เด็กชายกำลังวิ่งหนีแม่ตัวเอง
แม่ที่อ่อนโยนเสมอ คอยเอาน้ำเย็นเข้าลูบเวลาเขาโดนพ่อดุ แม่ที่ตาลีตาลานเข้ามาหาทันทีที่หกล้มหัวเข่าถลอก เป่าเพี้ยงให้กับแผลเล็กๆของลูกชายขี้แยได้ไม่รู้เบื่อ
แต่ตอนนี้ แม่คนที่กล่าวถึง กำลังเดินตามหลังลูกชายราวกับสัตว์นักล่าตัวหนึ่ง!!
ก้าวเล็กๆวิ่งไม่คิดชีวิต สะดุดล้มแล้วรีบลุกขึ้นใหม่ น้ำตานองหน้า ปากยังเปล่งเสียงร่ำไห้ไม่ขาด สัญชาตญาณรู้ดีว่าหยุดฝีเท้าคือตาย เสียงร้องเรียก “แม่จ๋า” จากลูกบังเกิดเกล้ายามนี้คงไม่ต่างจากเสียงหมูร้องขอชีวิตจากนักเชือด เปล่าประโยชน์สิ้นดี!!
แม่ไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป เดินตามก้าวเล็กๆของเด็กชายอย่างไม่รีบร้อน ใบหน้าสวยจมูกโด่ง ริมฝีปากบาง เปรอะไปด้วยคราบเืแดงคล้ำคาวคลุ้ง…. เืของชายผู้เป็สามี!!
เืบางส่วนสาดเลอะผ้ากันเปื้อนสีเขียวประดับตัวอักษรยี่ห้อ “รสดี” ตัวเก่งที่เธอชอบใส่ทำกับข้าวเป็ประจำ ผมยาวรวบเป็หางม้าพร้อมก่อนทำอาหาร สองเท้าเปลือยเปล่าเพราะเดินตามมาั้แ่ในตัวบ้าน คมมีดในมือสะท้อนแสงเงินยวงของจันทร์เต็มดวง
เด็กชายไม่มีเวลาอาลัยอาวรณ์ให้กับพ่อที่บัดนี้กลายเป็ชิ้นเนื้ออยู่ในหม้อต้มซุป ชายวัยกลางคนเคราะห์ร้ายถูกภรรยาชำแหละล้างและหั่นทำอาหารไม่ต่างจากหมูตัวหนึ่ง
ความไร้เดียงสาพาเด็กชายมาสู่ทางตัน จากห้องครัวออกประตูหลังบ้าน ออกประตูรั้วด้านหลัง มาสู่สนามหญ้าหลังบ้านซึ่งมีสระน้ำใหญ่คล้ายทะเลสาบจำลองขนาดย่อมขวางหน้า เด็กชายวัยห้าขวบทรุดเข่าลงอย่างสิ้นหวัง เขาว่ายน้ำไม่เป็
ยามค่ำคืนที่สุขสงบในหมู่บ้านจัดสรรของคนมีฐานะ รับประกันความปลอดภัยและความน่าอยู่ของสังคมลูกบ้าน นอกจากเสียงลม เสียงจิ้งหรีดจากสวนหย่อมบางเบาริมสระน้ำ ก็มีเพียงเสียงร้องไห้ของเด็กชาย
เมื่อเห็นว่าไร้ทางไปต่อก็เหลือทางรอดทางเดียวคือหันกลับไปประนมมือขอชีวิตจากแม่บังเกิดเกล้า
“แม่จ๋า”เด็กชายละล่ำละลัก หน้าแดงก่ำ น้ำมูกน้ำตาผสมปนเปกันเต็มหน้า ริมฝีปากบางและจมูกโด่งแบบลูกครึ่งฝรั่งคล้ายถอดแบบเค้าโครงบางส่วนมาจากอีกฝ่าย สะอื้นฮักๆ “อย่าทำหนูเลย หนูกลัวแล้ว”
หญิงสาวชะงักฝีเท้าชั่วครู ดวงตากลับมาเปล่งประกายแห่งชีวิตวูบหนึ่ง แววตาของแม่คนเดิมที่อ่อนโยน ในจิตใจกำลังต่อสู้กับความเป็สัตว์ร้ายป่าเถื่อน แต่แล้วความเป็แม่ที่หลงเหลือข้างในก็พ่ายแพ้อย่างราบคาบ ตาคู่งามสองข้างกลับมาฉายแววกระหายเือีกครา เดินเข้ามาใกล้เด็กชายมากขึ้นเรื่อยๆ เด็กชายหวาดกลัจนร้องกรี๊ดเหมือนเด็กผู้หญิง กระเถิบถอยหลังจนร่างิ่เหม่เจียนตกลงไปในน้ำ
“เฮ้ย! อะไรกันเนี่ย ! นี่คุณทำบ้าอะไรของคุณ!” เสียงผู้ชายคนหนึ่งที่คุ้นหูดังขึ้น เด็กชายจำได้ว่าเป็คุณอาบ้านข้างๆ ซึ่งเผอิญกำลังวิ่งออกกำลังกายผ่านมาทางนั้น แล้ววิ่งตามแว่วเสียงร้องเด็กชายมาเจอเหตุการณ์พอดี
“ช่วยด้วย!!” เด็กชายกรีดร้อง “แม่เป็อะไรก็ไม่รู้!!”
หญิงสาวเดินเข้าไปใกล้ลูกชายในระยะที่ไม่น่าไว้ใจ เพื่อนบ้านประเมินสถานการณ์ในชั่วขณะนั้น ตัดสินใจวิ่งเข้าไปรวบตัวหญิงสาวจากด้านหลังจนล้มลงกับพื้นทั้งคู่ ด้วยแรงกระแทกส่งมีดกระเด็นหลุดมือตกลงไปในน้ำ สองร่างกลิ้งกอดกันบนสนามหญ้า เขาเป็ชายวัยกลางคนที่หน่วยก้านแข็งแรงจากการเป็อดีตนักกีฬารักบี้ ที่ทุกวันนี้ยังออกกำลังฟิตหุ่นอยู่เสมอ พละกำลังได้เปรียบอีกฝ่ายอยู่หลายขุม เขานั่งคล่อมทับร่างของหล่อนไว้ สองมือกดไหล่ตรึงไว้กับพื้นพลางเขย่าเรียกสติ
“คุณวารินทร์!!” ชายเพื่อนบ้านตะคอกใส่หน้า “นั่นลูกชายคุณนะ!!”
บรรยากาศรอบข้างที่สว่างเพียงสลัวด้วยแสงจันทร์และแสงจากเสาไฟกริ่งริมบาทวิถีห่างออกไป ทีแรกเขายังไม่ทันสังเกตุ แต่เมื่อใบหน้าเขาประจันกับเธอในระยะประชิดก็ทำให้เห็นคราบเืและได้กลิ่นคาวชัดเจน เสี้ยววินาทีแห่งความประหลาดใจจนเผลอคลายแรงกดที่แขนเพียงเล็กน้อย นิ้วโป้งสองข้างที่ไว้เล็บยาวของหญิงสาวพุ่งเข้าใส่ใบหน้าอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วปานงูฉก เจาะเข้าไปในตาทั้งสองข้างแแบบปราศจากความลังเล สองนิ้วโป้งคว้านขยี้เต็มที่ไร้ความปราณี
“อ๊ากก!”ชายหนุ่มร้องเสียงโหยหวนแหลมลั่น ยกมือปิดป้องตาโดยสัญชาตญาณ เสียงแหยะๆเหลวๆเหมือนแป้งเปียกโดนบี้ดังชัดเต็มสองหู เืทะลักออกมาจากเปลือกตาตำแหน่งที่โดนเล็บยาวๆของสองหัวแม่มือหล่อนบดขยี้ ชายเคราะห์ร้ายออกแรงกระชากข้อมือของเธอลงมาอย่างยากเย็นเืไหลอาบลงมาจากดวงตาทั้งสองข้าง เคล้าเศษตาขาวเลอะเลือน
ภาพสยดสยองกลับทำให้หญิงสาวแสยะยิ้มออกมาอย่างสบอารมณ์ ก่อนจะอ้าปากแยกเขี้ยว ผงกศีรษะขึ้นงับใบหูซ้ายของอีกฝ่าย กระตุกชากอย่างรวดเร็วด้วยอิริยาบถของสัตว์ป่า กระชากใบหูขาดคาปากลงมาราวกับฉีกกระดาษ เืฉีดพุ่งสาดกระเซ็น อดีตนักรักบี้ทิ้งตัวลงนอนกุมศีรษะตัวเองกลิ้งไปกลิ้งมากับพื้น ร้องโหยหวนทุรนทุรายไม่หยุด ยังคงไร้วี่แววของยามหมู่บ้านและเพื่อนบ้านหลังไหนๆ
ภาพที่เห็นทำเอาเด็กชายขาอ่อนยวบลุกไม่ขึ้น ปัสสาวะราดออกมาใส่กางเกงสีน้ำเงินที่เข้าชุดกับเสื้อแขนยาวลายสไปเดอร์แมนของตนอย่างควบคุมไม่ได้
หญิงสาวหัวเราะบ้าคลั่ง ลิ้นแลบเลียเืที่เปรอะปากอย่างอร่อยเอร็ด ชันกายลุกขึ้นด้วยท่าร่างที่ผิดแผกและรวดเร็วผิดจากมนุษย์ปรกติ ะโยกเข่าสองข้างขึ้นถึงอก ก่อนจะทิ้งเท้าทั้งสองข้างกระทืบใส่ศีรษะของอีกฝ่ายอย่างแม่นยำ ต่อให้เป็ผู้ชายร่างกำยำก็คงไม่มีทางรอดจากหญิงคลั่งที่ทุ่มน้ำหนักทั้งหมดห้าสิบกิโลกรัมของตัวเองะโกระทืบลงไปซ้ำสามถึงสี่รอบ เสียงกร๊อบคล้ายกระดูกแหลกดังจากศีรษะของชายเคราะห์ร้าย ศีรษะฉ่ำเืและสมองเลอะเลือนผิดรูปจนจำสภาพเดิมไม่ได้ ร่างกำยำที่ไร้ชีวิตยังคงกระตุกจากการทำงานของระบบประสาทที่ตกค้างเฮือกสุดท้าย เศษกระโหลกบางชิ้นยังปาคาฝ่าเท้าของหล่อน หญิงสาวดูดเืและเศษตาขาวที่ติดหัวแม่มืออย่างเอร็ดอร่อยก่อนจะหันมามองลูกชายของตน
เด็กชายร้องแหลมลั่นเป็เสียงกรี๊ด มองไม่เห็นความเป็แม่ในสัตว์ร้ายตนนี้อีกต่อไป
ความกลัวทำให้ไม่ทันสังเกตุ เด็กชายกระเถิบถอยหลังจนร่างพลิกพลัดตกลงไปในสระน้ำ ความใจู่โจมจิตสำนึกจนเด็กชายอ้าปากร้องลั่น เสียงยังไม่ท้นออกจากปากดีก็แทนที่ด้วยการสำลักน้ำคำโต ความทรมานเสียดแทงจมูกขึ้นไปถึงตาและกระโหลกทางหนึ่ง ส่วนอีกทางจู่โจมไปที่ปอด รสชาติของการดิ้นรนโหยหาอากาศแต่ไม่อาจหายใจเป็สิ่งใหม่ที่เด็กชายไม่เคยรู้จัก ตะเกียกตะกายผุดโผล่ผุดจมสลับกับสำลักอย่างสิ้นหวัง สัตว์ร้ายในร่างแม่หยุดยืนมองเด็กชายค่อยๆสิ้นแรงจากการจมน้ำอย่างสบอารมณ์ แต่ไม่เข้าใกล้ริมน้ำไปมากกว่านี้ ปฏิกิริยาท่าร่างของหญิงคลั่งก็สะท้อนความขยาดกลัวน้ำเช่นกัน
ภาพจำในอดีตไกลย้อนฉายเข้ามาใน่นาทีก่อนตายอย่างแจ่มชัด เด็กชายตัวน้อยซุกอยู่กับไหล่ของพ่อที่กำลังประคองอุ้มอย่างทุลักทุเล น้ำลอยย้อยติดเสื้อเชิร์ตคอกลมแขนสั้นของเขา เศษขุยด้ายแทงจมูกจนจามออกมาหนึ่งครั้ง ได้ยินเสียงแม่บ่นว่าพ่ออุ้มลูกไม่ถูกวิธีก่อนที่ตัวเองจะขอเป็ฝ่ายอุ้มแทน เด็กชายที่เคลิ้มจวนเจียนหลับจำเสียงหัวใจเต้นของแม่ยามนั้นได้ชัดเจน มันแรงขึ้นกว่าปรกติเมื่อเขาซบหน้ากับร่องไหล่เธอ เสียงหัวใจที่บอกว่า “แม่รักลูกนะ” ได้ชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดภาษาใดๆ เสียงหัวใจของแม่พาเขาย้อนความทรงจำไกลไปถึงตอนที่ฟังเสียงเดียวกันอยู่ในครรภ์ของแม่ อบอุ่นอยู่ในถุงน้ำคร่ำ รู้สึกได้ถึงเสียงพูดทักทายและการััผ่านหน้าท้องอย่างอ่อนโยนในบางเวลา ััทุกอย่างของอดีตในมโนภาพชัดเจนราวกับกำลังเกิดขึ้น ณ ปัจจุบันขณะ ณ วินาทีที่สติกำลังจะหลุดลอยออกจากร่าง
สติถูกดึงกลับมาปัจจุบันขณะอีกครั้ง มองเห็นภาพโลกใบนี้ในมุมที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ผืนน้ำที่กำลังจะคร่าชีวิตกลับให้ความรู้สึกว่ามันสามารถอาวุธให้เขาได้เช่นกัน คลื่นพลังบางอย่างส่งออกจากตัวของเด็กชายไปยังผืนน้ำโดยรอบ สะท้อนกลับเข้ามาในร่างของเด็กชายอีกครั้งเพื่อเสริมพลัง ก่อนที่จิตสำนึกทั้งหมดจะพุ่งออกจากร่างตนแล้วทะลวงเข้าไปในร่างของผู้เป็แม่
เด็กชายรู้สึกเหมือนตัวเองพลัดตกหรือถูกดึงเข้ามาในห้วงหรือห้องลับประหลาดแห่งหนึ่ง ประหลาดชนิดที่ความจริงกับจินตนาการผสมปนเปกันอย่างยากแยก ในจิตของแม่นั้นเต็มไปด้วยเงาดำจำแลงรูปหมาป่าั์หลายตัว รูปทรงร่างของมันสั่นระริกไหววูบ ั์ตาฉายแสงสีแดงก่ำสำแดงความดุร้าย ขู่กรรโชกด้วยเสียงกังวานก้องประหลาดพิกลจนแทบฟังไม่ออกว่าเป็เสียงสัตว์ประเภทใด กลางวงล้อมของหมาป่าเงานับสิบตัวที่หิวกระหาย แม่นอนขดหมดสติอยู่ตรงนั้น ตรงพื้นที่ส่วนกลางของดวงจิต
“แม่!”เด็กชายะโเรียกดังลั่น
หญิงสาวกลางวงล้อมของเงาหมาป่าผวาสะดุ้งตื่น หันมามองตามเสียงเรียกของลูกชาย “ธารา! ลูกเข้ามาในจิตแม่ได้ยังไงกัน! หนีไปลูก!! หนีไป!! อย่าเข้าใกล้แม่!!”
ฝูงหมาป่าเงารับรู้ถึงผู้บุกรุกตัวน้อย เห่าขรมแล้ววิ่งกรูกันเข้ามาหา ห้องมืดในดวงจิตนี้มีสภาพแวดล้อมบิดเบี้ยวเลือนลางจนไม่สามารถกะระยะและทิศทางได้ถูก ตั้งต้นวิ่งแต่รู้สึกเหมือนแหวกแขนและขาอยู่กลางน้ำ ไร้น้ำหนักและกำลัง ผลลัพธ์คือการวิ่งอยู่กับที่
“แม่!! ช่วยหนูด้วยย!!”เด็กชายร้องลั่น หันหลังจะวิ่งหนีแต่ก็ไปไหนไม่ได้ ราวกับกำลังฝันร้ายวิ่งหนีอะไรสักอย่าง แต่ออกแรงให้ตายก็ไปไหนไม่ได้
“ลูกแม่!! หนีไป!!” ผู้เป็แม่ร้องบอกได้เพียงเท่านี้ ตระหนักว่าตนไร้ซึ่งกำลังใดๆจะช่วยเหลือลูกชายได้ พลังจิตของเธอถูกเงาหมาป่าสะกดไว้ได้โดยสมบูรณ์
แต่ทำไมต้องหนี
คำถามนี้แวบเข้ามาในห้วงความคิดของเด็กชายธารา โลกมโนภาพในดวงจิตแม่กับโลกความจริงที่ตนกำลังสำลักจมน้ำตัดสลับกันไปมาหลายครั้ง เฮือกสุดท้ายของลมหายใจเริ่มมาเยือนแล้ว แขนขาแ่แรงตะเกียกตะกายค่อยๆนิ่งลมปล่อยตัวเองจม จิตใต้สำนึกตระหนักว่าเปล่าประโยชน์จะดิ้นรน เริ่มเรียนรู้จะยอมรับวาระสุดท้ายอย่างสงบ
สิ่งที่ฆ่าเราเท่ากับสามารถใช้เป็อาวุธได้เช่นกัน
พลังที่ซ่อนอยู่ในจิตใต้สำนึกส่วนลึกพลันปะทุขึ้นมา จิตสำนึกของเด็กชายพุ่งเข้ามาอยู่ในดวงจิตของผู้เป็แม่อีกครั้ง ทว่าคราวนี้เขากลับรู้สึกสงบอย่างประหลาด ความมั่นใจว่าเอาชนะได้ก่อตัวขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ หันกลับไปเผชิญหน้ากับฝูงหมาเป่าเงาอย่างท้าทาย
“ปล่อยแม่เดี๋ยวนี้!!!” เด็กชายคำรามลั่น แต่เสียงที่ออกมาคล้ายกับเสียงก้องมาจากใต้น้ำลึก แทรกด้วยเสียงฟองอากาศแตกฟอง
ขณะนั้นเอง ห้องดวงจิตของแม่ที่เดิมมีเพียงความืดเวิ้งว้างพลันปรากฎคลื่นน้ำสูงก่อตัวขึ้นมารอบทิศ ฝูงหมาป่าเงาชะงักการเห่า ความกลัวน้ำของพวกมันฉายแววปรากฎชัด บางตัวแหงนหน้าหอนเสียงแหลมสูง บางตัวครางหงิงๆ พากันวิ่งวุ่นหาทางหนีและที่ซ่อนหลบอย่างไร้ผล เด็กชายประกบฝ่ามือเข้าหากัน ส่งคลื่นั์ที่โถมเข้ามาทับเขมือบกลืนฝูงหมาป่าเงา ราวกับคราบเปื้อนถูกฉีดชะล้างด้วยน้ำสะอาดแรงดันสูง โดยเว้นช่องว่างรอบๆตัวของผู้เป็แม่คล้ายมีกำแพงไร้ตัวตนขวางกั้นไว้ หมาเป่าเงาดุร้ายฝูงนั้นค่อยสลายหายไป
แต่พลังคลื่นน้ำของเด็กชายยังไม่มากพอที่จะขุดรากถอนโคน หมาป่าเงาตัวจ่าฝูงรอดชีวิตมาได้หนึ่งตัว เงาอ่อนแรงนั้นเริ่มแยกเขี้ยวขู่กลับ แสงสีแดงที่ตาของมันเริ่มเรืองเข้มขึ้นมาตามกำลังที่ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว และมันกำลังสร้างเงาหมาป่าตัวเล็กๆร่วมฝูงของมันขึ้นมาใหม่ อีกไม่นานเงาหมาป่าตัวเล็กๆเหล่านี้ก็จะเติบใหญ่กลับมาเป็ฝูงเดิมที่สะกดควบคุมจิตสำนึกของหญิงสาวผู้เป็แม่เอาไว้ได้สมบูรณ์
แต่เด็กชายไม่อาจสู้กับหมาป่าเงาได้อีกต่อไปแล้ว จิตสำนึกของเขาถูกดึงกลับมาสู่ร่างตนเอง รับรู้วาระสุดท้ายของชีวิตที่จมลงใต้น้ำ ความสงบแท้จริงมาเยือนหลังสภาวะดิ้นรน ชีวิตของเด็กชายจะสลายเป็หนึ่งเดียวกับสายน้ำไปตลอดกาล
“ธาราลูกแม่” เสียงแม่ของเขาดังก้องกังวาลราวกับส่งเสียงผ่านมาทางบ่อน้ำลึก “จากนี้ไป รักษาตัวดีๆนะ แม่ขอโทษนะ”
เสียง ตูม! แว่วดังในโสตประสาท เมื่อแม่ะโน้ำลงมาช่วยเขา แรงเฮือกสุดท้ายของชีวิตหญิงสาวยกใต้รักแร้สองข้างส่งเด็กชายขึ้นไปนอนทอดร่างบนสนามหญ้า ปกป้องสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าชีวิตของตนเอง
เด็กชายละเมอเรียกหาแม่อย่างอ่อนแรงจนไม่เป็คำ เหลียวหน้าไปมองทางสระน้ำ ภาพสุดท้ายที่เขาเห็นผ่านห้วงสติสัมปชัญญะเลือนลางคือแม่ที่ส่งยิ้มอันเปี่ยมด้วยรักและห่วงใยมาให้ ก่อนที่เธอจะจมตัวเองลงไปใต้ผิวน้ำ
ทุกอย่างกลับสู่ความสงบ ไม่มีวี่แววที่แม่ของเขาจะโผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมาอีกตลอดไป