ตอนที่ 7
‘กอทอถอ’จากหนึ่งแตกเป็สามนางในเวลาอันรวดเร็ว กลายเป็กองทัพกะเทยถึกประกอบไปด้วยนายแม่เรนนี่ หัวหน้ากลุ่ม ผู้มีหุ่นหนาล่ำ ดำเป็มัน สูงใหญ่เกินสตรีเหล็กส่วนนางที่สองกับสามเป็ฝาแฝด ชื่อกิ๊บกับเก๋ หน้าตาตอนไร้เครื่องสำอางช่างไม่ต่างจากผีดิบ คือทั้งขาวและซีด คิ้วที่กันจนเรียวบางนั้นกลืนหายไปกับใบหน้า ทั้งคู่สูงชะลูด แข้งขายาวติดจะผอมกะหร่องเสียมากกว่ามีเนื้อมีหนังยิ่งเสื้อผ้าที่สวมเป็สายเดี่ยวเสียวจะโผล่ กับกางเกงขาสั้นจุดจู๋ถ้ากิ๊บใส่เสื้อเขียวกางเกงแดง วันนั้นเก๋ก็จะใส่เสื้อแดงกางเกงเขียวใครเห็นก็เวียนหัว ยังดีที่มองเห็นข้อแตกต่างได้บ้าง คือกิ๊บจะมีไฝเม็ดโตเท่าลูกเกดติดอยู่เหนือริมฝีปากต่างจากแฝดน้อง
ปรีดิ์รติเพิ่งรู้จักลูกน้องฝาแฝดของนายแม่วันนี้เป็ครั้งแรกพอเห็นหน้าเห็นตายังอดทึ่งในความประหลาดของคนทั้งคู่ไม่ได้ เพราะนอกจากแต่งตัวสีสันจัดจ้านยังแข่งกันพูดไม่น้อยหน้าแม่นกแก้วนกขุนทอง พานให้นึกถึงผู้ช่วยงานแฟชั่นที่กรุงเทพฯอย่างเก้งกับกวางถ้าสาวถึกทั้งสามจากพัทยาได้รวมกลุ่มกับสองเทียมที่กรุงเทพฯ จะเกิดอะไรขึ้นบ้างนะ
ความคิดเล็กๆแตกยอดออกไปเมื่อสบตากับชายหนุ่มผู้นั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนเก้าอี้หัวโต๊ะดวงตารียาวเขม้นมองจ้องกลับเหมือนไม่สบอารมณ์ ทำให้ประกายความหวังในการกลั่นแกล้งเขาร้อยกันเป็ลูกโซ่ยาวทีเดียว
แค่วันนี้...ยังถือว่าเป็น้ำจิ้ม!
‘น้ำจิ้ม’ ที่ว่าเกิดขึ้นหลังจากทักทายพอหอมปากหอมคอด้านหน้าบาบาร่า คาบาเร่ต์ พัทยาอึดใจเดียวฝาแฝดกิ๊บเก๋ก็วิ่งหน้าโร่ตรงมาย่อเข้า ยอบตัว ค้อมศีรษะไหว้ปรีดิ์รติด้วยกิริยาอ่อนหวานเสียยิ่งกว่านางงามประจำเวที ส่งเสียงกิ๊วก๊าวพักใหญ่จึงสรุปความกันเอาเองระหว่างคุณหนูตัวแสบกับเพื่อนสาวกอทอถอเปิดประตูให้คนทั้งสามขึ้นนั่งเบียดกันจนแน่นอยู่ตอนหลังของรถออกคำสั่งให้วนรถหาร้านอาหารทานรองท้องมื้อกลางวัน
เสียงแฝดกิ๊บจี๊ดจ๊าดขึ้น แนะนำให้แวะทานร้านข้าวเหนียวส้มตำของโปรดทุกคนก็เลยเออออห่อหมก ส่วนชายหนุ่มไม่อาจมีปากเสียงได้ จึงต้องปล่อยตามน้ำขับรถพาคุณหนูกับผองเพื่อนมาเยือนร้านส้มตำรสเด็ดซึ่งเ้าของร้านก็เป็เพศที่สามเช่นกัน
เ้าของร้านส้มตำคนนี้ ถือว่า ‘เข้าพวก’กับกองทัพถึก เพราะหุ่นอวบอั๋นซึ่งเต็มไปด้วยไขมันหน้าท้องใหญ่สามชั้น น่องโป่งแข้งโปนอย่างกับขานักมวย ดันอุตริใส่ชุดรัดติ้วถึงจะเป็สีดำก็เถอะ แต่ไม่สามารถกลบเกลื่อนหุ่น ‘ข้าวต้มมัด’ได้สักนิด
ขนาดปรีดิ์รติเคยชินกับบุคคลจำพวกนี้เมื่อเห็นทั้งสี่นางนั่งรวมตัวกัน ยังทำตาถลนจนเกือบพลัดออกจากเบ้าเพราะมันคือศูนย์รวมความประหลาดไม่ซ้ำใคร หลังสั่งอาหารเสร็จตามใจปากเ้าของร้านขอตัวแวะไปทำอาหารมาเสิร์ฟ แฝดกิ๊บก็คุยจ้อนินทาลับหลังทันควัน
“เจ๊หวันนี่ดีนะคะนายแม่ขาั้แ่ได้ผัวเป็บักสีดา ส่งเงินส่งทองมาให้ใช้ไม่ขาดมือ ดูจะล่ำซำขึ้นทันตาเห็นนะค้าทองที่คอก็เส้นเบ้อเริ่มยังกับโซ่จูงน้องพุดเดิ้ล”ผู้พูดเปรียบเทียบไปถึงสุนัขพันธุ์เล็ก ทำเอาแฝดเก๋หัวเราะร่วน รีบแย่งกันเล่า
“ยายกิ๊บแกเปรียบว่าทองของเจ๊หวันเป็โซ่จูงพูดเดิ้ลได้ไงยะ...หุ่นอ้วนเป็ตุ่มแบบนี้ต้องเป็โซ่จูงพันธุ์บลูด็อกเท่านั้น”
ทั้งคนพูดและคนฟังต่างหัวเราะกันครึกครื้น...มีแต่คืนฉายซึ่งนั่งอยู่หัวโต๊ะเพราะถูกนายแม่บังคับให้นั่งรวมกัน วางสีหน้าอิหลักอิเหลื่อกลืนน้ำลายแทบไม่ลงคอ
ปรีดิ์รติเข้าใจความแสลงหูของชายหนุ่มได้ดี...แต่นี่ล่ะคือความ้าของหล่อนยิ่งเขาเบื่อหน่าย กลืนไม่เข้าคายไม่ออก สะอิดสะเอียนเวียนหัวหรืออาการอย่างใดก็ได้ที่แสดงออกว่ารังเกียจมากเท่าไหร่นั่นเท่ากับว่าแผนการกลั่นแกล้ง ‘ลูบคลำบอดีการ์ด’ จะยิ่งเห็นผลมากเท่านั้น
ขนาดยกแรก ยังไม่ถึงประเด็นลูบคลำคืนฉายยังทำหน้าเหมือนคนเตรียมจะสำรอกได้ทุกเวลา...ดังนั้นเมื่อปรีดิ์รติเปิดช่องโหว่ให้นายแม่ถึงตัวบอดีการ์ดมากขึ้นมีหรือที่ฝ่ายนั้นจะไม่ตอบสนอง
“ทำไมสุดหล่อนั่งซะไกลเลยละค้า...มามะเดี๋ยวน้องเรนนี่จะไปนั่งใกล้ๆเอง”
นายแม่เริ่มแทนตัวเองให้ดูเด็กกว่าวัยด้วยคำว่า...น้องอย่างนั้น น้องอย่างนี้ ไม่มีกระดากปากหรือเคอะเขินทำเอาสีหน้าคืนฉายจืดเจื่อนขึ้นกว่าเดิมยิ่งคนพูดได้ใจขยับเก้าอี้ไปนั่งหัวโต๊ะคู่กับชายหนุ่มเขายิ่งพยายามกระเถิบเก้าอี้มาทางหล่อนซึ่งนั่งอยู่ถัดไป
“ผมว่าคุณเรนนี่นั่งที่เดิมจะดีกว่าไหมครับ เดี๋ยวเวลาอาหารมา จะได้ทานกันสะดวก ไม่ต้องเบียดกันทางฝั่งโน้นก็ยังพอมีที่ว่างอีกตั้งเยอะ”
เขาชี้นิ้วไปที่หัวโต๊ะอีกด้านฝาแฝดสองนางจึงพร้อมใจกันขยับเก้าอี้ไปที่หัวโต๊ะด้านนั้นแล้ววางไม้วางมือพาดบนโต๊ะอาหาร แสดงความเป็เ้าของพื้นที่ตรงนั้นทั้งหมด
แฝดเก๋พูดขึ้นว่า “ไม่ได้หรอกฮ่าคุณสุดหล่อพวกเราสองสาวสวยรวยเสน่ห์จับจองพื้นที่ตรงนี้หมดแล้ว...รู้ไหมฮ้าว่าเราสองคนเป็พวกชอบใช้พื้นที่เปลืองน่ะฮ่ะ นั่งอยู่กับที่แล้วเหน็บมันจะกิน”
แฝดพี่คงกลัวจะเสียดุลจึงพูดเสริมอีกว่า “หรือว่าคุณสุดหล่อรังเกียจนายแม่กับเราสองคนฮ้า”
คำพูดจี้จุดใจดำ...ดูจากหน้าตาของเขายามนี้น่าจะเป็คำตอบได้ดี ถึงไม่รังเกียจ ขยะแขยงแต่ก็ไม่อยากสนิทชิดใกล้จนแแ่แบบที่นายแม่กำลังพะเน้าพะนอเช่นตอนนี้แน่
นายแม่เอียงคออิงศีรษะบนบ่าชายหนุ่ม จนเขาต้องเบนหน้าหลบทั้งที่ใจจริงคงอยากจะลุกไปจากที่ตรงนั้นเต็มแก่ แต่ติดที่แขนข้างหนึ่งของเขาถูก ‘มือตุ๊กแก’เกาะอย่างเหนียวแน่น
มาหายใจได้ทั่วท้องก็ตอนที่อาหารเรียงรายมาวางตรงหน้า ทั้งส้มตำปูม้าตัวโตๆใส่เส้นมะม่วง สีแดงของพริกจัดจ้านไปทั่วจานไก่ย่างหนังกรอบกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอ ลาบและน้ำตกก็รสเผ็ดนำเป็หลัก ยำหมูย่างก้อยไข่มดแดง แจ่ว และซกเล็ก ต่างดาหน้ามาวางเกือบพร้อมกัน
แฝดสองนางกลืนน้ำลายอันเหนียวหนืดจากการพูดมากและคงจะหิวหนัก จนรอบโต๊ะยังได้ยินเสียงท้องร้องจ๊อกๆ พี่หวันผู้เป็เ้าของร้านถึงกับแซว “ทีหลังก็พูดให้มันน้อยๆหน่อย ไอ้เื่ชอบเมาท์มอย นินทาชาวบ้านนี่ล่ะก็ยกให้หล่อนสองคนย่ะ ฉันเดินเข้าครัว ก้นยังไม่ทันสะบัดผ่านขอบประตูหล่อนสองคนก็เอาเื่สร้อยทองใส่คอของฉันไปเผาซะแล้ว”
แฝดกิ๊บซึ่งกำลังใช้ส้อมพันเส้นมะม่วงในจานส้มตำถึงกับรีบวางยกมือไหว้ปลกๆด้วยความเคยชินคงรู้ว่าตัวเองกำลังจะโดนฝ่ามือพิฆาตจากผู้พูด...แต่ก็ไม่ทันเสียแล้วเมื่อพี่หวันฟาดหลังเบาๆหยอกล้อดังอั้ก จนเ้าตัวร้องโอดโอย หน้าเหยเกแฝดเก๋จึงหุบปากฉับ หน้าจ๋อย กลัวจะโดนฟาดสองรายซ้อนทำเป็ง่วนกับการกินไม่สนใจใคร
ปรีดิ์รติเห็นว่าแกล้งพอหอมปากหอมคอแล้วจึงส่งสายตาให้นายแม่ปล่อยแขนชายหนุ่ม แล้วมาทานอาหาร “พี่หวันไม่ทานด้วยกันหรือคะ”
“ตามสบายค่าเดี๋ยวพี่หวันจะไปแชทคุยกับผัวในไลน์ดีกว่า ไม่อยากขัดคอหอยคอปู” พูดแล้วก็ปรายตาไปทางนายแม่อย่างมีจริต
นายแม่จึงส่งค้อนกลับปล่อยแขนชายหนุ่มให้เป็อิสระหยิบช้อนขึ้นกำลังจะตักลาบป้อนใส่ปากชายหนุ่มอย่างเอาใจทว่าเขาอึดอัดและรอจังหวะนี้มานาน ลุกขึ้นยืนพรวดขณะแก้มป่องทั้งสองข้างคล้ายอมอะไรไว้ จนอยากจะสำรอกแล้วพรวดพราดวิ่งหายไปทางห้องน้ำ
ปรีดิ์รติจึงส่งเสียงหัวเราะร่า...ที่แท้คืนฉายก็แพ้ทางพวกกอทอถอนี่เอง!
...........................................