วันหนึ่ง ซ้อมวงตอนเย็นตามปกติ
ทุกคนกำลังเหงื่อโชก เต้นร้องกันเต็มที่ เปรี้ยวโยกสะโพกแรง ๆ ไกรร้องนำเสียงทุ้มห้าวดังก้อง จังหวะหมอลำเร่งเร้าไปทั่วสตูดิโอ
แล้วประตูสตูดิโอถูกเปิดออกช้า ๆ แต่หนักแน่น
พี่เอกที่กำลังยืนะโสั่งจังหวะชะงักทันที หันขวับไปมอง แล้วรีบยกมือไหว้สูงสุดตัว
“สวัสดีครับคุณพ่อ! มาได้ยังไงครับเนี่ย!”
ทุกคนหยุดซ้อมพร้อมกัน หันมามองตาม
ผู้ชายวัยกลางคน ผมหงอกครึ่งหัว แต่ยังดูหล่อและสง่าในเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีเทาเข้มกางเกงสแล็ค เขายิ้มสุภาพ เดินเข้ามาพร้อมกับชายหนุ่มอีกคนที่ยืนข้าง ๆ
ชายหนุ่มคนนั้น... คือไกร
ไกรในวันนี้แต่งตัวเรียบร้อยมาก เสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงสแล็คสีเข้ม แว่นตากรอบบาง ผม undercut เรียบกริบ ดูเป็ผู้ใหญ่ขึ้นทันตา ไม่ใช่ไกรนักร้องห้าว ๆ ที่ทุกคนคุ้นเคย
เ้าของวง (คุณพ่อของไกร) ยกมือไหว้ตอบพี่เอก แล้วหันไปยิ้มให้ทุกคนในห้อง
“สวัสดีทุกคนครับ วันนี้พ่อขอโทษที่มารบกวนการซ้อม” เสียงทุ้มนุ่มแต่มีอำนาจ “พ่อแค่อยากมาบอกข่าวดีกับทุกคนหน่อย”
เขาหันไปตบไหล่ไกรเบา ๆ แล้วพูดต่อ
“หลังจากนี้... การบริหารวงนี้ พ่อจะส่งต่อให้ลูกชายพ่อคนนี้ดูแลแทนพ่อแล้วนะครับ ชื่อไกร ทุกคนคงรู้จักดีอยู่แล้ว”
ห้องเงียบกริบ สักพักแล้วเสียงกรี๊ดเบา ๆ ดังขึ้นจากกลุ่มเด็กผู้หญิง
“ห๊ะ?! พี่ไกรคือลูกเ้าของวงเหรอคะ?!”
“จริงดิ?! ไม่เคยรู้เลย!”
“แล้วทำไมไม่เคยบอกใครเลยอะพี่ไกร?!”
“โห... เ้าของวงมีหลายวงเลยเหรอคะ?!”
คุณพ่อของไกรยิ้มกว้าง แล้วพยักหน้า
“ใช่ครับ วงนี้เป็แค่วงหนึ่งในสังกัดของพ่อ พ่อมีอีกหลายวงที่บริหารอยู่ทั่วประเทศ แต่ไกรเป็คนที่พ่อไว้ใจที่สุด พ่อเลยให้เขามาดูแลวงนี้เองเต็มตัว หลังจากนี้ไกรจะเป็ทั้งนักร้องนำ และผู้จัดการวงไปด้วยกันเลยนะครับ”
ทุกคนตะลึงกันใหญ่ บางคนอ้าปากค้าง บางคนหันมามองหน้าไกรแบบไม่เชื่อสายตา
นิดหันมาจิ้มแขนเปรี้ยวแรง ๆ “มึงรู้เื่นี้มั้ยเนี่ย?!”
เปรี้ยวตัวแข็งทื่อ หน้าแดงก่ำจนแทบะเิ เธอหันไปมองไกรที่ยืนยิ้มมุมปากอยู่ข้างคุณพ่อ สายตาเขาหันมามองเธอแวบหนึ่ง แล้วพยักหน้าเบา ๆ ให้เธอเหมือนบอกว่า “เดี๋ยวค่อยคุยกันนะ”
พี่เอกยกมือไหว้คุณพ่ออีกครั้ง “ขอบคุณมากครับที่ไว้ใจพวกเรา แล้วไกร... เอ่อ... คุณไกรเนี่ย จะมาดูแลพวกเราั้แ่เมื่อไหร่ครับ?”
ไกร (หรือคุณไกรในสายตาคนอื่นตอนนี้) ก้าวออกมา ยิ้มสุภาพแต่ยังคงความห้าวนิด ๆ ที่คุ้นเคย
“ั้แ่วันนี้เลยครับพี่เอก พี่ ๆ ทุกคนไม่ต้องเกร็งนะ ผมยังเป็ไกรคนเดิม เพียงแต่... หลังจากนี้ผมจะดูแลวงให้ดีขึ้นอีกเยอะเลยครับ อยากให้ทุกคนสบายใจเวลาทำงาน อยากให้วงเราโตขึ้นอีกเยอะ”
ทุกคนปรบมือกันดังลั่น บางคนยังะโ “หล่อขึ้นอีกแล้วววว!” “เ้าของวงเองเลยเหรอเนี่ย!”
เปรี้ยวยืนนิ่ง มองไกรที่กำลังยิ้มตอบทุกคน แต่สายตาเขาหันมามองเธออีกครั้ง แล้วกระพริบตาให้เธอเบา ๆ เหมือนบอกว่า “เดี๋ยวเจอกันนะ”
เธอหน้าแดงก่ำ ยิ้มเขิน ๆ แล้วก้มหน้าหลบ แต่ในใจ... เธอรู้สึกอบอุ่นและภูมิใจในตัวเขามากกว่าที่เคย
หลังซ้อมเสร็จ ทุกคนแยกย้าย ไกรเดินมาหาเปรี้ยวที่กำลังเก็บของอยู่มุมห้อง เขายืนใกล้ ๆ แล้วพูดเบา ๆ จนคนอื่นไม่ได้ยิน
“ขอโทษที่ไม่ได้บอกมึงก่อนนะ... พี่แค่อยากให้มึงรักพี่เพราะตัวพี่ ไม่ใช่เพราะเงินหรือตำแหน่ง”
เปรี้ยวมองหน้าเขา น้ำตาคลอแต่ยิ้มกว้าง
“หนู... หนูไม่เคยรักพี่เพราะเงินหรือตำแหน่งอยู่แล้วค่ะ หนูรักพี่เพราะพี่เป็พี่ไกรคนที่อยู่ข้างหนูมาตลอด... ไม่ว่าจะยากขนาดไหน พี่ก็ไม่เคยทิ้งหนู”
ไกรยิ้มกว้าง แล้วยกมือขึ้นจับมือเธอเบา ๆ
“พี่จะดูแลมึงให้ดีที่สุดเลยนะ... ไม่ใช่แค่ในฐานะแฟน แต่ในฐานะคนที่พี่อยากใช้ชีวิตด้วยไปตลอดกาล”
เปรี้ยวบีบมือเขาตอบ แล้วพูดเบา ๆ
“หนูก็เหมือนกันค่ะพี่... หนูจะอยู่ข้างพี่ไปตลอดเลย”
ทั้งคู่ยิ้มให้กัน แล้วเดินออกจากสตูดิโอไปด้วยกัน มือจับกันแน่น ท่ามกลางสายตาของคนในวงที่เริ่มยิ้มตาม และกระซิบกันว่า
“สองคนนี้... ชัดเจนสุด ๆ แล้วว่ะ”
หลังจากไกรเรียนจบและเริ่มเข้ามาบริหารวงเต็มตัว ชีวิตของทั้งคู่ก็ค่อย ๆ ปรับตัวเข้าหากันมากขึ้น ไกรยังคงผลัดเปลี่ยนบทบาทระหว่างนักร้องนำกับผู้จัดการวง แต่สิ่งที่เขาให้ความสำคัญที่สุดคือเวลาให้เปรี้ยว
วันหนึ่งหลังซ้อมเสร็จ ไกรเดินมาหาเปรี้ยวที่กำลังเช็ดเหงื่ออยู่มุมห้อง สายตาเขาอบอุ่นกว่าปกติ
“เปรี้ยว... เสาร์นี้มึงว่างมั้ย?”
เปรี้ยวเงยหน้าขึ้น ผมเปียกเหงื่อยังติดแก้ม “ว่างค่ะพี่... มีอะไรเหรอคะ?”
ไกรยิ้มมุมปาก แล้วพูดเสียงทุ้มต่ำแต่ชัดเจน
“พี่อยากพามึงไปเที่ยวบ้านพี่... ที่ต่างจังหวัด บ้านพ่อแม่พี่น่ะ พวกท่านอยากเจอมึงมานานแล้ว”
เปรี้ยวตาโต น้ำตาคลอเบ้าทันที “จริงเหรอคะพี่? ท่าน... ท่านรู้เื่หนูกับพี่แล้วเหรอคะ?”
ไกรพยักหน้า จับมือเธอเบา ๆ แล้วบีบ
“รู้หมดแล้วครับ พ่อแม่พี่ชอบมึงมากั้แ่พี่เล่าเื่มึงให้ฟัง พวกท่านบอกว่าอยากเจอเ้าสาวในอนาคตของลูกชายสักที”
เปรี้ยวหน้าแดงก่ำจนหูแดง รีบก้มหน้าหลบ แต่ยิ้มกว้างจนแก้มปูด
“หนู... หนูตื่นเต้นมากเลยค่ะพี่ แต่... หนูกลัวจะเก้ ๆ กัง ๆ นะคะ”
ไกรยกมือขึ้นลูบหัวเธอเบา ๆ แล้วกระซิบ
“ไม่ต้องกลัว พ่อแม่พี่ใจดีมาก พวกท่านแค่ดีใจที่เห็นพี่มีคนที่พี่รักจริง ๆ อยู่ข้าง ๆ มึงแค่เป็ตัวเองก็พอแล้ว”
เสาร์นั้น ไกรขับรถเบนซ์คันเดิมมารับเปรี้ยวหน้าหอั้แ่เช้า
เปรี้ยวแต่งตัวเรียบร้อยแต่ดูดี เสื้อเชิ้ตสีครีมแขนยาว กางเกงยีนส์ขายาว ผมปล่อยสลวย แต่งหน้าเบา ๆ ดูสดใส เป็ธรรมชาติ เธอถือถุงผ้าผลไม้ที่ซื้อมาฝากพ่อแม่ไกร (แกงเขียวหวานสูตรแม่เธอใส่กล่องแยกด้วย เผื่อท่านชอบ)
ไกรเปิดประตูรถให้เธอ แล้วยิ้มกว้าง
“สวยมากเลยวันนี้... พ่อแม่พี่ต้องชอบแน่ ๆ”
เปรี้ยวหน้าแดง ยิ้มเขิน ๆ แล้วขึ้นรถ
การเดินทางใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ไกรเปิดเพลงเบา ๆ ขับรถช้า ๆ มือข้างหนึ่งจับพวงมาลัย อีกข้างจับมือเปรี้ยววางบนตักเธอตลอดทาง พูดคุยกันไปเรื่อย ๆ เื่เล็ก ๆ น้อย ๆ แต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น
พอถึงบ้านไกร—บ้านหลังใหญ่สไตล์ไทยโมเดิร์นในต่างจังหวัด ล้อมรอบด้วยสวนผลไม้และทุ่งนา—แม่ไกรวิ่งออกมาต้อนรับก่อนเลย
“มาแล้วเหรอจ๊ะลูก! โอ้โห... สวยจังเลยนะเปรี้ยว หลานสาวแม่มาแล้ว!”
แม่ไกรกอดเปรี้ยวแน่น เปรี้ยวตัวสั่นด้วยความตื่นเต้นและดีใจ น้ำตาคลอเบ้า
“สวัสดีค่ะคุณแม่... หนูดีใจมากเลยค่ะที่ได้มาเจอท่าน”
พ่อไกรเดินตามออกมา ยิ้มกว้างแล้วยกมือไหว้เปรี้ยวก่อน
“ยินดีต้อนรับนะครับลูก ไกรมันเล่าเื่หนูให้พ่อแม่ฟังทุกวันเลย วันนี้ได้เจอตัวจริงซะที”
เปรี้ยวยกมือไหว้ตอบ น้ำตาไหลลงแก้ม แต่ยิ้มกว้าง
“ขอบคุณค่ะคุณพ่อคุณแม่... ที่ให้หนูได้มาเยี่ยม”
ไกรยืนยิ้มมองอยู่ข้าง ๆ แล้วพาเธอเดินเข้าไปในบ้าน พาไปดูห้องต่าง ๆ สวนผลไม้หลังบ้าน และห้องนอนที่เคยเป็ห้องเด็กของเขา
ตอนเย็น แม่ไกรทำกับข้าวเลี้ยง เปรี้ยวช่วยทำแกงเขียวหวานสูตรแม่ตัวเองให้ทุกคนชิม แม่ไกรกินคำแรกแล้วตาโต
“อร่อยมากเลยจ๊ะลูก! สูตรนี้ใครสอน?”
เปรี้ยวยิ้ม “แม่หนูสอนค่ะ... เป็สูตรที่สืบต่อกันมานานเลยค่ะ”
แม่ไกรยิ้มกว้าง แล้วหันไปมองไกร
“ลูกเอ๊ย... แม่ชอบเปรี้ยวมากเลยนะ แม่เห็นด้วยแล้วที่ลูกเลือกเธอ”
ไกรยิ้มกว้าง จับมือเปรี้ยวใต้โต๊ะแล้วบีบเบา ๆ
“หนูก็ชอบพ่อแม่พี่มากเลยค่ะ” เปรี้ยวพูดเสียงสั่น น้ำตาคลออีกครั้ง
คืนนั้น หลังอาหารเย็น แม่ไกรพาเปรี้ยวไปเดินเล่นสวนผลไม้ข้างบ้าน คุยกันยาว ๆ เื่ครอบครัว เื่อนาคต แม่ไกรบอกว่า
“ไกรมันเคยเล่าให้แม่ฟังหมดแล้วนะ... เื่ที่มันเคยทำผิด เื่ที่มันเคยทำให้หนูเจ็บ แม่ก็เคยด่ามันแรงมาก แต่ตอนนี้แม่เห็นแล้วว่ามันเปลี่ยนไปจริง ๆ เพราะหนูต่างหากที่ทำให้มันเป็คนดีขึ้น แม่เลยอยากบอกหนูว่า... ถ้าหนูพร้อมเมื่อไหร่ แม่กับพ่อพร้อมจะรับหนูเป็ลูกสะใภ้เลยนะจ๊ะ”
เปรี้ยวน้ำตาไหลพราก กอดแม่ไกรแน่น
“หนู... หนูพร้อมแล้วค่ะคุณแม่ หนูรักพี่ไกรมากเลยค่ะ”
แม่ไกรกอดตอบ แล้วยิ้มกว้าง
“ดีจัง... แม่ดีใจมากเลย”
คืนนั้น ไกรพาเปรี้ยวขึ้นไปดูดาวที่ดาดฟ้าบ้าน หลังคาโล่ง ๆ มีเสื่อปูไว้ นั่งกอดกันเงียบ ๆ มองดาวเต็มฟ้า
ไกรโอบไหล่เธอ แล้วกระซิบ
“พี่ดีใจมากที่มึงมาที่นี่... พี่อยากให้มึงเห็นว่าพี่มีบ้าน มีครอบครัวที่พร้อมจะต้อนรับมึงเสมอ”
เปรี้ยวซบอกเขา แล้วพูดเบา ๆ
“หนูก็ดีใจค่ะพี่... หนูรู้สึกเหมือนได้บ้านเพิ่มอีกหลังนึงเลย”
ไกรก้มลงจูบหน้าผากเธอเบา ๆ แล้วกระซิบ
“ไม่ใช่บ้านเพิ่มนะ... เป็บ้านของเราในอนาคตต่างหาก”
เปรี้ยวยิ้ม น้ำตาคลอ แต่คราวนี้เป็น้ำตาแห่งความสุข เธอโอบกอดเขาแน่น แล้วมองดาวด้วยกันเงียบ ๆ ท่ามกลางความเย็นของค่ำคืนต่างจังหวัด