แสงสีทองจากหน้าต่างโฮโลแกรมส่องสว่างวาบกลางโถงทางเดินที่มืดสลัว อาบย้อมซากศพสีเขียวคล้ำของก็อบลินและแอ่งเืที่เจิ่งนองบนพื้นคอนกรีต คิมโดจินยืนนิ่ง สายตาของเขาจับจ้องไปยัง 'กล่องสุ่มสกิล' ที่ลอยอยู่ตรงหน้า
ในขณะที่ลุงพัค เ้าของร้านสะดวกซื้อ ยังคงนั่งสั่นเทาอยู่หน้าประตูห้องพัก ชายแก่แทบจะหยุดหายใจเมื่อเห็นกล่องแสงประหลาดนั้น โลกที่เขารู้จักกำลังพังทลายลงตรงหน้า กฎเกณฑ์ทุกอย่างที่เคยร่ำเรียนมาถูกฉีกทิ้งภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที
โดจินไม่สนใจสายตาหวาดผวาของเพื่อนบ้าน เขายื่นมือที่เปื้อนคราบเืเหนียวเหนอะออกไปแตะที่กล่องแสงนั้นเบาๆ
ติ๊ง!
[คุณ้าเปิด 'กล่องสุ่มสกิลระดับสูง (สุ่ม)' หรือไม่?]
"เปิด" โดจินเอ่ยเสียงเรียบ
กล่องสีทองแตกกระจายออกเป็ละอองแสงระยิบระยับ ก่อนจะรวมตัวกันเป็วงล้อรูเล็ตต์ที่หมุนวนด้วยความเร็วสูง ชื่อสกิลนับพันนับหมื่นไหลผ่านสายตาของเขาไปอย่างรวดเร็ว ทั้งสกิลระดับ F ที่ไร้ค่า ไปจนถึงสกิลระดับ S ที่สามารถพลิกแพลงสถานการณ์ได้ โดจินหรี่ตาลง แม้เขาจะมี
ประสบการณ์สิบปี แต่เขาก็รู้ดีว่าระบบของหอคอยนี้ไม่มีคำว่าปรานี การสุ่มคือการวัดดวงล้วนๆ
วงล้อค่อยๆ ชะลอความเร็วลง แสงสีต่างๆ กระพริบสลับไปมา ก่อนจะหยุดนิ่งที่ช่องแสงสีม่วงเข้มซึ่งแผ่กลิ่นอายอันตรายออกมา
[ยินดีด้วย! คุณได้รับสกิลแอคทีฟ (Active Skill): 'ผู้่ชิง (Plunder)' ระดับ A]
[รายละเอียดสกิล:] เมื่อััซากศพของสิ่งมีชีวิตที่เพิ่งถูกสังหาร คุณสามารถดูดซับสเตตัสบางส่วน หรือมีโอกาสสุ่มได้รับเศษเสี้ยวสกิลของเป้าหมาย[เงื่อนไขการใช้:] ใช้มานา (Mana) 5 หน่วยต่อครั้ง
มุมปากของโดจินยกขึ้นเล็กน้อย สกิลระดับ A ั้แ่เริ่มนับว่าโชคดีมหาศาล สกิลสายเติบโตแบบนี้เข้ากันได้ดีเยี่ยมกับฉายา [การเติบโตไร้ขีดจำกัด] ของเขา
ทว่า รอยยิ้มของเขาอยู่ได้เพียงเสี้ยววินาที ข้อความระบบสีแดงแจ้งเตือนก็เด้งกระแทกสายตา
[คำเตือน! โฮสต์มีค่ามานา (Mana) = 0]
[ร่างกายของโฮสต์ในปัจจุบัน ไม่สามารถรองรับการมีอยู่ของสกิลระดับ A ได้]
[ระบบกำลังดำเนินการ 'บังคับเปิดวงจรเวทมนตร์' เพื่อรักษาชีวิตของโฮสต์...]
"อึก...!!"
ดวงตาของโดจินเบิกกว้าง ร่างกายของเขากระตุกเกร็งอย่างรุนแรงราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงนับหมื่นโวลต์อัดกระแทกเข้าใส่ เขาทรุดเข่าลงกระแทกพื้นอย่างแรง สองมือกุมหน้าอกแน่น หอบหายใจอย่างเอาเป็เอาตาย
ความเ็ปที่แสนสาหัสะเิขึ้นจากภายใน มันเหมือนมีเข็มร้อนจัดนับพันเล่มชอนไชไปตามเส้นเืและกล้ามเนื้อทุกมัด ร่างกายของคนธรรมดาที่ยังไม่ผ่านการ 'ตื่นขึ้น' (Awakening) อย่างสมบูรณ์ กำลังถูกยัดเยียดพลังงานต่างมิติเข้าไปอย่างหยาบคาย
กรอด...
โดจินกัดฟันกรอดจนเืซึมออกมาจากไรฟัน หากเป็คนปกติคงกรีดร้องจนเสียสติ หรือไม่ก็ช็อกตาตั้งไปแล้ว แต่ด้วยผลของฉายา [จิตใจแห่งเหล็กกล้า (EX)] สติสัมปชัญญะของเขายังคงแจ่มชัด เขาบังคับตัวเองไม่ให้ส่งเสียงร้องออกมาแม้แต่แอะเดียว เพราะเสียงโวยวายจะดึงดูดมอนสเตอร์ตัวอื่นขึ้นมา
หลังจากเวลาผ่านไปเกือบหนึ่งนาทีที่ยาวนานราวกับตกนรก ความร้อนรุ่มในเส้นเืก็ค่อยๆ บรรเทาลง แทนที่ด้วยความรู้สึกเย็นซ่านและกระปรี้กระเปร่าอย่างประหลาด
[การบังคับเปิดวงจรเวทมนตร์ เสร็จสิ้น][ค่าสเตตัส 'มานา' ของคุณเพิ่มขึ้นเป็ 10 หน่วย][คุณสามารถใช้งานสกิล 'ผู้่ชิง (Plunder)' ได้แล้ว]
โดจินค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นยืน เขายกหลังมือขึ้นปาดเหงื่อเย็นๆ และคราบเืที่มุมปาก สายตาของเขาเหลือบไปมองมีดทำครัวในมือ
แกรก... ใบมีดสแตนเลสราคาถูกบิ่นงอจนเสียรูปทรงไปแล้ว แค่การแทงทะลุกระดูกไหปลาร้าของก็อบลินเพียงครั้งเดียวก็ทำให้โครงสร้างของมีดเสียหายอย่างหนัก นี่คือ 'ความสมเหตุสมผล' ของโลกแห่งความจริง อาวุธของคนธรรมดาไม่ถูกสร้างมาเพื่อเข่นฆ่ามอนสเตอร์ที่มีกล้ามเนื้อและกระดูกแข็งแกร่งกว่ามนุษย์
โดจินโยนมีดทำครัวทิ้งไปอย่างไม่ไยดี ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้า 'กระบองไม้' ที่ตกอยู่ข้างศพก็อบลินขึ้นมา มันทำจากไม้เนื้อแข็งสีดำทมิฬจากดันเจี้ยน ผิวััหยาบกระด้างและหนักอึ้ง แต่มันแข็งแกร่งกว่าเหล็กกล้าราคาถูกของมนุษย์หลายเท่า
เขาก้าวเท้าเข้าไปหาซากศพก็อบลิน วางมือขวาลงบนหน้าอกที่ชุ่มเืของมัน
"ใช้งาน... ่ชิง"
วูบ!
แสงสีม่วงจางๆ ดูดซึมจากศพของก็อบลินไหลเข้าสู่ฝ่ามือของเขา ซากศพนั้นแห้งเหี่ยวลงเล็กน้อยราวกับถูกสูบความชื้นออกไป
[คุณได้ใช้งานสกิล 'ผู้่ชิง'][ได้รับ 'พละกำลัง' +0.1 หน่วย]
แค่ 0.1? โดจินขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่นั่นก็สมเหตุสมผล ก็อบลินระดับ F ไม่ได้มีพลังอะไรมากมายให้แย่งชิงอยู่แล้ว แต่เพียงแค่นี้ก็พิสูจน์แล้วว่าสกิลของเขาทำงานได้จริง และการล่าอย่างบ้าคลั่งกำลังจะเริ่มขึ้น
"จะ... เ้าหนุ่ม..."
เสียงแหบสั่นของลุงพัคดังขึ้นทำลายความเงียบ ชายแก่พยุงตัวลุกขึ้นยืนพิงกรอบประตู ขาสองข้างยังคงสั่นพั่บๆ สายตาที่มองมายังเด็กหนุ่มเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและสับสน
"แก... แกทำอะไรน่ะ เมื่อกี้มันแสงอะไร... แล้วไอ้ตัวประหลาดนั่น..."
โดจินหันกลับมามองลุงพัคด้วยสายตาที่เ็าและตัดขาดจากความผูกพันใดๆ ในฐานะเพื่อนบ้าน
"ฟังให้ดี นี่ถือเป็น้ำใจในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง" โดจินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ไม่มีเยื่อใย "ลืมโลกที่คุณรู้จักไปซะ ไม่ว่าจะเป็ทหาร ตำรวจ รัฐบาล หรือแม้แต่ประธานาธิบดี สิ่งที่คุณต้องทำคือกลับเข้าไปในห้อง ล็อกประตูซะ นำอาหารและน้ำที่มีทั้งหมดมากองรวมกันในห้องนอน ปิดไฟให้มืดสนิท และอย่าออกมาจนกว่าจะได้ยินเสียงประกาศจากกองทัพ"
"ละ... แล้วแกล่ะ? แกจะไปไหน? แกต้องช่วยพาฉันหนีสิ!" ลุงพัคเริ่มเสียงดังขึ้นด้วยความตื่นตระหนก มือที่สั่นเทาพยายามจะเอื้อมมาจับแขนโดจิน
โดจินเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว สายตาของเขาตวัดมองชายแก่ด้วยความดุดันจนลุงพัคต้องชะงัก
"ผมไม่ใช่ฮีโร่แล้วก็ ไม่ใช่นักบุญ" โดจินพูดเสียงลอดไรฟัน "ถ้าอยากรอดก็ทำตามที่ผมพูด จากนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นชีวิตของคุณ คุณเป็คนกำหนดเอง อย่าได้หวังพึ่งคนอื่น แล้วก็อย่าไว้ใจใครเด็ดขาด"
พูดจบ โดจินก็หันหลังกลับ กระชับกระบองไม้ในมือแน่น เขาเดินตรงไปยังบันไดทางลงสู่ชั้น 4 เสียงกรีดร้องและเสียงข้าวของแตกหักจากชั้นล่างยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
มนุษย์คนอื่นอาจมองว่าเสียงเ่าั้คือนรก... แต่สำหรับคิมโดจิน เสียงแห่งความตายเ่าั้คือ 'ฟาร์มค่าประสบการณ์' ขนาดใหญ่ที่เขากำลังจะลงไปเก็บเกี่ยวแต่เพียงผู้เดียว