ใต้เท้ากู้ค่อยๆ ไต่เต้าขึ้นมาเป็ขุนนางระดับหก ขณะเดียวกัน กู้อี้เทียนก็เริ่มกิจการเดินเรือ ด้วยความสามารถในการคาดการณ์ของกู้เยว่ฉี ภายในไม่กี่ปีการค้าของสกุลกู้รุ่งโรจน์อย่างรวดเร็ว ยิ่งมีเงินมาก ใต้เท้ากู้ก็ยิ่งก้าวหน้าในการงานมาก
“หากอยากมีอำนาจก็ต้องไม่ขาดเงินทองเ้าค่ะ”กู้เยว่ฉียืนยัน “ด้วยเบี้ยหวัดของท่านพ่อเพียงอย่างเดียว คงไม่อาจจะเลี้ยงดูคนทั้งจวนได้ เราต้องเริ่มทำการค้าและต้องทำอย่างจริงจังด้วย เริ่มจากให้ท่านอาสร้างอู่ต่อเรือ จากนั้นก็ค่อยๆ เพิ่มร้านค้าเอาไว้ขายสินค้าที่เราใช้เรือของเราขนมา”
“ข้าเชี่ยวชาญเื่ต่อเรือก็จริง แต่เื่บัญชีหาเข้าใจไม่” กู้อี้เทียนได้ยินก็ปริวิตก เขาทำงานเป็ช่างมาโดยตลอด เื่อื่นไม่เคยสนใจเลยสักนิด
“ท่านอาไม่ต้องกังวล ข้าจะสอนเื่นี้ให้กับอาสะใภ้เองเ้าค่ะ”
ภรรยาของกู้อี้เทียนอยู่ในตระกูลบัณฑิตตกยาก แต่เดิมนางก็อ่านเขียนได้คล่อง เพียงแต่ไม่คุ้นเคยกับการทำบัญชี พอกู้เยว่ฉีสอนนางอยู่ไม่นาน ภรรยาของกู้อี้เทียนก็กลายเป็เถ้าแก่เนี้ยที่ดูแลรายรับรายจ่ายได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง นางขอบอกขอบใจหลานสาวของสามีที่ทำให้นางมีรายได้ นับจากนั้นกู้อี้เทียนที่เคยเป็เพียงช่างต่อเรือก็กลายเป็ ‘เถ้าแก่กู้’
เงินกำไรที่ได้จากการทำอู่ต่อเรือ ถูกนำไปใช้ซื้อร้านค้าผ้าเล็กๆ แห่งหนึ่ง กู้ฮูหยินออกหน้ามาดูแล เดิมทีนางเคยเป็ลูกสาวพ่อค้า ดังนั้นจึงมีความคล่องตัวอย่างมาก ไม่นานนักกู้ฮูหยินก็มีชื่อเสียงในฐานะเถ้าแก่เนี้ยของร้านค้าผ้าที่สามารถหาผ้าได้ทุกแบบตามความ้าของลูกค้า
“ในเมื่อเรือเป็ของเรา จะขนสินค้าแบบใดชนิดใดก็ได้ เราอาศัยบวกกำไรเล็กน้อยเพื่อที่จะสร้างชื่อเสียง ราคาสินค้าร้านเราไม่สูงมาก ร้านอื่นไม่ได้ขนสินค้าเองย่อมยากจะสู้ราคาไหว ร้านเราเป็ร้านเดียวในหรงเฉินที่มีผ้าสารพัดแบบในราคาย่อมเยา ลูกค้าจะหนีไปไหนเสีย”
ทีแรกกู้ฮูหยินเน้นขายผ้าราคาไม่แพงสำหรับชาวบ้าน ทำให้เป็ที่นิยมอย่างมาก ไม่นานนักร้านค้าเล็กๆ ของสกุลกู้ก็เริ่มขยับขยาย กู้ฮูหยินขอซื้อซื้อร้านค้าข้างๆ ที่มีขนาดสองคูหานำมาปรับปรุง ทำให้ ‘ร้านหงส์ขาว’ กลายเป็ร้านค้าผ้าที่ชาวหรงเฉินกล่าวขวัญถึง
“ท่านแม่ ได้เวลาที่เราจะทำร้านผ้าหรูหราสำหรับผู้มีฐานะแล้วเ้าค่ะ”
กู้เยว่ฉีให้มารดานำเงินกำไรมาเช่าร้านบนถนนเศรษฐีในเมืองหรงเฉิน จากนั้นก็นำเอาแพรพรรณชั้นดีขึ้นมาวางจำหน่าย เรือสำเภาของสกุลกู้ที่ถูกส่งออกไปค้าขายรอบทิศได้นำเอาเนื้อผ้าชั้นดีจากหลายแคว้นกลับมายังเมือง หรงเฉิน กู้ฮูหยินมีโอกาสจะเลือกสินค้าดีได้ก่อนผู้อื่น จึงทำให้ร้าน ‘หงส์หยก’ กลายเป็ร้านค้าแพรพรรณที่บรรดาฮูหยินและคุณหนูสกุลใหญ่ต้องแวะเวียนเข้ามาจับจองสินค้าไม่ขาดสาย
“เยว่เอ๋อร์ ร้านสองหงส์ของพวกเราทำเงินได้ไม่น้อยเลยนะ นี่เป็เพราะความคิดของเ้าทีเดียว”
“ท่านแม่เ้าคะ เรายังต้องเพิ่มร้านค้าเข้าไปอีกเ้าค่ะ ข้าจะทำให้ร้านค้าสกุลหงส์ทั้งหมดกลายเป็ร้านขึ้นชื่อของหรงเฉิน”
“เอ? ยังมีสิ่งใดที่เราต้องนำมาขายเพิ่มอีก”
กู้เยว่ฉีส่งน้องชายออกไปกับเรือสำเภาเสาะหาช่างฝีมือดีมาทำเครื่องประดับเพื่อวางจำหน่าย ไม่นานนัก ‘ร้านหงส์ทอง’ ก็เปิดขึ้น เครื่องประดับที่กู้เยว่ฉีและมารดาสวมใส่ออกงานเลี้ยงน้ำชา ได้รับความชื่นชมจากบรรดาสตรีในเมืองหรงเฉินจนต้องจับจองกันล่วงหน้านานนับเดือน
ไม่นานนัก รายได้จากอู่ต่อเรือและร้านสกุลหงส์ทั้งสามก็ทำให้สกุลกู้สามารถซื้ออาคารบนถนนเศรษฐีที่มีราคาสูงลิบได้ถึงหกคูหา
ใต้เท้ากู้เองก็มีเล่ห์เหลี่ยมอยู่พอสมควร เขารู้ว่าสิ่งใดควรให้ผู้ใด ดังนั้นของกำนัลที่เหมาะสมกับผู้รับก็ถูกกระจายไปตามจวนขุนนางใหญ่ และชื่อเสียงของกู้เจินก็เริ่มติดปากของผู้มีอำนาจบารมีในเมืองหรงเฉิน
สกุลกู้ในยามนี้มีคนเป็ขุนนางและคนเป็พ่อค้า นำเงินไปหนุนตำแหน่งขุนนางและใช้ตำแหน่งขุนนางหนุนการค้า ไม่กี่ปีต่อมา ใต้เท้ากู้ก็ขยับตำแหน่งมาถึงขุนนางขั้นสี่ระดับล่าง และสกุลกู้ก็กลายเป็ที่รู้จักของคนทั่วหรงเฉิน
ความร่ำรวยของสกุลกู้เริ่มเป็ที่สนใจของเหล่าคหบดี แต่กู้อี้เทียนกับภรรยาก็ไม่เคยเอ่ยปากบอกผู้ใดว่าตนเองมีหลานสาวคนโตเป็ที่กุนซือเพราะนี่คือสิ่งที่นางกำชับให้อาทั้งสองเก็บงำความให้มิดชิด
“หากมีผู้รู้เข้า ข้าย่อมได้รับอันตราย พวกท่านต้องระมัดระวังให้ดี ท่านปู่บอกว่าในสองปีนี้จะเกิดวิกฤตทางทะเลใหญ่สามครั้ง ถึงเวลา ข้าจะเตือนท่านอาเองเ้าค่ะ”
กู้เยว่ฉีสามารถคำนวณดินฟ้าอากาศก่อนเดินเรือได้อย่างแม่นยำ ทุกคราก่อนเรือสกุลกู้จะออกลากอวนหาปลา นางจะดูว่าควรจะไปหรือไม่?
วิกฤตพายุใหญ่กลางทะเลครั้งที่หนึ่ง กู้เยว่ฉีสังเกตท้องฟ้าขอบทะลมี สีแดงฉานอยู่สองสามวัน นางจึงเตือนมิให้กู้อี้เทียนส่งเรือประมงออกหาปลา ทว่าพวกเรืออื่นๆ ใกล้เคียงกลับคิดว่าสัญญาณเตือนนั้นเป็เพียงการเกิดไฟไหม้ที่เกาะเล็กๆ ที่อยู่ไกล พวกเขาจึงพากันล่องเรือออกไป เรือทั้งหมดจมหายไปในพายุที่บ้าคลั่ง
“เยว่เอ๋อร์เป็อย่างที่เ้าบอกจริงๆ ข้าเตือนพวกเขาแล้วนะ แต่พวกเขากลับหาว่าข้าเป็เพียงช่างต่อเรือ ไม่เคยได้ออกเรือจริง ไม่สามารถคาดลมบกลมทะเลได้จึงพากันโบกมือไล่ข้าให้กลับมา น่าสงสารจริง เรือประมงพวกนั้นอัปปางกันหมด”
กู้เยว่ฉีสีหน้าเรียบเฉย “ท่านอาทำดีที่สุดแล้วเ้าค่ะ ในเมื่อเตือนพวกเขาแล้ว แต่พวกเขาไม่ฟัง เราจะทำเช่นไรได้”
ต่อมาหลังคลื่นลมสงบนางจึงได้สั่งให้เรือประมงสกุลกู้ออกทะเล และสามารถจับสัตว์น้ำมาจำหน่ายได้จนเต็มลำเรือ ครั้งนั้นการขายกุ้งหอยปูปลาทำกำไรได้มหาศาลเพราะไม่มีเ้าอื่นมาขายแข่ง
จากนั้นวิกฤตครั้งที่สอง กู้อี้เทียนได้รับคำเตือนจากหลานสาวอีกครั้ง เขานึกเป็ห่วงพวกชาวประมง เขาจึงได้อ้างกับคนเ่าั้ว่าซินแสทักไม่ให้ออกเรือ ชาวบ้านส่วนหนึ่งเชื่อและทำตามที่กู้อี้เทียนบอก แต่อีกส่วนหนึ่งเห็นว่าเป็เื่เหลวไหล จากนั้นไม่นานก็เกิดพายุใหญ่กลางทะลล่มเรือไปหลายสิบลำ ทำให้เรือสกุลกู้ที่ออกทะเลภายหลังจับปลาได้จำนวนมากและทำเงินเป็กอบเป็กำ
“เถ้าแก่กู้ ท่านโชคดีจริงเชียว แนะนำซินแสผู้นั้นให้ข้าบ้างสิ” ชาวประมงที่เชื่อกู้อี้เทียนต่างพากันมาขอบอกขอบใจที่เขาเอ่ยเตือน
กู้อี้เทียนยิ้มเศร้าพลางส่ายหน้า “น่าเสียดายเหลือเกิน ซินแสท่านนั้นออกจากเมืองหรงเฉินไปแล้ว ข้าให้คนตามหาตัวอยู่หลายวันก็ไม่เจอ หากมีเหตุร้ายคราวหน้าหวังว่า์คงจะเมตตาสกุลกู้อีกครั้ง”
วิกฤตทางทะเลครั้งที่สาม กู้เยว่ฉีมาเตือนท่านอาของนางล่วงหน้าถึงห้าวัน กู้อี้เทียนไม่ยอมให้เรือออกลากอวนโดยบอกกับชาวประมงที่อยู่ละแวกนั้นว่าหลานสาวของเขาฝันร้ายและขอร้องไม่ให้ปล่อยเรือออกหาปลา บรรดาเถ้าแก่เ้าของเรือฟังแล้วเห็นว่าเป็เื่เหลวไหลก็ปล่อยเรือออกไปลากอวนตามปกติ แม้พายุครั้งนี้จะไม่รุนแรงนัก ชาวประมงรอดชีวิตกันมาได้ทั้งหมด แต่บรรดา เถ้าแก่ก็ต้องสูญเรือเพราะพายุนั้น
คราวนี้ในสมาคมพ่อค้าชาวหรงเฉินต่างพากันเชื่อว่าสกุลกู้ได้รับการคุ้มครองจากเทพในทะเล ทำให้รอดพ้นวิกฤตใหญ่มาได้ถึงสามครั้ง เถ้าแก่ กู้อี้เทียนกลายเป็ผู้ที่มีเรือประมงมากที่สุดในเมืองหรงเฉิน
กู้เยว่ฉีก้าวตามหลังท่านอาของตนไปที่ห้องทำงาน ประตูถูกปิดลง กู้อี้เทียนก็รีบเอ่ยปากถามหลานสาว
“เหมือนเ้าจะมีเื่หนักใจอยู่”
“เ้าค่ะ ท่านอาคงรู้เื่ที่หลิงอ๋องซื่อจื่อถูกลอบสังหารแล้ว”
มือของกู้อี้เทียนที่กำลังจะรินน้ำชาชะงัก “ได้ยินมาบ้าง เหตุการณ์นี้เกี่ยวข้องกับพวกเราหรือ?”
กู้เยว่ฉีจึงเล่าเื่ที่บิดาของตนได้ยินมือสังหารพูดคุยกันในโรงเตี๊ยม และนำมาสู่การวางแผนของนางที่้าจะเข้าไปช่วยหลิงอ๋องซื่อจื่อ
“ท่านอา เดิมทีข้าคิดว่านี่เป็โอกาสที่สาวงามจะกลายเป็วีรสตรี แต่พอข้าเปลี่ยนแผน กลับได้รู้เื่ที่น่าใเ้าค่ะ”
************
ไรเตอร์แนะนำ...อีบุ๊กเื่ "พลิกชะตาแค้นสามี เล่ม1" วางจำหน่ายแล้วทาง mebmarket
กดตามลิงก์ไปค่ะ
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiNDQ1ODg3MCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjI5NjY2MSI7fQ
