หลังจากเหตุการณ์ในสวน ซูซินยิ่งรู้สึกสับสนในตัวเองมากขึ้น ความรู้สึกผิดบาปต่อเหวินเซี่ยนยังคงกัดกินจิตใจ แต่มันก็ไม่อาจหยุดยั้งปฏิกิริยาทางกายที่เกิดขึ้นเมื่ออยู่ใกล้ใต้เท้าหลี่ได้ นางพยายามหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับเขา แต่ดูเหมือนว่าโชคชะตาจะเล่นตลก เพราะไม่ว่าจะหันไปทางใด ก็มักจะพบกับใต้เท้าหลี่อยู่เสมอ
ใต้เท้าหลี่ที่เฝ้าสังเกตการณ์ซูซินมาตลอด ย่อมรู้ดีว่ากำแพงในใจของนางเริ่มพังทลายลงทีละน้อย ถึงเวลาแล้วที่จะต้องรุกคืบมากขึ้น สร้างสถานการณ์ที่บีบบังคับให้นางต้องใกล้ชิดกับเขาแบบถึงเนื้อถึงตัว โดยที่นางไม่อาจปฏิเสธได้
วันหนึ่ง ใน่บ่ายที่แสงแดดส่องผ่านหน้าต่างอย่างอ่อนโยน ซูซินกำลังนั่งอ่านตำราอยู่ในห้องสมุดอันเงียบสงบ นางจดจ่ออยู่กับตัวอักษรเบื้องหน้า ขณะที่ใต้เท้าหลี่เดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทางสง่างาม เขาถือชุดน้ำชาในมือ พร้อมด้วยขนมหวานเล็กๆ น้อยๆ ที่ดูน่ารับประทาน
"อาจารย์ซูซิน" เสียงทุ้มต่ำของเขาดังขึ้นอย่างนุ่มนวล "ข้าเห็นอาจารย์อ่านหนังสืออยู่นานแล้ว คิดว่าคงจะเหนื่อย จึงนำชาและขนมมาให้อาจารย์รับประทาน"
ซูซินเงยหน้าขึ้นมอง หัวใจเต้นแรงขึ้นทันทีเมื่อเห็นใบหน้าของเขา "ขอบคุณใต้เท้าหลี่มากค่ะ แต่ท่านไม่ต้องเดือดร้อนขนาดนี้เลย"
"ไม่เดือดร้อนเลยอาจารย์" ใต้เท้าหลี่ยิ้มอย่างอบอุ่น "การดูแลอาจารย์เป็เื่ที่ข้าเต็มใจทำ"
เขาวางชุดน้ำชาลงบนโต๊ะข้างๆ ซูซิน แล้วนั่งลงในเก้าอี้ที่อยู่ใกล้นาง ระยะห่างระหว่างทั้งสองไม่มากนัก จนซูซินสามารถได้กลิ่นหอมอันเย้ายวนของเขาได้อย่างชัดเจน กลิ่นนั้นทำให้ร่างกายของนางเริ่มรู้สึกร้อนรุ่มขึ้นมาอีกครั้ง
"อาจารย์กำลังอ่านเื่อะไรอยู่หรือ" ใต้เท้าหลี่ถามขณะที่เทชาใส่ถ้วยด้วยท่าทางที่ช่ำชอง ไอน้ำร้อนลอยขึ้นมาพร้อมกับกลิ่นหอมของสมุนไพร
"ข้ากำลังอ่านตำราเกี่ยวกับบทกวีโบราณค่ะ" ซูซินตอบด้วยเสียงที่เริ่มสั่นเล็กน้อย "เพื่อเตรียมการสอนเหมยเอ๋อร์ในวันพรุ่งนี้"
ใต้เท้าหลี่ยื่นถ้วยชาให้นาง "ชานี้เป็ชาดอกมะลิผสมกับสมุนไพรบำรุงร่างกาย จะช่วยให้อาจารย์รู้สึกสดชื่นและผ่อนคลาย"
ซูซินรับถ้วยชามาจิบ รสชาติหวานหอมแ่เบาทำให้นางรู้สึกผ่อนคลาย แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีความรู้สึกร้อนรุ่มแผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่าง เริ่มจากท้องน้อย แล้วค่อยๆ แผ่ขึ้นไปที่หน้าอกและลงไปที่ร่องรัก
"รสชาติดีมากค่ะ" ซูซินกล่าวด้วยเสียงที่นุ่มขึ้น "ข้ารู้สึกผ่อนคลายจริงๆ"
ใต้เท้าหลี่ยิ้มด้วยความพอใจ "ข้าดีใจที่อาจารย์ชอบ" เขาเอื้อมมือไปหยิบขนมหวานชิ้นหนึ่งมาวางในจานเล็กๆ แล้วยื่นให้นาง "ลองขนมนี้ดูค่ะ ทำจากแป้งข้าวเหนียวผสมกับน้ำผึ้งป่า หวานหอมและมีประโยชน์ต่อร่างกาย"
ซูซินเอื้อมมือไปรับจานขนม แต่ด้วยความประหม่าและความรู้สึกร้อนรุ่มที่เกิดขึ้นในร่างกาย ทำให้มือของนางสั่นเล็กน้อย เมื่อนางพยายามหยิบถ้วยชาร้อนที่วางอยู่บนโต๊ะ มือของนางก็เผลอไปโดนขอบถ้วยที่ร้อนจัด
"อ๊าย!" ซูซินร้องเสียงเบาด้วยความเ็ป ถ้วยชาเอียงไปทางหนึ่ง น้ำชาร้อนกระเซ็นไปโดนนิ้วมือและหลังมือของนาง ทำให้ิัแดงก่ำขึ้นทันที
ใต้เท้าหลี่ลุกขึ้นยืนทันที ใบหน้าเต็มไปด้วยความห่วงใย "อาจารย์ซูซิน! อาจารย์โดนลวกหรือ?" เขารีบเดินมาหานาง คุกเข่าลงข้างๆ เก้าอี้ที่นางนั่งอยู่
"ไม่เป็ไรค่ะ เพียงแค่ร้อนเล็กน้อย" ซูซินพยายามปลอบใจตัวเอง แต่ความเ็ปที่นิ้วมือและหลังมือทำให้นางหน้าบิดเบี้ยวเล็กน้อย
"ให้ข้าดูหน่อย" ใต้เท้าหลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดแต่อ่อนโยน เขาค่อยๆ จับมือของซูซินขึ้นมาตรวจดู ิัที่โดนน้ำร้อนแดงก่ำและเริ่มบวมเล็กน้อย
การััของมือใหญ่ที่อุ่นและแข็งแรงของใต้เท้าหลี่ทำให้ซูซินรู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าที่แล่นผ่านไปทั่วทั้งร่าง แม้จะเ็ปจากการถูกลวก แต่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากการัักลับทำให้นางรู้สึกซู่ซ่าและเสียวซ่าน
"าแนี้ต้องรักษาทันที ไม่งั้นจะอักเสบได้" ใต้เท้าหลี่กล่าวด้วยความกังวล แล้วก็ทำสิ่งที่ซูซินไม่คาดคิด
เขาค่อยๆ ยกมือที่าเ็ของนางขึ้นมาใกล้ปาก แล้วเริ่มดูดนิ้วที่โดนลวกของนางเบาๆ ลิ้นอุ่นและเปียกชื้นของเขาเลียไปตามิัที่แดงก่ำอย่างช้าๆ และระมัดระวัง
"ใต้เท้าหลี่!" ซูซินร้องด้วยความใ พยายามดึงมือกลับ แต่เขากลับจับไว้แน่น
"อย่าขยับอาจารย์" เขากล่าวระหว่างที่ยังคงเลียนิ้วของนาง "วิธีนี้จะช่วยคลายความร้อนและลดการอักเสบได้ ข้าเรียนรู้มาจากหมอโบราณ"
ลิ้นของเขาเลียไปตามนิ้วทุกนิ้วที่โดนลวกอย่างช้าๆ และเซ็กซี่ บางครั้งเขาจะดูดนิ้วของนางเข้าไปในปากเบาๆ แล้วใช้ลิ้นเลียรอบๆ อย่างละเอียด ความรู้สึกเปียกชื้นและอุ่นจากปากของเขาทำให้ซูซินรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นไปทั่วทั้งร่าง
"อ๊ะ..." เสียงครางเบาๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากของซูซิน ความรู้สึกที่เกิดขึ้นนั้นแปลกประหลาดมาก มันไม่ใช่แค่ความเ็ปจากการถูกลวก แต่เป็ความรู้สึกที่ทำให้ร่างกายของนางสั่นสะท้านด้วยความเสียวซ่าน
ใต้เท้าหลี่ยังคงเลียและดูดนิ้วของนางอย่างช้าๆ สายตาของเขาจับจ้องมองใบหน้าของซูซินที่เริ่มแดงก่ำและหายใจไม่สม่ำเสมอ เขาเห็นว่านางกำลังตอบสนองต่อการกระทำของเขา และมันทำให้เขารู้สึกพอใจอย่างมาก
"ใต้เท้าหลี่... ข้าคิดว่า..." ซูซินพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เสียงของนางสั่นเครือจนพูดไม่ออก ความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากการที่เขาเลียและดูดนิ้วของนางทำให้ร่างกายของนางรู้สึกร้อนรุ่มและเสียวซ่านไปทั่ว
หลังจากเลียนิ้วทุกนิ้วที่โดนลวกแล้ว ใต้เท้าหลี่ก็เริ่มเลียไปที่หลังมือของนาง ลิ้นของเขาเลียไปตามิัที่แดงก่ำอย่างช้าๆ และยั่วยวน บางครั้งเขาจะจูบเบาๆ บนิัที่าเ็ ทำให้ซูซินรู้สึกเหมือนจะละลายไปกับความรู้สึกนั้น
"ความร้อนลดลงแล้วหรือยังอาจารย์" ใต้เท้าหลี่ถามด้วยเสียงที่ทุ้มและเซ็กซี่ ขณะที่ยังคงจับมือของนางไว้ใกล้ปาก
ซูซินพยายามจะตอบ แต่เสียงที่ออกมากลับเป็เพียงเสียงครางเบาๆ "อืม... ดี... ดีขึ้นแล้วค่ะ"
สองวันต่อมา ใน่บ่ายที่ฝนพรำ ซูซินกำลังเดินกลับจากเรือนเรียนไปยังเรือนพักของตนเอง ทางเดินหินที่เปียกชื้นทำให้ต้องเดินอย่างระมัดระวัง นางยังคงคิดถึงเหตุการณ์เมื่อวานนี้ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อใต้เท้าหลี่เลียมือของนางยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำ
ขณะที่นางกำลังเดินผ่านสวนหลังบ้าน พลันร่างสูงของใต้เท้าหลี่ก็เดินสวนมาพอดี ทางเดินที่แคบทำให้ทั้งสองต้องเดินเบียดกัน เขาถือร่มในมือ ส่วนซูซินไม่ได้เตรียมร่มมา จึงต้องเดินโดยให้ฝนโปรยปราย
"อาจารย์ซูซิน" ใต้เท้าหลี่เรียกด้วยความห่วงใย "ทำไมไม่ถือร่มหรือ จะเปียกหมดแล้ว"
"ข้าไม่ได้คิดว่าฝนจะตกค่ะ" ซูซินตอบด้วยเสียงที่เริ่มสั่นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความหนาว แต่เป็เพราะความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อเห็นเขา
"มาร่วมร่มกับข้าสิ" ใต้เท้าหลี่กล่าวขณะที่เดินเข้ามาใกล้ เขาชูร่มขึ้นเหนือหัวของทั้งสอง ทำให้ต้องยืนใกล้กันมาก
ซูซินรู้สึกถึงความอุ่นจากร่างกายของเขาที่แผ่ออกมา กลิ่นหอมที่คุ้นเคยโชยเข้าจมูก ทำให้ร่างกายของนางเริ่มรู้สึกร้อนรุ่มขึ้นมาอีกครั้ง
"ขอบคุณใต้เท้าหลี่ค่ะ" นางกล่าวเบาๆ พยายามไม่ให้เสียงสั่น
พวกเขาเดินไปด้วยกันอย่างช้าๆ ใต้ร่มเดียวกัน ระยะห่างระหว่างทั้งสองใกล้มากจนไหล่ของซูซินแตะกับแขนของใต้เท้าหลี่เป็ครั้งคราว การััแต่ละครั้งทำให้นางรู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าที่แล่นผ่าน
จู่ๆ ซูซินก็ก้าวพลาด เท้าเหยียบก้อนหินที่ลื่นปรื๊ดเพราะน้ำฝน ร่างกายเสียหลักกำลังจะล้มลง ใต้เท้าหลี่ไม่รอช้า รีบคว้าเอวบางของนางไว้ทันที โอบกอดร่างของซูซินเข้าหาตัวอย่างแแ่
"ระวังหน่อยอาจารย์ซูซิน" เสียงทุ้มต่ำกล่าวอย่างห่วงใย แต่แววตาของเขากลับฉายแววเ้าเล่ห์
เสื้อผ้าที่เปียกชื้นจากละอองฝนทำให้เนื้อกายของทั้งสองัักันอย่างชัดเจน ซูซินรู้สึกถึงความแข็งแกร่งของแผงอกใต้เท้าหลี่ที่บดเบียดกับทรวงอกของนาง กลิ่นหอมที่เข้มข้นกว่าปกติโชยเข้าจมูกอย่างจัง ทำให้นางรู้สึกมึนงงและอ่อนแรง
ในขณะที่โอบกอดนางไว้ ใต้เท้าหลี่ก็จงใจให้มือหนึ่งเน้นดึงสะโพกกลมกลึงของนางมาเบียดกับท่อนเนื้อที่แข็งขืนของเขา ผ่านเนื้อผ้าที่เปียกชื้น ซูซินรู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่แผ่ซ่านขึ้นมาทันที ความรู้สึกแปลกประหลาดที่นางไม่เคยััมาก่อนทำให้ร่างกายของนางสั่นสะท้าน
อีกมือหนึ่งก็จับศีรษะของนางมาพิงหน้าอกของเขา ที่เต็มไปด้วยกลิ่นกระตุ้นกำหนัด ซูซินซบหน้าลงกับแผงอกของเขาอย่างจำยอม กลิ่นหอมที่รุนแรงกว่าเดิมทำให้สมองของนางขาวโพลน ความรู้สึกหวิวๆ ปนเสียวซ่านแล่นพล่านไปทั่วทั้งร่าง
นางซบเขาอยู่พักหนึ่ง ปล่อยให้ร่างกายจมดิ่งลงไปในห้วงแห่งความปรารถนาที่นางไม่รู้จัก ความรู้สึกร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่างทำให้ขาของนางอ่อนแรงจนแทบยืนไม่อยู่
"ข้า...ข้าไม่เป็ไรเ้าค่ะ" ซูซินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า พยายามดึงสติกลับมา
ใต้เท้าหลี่ค่อยๆ คลายอ้อมกอดออกอย่างช้าๆ แต่ก่อนที่ซูซินจะผละออกไป เขาก็จงใจเบียดส่วนล่างเข้าหากันอีกครั้ง จนซูซินรู้สึกถึงความแข็งแกร่งของท่อนเนื้อที่บดเบียดกับร่องรักของนางอย่างชัดเจน ความรู้สึกเสียวซ่านที่รุนแรงกว่าครั้งใดๆ ทำให้ร่างกายของนางกระตุกเฮือกด้วยความใ
ซูซินรีบผละออกไปทันที ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและสับสน นางไม่เข้าใจว่าทำไมร่างกายของนางถึงได้ตอบสนองต่อใต้เท้าหลี่มากขนาดนี้ และทำไมความรู้สึกที่เกิดขึ้นถึงได้รุนแรงและน่ากลัวถึงเพียงนี้
ใต้เท้าหลี่ยิ้มอย่างพึงพอใจ เขารู้ดีว่าแผนการของเขากำลังดำเนินไปได้ด้วยดี ซูซินกำลังตกอยู่ในกับดักของเขาอย่างสมบูรณ์ และในไม่ช้า นางจะต้องยอมจำนนต่อความปรารถนาที่เขาสร้างขึ้นมา
หลังจากเหตุการณ์ทั้งสองครั้ง ซูซินรู้สึกสับสนมากขึ้น ความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อใต้เท้าหลี่ัันางยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำ มันเป็ความรู้สึกที่ทำให้ร่างกายของนางสั่นสะท้านและเสียวซ่าน
นางไม่เข้าใจว่าทำไมการกระทำที่ดูเหมือนจะเป็การช่วยเหลือธรรมดาๆ ถึงทำให้นางรู้สึกเช่นนั้น และทำไมร่างกายของนางถึงตอบสนองอย่างรุนแรงเช่นนี้
ในค่ำคืนนั้น ซูซินนอนไม่หลับ นางยังคงรู้สึกถึงััของใต้เท้าหลี่ กลิ่นหอมของเขา และความรู้สึกเสียวซ่านที่ยังคงติดตรึงอยู่ในร่างกาย นางพยายามจะขับไล่ภาพของเขาออกไปจากความคิด แต่ก็ทำไม่ได้
นางพลิกตัวไปมาบนเตียงด้วยความกระสับกระส่าย หน้าอกของนางรู้สึกคัดตึง ยอดปทุมถันชูชัน และร่องรักของนางก็ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำใส นางไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของนาง
"เกิดอะไรขึ้นกับข้ากันแน่" นางพึมพำกับตัวเองเบาๆ ขณะที่มองออกไปนอกหน้าต่าง แสงจันทร์ส่องแสงเย็นเยียบ แต่ในใจของนางกลับร้อนรุ่มราวกับเตาไฟ
วันต่อมา ซูซินพยายามทำตัวเป็ปกติ แต่ทุกครั้งที่เห็นใต้เท้าหลี่ นางจะนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา ความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อเขาัันางยังคงทำให้ร่างกายของนางสั่นสะท้าน
ใต้เท้าหลี่สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในตัวซูซิน นางไม่ได้หลีกเลี่ยงเขาเหมือนเดิมแล้ว แต่กลับดูเหมือนจะมองหาเขา สายตาของนางเมื่อมองเขามีความหมายที่แตกต่างไปจากเดิม
นางเริ่มลดการระวังตัวลง นางไม่ได้พยายามหลีกเลี่ยงใต้เท้าหลี่อีกต่อไปแล้ว แต่กลับเริ่มมองหาเขา เริ่มสร้างโอกาสที่จะได้อยู่ใกล้เขา นางเริ่มรู้สึกว่าการได้อยู่ใกล้เขา การได้ััเขา คือสิ่งที่นาง้า
ความรู้สึกผิดบาปต่อเหวินเซี่ยนเริ่มจางหายไป เหลือเพียงความปรารถนาที่รุนแรงที่กำลังครอบงำจิตใจของนาง นางไม่รู้ว่าอนาคตของนางจะเป็อย่างไรต่อไป แต่ที่แน่ๆ คือ นางไม่สามารถปฏิเสธความรู้สึกที่เกิดขึ้นในใจของนางได้อีกต่อไปแล้ว
ในเช้าวันรุ่งขึ้น ซูซินตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่แปลกไปจากเดิม นางรู้สึกถึงความกระปรี้กระเปร่า แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีความรู้สึกหวิวๆ ปนเสียวซ่านที่ยังคงติดตรึงอยู่ในร่างกาย นางเดินไปที่หน้ากระจก และมองดูตัวเองในกระจกเงา ใบหน้าของนางยังคงมีร่องรอยของความสับสน แต่ในดวงตาของนางกลับมีประกายบางอย่างที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน มันเป็ประกายแห่งความปรารถนาที่กำลังจะปะทุขึ้น
ใต้เท้าหลี่ที่เฝ้ารอคอยโอกาสนี้มานาน ย่อมไม่ปล่อยให้มันหลุดลอยไป เขารู้ดีว่าซูซินกำลังตกอยู่ในกับดักของเขาอย่างสมบูรณ์ และถึงเวลาแล้วที่จะต้องก้าวไปอีกขั้นหนึ่ง