บทที่ 4
หางานในเมืองชายแดน
่ยามสาย
ซูฉีที่ตอนนี้คือซูมี่ เดินอยู่บนถนนภายในเมือง ผู้คนมากมายเดินผ่านไปผ่านมาพลุ่งพล่าน นี่ทำให้นางรู้ได้ว่าภายในเมืองชายแดนแห่งนี้ก็ไม่ได้ไร้ซึ่งผู้คน
เมืองแห่งนี้ถูกนักเขียนบรรยายเอาไว้ว่า เป็เมืองที่ห่างไกลความเจริญมีแต่ารบราฆ่าฟันทุกๆเดือน ผู้คนที่อยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ส่วนใหญ่ล้วนเป็คนยากจน
หลังจากที่มาภายในสถานที่แห่งนี้มองเห็นความจริงกว่าเจ็ดส่วน เมืองแห่งนี้ผู้คนส่วนใหญ่มีฐานะไม่ได้ร่ำรวย มากที่สุดภายในเมืองก็คงจะเป็คนยากจนส่วนรองลงมาก็คงจะเป็คนฐานะปานกลาง
ส่วนคนร่ำรวยภายในเมืองแห่งนี้แทบจะไม่มีเลยด้วยซ้ำ ที่ออกมาเดินอยู่บนถนนใน่ยามเช้า เจตนาของนางคือการมาหางานทำ
เงินเหลืออยู่เพียงแค่สามสิบเหรียญทองแดงเมื่อเทียบเป็เงินแล้วสามารถกินอาหารได้เพียงไม่กี่มื้อ ถ้าอยากจะมีชีวิตรอดก็จำเป็จะต้องหาเงินเพิ่ม
ซูฉีนางรู้ดีว่าสำหรับนางแล้วการหาเงินมันไม่ใช่เื่แปลกประหลาด
ถ้าว่าถ้าเป็นางร้ายของซูมี่ ที่เกิดขึ้นมาภายในกองเงินกองทองคงจะไม่ใช่เื่ใหญ่โต
ซูมี่ไม่เคยทำงานเติบโตขึ้นมาภายในกองเงินกองทอง การทำงานหนักคงจะเป็เื่ที่ใหญ่โตของนาง แต่สำหรับซูฉีไม่ใช่
ซูฉีเติบโตมาในฐานะยากจน พ่อแม่นั้นก็ไม่มีเงิน ตัวของนางที่โตขึ้นมาเป็ลูกสาวคนเดียวต้องทำงานหนักั้แ่ยังเด็ก
แต่ว่าก็ยังไม่ละทิ้งการเรียนในแต่ละวันนอนเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้นเวลาส่วนใหญ่ใช้ไปกับการเรียนและการหาเงิน
หลังจากที่ทนอยู่ภายในชีวิตแบบนั้นมาหลายสิบปีจนกระทั่งตัวของนางเรียนจบ และก็ได้เข้าทำงานที่บริษัทเอกชนที่มีเงินเดือนพอสมควร แต่ว่าทุกอย่างที่วาดฝันเอาไว้มันกลับเปลี่ยนไป
ตรงก่อนที่ตัวของนางจะเรียนจบในตอนนั้นพ่อแม่ล้มป่วยหนักเป็มะเร็งจนสุดท้ายก็สิ้นใจตายเพราะว่าไม่มีเงินรักษา
ตอนนั้นยังเป็เพียงแค่นักเรียนเงินทองเองก็มีไม่ได้มีมากมาย เพียงแค่เงินที่ใช้ในการร่ำเรียนเพียงแค่นั้นมันเองก็เต็มกลืนกับการใช้ชีวิตนักเรียนในการหาแล้ว
หลังจากนั้นชีวิตของนางก็ดำเนินมาจนถึงวัยประมาณ 25 ปีทำงานใหม่บริษัทไม่มีครอบครัวใช้ชีวิตอยู่คนเดียวภายในห้องแห่งหนึ่ง
วันวันเอาแต่อ่านนิยายหลังจากกลับจากทำงาน เพราะแบบนั้นจะกล่าวว่าตัวของนางเป็คนที่หาเงินเองไม่ได้ก็ไม่ใช่
นางทำงานมาั้แ่ยังเด็กในตอนนี้การทำงานภายในยุคสมัยนี้ก็คงจะไม่ต่างกัน เดินภายในเมืองหวังเพียงแค่ว่าจะมีสักที่หนึ่งรับทำงาน
ภายในเมืองหลวงตอนนี้คงจะมีแต่คนเกลียดชังซูมี่แต่ภายในสถานที่แห่งนี้ มันไม่ใช่ภายในสถานที่แห่งนี้ไม่มีใครรู้เลยว่านางเป็ใคร
ลี่ถังเดินอยู่ข้างข้างแสดงแววตากังวล นางได้ยินคุณหนูของตนเองบอกว่าจะหางานทำ ตอนแรกคิดว่าตนเองนั้นหูฝาดไป
คุณหนูเอาแต่ใจของนางและก็ไม่เคยจะทำอะไรในตอนนี้กลับดูเป็ผู้ใหญ่ขึ้นมาผิดหูผิดตา นางรู้สึกสงสัยว่ามีิญญาร้ายที่ไหนเข้าสิงคุณหนูของนางหรือไม่
“ คุณหนูเ้าคะ~ เื่การหางานทำให้เป็หน้าที่ของบ่าวคนเดียวพอเถอะเ้าค่ะ!! ”
เสียงเล็กอ่อนหวานดังมาจากด้านหลัง มันคือเสียงของทางลี่ถัง นางอ้อนวอนให้คุณหนูกลับไปพักผ่อนที่บ้านอย่างสบายใจ
“ กินก็กินสองคนเ้าคิดว่าเงินทำงานเพียงแค่คนเดียวจะสามารถพอเลี้ยงปากเลี้ยงท้องของพวกเราได้อย่างนั้นรึ? ”
ซูฉีสาวเท้าเดินไปด้านหน้า โดยที่ไม่ฟังคำเตือนของบ่าวรับใช้ผู้นี้
ลี่ถังหนักใจ แม้ว่าตัวของนางอยากจะห้ามคุณหนูเพียงใดแต่ก็ไม่สามารถทำได้ ในตอนนี้ได้แต่เดินตามเท่านั้น
ซูฉีที่เดินอยู่คิดในใจ ‘ ภายในเมืองชายแดนแห่งนี้จะมีงานอะไรให้ทำกันบ้าง ถ้าจะมีงานให้ทำก็คงจะเป็เพียงแค่งานเล็กๆน้อยๆ ’
‘ แต่ว่าเื่เงินค่าตอบแทนเองก็คงจะเป็ไปตามนั้น ค่าตอบแทนของคนงานที่ทำงานภายในเมืองชายแดนนี้คงจะได้ไม่เท่าค่าตอบแทนภายในเมืองหลวง ’
‘ ตัวของเราเคยอ่านนิยายเื่นี้รู้หน่วยค่าเงินเป็อย่างดี โดยทั่วไปแล้วค่าแรงของคนธรรมดาทั่วไปที่เป็คนใช้แรงงานภายในเมืองหลวงจะอยู่ซักประมาณยี่สิบถึงสามสิบเหรียญทองแดงทองหนึ่งวัน ’
‘ แต่ว่าภายในเมืองแห่งนี้คงจะน้อยกว่านั้น อาจจะเหลือเพียงแค่ประมาณสิบเหรียญทองแดงถึงสิบห้าเหรียญทองแดงเท่านั้น ’
‘ ตัวของเราทำงานมาั้แ่ยังเด็ก เคยพบเจอชีวิตแบบนั้นมาแล้วหลาย 10 ปี ถ้าจะให้มาตายภายในร่างนี้ก็คงจะไม่เอาด้วย ’
‘ อย่างแรกจำเป็จะต้องมีเงินหางานก่อน ไม่จำเป็จะต้องมีค่าตอบแทนมากมายก็ได้แต่ขอเพียงแค่งานที่ไม่ยาวจนเกินไปให้ตัวของเราสามารถปรับตัวกับโลกใบนี้ได้ ’
ซูฉีกำหนดงานที่ตนเองนั้นจะหา โดยเงื่อนไขของงานมีเพียงแค่งานที่สามารถทำได้ง่ายดายภายในเมืองนี้
เกี่ยวกับเื่ค่าตอบแทนนางยังคงไม่สนใจมั่นใจว่าถ้าสมมุติค่าแรงขั้นต่ำภายในเมืองนี้คือสิบเหรียญทองแดงข้อคงจะมีเงินพอกินไปวันต่อวัน
เดินหาอยู่บนถนนสักพักใหญ่ใหญ่ ภายในเมืองแห่งนี้เป็เมืองชายแดนขนาดใหญ่ แม้ว่ามันจะมีสภาพทรุดโทรมแต่ถนนเองก็มีหลายเส้น
เดินมาจนถึงสถานที่แห่งหนึ่งพบเจอร้านขายของที่น่าสนใจ เท้าทั้งสองข้างหยุดชะงักลง ซูฉีมองไปที่ร้านขายของด้านหน้า
นางพบเห็นว่าภายในร้านขายของมีท่านป้าผู้หนึ่งกำลังยืนอยู่บริเวณด้านใน
ซูฉีไม่รีรอทำการเดินพุ่งตรงเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็ว
หญิงวัยกลางคนอายุราวสี่สิบถึงห้าสิบปีนั่งอยู่บนเก้าอี้เถ้าแก่ของร้านขายของธรรมดาๆ นางสวมใส่ชุดหญิงชาวบ้านมีใบหน้าอวบอิ่ม ทำท่าทีนั่งตรวจบัญชีของร้านอยู่
ได้ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้นนางเงยหน้ามองตรงไป พบเห็นหญิงสาวสองคนวัยสิบแปดถึงสิบเก้าเดินเข้ามาภายในร้าน
ซูฉีเดินมาหยุดลงบริเวณด้านหน้าและกล่าวขึ้นอย่างไม่รีรอ “ พี่สาวเ้าคะข้าเพิ่งเดินทางมาจากต่างเมืองตอนนี้หางานทำที่สถานที่แห่งนี้พอมีที่ไหนรับข้าทำงานบ้างหรือไม่เ้าคะ!!! ”
ถ้อยคำหวานถูกปล่อยออกไป หญิงวัยกลางคนผู้นี้ห่างจากหญิงสาววัยแรกรุ่นที่พูดออกมาหลายสิบปี
การที่กล่าวว่าตนเองนั้นเป็พี่สาวถือว่าเป็คำชมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ได้ยินซูฉีเรียกตนเองว่าพี่สาว นางยกมือของตนเองขึ้นมาลูบคลำใบหน้าด้วยความเขินอาย
ดูเหมือนว่านางจะพึงพอใจกับคำหวานที่ซูฉีพูดออกมา
“ เดินทางมาที่เมืองแห่งนี้ใหม่อย่างงั้นรึ? แปลกหูแปลกตาจริงๆไม่ค่อยมีผู้คนเดินทางมาที่เมืองชายแดนแบบนี้นะเนี้ย ”
“ เอาเถอะตัวของเ้าเรียกข้าว่าพี่สาว ข้าจะช่วยพวกเ้าก็แล้วกัน ”
“ ที่ร้านของข้าไม่ได้รับคนงานเพิ่ม แต่ว่าบริเวณทางทิศตะวันตกของเมืองถัดออกไปมีร้านขายสุราของท่านพี่จื่ออยู่ เห็นว่า้าคนงานอยู่พอดีพวกเ้าสองคนลองไปสมัครงานที่นั่น ”
“ ร้านสุราอย่างนั้นหรือเ้าคะไม่ได้นะเ้าค่ะคุณหนู!!! ” ลี่ถังหูตาตื่นขึ้นมาทันควัน นางยื่นมือไปคว้าจับแขนเสื้อของคุณหนูของนาง
โรงสุราผู้คนรู้ดีว่าสตรีประเภทใดที่จะทำงานที่สถานที่แห่งนั้น นางไม่ยอมปล่อยให้คุณหนูของนางทำงานที่สถานที่แห่งนั้นอย่างแน่นอน
ซูฉีหันมองแล้วก็หันมองพูดขึ้นมา “ เงียบก่อนลี่ถัง.. ข้าขอสนทนากับพี่สาวก่อน ”
หลังจากนั้นซูฉีสนทนากับหญิงวัยกลางคนผู้นี้ที่เป็เ้าของร้านขายของธรรมดาธรรมดาต่ออีก ทำการสอบถามข้อมูลหลายหลายอย่างภายในเมืองแห่งนี้
เพราะนั่นเป็สิ่งที่ถูกของนาง้าในการเอาชีวิตรอดภายในเมืองแห่งนี้ ผ่านไปสักพักได้ข้อมูลมากมาย จึงได้เดินกลับออกมาจากภายในสถานที่แห่งนั้น
…
ซูฉีและลี่ถังเดินต่อไปอีกถนนหลายเส้น ตามคำแนะนำของหญิงวัยกลางคนผู้นั้น และทั้งสองก็ได้มาหยุดลงตรงสถานที่แห่งนี้
โรงสุราจื่อ
ทั้งสองมาถึงโรงสุราแห่งนี้ตามคำแนะนำของเ้าของร้านขายของใจกลางเมือง
ลี่ถังใช้มือของตนเองดึงแขนเสื้อคุณหนูของนาง แววตาของลี่ถังเต็มไปด้วยความกังวล
สถานที่ด้านหน้าไม่เหมาะกับพวกนางเลยแม้แต่น้อยไม่เหมาะกับสตรีอย่างคุณหนูของนาง
“ คุณหนูเ้าคะท่านจะเข้าไปจริงๆอย่างนั้นหรือ? ” แววตาเต็มไปด้วยความกังวลน้ำเสียงที่มีความเป็ห่วงแฝงเร้น
ในขณะที่ทั้งสองยืนเก้ๆกังๆอยู่ด้านหน้าโรงสุรา เสียงของสตรีผู้หนึ่งดังทุ่มต่ำขึ้นมา “ ไม่เคยเห็นหน้ามาของานทำงั้นรึ? ”
เสียงนั้นดังมาจากด้านหน้าดวงตาของหนึ่งนายหนึ่งบ่าวหันมองไปพบเห็นหญิงผู้หนึ่งยืนอยู่
จบบท