“ฮืออออ...”เสียงผู้หญิงร้องไห้สะอึกสะอื้นคร่ำครวญดังขึ้น ในขณะที่น้ำนิ่งกำลังนอนหลับและเสียงนั้นก็ปลุกให้เขาต้องตื่นขึ้นมากลางดึก
ชายหนุ่มกระดกตัวขึ้นมานั่งอยู่กลางเตียงแล้วหันมองไปรอบ ๆ ท่ามกลางความสลัวจากแสงจันทร์และแสงไฟที่สาดส่องเข้ามาในห้องเพื่อหาต้นตอของเสียงแต่ก็ไม่พบความผิดปกติ เขาจึงเดินไปตามทิศทางของเสียงแนบหูเข้ากับผนังห้องที่เป็ไม้ จนกระจ่างชัดว่าเป็เสียงที่ดังมาจากห้องข้าง ๆนั่นเอง เขาพยายามทำใจให้สงบแล้วกลับไปหย่อนตัวลงนอนแล้วเอาหมอนขึ้นมาปิดหูตัวเองแทน
แต่ความพยายามของเขาก็ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ผลเพราะนอกจากผนังห้องที่ไม่ได้เก็บเสียงแล้ว เ้าของเสียงร้องไห้ก็ดูเหมือนว่าจะร้องไปจนกว่าจะตายเสียอย่างนั้น น้ำนิ่งทนนอนอัดหมอนปิดหูอยู่นานพลิกไปพลิกมา ขยับเปลี่ยนที่ลงไปนอนชิดผนังอีกฝั่งห้องก็แล้วก็ยังไม่สามารถทำให้เขานอนหลับได้ เพราะยังคงได้ยินเสียงร้องไห้นั้นอยู่ดี
ในที่สุดขีดความอดทนของเขาก็สิ้นสุดลงคนที่ควรมีความสุขกับการนอนหลับพักผ่อนตัดสินใจเดินออกจากห้อง
ก๊อก...ก๊อก...“นี่คุณ...คุณ...”
เสียงเคาะประตูตามไปด้วยเสียงเรียกที่ค่อนข้างห้วน และแฝงอารมณ์หงุดหงิดไว้เต็มเปี่ยม น้ำนิ่งกำลังหงุดหงิดทั้งเ้าของเสียงที่อยู่ในห้องและเ้าของที่พัก ที่จัดให้ผู้หญิงคนนี้ต้องมาพักอยู่ห้องติดกับเขาทั้งที่่นี้ก็ไม่ใช่วันหยุด ห้องก็ยังมีเหลือว่างทำไมจะต้องให้พวกไม่รู้มารยาทมาอยู่ติดกับห้องของเขาด้วย
ก๊อก...ก๊อก...“คุณ...ไม่ได้เรียนมารยาทบ้างหรือไง ถึงไม่รู้ว่าไม่ควรส่งเสียงรบกวนห้องอื่นโดยเฉพาะกลางดึกอย่างนี้...คุณ...”
ชายหนุ่มเคราะห์ร้ายเคาะไปพูดไปแต่ก็ไม่มีทีท่าว่าประตูจะเปิดออก จึงได้เอาหูแนบกับประตู ก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรรวมถึงเสียงร้องไห้ก็ไม่ดังอีก คิดว่าคนที่อยู่ในห้องคงรับรู้เจตนาของเขาแล้วและคงไม่ส่งเสียงรบกวนกันอีก จึงได้หันหลังจะเดินกลับเข้าห้องตัวเอง
แต่ขณะที่หันหลังจะก้าวเท้านั้นเองประตูห้องก็เปิดออก เผยให้เห็นเ้าของห้องสาวที่ดูเหมือนว่ากำลังจะบอบช้ำทั้งทางร่างกายและจิตใจ
“ฉันขอโทษที่ส่งเสียงรบกว...”น้ำเสียงขึ้นจมูกหน่อย ๆ เพราะร้องไห้จนแน่นจมูก ต้องชะงักลงทั้งที่ยังพูดได้ไม่จบประโยคด้วยซ้ำทั้งนี้ก็เพราะ ณ ฟ้า รู้สึกสะดุดกับใบหน้าของชายหนุ่มที่หันกลับมามองเธอหญิงสาวมองเขาอย่างพิจารณาั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าและปลายเท้าขึ้นมาจรดศีรษะอีกครั้ง
รูปร่างสูงโปร่งคุ้นๆ น้ำเสียงเมื่อกี้ก็ว่าคุ้น...
“อ๋ออออ...”หญิงสาวลากเสียงยาวเมื่อนึกได้ว่าผู้ชายตรงหน้าเป็ใคร “ไอ้จักรยานไร้มารยาท!!”
“อ้าว ๆนี่คุณ พูดให้มันดี ๆ นะ ใครกันแน่ที่ไร้มารยาทไอ้ที่ผมต้องมายืนเคาะห้องคุณอยู่นี่ ไม่ใช่เพราะว่าคุณเหรอ ที่เสียมารยาทส่งเสียงรบกวนชาวบ้านชาวช่องเขากลางดึกกลางดื่นน่ะ”
“ก็ถ้านายไม่ทำฉันเจ็บตัวฉันจะต้องมานั่งร้องไห้คร่ำครวญกลางดึกกลางดื่นอย่างนี้ไหมเล่า ดูซิเนี่ยแขนก็เจ็บ ขาก็เจ็บ ฉันพลิกตัวไปทางไหน ก็โดนแผล เจ็บไปหมดเนี่ย” ณฟ้ายื่นทั้งแขนที่มีผ้าปิดแผล และขาข้างที่พับขากางเกงวอร์มขึ้นไว้เหนือเข่าโชว์ให้เห็นเรียวขาเล็กที่มีผ้าปิดแผลเอาไว้ทั้งที่หน้าแข้งและหัวเข่าให้เขาดู
เธอไม่ได้โกหกเธอเจ็บแผลจริง ๆ ถึงแม้ว่านั่นจะเป็แค่สาเหตุส่วนน้อยนิดก็ตาม ก็ทำไมเธอจะต้องไปบอกให้คนตรงหน้ารู้ด้วยว่าที่เธอร้องไห้ แท้จริงแล้วเป็เพราะเธออกหัก
ทั้งที่อยากจะยืนยันจุดยืนของตนเองว่าเขาไม่ได้ผิด อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเป็เพราะเธอต่างหาก ที่จู่ ๆก็เข้ามาขวางเลนจักรยาน แต่เขาก็เลือกที่จะเงียบไว้ด้วยเห็นสภาพของคนตรงหน้าแล้วก็รู้สึกผิดและสงสารขึ้นมา
“แล้วทำไมตอนถามถึงไม่บอก” ชายหนุ่มตอบกลับเสียงเรียบติดจะห้วน
“ก็ตอนนั้นมันยังไม่เจ็บนี่”หญิงสาวเชิดหน้าตอบเสียงดัง จนเกือบจะเป็ตวาด ก่อนจะรู้สึกตัวว่าไม่ควรเสียงดังจึงได้เบาเสียงลง “มันแค่ชา ๆ”
แต่ก็ไม่ทันเสียแล้วแขกห้องอื่นเปิดประตูออกมาดูต้นเสียงที่ทำให้พวกเขาต้องตื่นขึ้นมากลางดึกด้วยเช่นกันทำให้หญิงสาวถึงกับหน้าเสียด้วยความรู้สึกผิด น้ำนิ่งเองก็เช่นกันรีบเอ่ยขอโทษพร้อมกับค้อมศีรษะลงเล็กน้อยให้กับผู้เข้าพักที่กำลังมองมาทางเขาด้วยสายตาตำหนิแล้วดันสาวร่างเล็กเข้าห้องของเธอ โดยมีเขาตามเข้าไปด้วย
“เฮ้ย!...” หญิงสาวใกับการกระทำของชายหนุ่ม แต่ก็พูดได้แค่นั้น เพราะถูกมือใหญ่ปิดปากเอาไว้เสียก่อนต่อจากนั้น เสียงที่ออกมาจึงฟังอู้อี้จนฟังไม่ได้ศัพท์
ณ ฟ้าพยายามจะขืนตัวเอาไว้แต่ก็ทำได้ไม่เต็มที่นัก เพราะร่างกายของเธอไม่พร้อม บิดตัวมากก็เจ็บแผลสุดท้ายก็ต้านแรงของคนตัวใหญ่กว่าไม่ไหวคงมีแต่ปากเท่านั้นที่ทำงานได้ดีที่สุดตอนนี้ ทว่าก็กลับถูกมือใหญ่ปิดเอาไว้อีก
น้ำนิ่งไม่ได้ไยดีกับท่าทางขัดขืนแบบเก้ๆ กัง ๆ ของสาวร่างเล็ก เขาเข้ามาในห้องเธอสำเร็จและจัดการปิดประตูให้สนิทเพราะอย่างน้อยก็ช่วยกันเสียงออกข้างนอกได้บางส่วนก็ยังดี
“อ่อย...”ณ ฟ้าดิ้นรนบอกให้อีกฝ่ายปล่อยเธอ พร้อมกับใช้มือข้างที่ไม่เป็แผลแกะมือของเขาออกจากปากเธอไปด้วย
“ผมจะปล่อยถ้าคุณสัญญาว่าจะไม่เสียงดัง”
ณฟ้าหมดทางเลือก ได้แต่พยักหน้าเพื่อให้อีกฝ่ายเอามือออกจากปากเธอ
“ไอ้บ้าออกปะ...อื้อ” เสียงบริภาษดังขึ้นทันทีที่ปากของ ณ ฟ้าเป็อิสระแต่ก็ได้เพียงแค่นั้น เพราะมือใหญ่กลับมาปิดปากเธอไว้อีกครั้ง
“นี่คุณจะเสียงดังทำไม เกรงใจคนอื่นบ้างสิ เขาจะหลับจะนอนกัน หรือว่าดูละครมากไปอยากจะได้จูบจากผมอย่างนั้นเหรอ? เพ้อไปหรือเปล่า หึ” น้ำนิ่งพูดเสร็จแล้วยักไหล่แถมด้วยยักคิ้วข้างหนึ่งให้คนไม่รักษาคำพูดอีกด้วย
แกสิดูละคร...ฉันรู้หรอกน่ะไอ้เกย์บ้า! ก็ฉันมันไม่ใช่พ่อหนุ่มล่ำคนนั้นนี่
“ผมจะให้โอกาสคุณอีกครั้งถ้ายังเสียงดังอีก ผมจะไม่ปิดปากด้วยมือแล้วนะ ถ้าอยากรู้ว่าผมจะใช้อะไรปิดก็ร้องดัง ๆ ดู” เสียงกระซิบกระซาบอย่างเข้มแข็งดังลอดไรฟันของชายหนุ่มหน้าตาจริงจังอย่างตั้งใจให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขาทำจริง
ซึ่งก็ได้ผลเมื่อเขาปล่อยมืออีกครั้ง ก็ไม่มีเสียงร้องดังออกจากปากหญิงสาวอีกเลย
“นายจะเข้ามาในห้องฉันทำไม”น้ำเสียงที่ส่งออกมาถึงแม้ว่าจะไม่เป็มิตรนัก แต่ก็ไม่ได้ดังอย่างเมื่อครู่
“นั่งลง”น้ำนิ่งสั่งเบา ๆ แล้วหันมองซ้ายมองขวาเหมือนกำลังหาอะไรบางอย่างอยู่
“ฮะ?”
“ผมบอกให้นั่งลงไง”ครั้งนี้ชายหนุ่มไม่ได้พูดเปล่า ยังกดไหล่เธอให้ลงไปนั่งลงบนเตียงอีกด้วย
“โอ๊ย...ฉันเจ็บนะ”เสียงร้องดังขึ้น เจ็บแผลจนน้ำตาแทบเล็ด แผลเริ่มตึง โดยเฉพาะที่หัวเข่าทำให้เจ็บเวลางอ
“ผมขอโทษคุณเจ็บตรงไหน”
“ก็เจ็บทุกตรงนั่นแหละ”เจ็บยันหัวใจเลย คิดแล้วน้ำตาก็พานจะไหลออกมาเสียให้ได้จนเธอต้องเงยหน้าขึ้นมองเพดาน กลั้นน้ำตาเอาไว้อย่างยากเย็นความรู้สึกน้อยใจในโชคชะตาปะทุขึ้นอีกแล้ว
นอกจากพิเชษฐ์แล้วฟ้าคงส่งผู้ชายคนนี้มาเป็ความซวยของเธออีกสินะ ถึงได้ตามมาทำให้เธอเจ็บตัวซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างนี้...ไม่ใช่ผู้ชายสิเกย์ต่างหาก...
น้ำนิ่งเดินไปหยิบกล่องเครื่องมือทำแผลที่วางไว้บนโต๊ะแล้วมานั่งขัดสมาธิลงกับพื้นข้างเรียวขาเล็ก
ตอนที่ ณฟ้าเดินกะโผลกกะเผลกกลับมาถึงที่พัก เธอก็ขออุปกรณ์ทำแผลจากแม่บ้านที่ดูแลที่พักแล้วขึ้นมาทำแผลเอง แม่บ้านบอกว่าจะช่วยทำให้ เธอก็ปฏิเสธ เพราะกลัวแม่บ้านจะทำเจ็บ
“นั่นนายจะทำอะไร”
ณฟ้าขยับขาหนี แต่ก็ถูกมือใหญ่คว้าเอาไว้ได้
“อยู่เฉยๆ” น้ำนิ่งจับขาเธอล็อกเอาไว้ แล้วแกะผ้าปิดแผลออกมาดู เห็นว่ายังมีเศษทรายติดอยู่ที่แผลก็ถึงกับส่ายหัว “นี่คงใส่ยาแล้วปิดแผลเลยสินะ คุณเป็ผู้หญิงยังไงของคุณเนี่ย”
“ฉันจะเป็ยังไงจะทำอะไร แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนายด้วย นายน่ะออกไปจากห้องฉันได้แล้ว” ณ ฟ้าพยายามผลักคนที่จู่ ๆ ก็มาวุ่นวายกับแผลของเธอกลางดึกให้ถอยห่างออกไป
“บอกให้อยู่เฉยๆ ไง ถ้าเฉยเองไม่ได้ ผมจะทำให้คุณเฉยเอง” น้ำนิ่งส่งสายตาดุมองคนดื้อ
ถึงแม้ว่าอยากจะไล่ตะเพิดเขาออกไปมากเพียงใดแต่ขาของเธอตกอยู่ในเงื้อมมือเขา กลายเป็ตัวประกันให้เขาไปเสียแล้ว เธอจึงทำได้แต่เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันแล้วมองดูการกระทำของเขาไปเท่านั้น
น้ำนิ่งจัดการล้างแผลด้วยน้ำเกลือแล้วใส่ยาให้ใหม่อีกครั้ง หญิงสาวร้องเจ็บ เขาก็เป่าแผลให้ท่าทางอ่อนโยนที่เขาแสดงออกมาสะกดสายตาของ ณ ฟ้าให้นิ่งอยู่ที่เขา ทัศนคติที่มีต่อเขาจึงเริ่มดีขึ้นมาบ้างและเริ่มมองเขาด้วยสายตาพิจารณาเป็ครั้งแรก