"ท่านแม่ วิธีนี้จะได้ผลจริงหรือ?"
ซูฉงกวงเอ่ยถามด้วยความกังวลหากทำเื่เช่นนี้ลงไป วันใดถูกจับได้คงไม่มีผลดี
"พูดจาเหลวไหลอะไร! หรือเ้าอยากจะมองดูพวกมันหาเงินเข้าเมืองใช้ชีวิตสุขสบาย?"
"ไม่อยาก!"
เมื่อซูฉงกวงนึกถึงภาพที่พวกซูอี้หว่านได้เข้าเมืองกินดีอยู่ดี ในขณะที่พวกเขาต้องทนทุกข์อยู่ภายนอกความโกรธในใจก็พลุ่งพล่านจนระงับไว้ไม่อยู่
"ท่านพี่ ทำแบบนี้มันดีแล้วหรือ?"
ข้างกายจ้าวเสี่ยวชุ่ย ภรรยาของซูฉงกวงมีสีหน้ากังวลั้แ่รู้ว่าแม่สามีกับสามี้าจะไปแย่งชิงอาหารของจางอ้ายหลินพวกนางก็กระสับกระส่ายมาตลอด กลัวว่าจะเกิดเื่ขึ้น
"ข้าใจคอไม่ดีเลย รู้สึกว่าต้องมีเื่อะไรเกิดขึ้นแน่ๆ"
"ยายแก่ปากเสีย เ้าลืมไปแล้วหรือว่าขาของต้าฟู่กับต้าไฉพิการได้อย่างไร?ยังมีแก่ใจไปห่วงคนอื่น คนอื่นเขาไม่สนความเป็ตายของพวกเราหรอก!"
เมื่อถูกสามีดุด่าไปยกใหญ่จ้าวเสี่ยวชุ่ยก็ไม่กล้าส่งเสียงอีก เพียงแต่ในใจยังคงรู้สึกผิดอยู่
สภาพของครอบครัวนางในตอนนี้ย่ำแย่จริงแต่ถึงอย่างนั้นนางก็รู้สึกว่าไม่ควรทำเื่ที่เกินไปเช่นนี้
ซูอี้ฉินลูกสาวเข้าใจมารดาดีรู้ทันทีว่านางกำลังคิดอะไรอยู่ นางอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะออกมา
"ท่านแม่ ท่านกังวลเื่ที่ว่าพวกเราจะผ่านพ้นไปได้อย่างไรก่อนเถิด!ขาของพี่รองกับพี่สี่หากไม่รักษา เกรงว่าคงต้องพิการจริงๆ แล้วเ้าค่ะ!"
เมื่อได้ยินลูกสาวพูดถึงลูกชายทั้งสองจ้าวเสี่ยวชุ่ยก็พยักหน้าอย่างไม่ลังเลอีกต่อไป
"เอาล่ะ! ทำตามนี้ก็แล้วกัน!"
เมื่อเห็นภรรยาตกลงซูฉงกวงก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก หากจ้าวเสี่ยวชุ่ยไม่ยอมให้ความร่วมมือเขาคงไม่รู้ว่าจะดำเนินแผนการต่อไปอย่างไร
"เดี๋ยวเ้าก็พาอี้ฉินไปร้องห่มร้องไห้ที่ผ่านมาในบ้านก็มีแค่เ้ากับยายแก่นั่นที่สนิทกันนางไม่มีทางทนเห็นพวกเ้าลำบากได้หรอก ถึงตอนนั้นเ้าก็หลอกนางไปที่นี่ข้าจะไปหาทางแยกซูอี้หว่าน ยัยเด็กนั่นออกไป ส่วนท่านแม่ค่อยหาโอกาสลงมือ"
ซูฉงกวงมอบหมายงานให้คนทั้งหลายเรียบร้อยก็ให้ภรรยากับลูกสาวรีบลงมือ
แม้จ้าวเสี่ยวชุ่ยจะไม่เต็มใจแต่มาถึงขั้นนี้แล้วก็ไม่มีทางเปลี่ยนอะไรได้ทำได้เพียงพาลูกสาวเดินไปยังที่ที่จางอ้ายหลินและลูกสาวอยู่
เมื่อนึกถึงาแที่ขาของลูกชายทั้งสองในใจของนางก็ขมขื่น น้ำตาก็ไหลออกมาอย่างควบคุมไม่ได้
"น้องสะใภ้รอง!"
จางอ้ายหลินกำลังปรึกษากับลูกสาวว่าจะทำอย่างไรต่อไปดีทันใดนั้นก็ได้ยินคนเรียก นางจึงมองไปยังทิศทางที่เสียงดังมาโดยไม่รู้ตัวก็เห็นหญิงที่แต่งกายซอมซ่อคนหนึ่งประคองโดยเด็กสาววัยสิบหกสิบเจ็ด ค่อยๆเดินมาหานาง
ความทรงจำของเ้าของร่างเดิมถูกปลุกขึ้นมาในทันทีจางอ้ายหลินจำได้ในแวบเดียวว่านี่คือจ้าวเสี่ยวชุ่ยพี่สะใภ้ใหญ่
หากจะพูดว่าในตระกูลซูมีใครดีต่อนางบ้างก็คงเป็พี่สะใภ้ใหญ่ผู้นี้
"พี่สะใภ้ใหญ่ ท่านมาได้อย่างไร?"
จางอ้ายหลินเป็คนที่มีความกตัญญูใครที่เคยทำร้ายนาง นางจะไม่มีวันปล่อยไป แต่ใครที่เคยดีต่อนาง นางก็จะจดจำไว้ในใจ
เมื่อเห็นจ้าวเสี่ยวชุ่ยในสภาพที่น่าเวทนาเช่นนี้นางก็ใจอ่อนลงทันที
ต่างจากความใจอ่อนของจางอ้ายหลินซูอี้หว่านกลับยืนอยู่ด้านข้างอย่างใจเย็น มองสำรวจสองแม่ลูก
สายตาของนางข้ามผ่านจ้าวเสี่ยวชุ่ยไปโดยเร็วไปหยุดอยู่ที่ร่างของซูอี้ฉินก็เห็นว่าใบหน้าและตัวของลูกพี่ลูกน้องผู้นี้ไม่มีรอยสกปรกเสื้อผ้าก็ไม่มีรอยปะชุนมากนัก
ในหมู่คนที่หนีภัยสิ่งนี้โดดเด่นเป็พิเศษ ดูท่าทางจะไม่ต้องทนทุกข์เท่าไรนัก
ตระกูลซูมีลูกผู้ชายมากในคราวหนีภัยพิบัติ ข้อดีของการมีสมาชิกมากก็เห็นผลแถมลูกพี่ลูกน้องผู้นี้ยังมีพี่ชายสี่คนคอยเอาใจใส่ ไม่แปลกที่จะใช้ชีวิตได้ดี
สองคนนี้ปรากฏตัวที่นี่ในตอนนี้หมายความว่าอะไรกันแน่?
ประกายสงสัยฉายวาบในดวงตาของซูอี้หว่านแต่สีหน้ากลับสงบมาก ทักทายพวกนางอย่างใจเย็น
"ท่านป้าสะใภ้ใหญ่ พี่ฉิน"
"หว่านหว่าน ่นี้เ้าสบายดีหรือไม่?"
เมื่อจ้าวเสี่ยวชุ่ยได้ยินซูอี้หว่านทักทายนางในดวงตาก็ปรากฏความไม่เป็ตัวของตัวเองแวบหนึ่งนางรู้ดีว่าแม่สามีคิดจะขายพี่น้องซูอี้หว่าน
ในตอนนั้นจางอ้ายหลินป่วยจนไม่ได้สติมองดูแล้วก็เหมือนใกล้จะสิ้นลม แม้นางจะไม่เต็มใจแต่ก็รู้สึกว่าการทำเช่นนี้ก็เป็วิธีหนึ่ง ทำให้ในบ้านลดปากท้องลงไปสองปากเงินที่ขายได้สุดท้ายก็จะนำมาใช้กับครอบครัวของพวกนางดังนั้นนางจึงไม่ได้ส่งเสียงคัดค้านอะไร
ในตอนนี้เมื่อเผชิญหน้ากับซูอี้หว่านถูกดวงตาที่ใสกระจ่างคู่นั้นจับจ้องอยู่ ไม่รู้ทำไมก็รู้สึกละอายใจขึ้นมา
"ข้าสบายดีเ้าค่ะ!"
ซูอี้หว่านมองทะลุความกระอักกระอ่วนของจ้าวเสี่ยวชุ่ยรอยยิ้มที่สดใสปรากฏขึ้นมา
"ข้า พี่ชาย และท่านแม่อยู่ด้วยกัน จะมีอะไรไม่ดีได้?"
ซูอี้หว่านยิ้มมองสองแม่ลูกที่อยู่ตรงหน้าถามออกไปตรงๆ อย่างไม่เกรงใจว่า "ท่านป้าสะใภ้ใหญ่พี่ฉิน ไม่ทราบว่าพวกท่านมาที่นี่ มีเื่อะไรหรือเ้าคะ?"
"ข้า..."
เมื่อถูกซูอี้หว่านถามอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้จ้าวเสี่ยวชุ่ยก็ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรดีได้แต่หันไปมองลูกสาวที่อยู่ข้างกายเพื่อขอความช่วยเหลือ
เมื่อเห็นเช่นนั้นซูอี้ฉินก็อดไม่ได้ที่จะด่าทอในใจรู้สึกว่าซูอี้หว่านเป็อย่างที่ซูไท่ไท่พูดจริงๆ กลายเป็คนเอาใจยากไปแล้ว
"หว่านหว่าน เมื่อเห็นเ้ากับท่านอาสะใภ้รองสบายดีพวกเราก็วางใจแล้วเพียงแต่ว่าพวกเราในตอนนี้กลับใช้ชีวิตไม่ดีนัก... ท่านแม่ท่านไม่ได้มีอะไรจะพูดกับท่านอาสะใภ้รองหรือเ้าคะ?"
เมื่อได้ยินซูอี้ฉินเตือนจ้าวเสี่ยวชุ่ยก็เพิ่งได้สติ พยักหน้าหงึกหงัก
"ใช่ ข้ามีเื่อยากจะขอความช่วยเหลือจากสะใภ้รองเื่นี้มีเพียงเ้าเท่านั้นที่จะช่วยพวกเราได้! ขอร้องล่ะ!"
เสียงพูดของจ้าวเสี่ยวชุ่ยค่อยๆเบาลง เมื่อเห็นว่าจางอ้ายหลินสีหน้าเลื่อนลอย ไม่สะทกสะท้านนางก็กัดฟันพุ่งเข้าไปคุกเข่าให้นาง
"น้องสะใภ้ ข้าหมดหนทางจริงๆ แล้ว ขอร้องล่ะ!"
"พี่สะใภ้ใหญ่ ท่านกำลังทำอะไร!"
หากจางอ้ายหลินไม่ได้นึกถึงความสัมพันธ์ในอดีตนางคงไม่อยากสนใจสองแม่ลูกคู่นี้แล้วแต่เมื่อเห็นจ้าวเสี่ยวชุ่ยถึงกับจะคุกเข่าให้นาง ก็อดไม่ได้ที่จะใรีบยื่นมือเข้าไปประคอง
"มีอะไรก็พูดกันดีๆ อย่าทำเช่นนี้เลย!"
"ข้าก็รู้ว่าทำให้เ้าลำบาก แต่ต้าฟู่กับต้าไฉของข้า..."
จ้าวเสี่ยวชุ่ยนึกถึงาแของลูกชายในตอนนี้ก็รู้สึกเสียใจอย่างแท้จริง จับมือของจางอ้ายหลินไว้ไม่ยอมปล่อย
"นี่..."
"แค่ไปอยู่ด้วยกันที่นั่นสักพัก ได้หรือไม่? ข้าไม่อยากให้ขาของพวกเขาต้องพิการตลอดชีวิตจริงๆข้า..."
จ้าวเสี่ยวชุ่ยอ้อนวอนอย่างสับสนชี้มือไปยังข้างๆ สายตาเต็มไปด้วยการขอร้อง
เมื่อเห็นเช่นนั้นจางอ้ายหลินก็มองลูกสาวอย่างลำบากใจบริเวณนี้มีผู้ลี้ภัยมากมาย หากปล่อยนางทิ้งไว้ที่นี่นางกลัวว่าเดี๋ยวจะมีคนฉวยโอกาสมารบกวนซูอี้หว่าน นางไม่วางใจจริงๆ
ซูอี้หว่านมองออกนานแล้วว่าสองแม่ลูกจ้าวเสี่ยวชุ่ยตั้งใจจะมาแยกจางอ้ายหลินออกไป
ดูท่าทางพวกซูไท่ไท่จะคิดแผนการร้ายบางอย่างเพื่อจัดการพวกนาง
หากไม่ให้โอกาสพวกมันใช้โอกาสนี้จัดการปัญหาให้จบสิ้นไป เกรงว่าต่อไปจะต้องถูกตามรังควานอีก
ความคิดของซูอี้หว่านเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วในทันทีก็ตัดสินใจ
"ท่านแม่ ท่านไปคุยกับท่านป้าสะใภ้ใหญ่ข้างๆ เถอะเ้าค่ะ ตรงนี้ข้าดูแลเอง"
ซูอี้หว่านพูดอย่างเด็ดขาดหยิบแผ่นไม้ไผ่ที่ซูอี้โจวมอบให้ก่อนจากไปออกมาแกว่งไปมาให้จางอ้ายหลินดู"ข้ามีวิธีป้องกันตัว อีกอย่างเดี๋ยวพี่ชายก็คงกลับมาแล้วแค่ประเดี๋ยวเดียวไม่เป็ไรหรอกเ้าค่ะ"
นางอยากจะดูให้เห็นกับตาว่าอีกฝ่ายจะงัดไม้เด็ดอะไรออกมา!