แหวนมิติ
จ้องมองพื้นที่มุมหนึ่งของห้องอยู่สักพัก หวังเฉินก็ใช้พลังปราณจากแก่นอมตะปิดกลั้นห้องนี้ไว้จากภายนอก ไม่ให้มีใครสามารถได้ยินเสียงอะไรได้
เหตุผลที่เขาต้องทำเช่นนี้ ล้วนเป็นเพราะว่าตัวเขายังไม่มีพลังพอที่จะต่อสู้กับผู้ฝึกตนระดับเทียบนภาอย่างชางเจี่ยและชางจิน หากว่าการเปิดห้องใต้ดิน มันมีเสียงดังดึงดูดความสนใจของสองคนนั้น
แต่ถึงไม่มีพลังสู้ ไม่ใช่ว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรเขาได้ ด้วยที่มีแก่นอมตะอยู่ภายในร่างกาย ไม่มีใครสามารถทำอะไรเขาได้ทั้งนั้น ถ้าหากเขาปรารถนาที่จะหนี
“ขุดที่นี่” หลังปิดกลั้นเสียงภายในห้องนี้ ไม่ให้เล็ดลอดออกไปภายนอกแล้ว หวังเฉินก็พูดกับจางเหว่ย
จางเหว่ยสีหน้ากลายเป็นงุนงง “ขุด?”
“ใช่” หวังเฉินพยักหน้า เหตุผลที่เขาไม่ลงมือด้วยตัวเอง เป็นเพราะว่าใช้จางเหว่ยมันจะได้เรื่องมากกว่า เนื่องจากจางเหว่ยเป็นผู้ฝึกตนระดับเทียบนภาขั้นต้น แตกต่างจากเขาที่ยังเป็นผู้ฝึกตนระดับก่อตั้งขั้นสมบูรณ์อยู่
จางเหว่ยมองที่พื้นกับหวังเฉินสลับกัน เขางุนงงอย่างสมบูรณ์ ไม่เข้าใจว่าทำไมหวังเฉินถึงอยากจะให้เขาขุด และเขาก็อยากจะถามว่าทำไมไม่ขุดเอง แต่เพื่อรักษามิตรภาพเอาไว้ เขาจึงได้แต่พยักหน้าและเดินเข้าไป ใช้กระบี่ขุดที่พื้น
ไม่นาน เขาก็ขุดลึกถึงระดับหนึ่ง เสียงเหล็กปะทะเหล็กพลันดังขึ้นมา
“หือ?” จางเหว่ยมีสีหน้าที่เปลี่ยนไปในทันที เขาเพ่งสายตามอง ทันใดนั้นดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง หัวใจเต้นแรง
“หรือว่ามันจะมีห้องใต้ดินอยู่?” เขารีบเงยหน้าขึ้นไปมองหวังเฉิน ซึ่งคำตอบที่ได้ก็คือการพยักหน้าจากหวังเฉิน
“จริงหรือเนี่ย!” จางเหว่ยกลายเป็นตื่นเต้นในทันทีทันใด เขาคิดไม่ถึงว่าที่ซากอารยธรรมโบราณแห่งนี้ จะยังมีส่วนที่ยังไม่ถูกสำรวจค้นพบอยู่ ไม่แน่ว่าห้องใต้ดินนี้อาจจะมีสมบัติอยู่ก็เป็นได้
ฉับพลันนั้น เขาก็สงสัยขึ้นมาว่าหวังเฉินรู้ได้อย่างไร เขาถามออกมาอย่างอดไม่ได้ “เจ้ารู้ได้อย่างไร?”
“ข้าแค่มีสัมผัสดีกว่าคนอื่นนิดหน่อยก็เท่านั้น” หวังเฉินตอบอย่างไม่ใส่ใจ พลางกระโดดลงมาในหลุมที่จางเหว่ยขุด จากนั้นลงมือเปิดห้องใต้ดิน ทางลงไปเป็นบันไดสายหนึ่ง
“ลองไปดูกัน” หวังเฉินก้าวเดินนำลงไป
จางเหว่ยติดตามลงไปด้วยจิตใจที่ตื่นเต้นฮึกเหิม เขาหวังว่าภายในห้องใต้ดินที่ยังไม่ถูกสำรวจนี้จะมีสมบัติวิเศษอยู่
บันไดเก่าแก่เป็นอย่างมาก เต็มไปด้วยฝุ่น ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงพื้น ภายในห้องใต้ดินไม่ได้ใหญ่มาก มีกล่องไม้ใบหนึ่งวางอยู่ใกลๆ กับซากโครงกระดูกของใครบางคน นอกจากนั้นก็ไม่มีอย่างอื่นอยู่อีก
“กล่องไม้นั่น ไม่แน่ว่าอาจจะมีสมบัติอยู่!” จางเหว่ยรีบก้าวเดินเข้าไปหากล่องไม้ แต่แม้จะรีบก้าวเดินเข้าไปดู เขาก็มีความระมัดระวังสูงมาก คิดว่าที่นี่อาจจะมีกับดักอยู่ก็เป็นได้
“ไม่ต้องห่วง ที่นี่ไม่มีอันตรายอะไร” หวังเฉินพูด เขาลองใช้จิตสัมผัสตรวจสอบดูภายในห้องใต้ดินแห่งนี้แล้ว ไม่มีกับดักหรืออันตรายอะไรอยู่แน่นอน
จางเหว่ยผ่อนคลายลง เขาย่อมเชื่อคำพูดของหวังเฉิน เพราะหวังเฉินเป็นคนค้นพบห้องใต้ดินแห่งนี้ เขารู้สึกว่าตัวเองโชคดีอย่างยิ่งที่ตัดสินใจชวนหวังเฉินมาด้วย
ไม่อย่างนั้น เขาคงไม่มีทางได้ค้นพบว่าซากอารยธรรมโบราณแห่งนี้ ยังมีห้องใต้ดินที่ยังไม่ถูกค้นพบอยู่อย่างแน่นอน
เมื่อคนทั้งสองก้าวเดินมาถึงหน้ากล่องไม้เก่าๆ ที่แม้น่าจะผ่านกาลเวลามานานมากแล้ว ก็ยังไม่ได้ผุพังไป ก็สบตากันครั้งหนึ่ง
“เจ้าเปิดเถอะ” หวังเฉินให้จางเหว่ยเป็นคนเปิดกล่องไม้ เพราะใบหน้าของอีกฝ่ายบ่งบอกออกมาเสียเต็มประดาว่าอยากที่จะเป็นคนเปิด
“ตกลง” จางเหว่ยพยักหน้าด้วยความยินดี เขาลงมือเปิดกล่องไม้ในทันที
เมื่อกล่องไม้ถูกเปิดออก ฝุ่นควันก็กระจาย หลังฝุ่นควันเลือนหาย ก็เผยให้เห็นภายในกล่องไม้ว่ามีอะไรอยู่ ภายในกล่องไม้มีแหวนที่แตกหักจำนวนมาก แต่ละวงเก่าแก่ ถูกสนิมกัดกินแทบทั้งหมด
“แหวนมิติ?” หวังเฉินมองลงไปภายในกล่องไม้ เขาก็สามารถระบุได้ในทันทีว่าแหวนที่แตกหักเหล่านี้คือแหวนมิติ
“แหวนมิติ?!” จางเหว่ยตกใจจนดวงตาเบิกกว้าง เขาคิดไม่ถึงว่าภายในกล่องไม้จะมีเศษซากของแหวนมิติอยู่ “มีสมบัติอยู่จริงๆ ด้วย หนำซ้ำยังเป็นแหวนมิติ ซึ่งจัดอยู่ในหมวดสมบัติวิเศษ!”
ไม่สนใจท่าทีการแสดงออกของจางแหวน หวังเฉินหยิบแหวนมิติสามวงที่ยังมีสภาพปกติพอใช้งานได้ขึ้นมา เขากวาดผ่านจิตสัมผัสเข้าไปในแหวน พบว่าสองวงว่างเปล่า แต่มีวงหนึ่งที่มีอย่างอื่นอยู่ข้างใน
ซึ่งมีอะไรบางนั้น เขายังไม่คิดที่จะตรวจสอบตอนนี้ สิ่งที่เขาสมควรทำตอนนี้คือแบ่งแหวนมิติกับจางเหว่ย
“ข้าเอาวงนี้แล้วกัน ส่วนสองวงนี้เป็นของเจ้า” หวังเฉินโยนแหวนมิติสองวงให้กับจางเหว่ย
แหวนมิติทั้งสามวงมีระดับเพียงระดับสองเท่านั้น ซึ่งพื้นที่จัดเก็บภายในไม่ได้ใหญ่มาก ลำพังแหวนมิติระดับนี้ ถ้าเป็นในโลกแห่งเซียน ไม่ได้อยู่ในสายตาของเขาเลยแม้แต่น้อย
แต่ในตอนนี้มันมาได้เวลาที่เหมาะเจาะยิ่ง เพราะเขากำลังต้องการแหวนมิติอยู่พอดี มีแหวนมิติอยู่ย่อมดีกว่าไม่มีอยู่แล้ว
จางเหว่ยลนลานรับแหวนมิติทั้งสองวงที่กำลังลอยมาหาเขา
“นี่มันจะดีหรือ?” เขาถามอย่างรู้สึกเกรงใจ ขณะเดียวกันก็ตื่นเต้นยินดีอย่างถึงที่สุดที่ตัวเองจะได้มีแหวนมิติใช้เสียที
“แน่นอน จะอย่างไร เจ้าก็เป็นคนชวนข้ามา ย่อมถือเป็นความดีความชอบของเจ้า” หวังเฉินพูด พลางยิ้มมุมปากเล็กน้อย
“ขอบคุณมาก” ได้ยินแบบนี้ จางเหว่ยก็ไม่เกรงใจแล้ว รีบเก็บซ่อนแหวนมิติทั้งสองวงไว้กับตัวเองอย่างดี เขายังไม่มีความคิดที่จะใช้มันหรือตรวจสอบว่าข้างในมิติภายในแหวนมิติมีอะไรหรือไม่ในตอนนี้ เนื่องจากข้างนอกยังมีชางเจี่ยกับชางจินอยู่
ถ้าสองคนนี้เกิดเห็นว่าเขามีแหวนมิติอยู่กับตัว อาจจะเกิดความละโมบเข้ามาแย่งชิงก็เป็นได้ ซึ่งตัวเขาในตอนนี้ ไม่อาจมีพลังพอที่จะต่อสู้กับชางจินได้ หากว่าเป็นเพียงแค่ชางเจี่ย เขาไม่หวั่นแม้แต่น้อย
จะยังไงก็มีระดับพื้นฐานฝึกตนเดียวกัน โอกาสชนะย่อมมีมากกว่าสู้กับชางจิน ที่มีระดับพื้นฐานฝึกตนมากกว่าหนึ่งระดับ
หวังเฉินก็เก็บแหวนมิติไว้กับตัวเช่นเดียวกัน เขามีความคิดไม่ต่างจากจางเหว่ยมากนัก
“พวกเรารีบออกจากที่นี่กันเถอะ ถ้าสองคนนั้นเข้ามาพบเข้า ได้เป็นเรื่องแน่” จางเหว่ยเสนอ
หวังเฉินเพียงพยักหน้ารับ จากนั้นทั้งสองคนก็ออกจากห้องใต้ดิน ไม่สิ ออกจากซากอารยธรรมโบราณเลย
แต่ไม่คาดฝันว่าหลังจากออกมา จะมีผู้คนรอคอยพวกเขาอยู่สองคน ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากชางเจี่ยและชางจิน
“จะกลับแล้วรึ?” ชางเจี่ยจ้องมองจางเหว่ยอย่างเย็นชา ส่วนหวังเฉินก็เป็นเช่นเดิม เขาไม่เห็นอยู่ในสายตา
“ย่อมแน่นอน พวกเจ้าต้องการอะไร?” จางเหว่ยขมวดคิ้วมองคนทั้งสอง
“ไม่มีอะไร พวกข้าก็แค่อยากเจอเจ้าก่อนกลับก็เท่านั้น” ชางจินพูด ก่อนหมุนตัวเดินจากไป
“เหอะ” ชางเจี่ยแค่นเสียง จากนั้นตามพี่ชายของตัวเองไป
หวังเฉินส่ายหน้าไปมาอย่างอดไม่ได้ เมื่อครู่ชางจินได้ใช้จิตสัมผัสกวาดมาที่ร่างของเขาและจางเหว่ย เขาจึงใช้ปราณจากแก่นอมตะปิดกลั้นไว้ ทำให้อีกฝ่ายไม่ค้นพบอะไรผิดปกติ ถึงได้ยอมจากไปอย่างง่ายดาย
จบบทที่ 28