ประวัติศาสตร์หลายหมื่นปีที่ผ่านมานั้นตัวของหลินเทียนนับว่าเป็นคนที่ 2 ที่สามารถมาเยือนที่ชั้น 18 แห่งนี้ได้ เหตุการณ์ในครั้งนี้นั้นนับว่าเป็นเรื่องใหญ่เป็นอย่างมาก ต่อให้ตัวของหลินเทียนไม่สามารถพิชิตหอคอยสวรรค์แห่งนี้ได้ทุกชั้นแต่ชื่อเสียงของเขานั้นจะถูกจดจำไปตลอดกาล เหตุการณ์ในครั้งนี้อาจจะเป็นหนึ่งในตำนานบทใหม่ที่เด็กหนุ่มนามว่าหลินเทียนได้สร้างขึ้นและนี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของเด็กหนุ่มผู้นี้เท่านั้น
ภายในชั้นที่ 18 แห่งนี้นั้นตัวของหลินเทียนราวกับรู้สึกว่าตัวของเขานั้นอยู่ภายในห้องคุมขังขนาดใหญ่มันเป็นสถานที่ปิดตายไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่มีหนทางให้หลบหนี ภาพเบื้องหน้าของหลินเทียนในยามนี้เองมีงูใหญ่ขนาดยักษ์นอนขดตัวอยู่ที่เบื้องหน้าของหลินเทียนมันจ้องมองหลินเทียนด้วยแววตาที่เฉยเมยราวกับจ้องมองสิ่งมีชีวิตที่ตกตายไปแล้ว
หวืดดดด หวืดดดด ในระหว่างที่ตัวของหลินเทียนกำลังอยู่ในอาการตกตะลึงกับเจ้าสัตว์อสูรยักษ์ที่เบื้องหน้านั้นก็มีอักษรที่เก่าแก่โบราณล่องลอยออกมาจากอากาศที่ว่างเปล่าหลินเทียนนั้นไม่รู้จักและเคยเห็นอักษรเช่นนี้มาก่อนแต่ที่น่าแปลกใจนั้นตัวของเขานั้นสามารถที่จะอ่านข้อความเหล่านี้ได้จนหมดสิ้น
“แขกผู้มาเยือน หากเจ้าสามารถทนรับอรสรพิษร้ายนี้ได้ภายในครึ่งชั่วยามเจ้าจะสามารถผ่านด่านที่ชั้นนี้ไปได้เลย” เพียงแค่อ่านตัวอักษรที่ดูเก่าแก่โบราณนี้นั้นราวกับมีข้อความเสียงส่งเข้ามาโดยตรงภายในโสตประสาทความรับรู้ของหลินเทียนเจ้าของน้ำเสียงนี้นั้นส่งพลังเป็นอย่างมากมันเกินกว่าที่ตัวของเขาจะจินตนาการได้ว่าเจ้าของน้ำเสียงนี้นั้นมีพลังความแข็งแกร่งที่ระดับใดกันแน่ มันเกินกว่าขอบเขตของความเป็นมนุษย์ไปแล้วตัวของหลินเทียนนั้นรู้สึกเช่นนั้นจริงๆเพราะตัวของเขานั้นไม่เคยเกิดความรู้สึกเช่นนี้มาก่อน
“อะไรกัน มันจะง่ายดายอะไรถึงเพียงนั้น” หลินเทียนนั้นเชื่อมั่นในภูมิคุ้มกันในการต้านพิษของตนเป็นอย่างยิ่ง ถึงแม้ว่าตัวของหลินเทียนจะรู้สึกเช่นนั้นแต่ตัวของเขาย่อมไม่ประมาทเป็นอันขาดมันจะไปง่ายดายอย่างที่เขาคิดไปได้อย่างไรแม้แต่ผู้ก่อตั้งโรงเรียนจอมเวทแห่งนี้ยังไม่สามารถที่จะผ่านมันไปได้
ณ ด้านนอกหอคอยสวรรค์
“อย่าบอกนะว่าเจ้าเด็กนี่มันอยู่ระดับเดียวกันกับผู้ก่อตั้งข้าไม่อยากจะเชื่อเลย” ฉินอู๋โหย่วกล่าวออกมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ถึงแม้ว่าตัวของมันนั้นจะเชื่อมั่นในตัวของหลินเทียนแค่ไหนแต่ตัวของมันนั้นก็ไม่คาดคิดว่าพรสวรรค์ที่แอบแฝงของเด็กหนุ่มจะมากมายถึงเพียงนี้นี่มันเกินกว่าที่ตัวของมันคาดคิดไปไกลแล้ว
“เหอ เหอ เจ้าลืมไปแล้วเหรอว่าเจ้าหนูนี่มันมีระดับพรสวรรค์สูงล้ำพอๆกับท่านผู้ก่อตั้ง หากนับเพียงแค่จุดนี้แล้วนี่มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เจ้าหนุ่มนั่นจะสามารถมาถึงที่ชั้นนี้ได้” ชิงหลงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจังอย่างถึงที่สุดเพราะผู้ก่อตั้งโรงเรียนจอมเวทแห่งนี้นั้นตัวของท่านเองก็เป็นถึงผู้ที่มีพรสวรรค์ระดับ 7 ดาว
“จะเป็นไปได้ไหมที่เจ้าหนูนี่จะสามารถพิชิตหอคอสวรรค์แห่งนี้ได้” ฉินอู๋โหย่วตั้งคำถามที่ฟังดูแล้วเพ้อเจ้อที่สุดภายในชีวิตของมัน เพราะสถานการณ์ในยามนี้นั้นชวนให้มันคิดเช่นนี้จริงๆ เพราะผู้คนบนผืนพิภพแห่งนี้นั้นมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะสามารถพิชิตหอคอยสวรรค์ได้
“ข้าก็ไม่รู้ ข้าเองก็หวังดั่งเช่นที่เจ้าหวังเช่นกัน” ชิงหลงเองก็คาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าตัวของหลินเทียนนั้นจะสามารถพิชิตหอคอยสวรรค์แห่งนี้ได้ เขาเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าเมื่อหลินเทียนกลับออกมาที่โลกภายนอกตัวของเขานั้นจะต้องแข็งแกร่งและทรงพลังเป็นอย่างมากแน่ เพราะตัวของเขานั้นทราบถึงความอัศจรรย์ของหอคอยสวรรค์แห่งนี้ดีพอแม้แต่ตัวมันที่สามารถขึ้นไปถึงชั้นที่ 15 เท่านั้น แต่เมื่อกลับออกมาที่โลกภายนอกความแข็งแกร่งของมันนั้นเพิ่มมากถึงไปหลายระดับยิ่งไม่ต้องพูดถึงสภาพของหลินเทียนในยามนี้ที่ตัวของเขานั้นสามารถขึ้นไปถึงที่ชั้นที่ 18 ได้
ณ หอคอยสวรรค์ชั้นที่ 18
หวืดดด ฟู๊…ฟู๊! ฟู๊! เจ้าอสรพิษขนาดยักษ์ตนนี้ปลดปล่อยพิษออกมาเกิดหมอกเขียวม่วงปกคุมไปทั่วทั้งบริเวณต่อให้หลินเทียนคิดหนีหรือคิดที่จะหลีกเลี่ยงก็ไม่สามารถที่จะหลีกหนีได้พ้นเลยเพราะในยามนี้นั้นตัวของเขานั้นอยู่ภายในห้องคุมขังร่วมกับเจ้าสัตว์อสูรที่นี่สะพรึงกลัวตนนี้ หมอกพิษค่อยๆปกคุมไปทั่วทั้งร่างของหลินเทียนอย่างช้าๆผ่านไปเพียงเสี้ยววินาทีมันซึมซับเข้าไปที่ชั้นผิวหนังและชั้นกระดูกของหลินเทียน
อ๊ากกกกกกกกก ผ่านไปเพียงแค่ชั่ววินาทีหลินเทียนถึงกับส่งเสียงกรีดร้องที่เจ็บปวดที่สุดในชีวิตมันไม่เคยแม้แต่จะคิดว่าตนเองต้องมาตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ ภายในร่างกายของเขานั้นยามนี้นั้นรู้สึกเหมือนมีไฟฟ้าแรงสูงดูดพิษซึมซับไปทั้งร่างราวกับว่ามันค่อยๆกัดกินร่างกายและจิตวิญญาณของเขาไปทั้งร่าง เลือดเนื้อของเขาในยามนี้นั้นล้อมหลั่งไหลออกมาทั้งร่าง ตา หู จมูก มันเป็นเลือดสีดำเข้มสนิท ภายในช่วงเวลานี้นั้นหลินเทียนทำได้แต่เพียงที่จะประคับประคองสติของตนเองเท่านั้นเพื่อที่จะไม่ให้มันดับหายไป เพียงเสี้ยววินาทีตัวของเขานั้นราวกับรู้สึกว่าตัวเองตกนรกเป็นเวลานานนับร้อยปี ตั้งแต่เกิดมาภายในชีวิตเขาไม่เคยรู้สึกนึกคิดที่จะให้กาลเวลาไหลผ่านไปโดยเร็วมาก่อน เวลาผ่านไปหลายชั่วอึดใจหลินเทียนพยายามเป็นอย่างมากที่จะควบคุมสติความรับรู้ของตัวเอง
หวืดดด หวืดดดด หลินเทียนใช้พลังเวทธาตุแสงของตนอาบย้อมไปทั้งร่างความรู้สึกเจ็บปวดทรมาน ค่อยๆลดลงอย่างช้าๆหลังจากนั้นไม่นานสติความนึกคิดของเขานั้นจึงค่อยๆแจ่มใส่ขึ้นมาอย่างช้าๆ
เฮือกกกกกก เฮือกกกกก หลินเทียนถึงกับสูดหายใจไปเฮือกใหญ่ไปหลายเฮือกในที่สุดตัวของเขานั้นก็ทนฟันฝ่าจนสามารถผ่านขุมนรกแห่งนี้ไปได้ หลินเทียนสามารถที่จะอดทนได้ถึงครึ่งชั่วยาม นี่นับว่าเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อเป็นอย่างมากที่ตัวของเด็กหนุ่มผู้นี้สามารถที่จะผ่านมันไปได้ แม้ขนาดตัวตนเช่นผู้ก่อตั้งโรงเรียนจอมเวทแห่งนี้ยังไม่สามารถที่จะผ่านมันไปได้เลย แต่เด็กหนุ่มผู้นี้สามารถทำได้
หลังจากที่ครบเวลาที่กำหนดตัวของหลินเทียนถูกส่งตัวมาที่ชั้นที่ 19 ในทันที ร่างกายของเด็กหนุ่มในยามนี้นั้นแข็งแกร่งและทรงพลังยิ่งกว่าเดิมไปหลายเท่าตัวนักและยังไม่เพียงแค่นั้นร่างกายของหลินเทียนในยามนี้นั้นยังสามารถต้านพิษร้ายแรงได้อีกด้วย
ตู๊มมมมมม
จอมเวทที่แท้จริงขั้นที่ 6 ความก้าวหน้าของหลินเทียนในยามนี้นั้นเพิ่มขึ้นยิ่งกว่าเดิมได้อย่างมากมายมหาศาลและดูเหมือนว่าภายในโรงเรียนจอมเวทแห่งนี้น้อยคนนักที่จะสามารถหยุดเขาได้