เขาเองก็ไม่อยากปิดบัง แต่จะบอกออกไปอย่างไรดีไม่ให้สิงเทียนเกิดโทสะ ทางนั้นโผล่มากับคนรักใหม่แถมยังบุกมาฆ่าอดีตคนรักเก่าอย่างสิงเทียนอีก หากอีกฝ่ายรู้เข้าคงสติแตกและทุบตีเขาอีกเป็นแน่
“ข้าถามว่าเขามากับผู้ใด หากเจ้าห่วงข้าดังที่ปากว่า ก็จงพูดความจริงทั้งหมดออกมาเสีย”
ซิ่วอิงนั่งคุกเข่าต่อหน้าเขา เอ่ยเสียงเครือ “คะ คุณชาย เฟยหลงที่ข้าเอ่ยถึง เขาน่าจะมาพร้อมกับคุณหนูเหมยลี่ขอรับ ข้าไม่รู้ต้นสายปลายเหตุที่แน่ชัด แต่เรื่องที่เขาจะสังหารท่านนั้นเป็นเรื่องจริง”
“หนนี้คงโกหกอีกล่ะสิ”
“ไม่ใช่ขอรับ ครั้งนี้ข้าพูดจริง”
สิงเทียนจ้องเขาตาไม่กะพริบ ซิ่วอิงลอบปาดเหงื่ออย่างหวาดกลัว แค่อีกฝ่ายได้ยินคำพูดของเขาเมื่อครู่ก็ถึงกับนั่งแข็งเป็นหินไปแล้ว ดูท่าคงกำลังเก็บงำความโกรธเอาไว้ไม่ให้มันระเบิดออกมา แต่จะทำไงได้ล่ะ หากเขาไม่บอกความจริงออกไป ถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็ต้องรู้เข้าในสักวันอยู่ดี
สิงเทียนโคลงศีรษะเล็กน้อย เอ่ยว่า “อืม ข้าเข้าใจแล้ว”
ซิ่วอิงเกาหัว เข้าใจนี่หมายถึงยังไงล่ะพ่อคุณ ท่าทีของนายดูแปลกเกินไปแล้วนะ เหมยลี่คนนั้นไม่รู้จะตัวจริงหรือปลอม แต่นางอาจหักหลังนายก็ได้นะ แถมกาลก่อนนายเองก็คลั่งรักนางมากด้วย ลืมไปแล้วรึ! ซ้ำทางนั้นยังพาหนุ่มคนใหม่มาเชือดถึงหน้าบ้านอีก นายจะใจเย็นไปไหมเนี่ย!
สิงเทียนลุกขึ้นเดินตรงมาทางเขา นำกุญแจออกมาไขโซ่ที่ล่ามอยู่ออกจนหมด เขาว่า “ครั้งนี้ ข้าจะขอเชื่อเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย หากทุกอย่างเป็นแค่เรื่องโกหก ทั้งเจ้าและข้าจะต้องตายไปด้วยกัน”
ซิ่วอิงอ้าปากค้าง “คะ คุณชาย..ท่านเชื่อคำพูดของข้าอย่างนั้นหรือ”
สิงเทียนหลุบตากล่าว “แม้นข้าไม่อยากเชื่อเจ้า แต่ในส่วนลึกของจิตใจกลับสั่งให้ข้าเชื่อ ดังนั้นข้าจะลองเชื่อเจ้าอีกสักหน”
ซิ่วอิงลุกขึ้นพรวดรีบจับมือเขาแน่น “เช่นนั้นข้าน้อยจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังขอรับ”
“อืม”
ซิ่วอิงอธิบายฉากและบทบาทที่จะเกิดขึ้นในอนาคตให้ผู้เป็นนายฟัง อีกฝ่ายนั่งเงียบมาตลอด แม้มีคำถามเอ่ยแทรกเป็นบางครั้ง ทว่ากลับทำความเข้าใจและรับฟังอย่างตั้งใจโดยไม่เอ่ยขัดเขา
ซิ่วอิงว่า “คุณชาย การมาปรากฏตัวของเขาในครั้งนี้อันตรายนัก เม็ดยาที่ข้าเคยมอบให้ท่านมันไม่มีอีกแล้ว ดังนั้นข้าจึงอยากให้ท่านระวังตัวเอาไว้ให้ดี หากเป็นไปได้ก็ไม่ควรอยู่ห่างข้า ท่านจงจำคำพูดของข้าให้ขึ้นใจ ไม่ว่าจะเกิดอันใดขึ้น ท่านจะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปห้ามตายนะขอรับ”
สิงเทียนตอบเบา ๆ “อืม”
ซิ่วอิงโล่งใจขึ้นมาก เพราะอย่างน้อยสิงเทียนก็รับฟังเขาและดูเชื่อในสิ่งที่เขาพูดมากกว่าเมื่อก่อน ถึงจะไม่รู้ว่าเชื่อจริงหรือแกล้งเชื่อก็ตาม แต่แค่นั่งรับฟังเขาจนจบทุกประโยคนั่นก็ถือว่าดีมากแล้ว
สิงเทียนเอ่ยถาม “ซิ่วอิง เจ้าเป็นผู้ใดหรือ เหตุใดจึงรู้เรื่องของข้าและผู้อื่นที่นี่ละเอียดนัก”
เขายิ้มบาง ตอบว่า “ข้าน้อยชื่อว่าเตชิน ถูกอดีตคนรักวางยาแล้วนำไปโยนที่หน้าผาชันขอรับ และที่ที่เรานั่งอยู่ในตอนนี้ ก็เป็นแค่นิยายเรื่องหนึ่งที่อดีตคนรักของข้าเขียนขึ้นมา นางเคยให้ท่านรับบทเป็นตัวเอกแล้วค่อย ๆ ยัดบทตัวร้ายมาให้ แต่แล้วสุดท้ายก็มาถูกฆ่าตายในตอนจบ ข้าไม่อยากให้เป็นเช่นนั้นจึงพยายามดิ้นรนหาวิธีช่วยเหลือท่าน ตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา ข้าพยายามเลี่ยงฉากอันตรายมาโดยตลอด ยื่นมือเข้าช่วยท่านทุกครั้งที่มีโอกาส แต่ครั้งนี้มันถึงฉากจบแล้ว ข้าน้อยยังคงหวังว่าท่านจะอยู่รอดปลอดภัย และมีความสุขในบั้นปลายของชีวิต”
สิงเทียนเอ่ย “แม้ข้าจะฟังไม่เข้าใจ แต่ก็พอจะรู้เรื่องอยู่บ้าง ข้าขอถามอะไรบางอย่างจะได้หรือไม่”
“ได้แน่นอนขอรับ”
“หากข้าตาย เจ้าจะทำอย่างไร”
ซิ่วอิงตาค้าง นั่งมองสิงเทียนที่เอ่ยถามอย่างจริงจัง อีกฝ่ายคงถามไว้เฉย ๆ เผื่อเกิดเหตุขึ้นมาจะได้มีทางออกอยู่แล้ว เขาหัวเราะแห้งพร้อมตอบ “เอ่อ หากคุณชายตาย ข้าก็คงทำอะไรไม่ได้มากขอรับ นั่นก็จะเป็นฉากจบตามต้นฉบับ ข้าคงแก้ไขอะไรไม่ได้”
“แล้วเจ้าล่ะ จะตายตามข้าไหม”
ซิ่วอิงตอบ “ก็อาจจะขอรับ ชีวิตเราผูกติดกัน หากท่านหรือข้าตาย อย่างไรอีกคนก็ต้องตายตามอยู่ดี”
“แล้วเจ้ากลัวไหม”
เขาตอบทันทีโดยไม่คิด “ไม่ขอรับ”
สิงเทียนกลับว่า “แต่ข้ากลัว”
ซิ่วอิงส่งยิ้มให้อีกฝ่าย “คุณชายอย่าไปคิดมากเลย อย่างไรเสียท่านก็ต้องไม่ตาย ซิ่วอิงผู้นี้จะปกป้องท่านด้วยชีวิตเองขอรับ”
“ขอบคุณ”
“ขอรับ?”
ซิ่วอิงหัวใจเต้นรัว ตั้งแต่เลี้ยงดูพระเอกมาเขาไม่เคยได้ยินคำขอบคุณจากตัวละครนี้เลย อย่าว่าแต่สิงเทียน กระทั่งคนอื่น ๆ เขาก็ไม่แทบไม่เคยได้รับคำขอบคุณสักครั้ง ทุกตัวละครล้วนเย่อหยิ่งถือตัว ไม่ลดฐานะลงมากระชับความสัมพันธ์กับคนรับใช้อยู่แล้ว นั่นก็ไม่แปลกเท่ากับตอนนี้ สิงเทียนเป็นพวกจิตป่วย อารมณ์แปรปรวนขึ้นลงเป็นว่าเล่น แต่ไม่ยักรู้ว่าเขาจะเอ่ยขอบคุณออกมาตรง ๆ ในสถานการณ์เช่นนี้
ขณะคิดอะไรเรื่อยเปื่อย เขาก็รับรู้จิตสังหารจากบางสิ่งบางอย่างได้ รีบดีดตัวลุกวิ่งออกไปดูด้านนอกก็เห็นลำแสงสีขาวสองดวงกำลังพุ่งตรงมาทางตำหนัก
สิงเทียนเอ่ยถาม “นั่นคืออะไร”
ซิ่วอิงหน้าซีดเผือด สองมือชาดิกจนไม่รู้จะเอาวางไว้ตรงไหน “เขามาแล้วขอรับ เฟยหลงกำลังมาแล้ว”
นู่เฉินที่กำลังเตรียมตัวมารายงานสิ่งประหลาดบนฟ้า เมื่อเห็นว่าทั้งคู่กำลังสนทนากันพร้อมแหงนมอง จึงยืนรอฟังคำสั่งอยู่ด้านข้าง สิงเทียนว่า “เจ้าไปพานางออกมา อย่าให้นางได้รับบาดเจ็บแม้แต่นิดเดียว ให้หูเซินปล่อยตัวชาวบ้านไป ส่วนคนอื่น ๆ มารวมตัวกันที่โถงทางเดิน รอฟังคำสั่งจากข้า หากไม่มีคำสั่งการห้ามผู้ใดบุ่มบ่ามลงมือเด็ดขาด”
นู่เฉินดูสับสนเหมือนมีคำถาม แต่สุดท้ายก็ค้อมกายรับฟังคำสั่ง “ขอรับ!”
สิงเทียนและซิ่วอิงเดินออกไปยืนอยู่ริมระเบียงหน้าห้อง ผ่านไปไม่นานนักก็เห็นเจียลี่เดินออกมาจากห้องของตนเอง ในมือถือผลไม้พร้อมเคี้ยวหยับ ๆ ด้วยสีหน้ามีความสุข
ซิ่วอิงขยี้ตารัว ๆ เพราะยังนึกว่าตนเองตาฝาดไป สาวงามที่เคยหุ่นเพรียวบางบัดนี้ถูกขุนจนดูอวบอิ่มขึ้นมาหลายเท่า หมายความว่าสิงเทียนไม่ได้โกหกเขา นางดูมีความสุขมากจริง ๆ มากจนชุดที่สวมอยู่ยังโอบรัดไว้ไม่ไหว พระเอกที่ว่ากลายเป็นมารแล้วจะยิ่งจิตป่วย เขาเองก็เพิ่งรู้ว่าจะป่วยมากจริง ๆ แม่นางเจียลี่ก็ใสซื่อจนน่าโมโห ถูกจับมาแล้วเกือบเสียความบริสุทธิ์แท้ ๆ พอโดนของกินล่อลวงเข้าหน่อยกลับลืมความโหดร้ายที่เจอจนสิ้น
นางเหลือบมาเห็นคนคุ้นเคยที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามจึงโบกมือทักทาย “ซิ่วอิง! ท่านเป็นอย่างไรบ้าง ทางนี้สบายดีมาก”
ซิ่วอิงยิ้มแหย ๆ จ้าแม่นาง แม้เจ้าไม่บอกว่าสบายดีข้าก็ดูออกอีกนั่นแหละ พุงพุ้ยเสียขนาดนั้นหมดกันความงามที่เคยมี ถูกอาหารโอชะเติมเต็มจนล้นแล้วนั่น
สิงเทียนเอ่ย “ข้าต้องทำอย่างไรต่อ เจ้ามีวิธีรับมือกับทางนั้นหรือไม่”
ซิ่วอิงตอบด้วยสีหน้าลำบากใจ “เอ่อ ข้าไม่รู้เลยขอรับ รู้แค่ว่าท่านจะตายเพ
ราะถูกฝ่ามือเขาฟาดแค่ครั้งเดียว”
สิงเทียนตาโตขึ้นเล็กน้อย เอ่ยถามด้วยสีหน้าไม่แน่ใจ “ครั้งเดียวรึ ฝีมือของคนผู้นั้นร้ายกาจกว่าข้าอีกหรือ”
“เอ่อ ใช่ขอรับ”