***ั้แ่ตอนนี้ไปจะมีการเปลี่ยนชื่อพระเอกนะคะ***
ตอนที่ 3
อนุรักษ์เดินมาหยุดยืนที่หน้าโต๊ะครู่หนึ่ง วาทีที่เป็คนเรียกอีกฝ่ายเข้ามาก็วางงาน ทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้ประสานมือทั้งสองแล้วเอ่ยปากขึ้น “คุณว่าคุณมัทเป็ยังไง”
อนุรักษ์หัวเราะแล้วถามกลับ “เื่นี้ผมควรถามบอสมากกว่านะครับว่าเธอเป็ยังไง”
“ใช้ได้ รับมือกับเหตุการณ์เฉพาะหน้าได้ค่อนข้างดีเลย” สำหรับการมาทำงานในวันแรกสำหรับวาทีถือว่าผ่านการประเมิน
“ถ้าบอสพูดมาแบบนี้ผมก็ไม่มีข้อโต้แย้งครับ ผมเห็นด้วยทุกอย่าง โดยเฉพาะการรับมือกับสาว ๆ หรือบอสว่ายังไงครับ” อนุรักษ์ถามความเห็นเ้านายหนุ่มยิ้ม ๆ
“ถือว่าคุณไกด์งานมาดีมาก ๆ เลยล่ะ” วาทีส่ายหน้า คนไกด์ไม่เท่าไหร่ แต่คนที่อ่านแค่ไกด์และทำมันออกมาได้ดีในการทำจริงนี่สิน่าเหลือเชื่อ หรือเพราะเป็ผู้หญิงด้วยก็ไม่รู้
“เห็นไหมละครับ การมีเลขาผู้หญิงมันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร” อนุรักษ์เอ่ยเสริม เพราะก่อนหน้าวาทียืนยันว่าอยากได้เลขาผู้ชาย แต่สำหรับมัตสยาที่แดนไทซึ่งเป็เพื่อนกันแนะนำมาก็เลยยากจะปฏิเสธ ถึงอย่างนั้นก็ออกตัวไว้แล้วว่าถ้าทำงานไม่ได้เื่ก็จะปฏิเสธอย่างไม่ไว้หน้า
“ถ้าเป็อย่างวันนี้ตลอดไปคงไม่มีปัญหา” การที่มีหญิงสาวสวย ๆ มาทำงานด้วยหลายคนอาจจะชอบ แต่สำหรับเขาแล้วไม่เลย เพราะเท่าที่เจอมาคืออีกฝ่ายจะโฟกัสที่เขามากกว่าที่งาน เลยตัดปัญหาว่าจะไม่รับเลขาผู้หญิงเด็ดขาด แต่ถึงสุดท้ายจะผิดความตั้งใจก็เถอะ
“เธอไม่สนใจบอสหรอก เพราะเธอมีคนที่ให้ความสำคัญมาก ๆ อยู่” อนุรักษ์ช่วยเสริมความมั่นใจให้กับเ้านายอีกครั้งหนึ่ง เพราะเท่าทีดูมัตสยาคุยกับเขาแค่เื่งาน มีพูดถึงวาทีบ้างแต่ทั้งมหดทั้งมวลก็เกี่ยวข้องกับการทำงานทั้งนั้น ไม่มีแอบกระซิบถามเื่ส่วนตัวเลย อย่างประโยคฮิตที่ผู้หญิงหลายคนมักจะเข้ามาถามเขาคือ “คุณวาทีมีแฟนหรือยังคะ” อะไรเทือกนี้ตลอด
“ดีแล้วล่ะ ยังไงก็ใน่เวลาที่เหลืออีกแค่ไม่กี่วันคุณก็ช่วยสอนงานอื่น ๆ ด้วยนะ”
“ครับ งั้นผมขอตัวนะครับ เพราะคุณมัทเธอรอผมไปสอนงานอยู่”
“แล้วไม่คิดจะกลับบ้านกันหรือไง งานเสร็จก็กลับได้แล้ว” วาทีทำเสียงจิ๊จ๊ะทั้งที่บอกแล้วว่าเสร็จงานแล้วให้กลับยังจะมาสอนงานอะไรกันตอนนี้ เลยเวลาเลิกงานจะเป็่โมงอยู่แล้ว
“ครับ”
วาทีส่ายหน้ากับคำว่าครับที่บางครั้งเชื่อไม่ค่อยจะได้ของอนุรักษ์ แล้วหยิบแฟ้มงานขึ้นมาดูต่อ แต่อ่านไปนิดเดียวเสียงโทรศัพท์มือถือที่เขาวางมันไว้บนโต๊ะก็ดังขึ้น
“ครับแม่” ชายหนุ่มทักคนที่โทรมาหาใน่เวลานี้พร้อมกับยกมือบีบตรงสันจมูก เพราะทุกครั้งที่คนเป็แม่โทรมาหาเขาต้องมีเื่ให้ชวนปวดหัวทุกที
“เมื่อไหร่แกจะกลับบ้าน”
“ขอเคลียร์งานก่อน สักชั่วโมงครับ” วาทีบอกเผื่อเพราะไม่อยากให้คนเป็แม่เร่ง ทั้งที่จริงแล้วไม่เกินครึ่งชั่วโมงงานที่ว่าก็คงเสร็จ
“ครึ่งชั่วโมงได้ไหมแม่มีเื่จะคุยด้วย นี่ถ้าไม่ติดว่ามันเย็นแล้วแม่จะบุกไปหาแกที่บริษัทเองเลย” นางนิลมณีบอกด้วยน้ำเสียงร้อนใจ
“มีอะไรอีกล่ะครับ” วาทีถามกลับด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย
“คุณปู่น่ะสิก่อเื่อีกแล้ว”