เวลาล่วงเลยมาจนถึงสามทุ่ม ความมืดปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ มีเพียงแสงไฟที่สาดส่องมาจากนอกตัวคอนโด ยิ่งทำให้บรรยากาศภายในห้องอบอวนไปด้วยความทะมึนตึง ธันวานั่งนิ่งอยู่ที่โซฟามาสักพักใหญ่ สายตาเลื่อนลอยไร้จุดโฟกัส ถัดไปทางโต๊ะอาหารภู่กันต์ที่นั่งอยู่ในเงาของความมืด ไม่เคยละสายตาจากคนร่างโปร่งไปแม้เสี้ยวนาที แม้จะอยากทำลายความเงียบใจจะขาด แต่ก็ไม่อยากทำให้อีกคนโกรธอีก แค่เป็นต้นเหตุที่ทำให้มารียารู้เรื่องความสัมพันธ์นี้ก็แทบจะถูกทึ้งร่าง จะบอกว่ากลัวเมียก็อาจจะใช่ คนที่เงียบๆแบบมู๋ธันเวลาโกรธก็น่ากลัวอยู่เหมือนกัน ทำให้ใจหวิวได้ไม่น้อย
(เห็นข่าวยัง? เรื่องจริงมันเป็นยังไง จะให้ช่วยอะไรก็บอก) แชทจากพี่ลูกแก้วแจ้งเตือนเข้ามาทำลายความเงียบให้สิ้นสุดลง พร้อมลิ้งค์ข่าวจากเพจ
เผือกร้อนออนไลน์ ที่พาดหัวข่าวเอาไว้ว่า
เผือกร้อนๆพร้อมเสริฟจ้า
วงในรายงานมาว่าสองดาราหนุ่มที่แจ้งเกิดมาจากละครแนวสืบสวน ชื่อเล่นอักษรย่อ ธ และ ก ที่โด่งดังโกยเรตติ้งแบบถล่มทลาย จนเกิดกระแสคู่จิ้นแห่งยุค และยังมีคนตาดีเห็นแหวนคู่ที่ทั้งสองใส่เหมือนกันอีก ล่าสุดหนุ่ม ธ. ออกมาปฏิเสธเสียงแข็งเกี่ยวกับความสัมพันธ์ดังกล่าว คงไว้ซึ่งคำว่าเพื่อน แต่เมื่อเย็นวันนี้มีคนตาดีมือไว สามมารถลั่นชัตเตอร์เก็บภาพจูบนัวเนียนอกจอได้ที่ลานจอดรถของห้างดัง เรื่องนี้หนุ่มๆจะว่ายังไงนั้น เจ๊รอเผือกอยู่นะคะ
ข่าวที่มีความยาวไม่กี่บรรทัดนี้ ถูกแชร์ไปมากกว่าหมื่นครั้งอีกทั้งยังมีคอมเม้นตามมาอีกล้นหลาม
(ขอให้เป็นแฟนกันจริงๆ)
(ฟินสิจ๊ะรอไร)
(โฟกัสที่สร้อยจ้า แหวนคู่ที่ทุกคนตามหา) ชาวเน็ตรายหนึ่งที่ลงภาพพร้องวงกลมสีแดงที่สร้อยคอของธันวา ที่ดูเหมือนจะโผล่พ้นคอเสื้อให้เห็นแค่เสี้ยวเดียวก็ยังถูกคนตาดีมองเห็นจนได้ และนำมาซึ่งอีกหลายๆรูป ทั้งจากการทำงานและ IGส่วนตัว ธันวาวางโทรศัพท์ที่โต๊ะ แล้วก้มหน้าใช้สองมือกุมขมับ เรื่องที่เขากลัวมาตลอดเกิดขึ้นจนได้ ความกระวนกระวายใจของคนร่างโปร่งอยู่ในสายตาของภู่กันต์ตลอด คนตัวใหญ่จึงเดินมาหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่ที่โต๊ะขึ้นดู ทำให้รู้ถึงที่มาของอาการธันวา แน่นอนว่าเขารู้สึกผิดมาก ที่ทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ขาดการยั้งคิด
“ขอโทษ ผมจะรับผิดชอบทุกอย่าง”
“ยังไง” ธันวาสวนกลับมาเสียงแข็ง ที่บอกว่ารับผิดชอบนี่ยังไง ยังไม่เข้าใจและยังไม่เห็นวิธีที่จะแก้สถานการณ์นี้ได้
“ทำไมไม่รู้จักคิดก่อนจะทำอะไร” ธันวายังคงต่อว่าด้วยน้ำเสียงที่เกรี้ยวกราด นี่เป็นครั้งแรกที่เขาโกรธจนเลือดขึ้นหน้า อีกทั้งยังไม่สามารถควบคุมตัวเองได้อีก
“ผมจะไปคุยกับแม่มู๋ธัน”
“หยุด! เลิกสร้างปัญหาสักทีเถอะ” ที่บอกว่าสร้างปัญหาออกจะแรงไปหน่อย ทำให้คนที่ยอมมาตลอดเกิดหัวร้อนนิดๆ
“ยอมรับว่าทำผิด คิดน้อย มิ้งค์ส่งข้อความมาเป็นร้อย โทรหานับครั้งไม่ถ้วน และผมไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรให้เขาฟัง เพราะผมกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกัน มิ้งค์ควรรู้จะได้เลิกยุ่งกับผมสักที” คนร่างใหญ่เถียงคอเป็นเอ็นไม่ยอมลงให้ง่ายๆ ธันวากำโทรศัพท์ไว้แน่น ใช่! ต่อให้อธิบายกับยังไง เขาเองก็ไม่อยากฟัง แม้ส่วนใหญ่ร้อยละ70ต่างชื่นชอบและสนับสนุนให้ทั้งคู่รักกัน อีก20เปอร์เซ็นที่เฉยๆกับเรื่องนี้ มีเพียง10เปอร์เซ็นเท่านั้นที่มองว่าเป็นเรื่องไม่สมควร แต่นั้นไม่ใช่สาเหตุที่สร้างความกังวลให้ธันวา แต่สายที่กำลังโทรเข้ามานี้ต่างหากที่ทำให้เขาแทบบ้า คุณพิไล เสียงเรียกเข้าดังหลายต่อหลายครั้ง เจ้าของเครื่องยังไม่มีความกล้าพอที่จะกดรับจนสายตัดไป มือเรียวหยิบกุญแจรถแล้วผลุนพลันลุกเดินไปที่ประตู แต่ถูกคนร่างใหญ่ขวางเอาไว้ก่อน
“จะไปไหน คุยกันก่อน” ภู่กันต์พูดยังไม่จบประโยค ก็ถูกธันวาผลักหน้าอกสุดแรงจนแซถลาล้มลงกองกับพื้น แล้วคนร่างโปร่งก็เดินหนีลงลิฟท์ไปโดยไม่แม้แต่จะหันมามอง
รถซุปเปอร์คาร์แล่นผ่านประตูคฤหาสหรูที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งสวมใส่เสื้อเชิ้ตคอจีนสีครีม พับครึ่งแขน ทับในกางเกงสแลคทรงตรงสีกรม เขากวาดสายตามองรอบๆบ้าน ที่จากไปนานถึงสามปีครึ่ง วันนี้มีโอกาสกลับมาเยือนแม้จะด้วยเรื่องที่ไม่สู้ดีนัก แต่ก็ทำให้หายคิดถึงและรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาไม่น้อย ยิ่งไปกว่านั้นเจ้าของเสียงหอบทั้งยังแหบพร่าดังมาจากในตัวบ้าน
“คุณธันของป้า” หญิงชราวัยเจ็ดสิบกว่าวิ่งดิ่งสุดชีวิต ไม่คิดถึงสังขารมาสวมกอดชายหนุ่ม ที่อ้าแขนรอรับอยู่ด้านหน้าประตู มือเหี่ยวทั้งยังหยาบกร้านลูบคลำตามใบหน้าเนียน น้ำใสๆไหลอาบแก้มที่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งวัยเป็นน้ำตาแห่งความปิติยินดี
“สวัสดีครับป้าอร” ชายหนุ่มยกมือไหว้ค้อมหัวลงต่ำ และจัดการหอมแก้มป้าอรฟ้อดใหญ่ เขานับถือป้าอรเป็นเหมือนญาติผู้ใหญ่ ธันวาแสดงความรักกับป้าอรมากกว่าคุณพิศพิไลมารดาผู้ให้กำเนิดเสียอีก แม้ป้าอรจะไม่ใช่ญาติทางสายเลือดแต่แกก็เป็นคนเลี้ยงดูธันวาตั้งแต่แบเบาะ เขาจึงรักและใส่ใจป้าอรมาก
“นี่มันอะไร” คุณหญิงพิศพิไลโยนโทรศัพท์ที่มีหน้าข่าวของลูกชายไปที่โต๊ะทันทีที่ธันวาทรุดตัวลงนั่ง
“ตามที่เป็นข่าวนั่นแหละครับ ผมกับกันต์เราเป็นมากกว่าเพื่อน ผมรักกันต์ครับ” ธันวาตอบอย่างตรงไปตรงมา เพราะไม่อยากเก็บความรู้สึกนี้เอาไว้อีกต่อไป
“ไม่กระดากปากบ้างหรอ แกพูดว่ารักกับคนที่เป็นเพศเดียวกันได้หน้าไม่อาย ทั้งสมาคมทั้งผู้หลักผู้ใหญ่ต่างถามไถ่เรื่องของแก ฉันอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหนแล้ว” สำหรับคนอื่นอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่นี่คุณหญิงพิศพิไลผู้ที่มีหน้ามีตาทางสังคม และยังคาดหวังกับลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ในการให้กำเนิดทายาทผู้สืบสกุลด้วยแล้ว ยิ่งเป็นเรื่องที่รับได้ยาก
“แล้วความรู้สึกผมละ คุณหญิงก็เห็นแก่หน้าตัวเอง เคยสนใจผมบ้างไหม วันๆเอาแต่เข้าสมาคม ทานข้าวพร้อมหน้านับครั้งได้ ผมไม่เคยรู้เลยด้วยซ้ำ ว่าความรักความอบอุ่นที่ใครๆเข้าพูดกัน จริงๆแล้วมันเป็นยังไง”
เพลี้ย! ใบหน้าเรียวสั่นสะท้านหันขวับตามแรงเหวี่ยง น้ำตาไหลอาบสองแก้มด้วยสุดจะกลั้น ป้าอรที่ดูเหตุการณ์อยู่ไม่ห่าง ก็รีบถลาตัวเข้าประครองร่างโปร่งไว้
“พอเถอะคุณหญิง” คุณหญิงพิศพิไลเองก็ถูกห้ามโดยคุณไพบูลย์ผู้เป็นสามี แม้เธอออกจะเผด็จการอยู่บ้าง แต่ก็ไม่นิยมความรุนแรงมักใช้เหตุผลมากกว่า ครั้งนี้จึงรู้สึกว่าตนทำแรงเกินไป รอยแดงเป็นริ้วบนใบหน้าขาว ทำใจผู้เป็นแม่เจ็บแปลบไม่น้อย แต่ด้วยฐานะผู้เป็นใหญ่สุดในบ้านจึงไม่อาจใจอ่อนได้
“คุณก็เหมือนกัน เข้าข้าง ตามใจจนลูกเสียคน แทนที่จะอบรมสั่งสอนคนที่มันสร้างปัญหา คุณมาห้ามฉันทำไม” เวลานี้ที่คุณหญิงโมโหแม้แต่สามีก็ถูกด่าไปด้วย
“จะโกรธยังไงก็ไม่ควรลงไม้ลงมือกับลูก ลูกไม่ได้ทำอะไรผิด” คุณไพบูลย์ที่เคยยอมครั้งนี้กลับต่อต้าน
“ไม่ผิด วิปริตผิดเพศ” เธอใช้คำพูดและสายตาหยามเหยียด กับลูกชายอย่างกับเขาเป็นพวกน่ารังเกียจ ซึ่งใจจริงแล้วคุณหญิงพิศพิไลก็เป็นคนจำพวกที่ไม่ยินดียินร้ายกับเรื่องเพศที่สาม เพียงแต่นี่มันเกิดขึ้นกับลูกตัวเอง โดยไม่ทันตั้งตัว จึงทำให้คุณหญิงกลายเป็นคนจำพวกที่มองว่าเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่ไม่สมควร
“ป้าอรพาคุณธันขึ้นห้อง” คุณไพบูลย์เห็นท่าไม่ดีจึงรีบจับแยก ก่อนผู้เป็นแม่จะพูดอะไรที่เป็นการทำร้ายจิตใจลูกมากไปกว่านี้
“แต่ฉันยังคุยไม่จบ” แน่นอนว่าคุณหญิงพิศพิไลไม่ยอมจบง่ายๆ สาวเท้าตามหลังลูกชายแต่ถูกสามีรั้งตัวไว้ก่อน
“ปล่อยฉัน ลูกเห็นผิดเป็นถูกขนาดนี้ คุณยังปล่อยปะละเลยไปได้ เป็นพ่อประสาอะไร” เสียงตะวาดดังไล่หลังคนทั้งสองไปไม่ขาด
คุณไพบูลย์ : หยุดได้แล้ว สงบสติอารมณ์หน่อย
คุณพิศพิไล : ฉันจะเป็นบ้า เพราะลูกตัวดีของคุณทำฉันขายหน้า หึ! ก็แค่ความหลงผิด ฉันจะจับมันแต่งงานกับลูกสาวท่านผู้ว่า
คุณไพบูลย์ : อย่าเอาแต่หน้าตัวเองจนละเลยความรู้สึกลูกแบบนี้ เพราะผมจะไม่ยอม น้ำเสียงทุ้มพูดอย่างใจเย็น ในมาดของนักบริหารที่เต็มไปด้วยความน่ายำเกรง จนภรรยายังต้องยอมสยบสงบจิตลงได้ ตั้งแต่แต่งงานอยู่กินกันมา จนอายุจะหกสิบอยู่อีกไม่กี่ปี เป็นครั้งแรกที่คุณไพบูลย์ใช้ท่าไม้ตายนี้กับภรรยา ที่ผ่านมาจะคอยเลี่ยงการประทะโดยตลอด “โถ ทูนหัวของป้า เจ็บมากไหมคะ” หญิงชราเสียงแหบปนสะอื้น ใช้มือเหี่ยวย่นลูบคลำไปตามรอยแดงช้ำ พร้อมกับเช็ดน้ำตาให้คนที่อยู่ในอ้อมอกไปพลาง ธันวาสะอื้นไห้จนตัวโยน แม้จะรู้ดีแกใจว่าผลจะออกมาอย่างนี้ แต่ก็ยังเสียใจอยู่ดี