หลังจากเมื่อเช้า ตอนเย็นน้องสาวของเธอก็ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้าน และยังขอพักที่ห้องใกล้ๆ กับห้องนอนของสามีเธอด้วย เป่ยชานชานไม่เห็นด้วย แต่สู้แม่สามีกับน้องสามีไม่ได้
ตั้งแต่น้องสาวเข้ามาอยู่ในบ้าน เป่ยชานชานรู้สึกเบาแรงไปมาก อาหารและการทำความสะอาดบ้านน้องสาวทำเองหมด
วันนี้ในห้องอาหารสามีได้เอ่ยขึ้นว่า "แม่ ผมจะจ้างแม่บ้านและแม่ครัวนะ"
“ทำไมล่ะ หนูจินอวี๋ก็ทำได้ดีนะ” แม่สามีหวังเอ่ยถามลูกชาย
“น้องสาวภรรยา เธอมาเป็นแขกที่บ้านเรา ผมไม่อยากให้เธอต้องมาเหนื่อยทั้งกลางวันและกลาง…ผมหมายถึงเธอไม่ควรมาเหนื่อยในสิ่งที่ไม่ใช่งานของเธอ” หวังเฉาเฟยกล่าว แค่หญิงสาวมารับใช้เขาทั้งคืนก็เหนื่อยมาแล้ว เขาไม่อยากให้เป่ยจินอวี๋ต้องเอาแรงที่จะใช้บนเตียง มาใช้กับเรื่องพวกนี้
“ได้! ลูกเห็นว่าแบบไหนดี! แม่ก็ไม่ขัด ขอแค่ลูกชอบก็พอ” แม่หวังเอ่ยบอกลูกชาย
“ขอบคุณครับคุณแม่” หวังเฉาเฟยกล่าวและตักอาหารเอาใจแม่
“พอได้อย่างที่หวังแล้ว ก็มาเอาใจแม่เลยนะ” แม่หวังกล่าวกับลูกชาย
“แม่ดีที่สุด ผมก็ต้องเอาใจแท้และก็ดูแลสิครับ อันนี้อร่อยมากแม่ลองกินดูสิ” หวังเฉาเฟยบอกและตักให้แม่หวังเพิ่ม
เป่ยชานชานที่ได้ยินและมองสองแม่ลูก ก็ไม่กล้าพูดอะไรขัดใจสามีและแม่สามี เธอไม่เข้าใจเลยทำไมสามีพึ่งอยากจะมาจ้างคนทำงานบ้าน ทั้งที่เธอบอกหลายครั้งแล้ว ก็ยังไม่ยอมจ้างคนงานบอกไม่ชินที่จะมีคนนอกมาอยู่ในบ้าน กลับขอให้เธอทำงานพวกนี้แทน ทั้งๆ ที่เธอก็เหนื่อยเหมือนกัน
…
ในปี2020 เดือนมกราคมวันนี้เป็นวันปีใหม่ และเช้าวันนี้ครอบครัวของเธอก็จะมากินข้าวที่บ้านด้วย เป่ยชานชานมีความสุขที่ครอบครัวจะมา โดยไม่รู้เลยว่าเขาไม่ได้มาหาตัวเอง แต่มาเพราะเรื่องของน้องสาว เป่ยชานชานที่ทำอาหารอยู่ในครัว ได้ยินเสียงแม่และน้องชายดังออกมาจากด้านนอก ทำให้เธอรู้แล้วว่าพวกเขามาถึงแล้ว
เป่ยชานชานรีบเดินออกมาหาพ่อแม่และน้องชาย “พ่อแม่ น้องชายมาถึงแล้วเหรอ?”
“อืม เธอมีอะไรก็ไปทำไป พวกเรามีเรื่องจะคุยกับแม่สามีของหล่อนหน่อย” แม่เป่ยเอ่ยบอกลูกสาวคนโต
“แม่มีเรื่องอะไรที่จะคุยกับแม่สามีฉันกัน ให้ฉันอยู่ด้วยไหม” เป่ยชานชานเอ่ยถาม
“ไม่ต้อง!หล่อนมีหน้าที่ทำงานในห้องครัว หล่อนก็ทำไป!” แม่เป่ยบอกและส่งสายตาไม่ชอบใจลูกสาวคนโตของเธอ
“แม่พ่อ น้องชาย! พวกคุณมาแล้ว” เป่ยจินอวี๋วิ่งออกมาจากในห้องรับแขก เข้ามากอดแม่เอาไว้
“เสี่ยอวี๋ของแม่ หนูไม่ต้องกลัวเรื่องที่เกิดขึ้นแม่จะช่วยหนูเองนะ ลูกรักของแม่” แม่เป่ยกล่าวและกอดลูกสาวตอบ
“หนูเชื่อว่าแม่จะจัดการให้หนูได้ แต่พี่สาว…พี่สาวจะทำยังไงละคะ” เป่ยจินอวี๋กล่าวและมองไปที่พี่สาว
“น้องสาวมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น? ทำไมมองพี่แบบนั้น” เป่ยชานชานถามน้องสาว
เป่ยจินอวี๋มองเป่ยชานชานด้วยสายตาที่นิ่ง พร้อมกับรอยยิ้มที่แข็งกระด้าง สายตาของเธอที่มองมาที่เป่ยชานชานพี่สาวของเธอ ก็เหมือนกับโกรธกันมาก่อนหน้าที่
“เป่ยชานชาน!ทำไมยังไม่ไปอีก!” แม่เป่ยหันมาถามเสียงดัง ทำเอาเป่ยชานชานตกใจ รีบเดินกลับเข้าครัว ไปทำอาหาร วันนี้ที่บ้านไม่มีแม่บ้านหรือแม่ครัวอยู่เลยสักคน ทำให้เธอต้องมาทำเองทุกอย่าง เป่ยชานชานทำอาหารไปด้วยก็สงสัยไปด้วย ว่าพวกเขาคุยอะไรกัน ทำไมไม่ยอมให้เธอเข้าไปฟังด้วย
ระหว่างที่เป่ยชานชานทำงานอยู่หน้าเตา เธอก็ได้ยินเสียงแม่เป่ยด่าออกมาเสียงดัง เธอตกใจคิดว่าพวกเขากำลังทะเลาะกัน เป่ยชานชานรีบออกจากห้องครัวไป โดยที่ไม่ทันได้ปิดเตาแก๊ส
เป่ยชานชานไม่ทันได้คิดและสนใจ เธอกลัวว่าแม่เป่ยกับแม่สามีจะทะเลาะกันรุนแรง จึงรีบวิ่งจะเข้าไปห้าม พอไปถึงหน้าห้องรับแขก กลับได้ยินเสียงของแม่เป่ยหัวเราะ เป่ยชานชานไม่เข้าใจเมื่อกี้ยังทะเลาะกันอยู่เลย ทำไมดีกันเร็วจัง เป่ยชานชานคิดว่าไม่มีอะไรแล้ว ก็จะกลับไปทำอาหารต่อ แต่ไม่คิดเลยว่าก่อนที่เธอจะผลักออกไป จะได้ยินสิ่งที่ไม่อยากเชื่อออกมาจากปากสามี
“!” เป่ยชานชานตกใจมาก เธอยืนนิ่งและฟังทุกอย่างในห้องรับแขก โดยไม่ส่งเสียง มีเพียงน้ำตาที่ไหลออกมาจากดวงตาของเธอ