บทที่ 7 กลับประเทศมาก็พบยัยน้องสาวตัวแสบ
ท่านประธานเกือบจะเอื้อมมือไปลูบไหล่ของจวีซือหนาน แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่ายังมีคนจับตาดูอยู่ จึงชักแขนกลับมาในทันที
เมื่อไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว จวีซือหนานจึงครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ “ถ้าอย่างนั้น ฉันจะยื่นใบลาออกให้ฝ่ายบุคคลในวันนี้เลยค่ะ”
ซือหนานจวิ้นใจหล่นวูบไปอยู่ตาตุ่ม ‘เฮ้ย! อยากจะลาออกก็พูดว่าลาออกง่าย ๆ เลยหรือไง!’
เขาเกือบจะหัวใจวายด้วยความใ ก่อนจะรีบผลักประธาน SEC ข้าง ๆ อย่างแรงจนอีกฝ่ายก็พลอยตื่นตระหนกไปด้วย
กงเจ๋ออวี่เป็คนเลือกผู้หญิงคนนี้มา หากมีอะไรผิดพลาดชีวิตของพวกเขาได้ดิ่งลงเหวอย่างแน่นอน
ประธานบริษัทจึงรีบเปิดปากพูดปรามไว้ “ผมเคยดูประวัติของคุณแล้ว และผมก็เชื่อว่าไม่มีใครเหมาะสมกับโครงการของต้าหัวเท่าคุณ และถ้าคุณไปที่นั่นก็เท่ากับคุณจะได้สั่งสมประสบการณ์ไปด้วยนะ”
จวีซือหนานยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม แววตาของเธอแสดงออกถึงการปฏิเสธอย่างชัดเจน
เมื่อเห็นท่าไม่ดี ซือหนานจวิ้นจึงเร่งเปิดปากพูดเสริมอีกแรง “หลังกลับมาจากต้าหัว คุณจะได้สวัสดิการที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน ผมคิดว่าคุณจะไม่เสียใจกับการตัดสินใจในครั้งนี้อย่างแน่นอน”
ซือหนานจวิ้นแอบส่งซิกให้ประธานบริษัท SEC
ส่วนประธานบริษัทก็รีบพยักหน้ารับในทันที “อีกอย่าง ที่ต้าหัวกำลังขาดคนอยู่พอดี คุณจะได้แสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ไง”
เพื่อที่จะส่งจวีซือหนานกลับไปได้ ประธานบริษัท SEC ซึ่งเป็ชาวต่างชาติเกือบต้องนำเอาหลักความคิดและคุณธรรมมาใช้เพื่อโน้มน้าวจวีซือหนาน
เธอครุ่นคิดอยู่นานพอสมควร เมื่อชั่งน้ำหนักผลได้ผลเสียแล้ว จึงตกลงรับข้อเสนอนั้น โดยมีเงื่อนไขว่าจะขอลองดูก่อน
เธอคิดจะกลับไปเงียบ ๆ ไม่ให้ใครรู้ คงไม่มีปัญหาอะไรตามมาทีหลัง
ราวกับท่านประธานกลัวว่าเธอจะเปลี่ยนใจ จึงรีบดำเนินการทุกอย่างให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว ขั้นตอนอันยุ่งยากของบริษัทใหญ่ถูกรวบรัดให้เสร็จสิ้นภายในวันเดียวได้ และในวันรุ่งขึ้นก็รีบส่งจวีซือหนานกลับไปในทันที เหมือนกำลังขับไล่ผีร้ายอย่างไรอย่างนั้น
เมื่อกลับมาถึงจีนแล้ว แม้ว่าจวีซือหนานจะไม่เต็มใจนัก แต่เธอก็เตรียมตัวมาอย่างเต็มที่เพื่อทำงานให้กับสาขาย่อยของบริษัท SEC
“คุณจวีใช่ไหมคะ” หญิงสาวหน้าตาอ่อนหวานจากฝ่ายบุคคลยิ้มให้จวีซือหนาน “เชิญทางนี้ค่ะ ฉันจะพาไปแนะนำให้เพื่อนร่วมงานใหม่”
จวีซือหนานพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้ม แม้ทุกอย่างจะราบรื่น แต่เธอกลับรู้สึกไม่ค่อยดีนัก...
“ทางนี้ค่ะ นี่คือคุณจวีซือหนานจากสำนักงานใหญ่ ต่อไปนี้เธอจะเป็เพื่อนร่วมงานคนใหม่ของพวกเรา หวังว่าทุกคนจะทำงานร่วมกันอย่างราบรื่นนะคะ…” พนักงานฝ่ายบุคคลแนะนำจวีซือหนานให้พนักงานคนอื่น ๆ ได้รู้จัก ฝ่ายจวีซือหนานก็โค้งคำนับอย่างสุภาพ
ทันใดนั้นก็มีเสียงดังมาจากมุมหนึ่ง ทำให้จวีซือหนานนิ่งค้างอยู่กับที่
“พี่?”
เมื่อจวีซือหนานมองหน้าเ้าของเสียงเสียงนั้น เธอก็รู้สึกอยากจะหันหลังเดินออกไปในทันที
“นี่พี่กลับมาจากต่างประเทศเมื่อไหร่เนี่ย ทำไมไม่บอกฉันสักคำล่ะ” จวีซือเฝยแสดงสีหน้าเป็ห่วงเป็ใยออกมา ทว่าในแววตากลับไม่มีแม้แต่ความตื่นเต้นดีใจหรือกระทั่งความห่วงใยอย่างที่พูดเลยแม้แต่น้อย
จวีซือเฝยรู้สึกร้อนรุ่มในหัวใจ เธอคำนวณทุกสถานการณ์ที่เป็ไปได้ แม้กระทั่งตอนที่นอนกับหานเกาอี้
กว่าจะส่งพี่สาวที่น่ารังเกียจคนนี้ไปต่างประเทศได้ก็ทำเธอหืดขึ้นคอ
แต่ผ่านไปได้ไม่นาน ทำไมยัยพี่สาวคนนี้ถึงได้กลับมาซะได้
จวีซือหนานใไม่น้อย ถึงอย่างนั้นก็หัวเราะออกมาเบา ๆ ให้กับโชคชะตาที่เล่นตลก “จวีซือเฝย เธอไม่ต้องแสร้งทำตัวเป็คนดีต่อหน้าฉันหรอกนะ”
มารยาแบบนี้ทำให้เธอถูกตีั้แ่เด็กมาไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง
ทว่าตอนนี้…
มันไม่ได้ผลซะหรอก
ทุกคนมองจวีซือหนานด้วยสายตาไม่พอใจ
เธอก็แค่คนที่สำนักใหญ่ส่งกลับมาเท่านั้น จะมาวางก้ามอวดเบ่งได้อย่างไร
“พี่… แต่ก่อนฉันอาจจะทำผิดพลาดไปบ้าง แค่ครั้งนี้ฉันอยากจะทำดีกับพี่จริง ๆ นะ ช่วยให้โอกาสฉันสักครั้งเถอะนะ”
จวีซือเฝยเงยหน้าขึ้น เธอมองจวีซือหนานด้วยแววตาน่าสงสารทำราวกับน้ำตาจะไหลพราก
“ยังจะแสดงละครอีกหรือไง”
จวีซือหนานชักเริ่มสงสัยว่านี่คือการร่วมมือกันระหว่างหานเกาอี้และจวีซือเฝยเพื่อแก้แค้นเธอหรือไม่
จวีซือเฝยไม่ได้ตอบคำถาม เพียงแต่รีบค้นหาเอกสารชุดหนึ่งแล้วส่งให้จวีซือหนาน
“เอานี่ไป นี่คือโปรเจกต์ที่ฉันกำลังทำอยู่ มันเป็โปรเจกต์ใหญ่ และมันก็ทำเงินได้ดีด้วย เพราะฉันมัวแต่ยุ่งอยู่กับเื่ส่วนตัวเลยอยากจะส่งต่อให้พี่น่ะ”