**ปฐมบทแห่งเพลิงและอัสนีท่ามกลางซากกำแพง**
ฝุ่นผงศิลาและเศษเหล็กกล้าที่เกิดจากการพังทลายของกำแพงห้องพักหมายเลขศูนย์ยังคงลอยคลุ้งอยู่ในอากาศท่ามกลางแสงไฟนีออนสีแดงและม่วงที่สาดส่องเข้ามาจากภายนอก 'ปราณผู้ร่วงหล่น' ร่างไร้วิญญาณของนักฆ่าลัทธิไร้เนตรในชุดดำนอนจมกองเลือดอยู่บนพื้นดาบอาบพิษที่หลุดจากมือกลายเป็นเพียงเศษเหล็กไร้ค่าเมื่อเผชิญหน้ากับหอกเพลิงที่ทรงพลัง
หลินเทียนยืนนิ่งสงบมือขวาที่เคยเตรียมจะชักกระบี่มังกรพลิกฟ้าถูกลดลงข้างลำตัว แววตาสี sapphire ของเขาเย็นเยียบและลึกล้ำประหนึ่งทะเลสาบน้ำแข็งพันปีเขากวาดสายตามองบุรุษผมแดงที่ถือวิสาสะพังกำแพงเข้ามาอย่างพินิจพิเคราะห์
'เหยียนฟาน' แห่งหุบเขาเพลิงสวรรค์ชายหนุ่มผู้นี้มีเรือนร่างที่สูงโปร่งทว่าอัดแน่นไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่สมส่วนและกำยำ(Muscularand athletic) ผิวสีแทนทองแดงที่เกิดจากการขัดเกลาด้วยความร้อนสูงสอดรับกับชุดเกราะเบาสีแดงเพลิงที่เผยให้เห็นแผงอกและซิกแพคที่เด่นชัดรอยสักอักขระเวทรูปเปลวเพลิงที่ต้นแขนซ้ายเรืองแสงวูบวาบตามจังหวะการเต้นของหัวใจกลิ่นอายที่แผ่ออกมาคือ 'ผสานจิตวิญญาณขั้นต้น' ที่ทรงพลังและบริสุทธิ์ยิ่งกว่าทหารองครักษ์เกราะทองคำที่จัตุรัสเสียอีก!
"เจ้าบอกว่าอยากเป็นพันธมิตรกับข้า?" หลินเทียนแค่นเสียงในลำคอน้ำเสียงราบเรียบทว่าแฝงความกดดัน "การพังกำแพงห้องคนอื่นกลางดึกและแย่งสังหารเหยื่อที่ข้ากำลังจะเค้นคอถามข้อมูล...ถือเป็นวิธีผูกมิตรที่แปลกประหลาดดีนะ"
เหยียนฟานหัวเราะร่วนเขาควงหอกยาวสีแดงเพลิงในมือด้วยท่วงท่าที่สง่างามและทรงพลังก่อนจะปักโคนหอกลงบนพื้นศิลาดัง *กึ้ง!* เปลวไฟสีแดงส้มลุกโชนขึ้นรอบๆตัวเขาชั่วครู่ก่อนจะดับลง
"ฮ่าๆๆ! เอาน่า สหาย!ข้าแค่ทนดูพวกมดปลวกที่ใช้วิธีลอบกัดไม่ได้ต่างหาก" เหยียนฟานยักไหล่"อีกอย่าง คนระดับเจ้าที่สามารถดีดนิ้วทำลายพยัคฆ์อัสนีของไอ้ลูกแหง่เหลยเจิ้นได้คงไม่ต้องเสียเวลามาเค้นข้อมูลจากสวะชั้นต่ำหรอกจริงไหม? พวกมันก็แค่หมาลอบกัดที่เหลือรอดมาจากทวีปชั้นล่างไม่มีค่าพอให้มังกรอย่างเจ้าต้องเปื้อนเลือดหรอก"
หลินเทียนหรี่ตาลง"เจ้ารู้เรื่องของข้ามากแค่ไหน?"
เหยียนฟานเดินเข้ามาใกล้ ข้ามซากศพของนักฆ่าอย่างไร้ความปรานี"ในนครสวรรค์ ข่าวลือเดินทางเร็วกว่าแสงเสมอโดยเฉพาะเรื่องของเด็กหนุ่มนิรนามในชุดคลุมซอมซ่อ ที่หักหน้าเหลยเจิ้นกลางจัตุรัสและมีข่าววงในจาก 'สังเวียนโลหิตคนบาป' หลุดออกมาว่ามีปีศาจตนหนึ่งบดขยี้แชมป์เปี้ยนด้วยมือเปล่า แถมยังทำให้ 'จ้าวเทียนหลิง' นายน้อยแห่งหอหมื่นวิญญาณต้องฉี่ราดคาโซฟา...ข้าปะติดปะต่อเรื่องราวดู ก็เดาได้ไม่ยากว่าคือคนๆ เดียวกัน"
ชายผมแดงชูนิ้วขึ้นมาสองนิ้ว"เจ้ามีศัตรูที่ทรงอิทธิพลถึงสองกลุ่มตั้งแต่ยังไม่เริ่มงานประลองทั้งตระกูลอัสนีม่วงและหอหมื่นวิญญาณ พรุ่งนี้ใน 'สมรภูมิดาราทะลวงนรก' พวกมันจะต้องส่งหมาหมู่มารุมขย้ำเจ้าแน่...ข้าถึงได้มาเสนอตัวเป็นพันธมิตรไงล่ะ"
> **"บนโลกที่เต็มไปด้วยความหลอกลวงมิตรภาพที่เกิดจากผลประโยชน์มักยั่งยืนกว่ามิตรภาพที่เกิดจากคำสาบานปากเปล่าเสมอ"**หลินเทียนเอ่ยด้วยวาทะที่เชือดเฉือนและเฉียบคม"บอกความต้องการที่แท้จริงของเจ้ามา เหยียนฟาน... อัจฉริยะอย่างเจ้าไม่จำเป็นต้องมาผูกมิตรกับคนที่ตกเป็นเป้าหมายของขั้วอำนาจใหญ่ นอกเสียจากว่า...เจ้าเองก็มีศัตรูที่จัดการคนเดียวไม่ได้"
เหยียนฟานชะงักไปชั่วครู่รอยยิ้มขี้เล่นบนใบหน้าจางลง แทนที่ด้วยแววตาที่ดุดันและจริงจัง"สมกับเป็นคนที่มองทะลุสัจธรรม... ใช่ ข้ามีศัตรูหุบเขาเพลิงสวรรค์ของข้าถูกพวก 'สำนักดาบเหมันต์ดับสูญ' กดขี่มาตลอดสิบปีพวกมันส่งศิษย์เอกสี่คนลงแข่งในรอบพรุ่งนี้เป้าหมายของพวกมันคือการฆ่าข้าเพื่อตัดสายเลือดผู้สืบทอดของหุบเขา... ข้าต้องการพลังของเจ้าเพื่อทะลวงวงล้อมของพวกมัน"
"แล้วข้าจะได้อะไรจากการช่วยเจ้า?" หลินเทียนถาม
"แผนที่เส้นทางลับและข้อมูลจุดอ่อนของสัตว์อสูรกลไกทั้งหมดในสมรภูมิดาราทะลวงนรก"เหยียนฟานล้วงแผ่นหยกสีแดงออกมาจากอกเสื้อ"นี่คือสิ่งที่ข้าใช้เวลาห้าปีในการรวบรวมมา... หากเราร่วมมือกันเราจะก้าวข้ามรอบแรกไปได้โดยไม่ต้องเสียปราณโดยเปล่าประโยชน์"
หลินเทียนจ้องมองแผ่นหยกก่อนจะหันไปมองซากกำแพงที่ทะลุเป็นรูโหว่ "ตกลง... แต่จำไว้ เหยียนฟานดาบไม่เคยเชื่อใจฝัก มันเพียงแค่พักพิงจนกว่าจะถึงเวลาที่ต้องดื่มเลือด...หากเจ้าคิดหักหลังข้า หอกเพลิงของเจ้า จะถูกยัดลงไปในลำคอของเจ้าเอง"
เหยียนฟานแสยะยิ้มกว้างแววตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นท้าทาย "ข้าชอบคนพูดตรงๆ แบบเจ้าว่ะ!พรุ่งนี้ยามเหม่า (05.00 น.) เจอที่ลานรวมพล... อ้อ! ส่วนกำแพงห้องเจ้าน่ะ...ให้พนักงานมาซ่อมเองแล้วกันนะ ข้าไม่มีผลึกปราณจ่ายหรอก!" พูดจบชายผมแดงก็ทะยานร่างกระโดดออกไปทางรูโหว่ของกำแพงกลืนหายไปในความมืดของนครสวรรค์ยามราตรี ทิ้งให้หลินเทียนส่ายหน้าด้วยความระอา
**สมรภูมิดาราทะลวงนรกและกฎแห่งการเอาชีวิตรอด**
รุ่งอรุณแห่งนครสวรรค์มาเยือนแสงสีทองสาดส่องลงมากระทบโดมกระจกขนาดยักษ์ของ 'ลานประลองมหาดารา' (GrandStar Arena) ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเกาะชั้นบนสุดมันคือสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ระดับจักรวาลอัฒจันทร์ลอยฟ้าสามารถจุผู้ชมได้กว่าสิบล้านคน!
หลินเทียนและเหยียนฟานยืนอยู่รวมกับผู้เข้าแข่งขันนับแสนชีวิตที่ลานรวมพลด้านล่างทุกคนถูกส่งตัวผ่านค่ายกลเคลื่อนย้ายมิติมายัง 'ห้องส่งตัว' ที่เป็นแคปซูลกระจกนับแสนตู้บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด รังสีสังหารปะทะกันไปมากลางอากาศ
เสียงประกาศของผู้อาวุโสแห่งนครสวรรค์ดังกึกก้องไปทั่วทุกมิติ"ยินดีต้อนรับเหล่าอัจฉริยะแห่งมหาทวีป! งานประลองคัดเลือกดารา รอบที่หนึ่ง**'สมรภูมิดาราทะลวงนรก'(Star-Piercing Hell Battlefield)** กำลังจะเริ่มต้นขึ้น!"
ภาพโฮโลแกรมขนาดยักษ์ฉายขึ้นกลางอากาศแสดงให้เห็นสภาพของสมรภูมิ มันไม่ใช่ลานประลองเรียบๆ ทว่ามันคือ 'เขาวงกตเหล็กกล้าขนาดยักษ์' (GiantCyber-Xianxia Labyrinth) ที่เต็มไปด้วยกับดักเวทมนตร์ป้อมปืนเลเซอร์ปราณ และสัตว์อสูรกลไกที่ดุร้ายที่สุด!
"กติกาของรอบนี้ง่ายมาก!"เสียงประกาศดังต่อ "พวกเจ้าทั้งหนึ่งแสนคนจะถูกปล่อยตัวแบบสุ่มลงในเขาวงกตที่กว้างใหญ่เทียบเท่าหนึ่งอาณาจักรเป้าหมายคือการเดินทางไปยัง 'แกนกลางดารา' ที่อยู่ตรงกลางเขาวงกต และแย่งชิง 'ลูกแก้วสวรรค์' ที่มีเพียง **หนึ่งพันลูก** เท่านั้น!ผู้ที่ครอบครองลูกแก้วและอยู่ในเขตปลอดภัยเมื่อหมดเวลาสามวันจะเป็นผู้ผ่านเข้ารอบ... อ้อ! ลืมบอกไป... ที่นี่ไม่มีกติกาข้อห้ามอนุญาตให้ฆ่ากันได้ตามสบาย!"
สิ้นเสียงประกาศแคปซูลกระจกของหลินเทียนและเหยียนฟานก็ปิดล็อค พื้นด้านล่างเปิดออกร่างของทั้งสองร่วงหล่นลงสู่มิติสมรภูมิดาราทะลวงนรกด้วยความเร็วสูง!
*ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!*
เสียงลมกรีดร้องข้างหูหลินเทียนและเหยียนฟานที่จับคู่กันด้วยสายรัดปราณ (ค่ายกลพันธมิตร)ร่วงหล่นลงมาท่ามกลางท้องฟ้าสีเลือดของมิติจำลอง พวกเขาพลิกตัวกลางอากาศร่อนลงจอดบนซากหอคอยเหล็กกล้าที่ขึ้นสนิมดังกึง!
รอบกายคือเขาวงกตที่กำแพงสร้างจากเหล็กไหลสีดำสูงเสียดฟ้าบรรยากาศอึมครึมเต็มไปด้วยหมอกพิษสีม่วงและแสงไฟนีออนที่กะพริบอย่างบ้าคลั่ง
"ต้อนรับสู่นรกขุมที่หนึ่งสหาย" เหยียนฟานกล่าวพร้อมกับชูหอกเพลิงขึ้นพาดบ่า "ตามแผนที่ของข้าเราอยู่ห่างจากแกนกลางประมาณเจ็ดพันลี้ทิศนี้มีสัตว์อสูรกลไกระดับผสานจิตวิญญาณเพียบ"
"นั่นไม่ใช่ปัญหาเดียวของเรา"หลินเทียนเอ่ยเสียงเรียบ ดวงตาสี sapphire กวาดมองไปรอบๆ ในเงามืดของกำแพงเหล็ก
*แกร๊ก... แกร๊ก...*
เสียงปลดล็อคอาวุธดังขึ้นจากรอบทิศทางร่างของยอดฝีมือกว่าสามสิบคนกระโดดลงมาจากกำแพงสูงล้อมกรอบหลินเทียนและเหยียนฟานไว้ทุกทิศทาง!ครึ่งหนึ่งสวมชุดคลุมสีม่วงสว่างที่มีตราสัญลักษณ์ 'ตระกูลอัสนีม่วง' และอีกครึ่งหนึ่งสวมชุดเกราะนักฆ่าที่มีสัญลักษณ์'หอหมื่นวิญญาณ'!
นอกจากนี้ยังมีบุรุษสี่คนที่แผ่กลิ่นอายความเย็นเยียบระดับ 'ผสานจิตวิญญาณขั้นกลาง' เดินแหวกอากาศลงมา พวกมันสวมชุดขาวบริสุทธิ์มีเกล็ดน้ำแข็งเกาะตามใบหน้า... ศิษย์เอกแห่งสำนักดาบเหมันต์ดับสูญ!
"ดูเหมือนศัตรูของข้าและศัตรูของเจ้าจะบังเอิญมาจับมือกันเพื่อรุมกินโต๊ะพวกเรานะ" เหยียนฟานแค่นเสียงหัวเราะกล้ามเนื้อแขนที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปนบีบด้ามหอกแน่นเปลวไฟสีแดงฉานปะทุขึ้นรอบตัว
"พวกมันไม่ได้บังเอิญ...นายน้อยของพวกมันคงจ่ายเงินก้อนโตเพื่อซื้อพิกัดจุดตกของพวกเราจากเจ้าหน้าที่ลงทะเบียน"หลินเทียนวิเคราะห์อย่างเยือกเย็น เขาปลดเสื้อคลุมหนังสัตว์ทิ้งเผยให้เห็นเรือนร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อและรอยแผลเป็นแห่งนักรบรังสีปราณสีม่วงทองเริ่มก่อตัวขึ้นรอบๆ กาย
ศิษย์พี่ใหญ่แห่งสำนักดาบเหมันต์ชักดาบเรียวยาวสีน้ำเงินออกมาชี้หน้าเหยียนฟาน "เหยียนฟาน วันนี้คือวันตายของแก ส่วนไอ้สวะเร่ร่อนนั่นนายน้อยเหลยเจิ้นและนายน้อยจ้าว สั่งให้พวกข้าสับมันเป็นหมื่นชิ้น!"
> **"กฎข้อแรกของสมรภูมิ...อย่าเสียเวลาเจรจากับซากศพ"** หลินเทียนไม่ได้รอให้พวกมันพล่ามจบเขาพุ่งตัวออกไปประหนึ่งกระสุนปืนใหญ่!
*บูมมม!*
ความเร็วก้าวข้ามกำแพงเสียงพื้นเหล็กกล้าที่เขายืนอยู่ยุบตัวลงเป็นหลุมลึกหลินเทียนปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้ามือสังหารของหอหมื่นวิญญาณสามคนในพริบตา!
"ตาย!"มือสังหารตวัดดาบอาบพิษเข้าใส่ ทว่าหลินเทียนไม่แม้แต่จะหลบเขาพุ่งชนฝ่าคมดาบด้วยกล้ามเนื้ออกที่หุ้มด้วยปราณมังกร! ดาบเหล็กกล้าหักสะบั้น!
หลินเทียนคว้าคอหอยของมือสังหารคนแรกบีบจนกระดูกแหลกละเอียดด้วยมือเดียวก่อนจะใช้ร่างของมันเป็นโล่กระแทกใส่อีกสองคนที่เหลือ!แรงกระแทกมหาศาลซัดร่างของทั้งสามปลิวไปอัดกับกำแพงเขาวงกตจนแบนติดกำแพงเลือดสีแดงสาดกระเซ็นย้อมกำแพงเหล็ก!
"ย๊ากกกก!หอกเพลิงทะลวงสวรรค์!"
ทางด้านเหยียนฟานเองก็ไม่น้อยหน้าเขากระโดดสูงขึ้นไปในอากาศ กล้ามเนื้อทุกมัดเกร็งแน่นหอกสีแดงในมือลุกโชนด้วยเปลวเพลิงที่ร้อนแรงจนอากาศบิดเบี้ยวเขาแทงหอกลงมายังกลุ่มของตระกูลอัสนีม่วง!
*ตูมมมมมมมมม!*
หอกเพลิงปะทะกับพื้น เกิดเป็นเสาเพลิงขนาดยักษ์ระเบิดแผ่รัศมีออกไปกว่าสิบวาผู้ฝึกตนของตระกูลอัสนีม่วงห้าคนถูกแผดเผาจนเกราะละลาย ร่างกายไหม้เกรียมกรีดร้องโหยหวนท่ามกลางทะเลเพลิง!
"ฝีมือไม่เลวนี่ ไอ้ผมแดง!" หลินเทียนเอ่ยชมขณะที่ใช้หลังมือปัดกระสุนสายฟ้าที่พุ่งเข้ามาก่อนจะกระโดดเตะก้านคอศัตรูจนหัวหมุนกลับหลัง
"เจ้าก็เถื่อนใช่ย่อยไอ้หน้าตาย!แต่ของจริงมันเพิ่งเริ่ม!"เหยียนฟานตอบกลับพร้อมกับหมุนหอกปัดป้องปราณน้ำแข็งที่พุ่งเข้ามา
ศิษย์เอกแห่งสำนักดาบเหมันต์ทั้งสี่คนเริ่มประสานค่ายกล"ค่ายกลเหมันต์กลืนวิญญาณ!"พายุหิมะที่เย็นยะเยือกจนสามารถแช่แข็งวิญญาณได้พัดกระหน่ำเข้าใส่ทั้งสองคนอุณหภูมิลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว พื้นเหล็กกล้าถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งหนา!
"หลินเทียน! ระวัง!ค่ายกลนี้สามารถหยุดการไหลเวียนของลมปราณได้!" เหยียนฟานตะโกนเตือนพยายามเร่งเปลวเพลิงขึ้นมาต้านทาน ทว่าไฟของเขากำลังถูกความเย็นแช่แข็ง!
หลินเทียนยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางพายุหิมะเกล็ดน้ำแข็งเริ่มเกาะตามร่างกาย ทว่าดวงตาสี sapphire ของเขากลับเปล่งประกายเจิดจ้าเขาไม่ได้ชักกระบี่มังกรพลิกฟ้า ทว่ายกมือขวาขึ้นมาตั้งท่าดาบ
> **"ความหนาวเหน็บที่พยายามจะแช่แข็งมังกร...มันก็แค่เกล็ดน้ำแข็งที่รอวันละลายเมื่อเผชิญกับดวงตะวัน!"**
"กระบี่ไร้ลักษณ์ ขั้นที่เก้า...สัจธรรมสะท้อนดารา!"
หลินเทียนไม่ได้ใช้ปราณความร้อนต้านทานแต่เขาใช้สัจธรรม 'ดูดซับ' ความเย็นเหล่านั้นเข้าสู่เส้นชีพจร!เส้นเลือดบนร่างกายของเขาปูดโปนและเรืองแสงสีฟ้าสลับม่วงทองความเย็นที่กลืนกินเข้าไปถูกบีบอัดด้วยหัวใจมังกรก่อนที่เขาจะสะบัดมือขวาฟันออกไปเบื้องหน้า!
คลื่นปราณกระบี่ที่พุ่งออกไปไม่ใช่สีม่วงทอง แต่มันคือ **'ปราณกระบี่น้ำแข็งสีดำ'** ที่เย็นเยียบและรุนแรงกว่าค่ายกลของศัตรูนับสิบเท่า!
*เปรี้ยงงงงง!*
ปราณกระบี่น้ำแข็งสีดำพุ่งทะลวงค่ายกลเหมันต์จนแตกละเอียด!ศิษย์เอกทั้งสี่คนเบิกตากว้างด้วยความช็อคคลื่นความเย็นที่สะท้อนกลับไปแช่แข็งร่างของพวกมันทั้งสี่คนตั้งแต่ปลายเท้าจรดศีรษะกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งในพริบตา!
"บ้าไปแล้ว...มันสะท้อนสัจธรรมของศัตรูกลับไปได้ยังไงวะ!"เหยียนฟานที่เพิ่งหลุดจากพันธนาการน้ำแข็งอ้าปากค้าง
หลินเทียนสะบัดมือเบาๆหยาดน้ำแข็งร่วงหล่นลงพื้น "อย่ามัวแต่อึ้ง ศัตรูระลอกสองกำลังมา"
พูดไม่ทันขาดคำ พื้นดินใต้เท้าของพวกเขาก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงประหนึ่งแผ่นดินไหว!กำแพงเหล็กกล้าของเขาวงกตพังทลายลง พร้อมกับการปรากฏตัวของ 'บอส' ประจำด่าน!
มันคือ **'แมงมุมมรณะจักรกล'(Cyber-Arachnid of Death)** สัตว์อสูรกลไกขนาดยักษ์สูงกว่าห้าสิบวาขาทั้งแปดข้างทำจากเหล็กไหลสวรรค์ที่แหลมคมดุจหอกดวงตาสีแดงนับสิบดวงจ้องมองมาที่พวกเขา ปากของมันพ่นไอพิษสีม่วงเข้มออกมากลิ่นอายของมันอยู่ในระดับ 'ผสานจิตวิญญาณขั้นกลาง' ที่สมบูรณ์แบบ!
"เวรเอ๊ย!แผนที่ข้าไม่ได้บอกว่าบอสจะเกิดตรงนี้นี่หว่า!" เหยียนฟานสบถกระชับหอกในมือแน่น
หลินเทียนค่อยๆเลื่อนมือขวาไปจับด้ามกระบี่มังกรพลิกฟ้าที่เอวรอยยิ้มแสยะที่เต็มไปด้วยสัญชาตญาณนักล่าปรากฏขึ้นบนใบหน้า
"งั้นก็ขว้างแผนที่สวะของเจ้าทิ้งไปซะ...แล้วมาดูว่า มังกรกับเปลวเพลิง จะย่างแมงมุมยักษ์ตัวนี้ได้กรอบแค่ไหน!"
มหาสงครามในสมรภูมิดาราทะลวงนรกเพิ่งจะเปิดฉากขึ้นด้วยความบ้าคลั่งเลือดและอัสนีเพลิงกำลังจะย้อมเขาวงกตนี้ให้กลายเป็นนรกที่แท้จริง!