น่าอับอายยิ่งนัก
ดังนั้นโหยวเหยียนจึงยังไม่รู้ว่าขณะนี้โหยวซั่วกำลังนอนป่วยอยู่บนเตียง จึงรีบซักถามทันที “น้องชายใหญ่เป็อะไรไป”
“ท่านพี่ไม่ค่อยสบาย” อูมั่นเหนียงพูดออกไปเพียงประโยคเดียวก็ถูกโจวหมอมอกวาดสายตาใส่ จึงจำต้องเปลี่ยนเื่ “พี่หญิงรองลองไปถามท่านย่าก่อนดีกว่าเ้าค่ะ เมื่อวานเชิญท่านหมอมาตรวจให้ท่านพี่ที่เรือนตวนอี๋ย่วน”
โหยวเหยียนขมวดคิ้ว มองไปที่โจวหมอมอ “ก็ดีเหมือนกัน!”
จั๋วเจาเจี๋ยมือข้างหนึ่งเท้าคางครุ่นคิด อีกข้างหนึ่งััต้นหลานเฉ่าบนโต๊ะ ต้นหลานเฉ่าที่อ่อนนุ่มม้วนไปม้วนมาบนนิ้วมือของนาง พอปล่อยออกก็พันม้วนขึ้นมาอีก... ที่ด้านนอกเสียงดังโวยวายของโหยวเหยียนรวมถึงเสียงตบโต๊ะดังอยู่เป็ระยะๆ บรรยากาศในตอนแรกดุเดือดมาก แต่ก็ค่อยๆ สงบลงจากการวางเฉย การชี้แนะอย่างอดทนและมีแบบแผนจากปานซื่อ ผ่านไปครู่ใหญ่ ในที่สุดโหยวเหยียนก็ยอมอ่อนข้อ แต่ความขุ่นเคืองนั้นยากที่จะสงบลงได้ พูดเสียงฮึดฮัด “ข้าจะไปดูน้องชายใหญ่”
ไม่ทันรอให้ปานซื่ออนุญาต ก็สะบัดชายเสื้อแล้วออกไปทันทีด้วยความฉุนเฉียว
ผ่านไปอีกครู่หนึ่งซานหูก็เดินเข้ามากระซิบบอกว่า “คุณหนูเจ็ด ฮูหยินผู้เฒ่าให้มาตามท่านออกไปเ้าค่ะ”
จั๋วเจาเจี๋ยรีบลุกพรวดขึ้นมา จัดเสื้อและกระโปรงให้เรียบร้อย ออกมาด้านนอกแล้วถามว่า “ท่านยาย”
“เข้ามาสิ” ปานซื่อตบลงข้างๆ เรียกนางให้เข้าไปนั่ง ให้ซานหูถอยออกไปก่อน ในเรือนเหลือเพียงยายหลานสองคน แล้วพูดด้วยความอ่อนโยน “คำพูดของพี่หญิงรองของเ้าเมื่อครู่ เ้าได้ยินหมดแล้ว”
“เ้าค่ะ” จั๋วเจาเจี๋ยเอามือทั้งสองข้างวางไว้บนหัวเข่าอย่างเรียบร้อย ตอบด้วยความเคารพ
ั้แ่นางอายุได้แปดขวบ ปานซื่อได้อบรมสั่งสอนเกี่ยวกับเื่ราวภายในบ้านให้นางด้วยตัวเอง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นำเอาเื่ความขัดแย้งที่เพิ่งเกิดขึ้นมาวิเคราะห์ จั๋วเจาเจียพูดคุยโต้ตอบด้วยความเข้าใจ “อย่างไรพี่หญิงรองก็เป็เด็ก เคยมีคำกล่าวที่ว่าลูกไม่ควรจะไปติเตียนความผิดของพ่อแม่ ถ้าหากตอนนี้ท่านลุงใหญ่ยืนกรานจะปกป้องจื่ออวี้ แต่พี่หญิงรองยังคงใช้ความรุนแรงกับจื่ออวี้ ทำลายความสัมพันธ์พ่อลูกกับท่านลุงใหญ่ มันไม่คุ้มเอาเสียเลย”
“นอกจากนี้จื่ออวี้ยังตั้งครรภ์แล้ว” ปานซื่อยิ้มแห้งแล้วพูดว่า “เมื่อคืนก่อนตอนที่พี่ชายใหญ่ของเ้าคาดคั้นถามถึงตำแหน่งของคุณไสย สั่งคนให้ทรมานฉี่เซียงกับจื่ออวี้ ก็ยังตอบว่าไม่รู้ แต่ในฐานะที่เป็ลูกชายกลับทำร้ายอนุของพ่ออย่างโจ่งแจ้งนั้น ถือว่าเป็การอกตัญญู หากพี่หญิงรองของเ้ายังลงมือกับจื่ออวี้อีก ไม่ต้องพูดถึงเื่ชื่อเสียงของสกุลโหยวของเราเลย ในอนาคตบ้านใหญ่ก็จะไม่มีพ่อไม่มีลูกกันอีก รอยแตกร้าวนี้เราจะเติมเต็มมันได้อย่างไร”
จั๋วเจาเจียบุ้ยปากแล้วตอบว่า “พี่หญิงรองกำลังโกรธ เมื่อครู่ก็ตอบตกลงท่านยายไปแล้วว่าจะไม่ยุ่งเื่นี้อีก ปล่อยให้เป็การตัดสินของคนสกุลเจียงแล้วไม่ใช่หรือเ้าคะ”
“นางน่ะฉลาดที่สุดเลยละ” ปานซื่อพูดอย่างใจเย็น “เ้าคิดว่านางตอบตกลงจริงๆ งั้นหรือ”
เห็นจั๋วเจาเจี๋ยนิ่งไป ปานซื่อจึงพูดต่อ “เ้าคอยดูให้จบ นางคิดอยากจะลงมือด้วยตัวเองเพื่อระบายอารมณ์! โชคดีที่ยังมาหาข้าที่นี่ก่อน ข้าสั่งให้คนพาฉี่เซียงกับฉื่ออวี้ไปหลบที่บ้านสี่ก่อน รออีกเพียงสองวันเื่ราวก็จะจบลงอย่างเป็ผลดีแก่ทั้งสองฝ่ายแล้ว แต่พี่หญิงรองของเ้านี่กลับใจร้อนไม่รอใคร ภายหน้าเ้าอย่าเลียนแบบนาง!”
นิ่งไปครู่หนึ่งแล้วก็พูดขึ้นมาอีก “ดังนั้นในตอนแรกก่อนที่นางจะออกเรือน เมื่อนัดดูตัวถึงแม้จะมีครอบครัวที่มีฐานะทางสังคมสูงกว่า แต่ข้าก็ยังเลือกสกุลหวงอยู่ดี นางเป็คนที่ทนรับความอยุติธรรมไมได้ ทั้งยังมีนิสัยใจร้อนวู่วาม หากไม่ใช่เพราะว่าสกุลหวงเป็สกุลบัณฑิตทั่วไป สมาชิกในบ้านไม่ซับซ้อน รับรองว่าต้องลำบากแน่นอน!”
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/547b0d7f8436af8c93f4d81fb200dfad