“เพราะฉันคือผู้พิทักษ์คนที่จะมีชีวิตอยู่เพื่อปกป้องเธอ”
-เอิร์ธธันเดอร์,ห้าปีก่อนาใหญ่-
ร่างบางของเด็กสาวเรือนผมสีทองสุกสว่างนอนหายใจรวยรินอยู่บนเตียงนอนหลังเล็กในบ้านที่คับแคบและซอมซ่อบนเนินดินเตี้ยๆไม่ห่างไกลนักจากตัวเมืองหลวงสีหน้าของเธอซีดเซียว เหงื่อเม็ดใหญ่เกาะพราวอยู่บนใบหน้า มีเพียงั์ตาที่ยังคงส่องประกายอยู่เท่านั้นที่บ่งบอกว่าเธอยังมีลมหายใจอยู่
มีคนสองคนยืนอยู่รอบตัวเธอคนหนึ่งเป็เด็กสาวเรือนผมสีน้ำตาลทองสีหน้าอมทุกข์กำลังจับมือของเธอไว้แน่น อีกคนเป็เด็กหนุ่มเรือนผมสีทองเช่นเดียวกับคนป่วย เขายืนอยู่ข้างเตียงสายตาไม่ได้จับจ้องอยู่ที่ใดที่หนึ่งแต่กำลังเหม่อมองออกไปนอกบ้านอย่างไร้จุดหมาย
‘แอ... เรียต’
เด็กสาวพึมพำเรียกชื่อเด็กหนุ่มเธอกระอักไอออกมาอีกครั้งและทำให้แรงบีบที่ฝ่ามือรุนแรงขึ้น
‘ฉัน... อยาก... เจอเขา...’
เด็กสาวสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างทรมาน
เด็กหนุ่มมีสีหน้าอมทุกข์ดูหม่นหมองและขมขื่นเสียยิ่งกว่าคนที่นอนอยู่บนเตียง
‘อดทนหน่อยนะ!’ เด็กสาวข้างตัวเธอพูดขึ้น ‘พวกเราจะพากลับมาเอง ต้องพาหมอนั่นกลับมาพบเธอให้ได้แน่! แข็งใจไว้อีกหน่อยนะ ยูริ!’
‘อือ...’ เด็กสาวร้องครวญไม่กี่วินาทีต่อจากนั้นเธอก็สิ้นลมหายใจ เสียงกรีดร้องอย่างทุกข์ทรมานของคนที่เฝ้ามองดังก้องไปทั่วบ้าน
ห้าปีถัดมา...
‘างั้นเหรอ?’ เด็กสาวถาม
‘ใช่’
เด็กหนุ่มตอบรับไม่มีความรู้สึกใดๆเจือปนอยู่ในน้ำเสียงนั้น ‘อีกไม่นานก็จะเกิดขึ้นแล้วเร็วๆนี้แหละ’
ทั้งคู่ยืนอยู่บนเนินดินที่แสนคุ้นเคยบ้านหลังเล็กที่เคยตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าหายไปแล้วและถูกแทนที่ด้วยป้ายหลุมศพทำจากหินอ่อนสีขาวสะอาดพื้นดินโดยรอบเต็มไปด้วยดอกไม้สีเหลืองทองดอกเล็กที่เ้าของชื่อที่สลักอยู่บนป้ายหินอ่อนชื่นชอบพวกเขาปลูกมันไว้ทั่วเนินดิน นั่นเป็สิ่งเดียวที่คนที่มีชีวิตอยู่พอจะทำให้คนที่จากไปได้
‘นายคิดว่าหมอนั่นก็จะเข้าร่วมกับพวกคนที่ก่อาอย่างนั้นเหรอ?’
‘ก็คงจะเป็อย่างนั้น’ เด็กหนุ่มตอบ ‘เหมือนกับหลายๆเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในดาวดวงอื่น หมอนั่นอยู่ใกล้ชิดฉันมากกว่าใครคนที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้พิทักษ์มักจะถูกเลือกให้เป็นักรบอเวจี ถึงมันจะเป็เื่ที่ฉันไม่้าให้เกิดขึ้นมากที่สุดก็เถอะ’
เด็กสาวขยับเข้ามาใกล้เขากุมมือเขาไว้โดยที่ไม่พูดอะไร
เด็กหนุ่มประคองเธอนั่งลงหน้าหลุมศพวางฝ่ามือของเขาและเธอแตะลงบนป้ายหินอ่อนนั้น
‘รอก่อนนะ ยูริ... ฉันจะต้องพาหมอนั่นกลับมาให้ได้’
เด็กหนุ่มกระซิบน้ำตาหยดหนึ่งไหลกระทบแผ่นหิน
-เอิรธธันเดอร์,วันสิ้นโลก-
‘คนรู้จักเหรอ? เยลโลว์’แบล็คในเงาของความจำทรงอันแสนเลือนรางเอ่ยถามใครบางคนที่เพิ่งมาปรากฏตัวขึ้นอยู่ด้านหลังอย่างไร้สุ้มเสียง
‘คน เคย รู้จักน่ะ’
คนมาใหม่เอ่ยตอบไม่ได้สนใจร่างของผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธธันเดอร์และเด็กสาวข้างตัวที่กำลังจ้องมองมาที่เขาด้วยแววตาเบิกโพลงกว้างในตอนนั้นเลยแม้แต่น้อย
‘งานฝั่งนายเสร็จแล้วเหรอ?’
‘เสร็จไปนานแล้ว...ไม่เท่าไหร่หรอกผู้พิทักษ์ของเอิร์ธไอเอิร์นน่ะ’ เยลโลว์ว่า ‘ไวโอเลตให้มาตามตัวนักรบอเวจีที่เหลือไปเอิร์ธมูนก่อนที่เมตาเรียจะอาละวาดรีบๆจัดการทางนี้ให้เสร็จแล้วตามไปได้แล้ว’
‘อืม...’ แบล็คตอบรับ ‘แล้วจะรีบตามไป’
“ความทรงจำของนายหายไปเยอะเลยนะ”คนตรงหน้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ปล่อยให้แบล็คเอาไปหมดเลยหรือไง?”
เท็ตสึยะไม่ตอบคำถามเขาเข้าใจแล้วว่าทำไมเขาถึงเพิ่งจะมาจำเยลโลว์ได้เอาป่านนี้ ใช่! มันก็เหมือนกับกรณีของมาโมรุหรือชินที่ถูก่ชิงเอาความทรงจำไปหลังพ่ายแพ้ให้กับพวกนักรบอเวจีในาวันสิ้นโลกนั่นแหละไม่น่าแปลกใจเลยว่าเขาเองก็โดนเหมือนกับพวกนั้น แต่เท็ตสึยะไม่คิดมาก่อนเลยว่าสำหรับเขาแล้วมันจะรุนแรงขนาดนี้ทั้งที่เขาจำได้ทุกอย่าง ทั้งตัวเองในวัยเด็ก วันที่เขาเข้าพิธีสืบรัชทายาทหรือแม้แต่ในาที่เขาไม่อยากจำ
แต่ทว่าเขากลับจำเยลโลว์ไม่ได้แม้กระทั่งแบล็คที่เป็คนเอาความทรงจำของเขาไปก็ด้วย
“ยัยนั่นอยู่กับนายใช่ไหมล่ะ?”เยลโลว์ถาม “ให้ฉันเดานะ.. ความทรงจำส่วนที่เหลือของนายคงอยู่กับหล่อนนั่นล่ะ เหมือนกับพวกห้านักรบอเวจีคนอื่นๆที่เก็บสิ่งเลวร้ายไว้กับคนสำคัญของนาย”
“นายหมายความว่ายังไง?”
เยลโลว์ไม่ตอบคำถามของเท็ตสึยะเด็กหนุ่มะโลงมาจากเนินดิน เดินมายืนเผชิญหน้ากับเขา
“ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อที่จะสู้กับนาย”เยลโลว์บอกอย่างไม่อ้อมค้อม “ไม่อย่างนั้นฉันคงไม่สร้างข่ายเวทของตัวเองขึ้นมาหรอกขอบอกไว้ในฐานะคนที่เคยรู้จักกันนะ ไปเอาความทรงจำของนายกลับคืนมาซะก่อนที่นายจะต้องสูญเสียใครไปอีก”
“ฉันไม่เหลือใครให้สูญเสียอีกแล้ว”
เท็ตสึยะพึมพำ
ทั้งนาย...ทั้งยูริ...
“รวมถึงพวกข้างนอกนั่นด้วยหรือเปล่า?”
เยลโลว์ชี้นิ้วข้ามไหล่ไม่มีอะไรอยู่ด้านหลังเด็กหนุ่มนอกจากพื้นดินแตกระแหงที่ทอดตัวยาวสุดลูกหูลูกตาแต่เท็ตสึยะเข้าใจความหมาย ด้านนอกข่ายเวทของเยลโลว์นั้นมีพวกมินาโยะอยู่
“ซิลเวอร์กับโกล์ดอยู่ด้านนอกนั่นสองคนนั้นไม่ออมมือให้เพื่อนนายหรอก”
“แล้วทำไมนายถึงไม่สู้กับฉัน!” เท็ตสึยะะโก้องมีความรู้สึกมากมายอัดแน่นอยู่ในอกจนไม่รู้จะพูดอะไรออกมาก่อน“ทำไมนายถึงต้องละเว้นฉัน ทิ้งฉัน... ทิ้งพวกเราไปแท้ๆยังจะกลับมาอีกทำไม!”
“ฉันไม่ได้อยากจะกลับมา”เยลโลว์ตอบด้วยน้ำเสียงเ็า “เพียงแต่ว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่ฉันต้องทำ การสู้กับนายไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์อะไรกับพวกฉันเลยพวกข้างนอกนั่นต่างหากที่เป็เป้าหมายที่แท้จริงของพวกฉันเพราะงั้นฉันถึงมาอยู่ที่นี่เพื่อพูดกับนาย”
เยลโลว์สูดลมหายใจเข้าปอดก่อนจะเอ่ยออกมาช้าๆอย่างชัดถ้อยชัดคำ
“ฉันเตือนนายแล้วเื่ความทรงจำไปเอามันกลับมาซะก่อนที่นายจะต้องสูญเสียใครไปอีกตัวนายอยู่ในสถานะที่เสี่ยงอันตรายที่สุดในบรรดาผู้พิทักษ์ที่กำลังต่อสู้อยู่นายไม่รู้ตัวเลยสินะว่าแบล็คน่ะหมายหัวนายไว้แล้วั้แ่ต้นหมอนั่นน่ะจะทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้นายเข้ามาขัดขวางแผนการ นั่นแหละวิธีของแบล็ค”
“ทำไมต้องเป็ฉัน?”เท็ตสึยะถาม “เพราะฉันสู้กับหมอนั่นตอนาวันสิ้นโลกอย่างนั้นเหรอ?”
“อาจจะใช่...หรืออาจจะไม่ใช่” เยลโลว์ไม่ได้ตอบคำถามให้กระจ่าง“ฉันรู้แค่ว่าในบรรดาผู้พิทักษ์ที่ปลดผนึกได้ตอนนี้ นายรู้จักแบล็คมากที่สุดและนาย... เป็ผู้พิทักษ์ที่เกี่ยวข้องกับาครั้งนี้น้อยที่สุด”
เท็ตสึยะไม่เข้าใจความหมายของสิ่งที่เยลโลว์พูดเลยเขาน่ะเหรอที่แทบจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในาครั้งนี้ ทำไมล่ะ?ก็ในเมื่อนี่เป็าระหว่างผู้พิทักษ์กับนักรบอเวจีตัวเขาที่เป็ผู้พิทักษ์คือผู้เกี่ยวข้องทางตรงเลยไม่ใช่หรือไง?
“ทำหน้าเหมือนไม่อยากจะเชื่อเลยนะ”เยลโลว์ว่า นี่เป็ครั้งแรกที่เด็กหนุ่มตรงหน้าส่งรอยยิ้มมาให้
“ฉันไม่เข้าใจนาย”เท็ตสึยะพูด จ้องมองคนตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา “คิดจะทำอะไรกันแน่?ทำไมต้องอ้อมค้อม จะสู้ก็สู้ไม่สู้ก็อย่ามาเจอหน้ากัน ทำไมนายต้องมาพบฉันทั้งที่ไม่ได้อยากจะสู้ด้วย! ฉันไม่เข้าใจความคิดของนายเลย ั้แ่เมื่อก่อนแล้วนะ! นายน่ะกลับมาหาฉันทำไมมีคนที่นายควรจะไปพบอยู่แล้วแท้ๆ”
“จะกลับเข้าเื่นั้นให้ได้ใช่ไหมล่ะ!?” เยลโลว์ถามเสียงสูง ชักสีหน้านิ่ง จู่ๆบรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปทันที“อยากจะถามว่าทำไมฉันถึงได้ทิ้งพวกนายกับยัยนั่นไปงั้นเหรอ?ก็แล้วทำไม? นายรู้ไปแล้วจะได้อะไรล่ะ ห่วงตัวเองก่อนจะดีกว่ามั้ง... ผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธธันเดอร์พวกของนายกำลังจะถูกฆ่าอยู่แล้วยังจะมาวุ่นวายเื่ของคนอื่นอีก!”
บรรยากาศรอบตัวสั่นไหว พื้นดินโดยรอบสั่นะเืเสียงะเิที่มองไม่เห็นดังปึงปังอยู่รอบตัว เยลโลว์เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้ามองหาที่มาของเสียงที่มองไม่เห็น
“าครั้งนี้ต้องมีคนตาย”เยลโลว์บอก “ใครบางคนในหมู่พวกนาย เพื่อทำให้มันจบลง”
เด็กหนุ่มตวัดมือออกรอบตัวท้องฟ้าและแผ่นดินเวิ้งว้างกว้างใหญ่หายวับไปราวกับหมอกควันที่ถูกลมพัดสวนสวยกว้างขวางหลังโรงเรียนทามามุชิปรากฏขึ้นสู่สายตาปกคลุมไปด้วยหมอกควันสีดำที่ลอยเอื่อยเยลโลว์หันซ้ายแลขวาแล้วก็พุ่งตัวหายเข้าไปในสวนป่าที่อยู่ด้านข้าง เท็ตสึยะตามเขาไปเสียงะเิที่เขาได้ยินเมื่อตอนที่อยู่ภายใต้ข่ายเวทของเยลโลว์ดังขึ้นเรื่อยๆ
“นั่นอะไร!?”
ซิลเวอร์พึมพำมองออกไปด้านนอกตู้กระจกที่บริเวณภายนอกปกคลุมไปด้วยม่านควันสีดำทมิฬด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนักเด็กหนุ่มเดินผ่านร่างของชินและโทวะที่แข็งค้างราวกับรูปปั้นไปอย่างไม่ใส่ใจเขาเดินเข้าไปใกล้กระจก วางมือลงบนนั้น มีแสงสว่างสีส้มทองส่องวาบขึ้นมาท่ามกลางม่านควัน
“พลังของผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธซันรึ!”
นักรบอเวจีหนุ่มพึมพำกับตัวเองสีหน้าเคร่งเครียดแล้วก็ต้องประหลาดใจเมื่อเห็นกระจกที่กั้นอยู่รอบตัวพวกเขาสั่นไหววูบหนึ่งดูเหมือนมันจะเปลี่ยนจากกระจกแข็งหนาหลายมิลลิเมตรกลายเป็แค่แผ่นฟิล์มบางๆแต่แล้วมันก็กลับมาคงสภาพเป็แผ่นกระจกหนาเหมือนอย่างเดิมอีกครั้งเมื่อแรงะเิสิ้นสุดลง
ซิลเวอร์เอะใจมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นกับข่ายเวทที่โกล์ดสร้างขึ้น
“เอาล่ะพวกนายไม่มีเวลามาเล่นด้วยแล้วล่ะ”
ซิลเวอร์หันมาพูดกับชินและโทวะที่ทำอะไรไม่ได้เลยในตอนนี้ผู้พิทักษ์ทั้งสองทำได้แค่กรอกลูกตาไปมาอยู่ในเบ้าตาอย่างน่าเวทนาคงจะดีกว่านี้ไม่น้อยหากมีเวลาให้เล่นงานพวกนี้บ้าง แต่เขารู้สึกว่าสภาพภายนอกกำลังแย่ต้องมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นกับโกล์ดแน่
“ฉันคงต้องละเว้นผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธวอเทอร์ไว้ตามคำขอของพิงค์ล่ะนะ เพราะงั้น--” ซิลเวอร์หันมาหาชินแสยะรอยยิ้มอย่างชั่วร้าย “ขอชีวิตนายก่อนล่ะ ผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธวินดี้”
ซิลเวอร์พุ่งเข้าหาชินแต่แล้วก็ต้องล้มตึงไม่เป็ท่าเมื่อแผ่นดินใต้เท้าเขาสั่นะเืมีอะไรบางอย่างกำลังปะทุอยู่ด้านใต้ราวกับแมกม่าที่พร้อมจะพุ่งตัวออกสู่พื้นโลกซิลเวอร์มองชิน ผู้ซึ่งกำลังทำสีหน้างงงวยไม่ต่างไปจากเขาแล้วนักรบอเวจีหนุ่มก็หันมามองผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธวอเทอร์ั์ตาสีมรกตคู่นั้นสว่างวาบ
พื้นดินใต้ฝ่าเท้าสั่นะเืด้วยแรงดันอันมหาศาลอีกครั้งตอน้ำผุดทะลักขึ้นมาจากพื้นดินด้านล่างราวกับท่อประปาแตก แรงดันน้ำมหาศาลแผ่กระจายไปทั่วทิศทางพุ่งขึ้นสู่ฟ้าแล้วตกลงมาราวกับละอองฝนที่โปรยปราย ตู้กระจกของโกล์ดทำหน้าที่ของมันด้วยการเก็บกักน้ำไม่ถึงสองนาทีดีตอนนี้น้ำท่วมขึ้นมาจะถึงลำตัวของพวกผู้พิทักษ์แล้วซิลเวอร์เม้มปากแน่น ลอยตัวสูงขึ้นไป้าตอน้ำพุ่งขึ้นมาจากพื้นทุกหนทุกแห่งราวกับมันตามติดเขา ที่พื้นดินด้านล่างระดับเริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆจนแทบจะมิดหน้าอกของพวกนั้น ซิลเวอร์เห็นแสงสว่างสีเขียวอาบไล้ร่างของผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธวอเทอร์ หลังจากนั้นเขาก็มองไม่เห็นอะไรอีกเมื่อปลายขาของเขาััผิวน้ำด้านล่างเกิดน้ำวนขนาดั์ในตู้กระจกของโกล์ดสูบร่างของเขาให้ลอยต่ำติดพื้น
ซิลเวอร์กุมคอแน่นหายใจไม่ออกด้วยความอึดอัดทรมาน ผงชาที่พวกผู้พิทักษ์ได้รับสลายไปแล้วเมื่อระดับน้ำสูงจนท่วมหัวพวกผู้พิทักษ์เขาเห็นผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธวินดี้ตะเกียดตะกายขึ้นสู่ผิวน้ำขณะที่ผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธวอเทอร์พุ่งตัวเข้ามาหาเขาราวกับฉลามที่พุ่งเข้าใส่เหยื่อ
ครืน...
ตู้กระจกของโกล์ดแตกออกเป็เสี่ยงๆกระแสน้ำรอบตัวพุ่งทะลักออกไปทุกทิศทุกทางราวกับเขื่อนแตกร่างของซิลเวอร์พัดไปตามกระแสน้ำก่อนจะเกยตื้นอยู่บนพื้นดินที่ชุ่มฉ่ำราวกับถูกคลื่นซัดเข้าฝั่งผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธวอเทอร์กำลังพยุงตัวเองขึ้นจากพื้น ที่ด้านหลังผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธวินดี้ก็กำลังโก่งตัวไอเพราะสำลักน้ำอยู่
“จะทำอะไรก็บอกกันบ้างสิเฮ้ย!”
คนไม่ชินกับการหายใจใต้น้ำได้ทีร้องะโด่าเ้าของพลังสายน้ำทะลักทลายที่ยืนอยู่ด้านหน้าไม่รู้ว่าเ้าตัวไม่ได้ยินหรือสนใจแต่เป้าหมายตรงหน้ามากกว่าเลยไม่ได้แสดงปฏิกิริยาตอบรับเสียงะโนั้น
ซิลเวอร์พยุงตัวขึ้นจากพื้นอย่างยากลำบากเนื้อตัวเปียกชุ่มไปด้วยน้ำโคลนเมื่อตอนที่เขากลิ้งตัวไปมาบนพื้นเพราะแรงพัดพาจากกระแสน้ำหลังข่ายเวทของโกล์ดถูกทำลายผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธวอเทอร์ย่างสามขุมตรงมาหาเขาไม่พูดไม่จาแววตาของหมอนั่นว่างเปล่าราวตุ๊กตาที่ถูกควบคุม ซิลเวอร์ขยับตัวตั้งรับ ผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธวอเทอร์ชูมือขึ้นเหนือหัว แล้ว...
ตู้ม!
เสียงะเิที่ดังอยู่รอบตัวเรียกความสนใจของพวกเขาไปร่างของใครบางคนกำลังพุ่งตัวเข้ามาหา ซิลเวอร์สบถลั่นไม่เป็ภาษาเมื่อเห็นว่าร่างสะบักสะบอมเพราะแรงะเินั่นคือโกล์ดเด็กหนุ่มเอาตัวเข้ารับเพื่อน ไถลไปตามพื้นโคลนเฉอะแฉะด้วยกัน
“เกิดอะไรขึ้น!”
ซิลเวอร์ร้องถามโกล์ดเด็กหนุ่มในชุดขาวที่เนื้อตัวเต็มไปด้วยาแจากแรงะเิสั่นสะท้าน ั์ตาของโกล์ดเบิกกว้างซิลเวอร์ไม่เคยเห็นโกล์ดหวาดวิตกและมีท่าทีตื่นกลัวแบบนี้มาก่อน
“แบล็ค! ถอนข่ายเวทออก แบล็ค!”
ซิลเวอร์ร้องะโลั่นขณะที่โกล์ดกระอักไอออกมาเป็เืม่านควันสีดำที่ลอยปกคลุมบริเวณโดยรอบเริ่มจางหายไปมีใครบางคนกำลังมุ่งหน้ามาหาพวกเขา
“โกล์ด! ซิลเวอร์!”
เยลโลว์ที่เพิ่งตามมาสมทบร้องเสียงตื่นประคองโกล์ดไว้ด้วยสีหน้าซีดเผือด อีกด้านเท็ตสึยะกลับไปรวมกลุ่มกับชินและโทวะที่รายหลังเหมือนจะได้สติกลับคืนมาและเริ่มร้องเรียกหามินาโยะด้วยใบหน้าที่ไร้สีเื
“บ้าเอ๊ย!”
ชินสบถ สร้างพายุพัดไล่ม่านควันออกรอบทิศแล้วเขาเห็นร่างของใครบางคนยืนอยู่ห่างออกไปไม่ไกลร่างนั้นเรืองแสงสีม่วงเข้มสว่างไสว และมีร่างของใครอีกคนนอนสลบอยู่แทบเท้า
โทวะร้องะโดังลั่น
“มินาโยะ!”
