จวนราชครู เยี่ย
"พี่ใหญ่กลับมาแล้วหรือเ้าค่ะ เหตุใดไปซื้อของท่านถึงไม่รอข้าด้วย"
เยี่ยซีเหยาเห็นพี่สาวกลับมาก็รีบเข้าไปหาทันที เสียดายที่วันนี้นางไม่ได้ไปข้างนอกด้วย เพราะว่าพี่สาวออกไปก่อนแล้ว
เยี่ยซีเยว่ไม่มีอารมณ์จะทักทายน้องสาวเหมือนทุกครั้ง นางกำลังอารมณ์ไม่ดีอยู่ จึงเดินเข้าห้องไม่ยอมพูดอะไร เพราะกำลังพยายามข่มอารมณ์โมโหมาตลอดทาง
"เอ๊ะ ข้าถามดีๆเหตุใดพี่ใหญ่ถึงทำแบบนี้กับข้า พวกเ้ารู้ไหมว่าพี่ใหญ่เป็อะไร"
"บะบ่าวไม่ทราบเ้าค่ะ คุณหนูรอง บ่าวขอตัวไปหาคุณหนูใหญ่ก่อนนะเ้าคะ
บ่าวรับใช้ที่ติดตามเยี่ยซีเยว่ มองหน้ากันเกิดอาการน้ำท่วมปากไม่กล้าพูดอะไรออกมา เพราะแค่นี้พวกนางก็หวาดกลัวจะแย่ จึงรีบเดินเข้าห้องคุณหนู หากชักช้าคุณหนูคงโมโหมากขึ้นกว่าเดิมพวกนางทั้งคู่จะแย่เอาได้
เพล้ง! ตุบ!
คนอื่นให้เสี่ยวหงบ่าวคนสนิทของเยี่ยซีเยว่เดินนำหน้าเข้าไปก่อน พอเปิดประตูเข้าไปเท่านั้น บางอย่างก็กระทบตรงหน้าผาก รู้สึกถึงน้ำอะไรบางอย่างไหลลงมาจากหน้าผากของนาง
'เื! นางเืออก'เสี่ยวหงเห็นเืก็แข้งขาอ่อนแรง ทรุดตัวลงนั่ง ในขณะที่คนอื่นที่ตามมาก็มีอาการไม่ต่างกัน คุณหนูเยี่ยซีเยว่กำลังขว้างปาสิ่งของที่อยู่ในห้องใส่บ่าวทุกคนเพราะความโมโห
วันนี้นางอับอายผู้คนมากมายนัก เมื่อรอจนเกือบเย็นลู่ชิงชิงก็ไม่มีทีท่าว่าจะมาสักที จนกระทั่งเสี่ยวเอ้อของเหลาอาหาร ฮุ่ยเหอ เอาค่าใช้จ่ายทั้งหมดมาเก็บเงิน พวกไร้ยางอายพวกนั้นต่างบอกปัดไม่ยอมจ่าย ต่างบอกว่านางเป็คนจิตใจงามคงจะช่วยจ่ายให้สหายได้ เพื่อชื่อเสียงที่สะสมมานานนางจึงต้องทำเป็ยิ้มแย้มจ่ายเงินด้วยความเต็มใจ แต่ข้างในมันโมโหจนอยากจะไปหาลู่ชิงชิง แล้วกรีดใบหน้าของนางให้หายแค้น
"ไหนพวกเ้าบอกข้าว่านางจะมา! แล้วทำไมนางถึงไม่มา นางหายหัวไปไหน ใครสักคนบอกข้ามาเดี๋ยวนี้!"
"บ่าวไม่รู้เ้าค่ะ ตอนนั้นนางรับปากว่าจะมา แต่บ่าวไม่รู้ว่าทำไมนางถึง...."
เสี่ยวหงเอ่ยบอกนายเสียงเบา นางเองก็คิดไม่ถึงว่าบุตรสาวพ่อค้าคนนั้นจะกล้าหลอกคุณหนู ตอนที่นางมอบเทียบเชิญของคุณหนูให้ นางจำได้ว่าลู่ชิงชิง คนนั้นดีอกดีใจมากขนาดไหน นางยังนึกดูแคลนนางอยู่ในใจอยู่เลย
"ไร้ประโยชน์ ข้าจะมีพวกเ้าไปทำไม เื่เล็กน้อยแค่นี้ก็ทำไม่ได้"
เสียงแหลมดังขึ้นต่อเนื่อง นางต้องโมโหมากอยู่แล้ว นางสูญเสียเงินไปหลายตำลึง อีก2เดือนก็ถึงงานเลี้ยงในวังแล้ว ท่านแม่มอบเงินให้นางไปซื้อเสื้อผ้า เครื่องประดับเอาไว้ใส่วันงาน ตอนแรกนางคิดว่าจะใช้ประโยชน์จากลู่ชิงชิง มอบเสื้อผ้าและเครื่องประดับจากร้านลู่หลิน แลกกับที่จะพานางไปงานเลี้ยงในฐานะบ่าวรับใช้ โดยที่ไม่ต้องเสียเงินสักอีแปะ
ไม่นึกว่าวันนี้นางจะกล้าผิดนัดไม่ยอมมา ตามเทียบเชิญ แถมนางต้องเสียเงินไปเกือบหมดตัว แล้วนางจะบอกมารดาได้อย่างไรว่านางไม่มีเงินแล้ว หากมารดารู้คงไม่พอใจนางแน่นอน นางยิ่งคิดยิ่งโมโหมากขึ้นกว่าเดิม
"ลู่ชิงชิง เ้ากล้าทำแบบนี้กับข้า ข้าจะทำให้เ้ารู้ว่าการที่เป็ศัตรูของข้า เ้าต้องเจอกับอะไร"
แววตาชิงชังที่แสดงออกมาชัดเจน จนทำให้ใบหน้าที่งดงามดูน่ากลัวมาก บ่าวรับใช้ภายในห้องได้แต่ก้มหน้าไม่กล้าสบตา ทำใจรับสภาพเอาไว้แล้ว เวลาคุณหนูโมโหทีไรพวกนางต้องทรมานอยู่หลายวัน ต้องถูกทุบตีจนกระทั่งคุณหนูพอใจ พวกนางถึงจะได้ไปรักษาตัว
ใครจะเป็อย่างไรลู่ชิงชิงไม่ได้มาใส่ใจ ในเมื่อนางตัดสินใจเดินออกมาจากวังวนพวกนั้นแล้ว นางจึงใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวอย่างมีความสุข เพราะตอนนั้นนางกำลังจะตายนางคิดถึง่เวลานี้มาก แต่จะให้กินนอนเฉยๆก็กระไรอยู่ พี่รองของนางต้องอ่านหนังสือเตรียมสอบ น้องชายคนเล็กก็เดินทางไปเรียนที่สถานศึกษา นางจึงคิดจะไปเรียนรู้งานของบิดา ต่อไปนางจะเป็แม่ค้า ในอนาคตแต่งงานไปจะได้มีร้านเป็ของตัวเอง
ดังนั้นเช้านี้หลังจากที่กินอาหารเช้าเสร็จ นางจึงเอ่ยเื่นี้กับบิดา
"อะไรนะ เ้าจะให้พ่อสอนงานเ้า งานค้าขายไม่ใช่เื่เล่นๆนะ ขนาดพี่ใหญ่ของเ้ายังต้องเรียนรู้อีกเยอะ เ้าเป็สตรีบอบบางแบบนี้เรียนเย็บปักผ้า ทำอาหาร ทำขนมไปเถอะ"
ลู่เจี้ยนมองบุตรสาวที่ดูเปลี่ยนไปเป็คนละคนมาบอกว่าจะค้าขาย งานค้าขายแบบนี้เขาจะยอมให้ลูกสาวเพียงคนเดียวมาทำงานหนักได้อย่างไร ยิ่งตอนนี้นางเปลี่ยนแปลงตัวเองไป จากที่ประโคมแต่งองค์ทรงเครื่อง แต่งหน้าจัดแล้วบอกว่าแต่งแบบนั้นดูงดงาม ทำเอาเขาพูดไม่ออกแต่ไม่กล้าพูดให้นางเสียความมั่นใจ
ตอนนี้ยิ่งมองใบหน้าขาวใสบริสุทธิ์ ดุจน้ำนมไม่มีเครื่องประทินผิวให้ดูแก่เกินวัยแล้ว การแต่งตัวก็ดูเรียบง่ายแต่ก็ไม่ทำให้นางดูงดงามน้อยลงได้เลย ตอนนี้นางก็งดงามกว่าเดิมไม่น้อย ยิ่งนางงดงามแบบนี้เขายิ่งไม่อยาก ให้นางต้องเรียนรู้งานค้าขาย เพราะการเป็พ่อค้าต้องมีทักษะในการพูดจาเอาใจลูกค้า และถ้าหากนางเจอคนนิสัยไม่ดีมาเกี้ยวพาล่ะ แค่คิดก็เ็ปใจแล้ว
"ลูกยังไม่คิดถึงขนาดต้องเก่งเหมือนพี่ใหญ่นะเ้าคะ ลูกแค่อยากเรียนรู้ว่าการทำงานมันเป็อย่างไร ต่อไปหากลูกแต่งงาน แล้วร้านค้าท่านพ่อก็คงยกให้ลูก แต่ถ้าลูกไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันเลยในอนาคตหากมีคนคดโกงลูก แล้วลูกจะรู้ไหมเ้าคะ หากไม่เริ่มเรียนรู้ตอนนี้"
เมื่อนางให้เหตุผลมาแบบนี้เขาก็เริ่มจะเห็นด้วย ในอนาคตเขาเองก็ไม่สามารถช่วยนางได้ทุกครั้ง จึงยอมใจอ่อน ยอมให้นางเรียนรู้งานเล็กๆน้อยๆไปก่อน หากนางไม่เบื่อหรือยอมแพ้ไปก่อน ค่อยสอนให้นางทำบัญชี จะได้ตรวจสอบดูได้ว่า ภายในร้านมีเงินเข้าออกเท่าไหร่
"แล้วเ้าอยากเรียนรู้งานร้านไหน พ่อมีตั้งหลายร้าน"
"ลูกอยากเรียนรู้งานที่ร้านลู่หลินเ้าค่ะ ลูกเป็สตรี คงเหมาะกับร้านเครื่องประดับกับเครื่องประทินผิวมากกว่าอย่างอื่น"
สาเหตุที่นางเลือกที่นี่เป็ธรรมดา สตรีก็ต้องชอบของสวยๆงามๆ จึงเริ่มจากสิ่งที่ชอบก่อน ใครใช้ให้แต่ก่อนนางไม่เอาไหน วันๆเอาแต่แต่งตัวแล้วก็ใช้เงิน พอตอนลำบากที่สุดเงินแม้แต่อีแปะเดียวนางก็ไม่มี จึงรู้ค่าของเงินว่ามันสำคัญมากแค่ไหน
หลายเดือนมานี้ก่อนที่นางจะตื่นขึ้นมา นางจำได้ว่าพาคนพวกนั้นไปเอาของที่ร้านลู่หลินไม่น้อย แถมนางยังสั่งหลงจู๊อีกว่า หากสหายของนางมาให้ลดให้ครึ่งราคา นางจึงต้องรีบไปบอกหลงจู๊ใหม่ว่า ไม่ต้องลดให้พวกนางสักอีแปะเดียว เพราะพวกนางได้ไปเยอะมากแล้ว ที่เสียไปก่อนหน้านี้ถือว่าเป็ค่าโง่ของนางก็แล้วกัน
"ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจเ้า พรุ่งนี้เช้ากินข้าวเสร็จ พ่อจะพาเ้าไปร้านลู่หลิน"
เมื่อได้คำตอบที่พอใจ ลูกสาวสุดที่รักก็เข้าไปกอดร่างท้วมของบิดา จนบิดาหัวเราะร่าด้วยความพอใจ ลูกสาวเอาแต่ติดอยู่กับพี่ชาย จนเขานึกว่านางลืมบิดาคนนี้ไปแล้ว
ลู่ชิงชิงอยู่พูดคุยกับบิดาสักพักก็ไปหาพี่รองของนางเหมือนเดิม ่นี้นางรู้สึกว่าเขาอ่านตำราดึกไปหน่อย ขอบตาคล้ำใต้ตามันชัดเจนมาก นางคิดว่าจะขอให้แม่รองสอนนางทำของบำรุงร่างกายพี่รองดีกว่า เท้าที่กำลังไปทางเรือนของลู่เหวินหลางก็เปลี่ยนทิศทางไปยังเรือนของหลี่ซื่อแทน
"อ้าว ชิงเอ๋อร์ มีอะไรหรือเปล่าถึงมาหาแม่รองบที่นี่ได้"หลี่ซื่อกำลังปักชุดใหม่ให้ลู่ชิงชิงอยู่ เห็นนางมาหาที่เรือนก็แปลกใจ
ลู่ชิงชิงมาถึงก็เข้าไปกอดเอวของหลี่ซื่อ นางมองเห็นชุดก็จำได้ว่าแม่รองกำลังเย็บชุดใหม่ให้นางกับมือ นางจำลายปักที่งดงามนี้ได้ แววตาคู่งามหลุบสายตาลง เพื่อหลบซ่อนความรู้สึกผิดในใจ ตอนนั้นนางจำได้ว่านางทั้งฉีกทิ้งเหยียบย่ำชุดนี้ ด้วยความสะใจ ตอนที่แม่รองของนางมามอบให้ นางดูถูกแม่รองมากมายหลายคำ จนทำให้นางถึงกับล้มป่วยเพราะความเสียใจ
"ข้าอยากทำอะไรให้พี่รองได้บำรุงร่างกายเ้าคะ ่นี้พี่รองอ่านตำราจนดึกดื่น ข้าจึงอยากจะทำอะไรให้พี่รองบ้าง"
"จะต้องลงมือเองทำไม บอกบ่าวไพร่ให้ทำก็ได้นี่นา"
หลี่ซื่อพูดไปแบบนั้นก็จริง แต่ในใจนางมีความสุขมากที่เห็น ลู่ชิงชิงรักพี่ชายคนนี้ หลายวันมานี้นางก็สังเกตเห็น ั้แ่ที่นางร้องไห้อย่างหนักวันนั้น นางก็ดูเปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก ดูน่ารักมากกว่าเดิม ไม่เอาแต่ใจ ไม่ว่าใคร แถมยังออดอ้อนคนนั้นคนนี้ ชวนให้เอ็นดูไม่น้อย หลางเอ๋อร์เองก็มีความสุขมาก เวลาที่น้องสาวอยู่ด้วยเขาจะอารมณ์ดี ยิ้มแย้มทั้งวัน ไม่รู้ว่าหากคุณชายใหญ่ผู้ที่รักน้องสาวมากมาเห็นว่านางเปลี่ยนไปติดพี่รองมากกว่าตัวเองจะทำหน้าอย่างไร
"ให้บ่าวทำจะเหมือนข้าทำเองที่ไหนเ้าคะ หากพี่รองรู้ว่าข้าทำให้พี่รองกับมือ พี่รองต้องกินหมดแน่นอนเ้าคะ แต่ตอนนี้ข้าทำไม่เป็สักอย่าง แม่รองสอนชิงเอ๋อร์หน่อยนะเ้าคะ นะ เ้าคะ"
"ก็ได้ เดี๋ยวแม่รองจะสอนเ้าทำของว่างของโปรดพี่รองของเ้าก่อน หากเ้ายังชอบทำอยู่ไม่เปลี่ยนใจ แม่รองก็จะสอนทุกอย่างที่แม่รองรู้ทั้งหมด แน่ใจนะว่าจะทำไหว"
ลู่ชิงชิงลงทุนออดอ้อนแบบนี้มีหรือนางจะทนได้ จึงรับปากนางว่าจะสอนให้นางทำของว่างก่อน เพราะนางเองไม่แน่ใจว่า หากสอนให้นางทำอะไรยากไป นางกลัวว่าลู่ชิงชิงจะถอดใจไปก่อน
"ไหวแน่นอนเ้าค่ะ ถ้าอย่างนั้นเราเริ่มเลยนะเ้าคะแม่รอง ข้าอยากจะให้พี่รองได้กินฝีมือของข้าวันนี้เลย"
ลู่ชิงชิง รีบลุกขึ้นยืนพร้อมกับประคองร่างของหลี่ซื่อ เพื่อพาไปที่ครัวอย่างใจร้อน หลังจากนั้นในการทำของว่างครั้งแรกของคุณหนูชิงชิง ก็คึกคักมาก เสียงข้าวของร่วงหล่นดังมาเป็ระยะ พร้อมกับคำขอโทษขอโพยที่ดังมาจากในครัว กว่าคุณชายรองลู่เหวินหลางจะได้กินของว่างฝีมือของน้องสาว ของว่างที่ทำก็ถูกทิ้งไปไม่น้อย ทำเอาแม่ครัวของตระกูลลู่ถึงกับน้ำตาตกในเพราะความเสียดาย
ลู่ชิงชิงเดินประคับประคองจานขนมที่สำเร็จอย่างระมัดระวัง เพราะกว่าจะได้จานนี้มา นางต้องทิ้งไปมากมายนัก โชคดีที่แม่รองสอนนางอย่างใจเย็น ไม่เช่นนั้นคนมือไม้แข็งที่ไม่เคยทำอะไรเองอย่างนางคงไม่สามารถทำขนมจานนี้ได้
"พี่รองข้าทำขนมเฉียวกั่วมาฝาก ข้าทำสุดฝีมือเลยนะเ้าคะ"
ลู่เหวินหลางวางตำราที่อยู่ในมือ มองมือขาวผ่องหยิบจับข้าวของที่เตรียมมาให้เขา สีหน้าที่มองขนมอย่างไม่อยากจะเชื่อว่านางเป็คนทำขนมจานนี้จริงๆ แต่เขาก็ไม่กล้าพูดอะไรออกมากลัวว่านางจะน้อยใจ พอได้ชิมรสชาติของขนมก็รู้สึกว่ามันคล้ายกับที่มารดาเคยทำให้กิน ดูท่าแล้วมารดาของเขาคงจะเป็คนสอนนางเองกับมือ
"อร่อยไหมเ้าคะ แม่รองบอกว่าขนมเฉียว กั่วนี้ มีความหมายนะเ้าคะ ว่ากันว่าใครที่กินเข้าไปจะเฉลียวฉลาด สามารถจดจำตำราได้หมด เพราะฉะนั้น พี่รองไม่ต้องหักโหมอ่านตำราจนดึกดื่นแบบนี้ หากพี่ร้องลมป่วยขึ้นมาจะแย่นะเ้าคะ"
"พี่อ่อนแอแบบที่เ้าที่ไหนกัน แต่เอาเถอะหากชิงเอ๋อร์เป็ห่วงพี่จะนอนเร็วขึ้น พอใจหรือไม่"ลู่เหวินหลางกำลังจะเอ่ยในสิ่งที่ตัวเองคิด พอเห็นหน้าน้องสาวที่มองเขาอย่างกังวล จึงเปลี่ยนเป็ยอมรับปาก ตามใจนาง ในเมื่อนางอุตส่าห์ทำขนมความหมายดีมาให้ เขาจะใจร้ายไม่ตามใจนางได้อย่างไร
ลู่ชิงชิง ฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวสะอาด ป้อนขนม น้ำชาให้เขาอย่างเอาอกเอาใจ
ตุบ!
เสียงที่ดังขึ้นทำให้ทุกคนหันไปมองก็พบว่า ลู่เหวินซานกำลังทำสีหน้าเ็ป ไม่อยากจะเชื่อว่าน้องสาวที่เขารักจะทำขนมให้น้องรองของเขาจริงๆ ตอนที่เขากลับมาพร้อมกับของฝากให้นางเหมือนทุกครั้ง บ่าวของนางบอกว่านางทำขนมมาให้น้องรอง เขาแทบไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นอกจากเขาแล้ว น้องสาวสุดที่รักของเขาไม่เคยแม้แต่จะชายตามองพี่ชายรอง ถึงจะสงสารน้องชายแค่ไหน เขาก็ทำอะไรไม่ได้เพราะไม่อยากจะขัดใจนาง
ไม่นึกว่าเพียงแค่เขาหายไปไม่กี่วัน พื้นที่ในใจของน้องสาวกลับเป็ของน้องรอง ภาพขนมที่เขาไม่เคยได้รับจากนาง แถมยังป้อนน้ำ ป้อนขนมให้กันอีก มือที่ถือของฝากมาให้จึงหล่นลงพื้นด้วยความรู้สึกน้อยใจ
"พี่ใหญ่กลับมาแล้วหรือเ้าค่ะ"
"ใจร้าย! ชิงเอ๋อร์เ้าใจร้ายกับพี่ใหญ่นัก"
ลู่เหวินซานต่อว่าน้องสาวเสียงสั่น แล้วก็หมุนตัวเดินจากไป ปล่อยให้น้องทั้งสองคนมองหน้ากันไปมา ด้วยความงุนงง โดยเฉพาะลู่ชิงชิงที่ไม่รู้ตัวว่า นางไปใจร้ายกับพี่ใหญ่ตอนไหนกัน
**********************

"เฉียว กั่ว" (巧果) "ขนมแห่งความเฉลียวฉลาด"
"เฉียว กั่ว" (巧果) แปลว่า "ขนมแห่งความเฉลียวฉลาด" เป็ขนมพื้นเมืองจีนที่มีเอกลักษณ์มาก ทำจากงาเป็หลัก แต่ต้องใช้ฝีมือปรุงอย่างประณีต เป็ขนมที่นิยมทานกันในเทศกาลชีซี (七夕) หรือ วันขึ้น 7 ค่ำเดือน 7 ซึ่งปีนี้ ตรงกับวันเสาร์ที่ 6 สิงหาคม ตามประเพณี ผู้ที่รับประทาน "เฉียว กั่ว" แล้ว หัวสมองเฉียบไว มือนั้นคล่องแคล่วและปราดเปรียว
เล่ากันว่า "เฉียว กั่ว" (巧果) เป็ขนมพื้นบ้านเซี่ยงไฮ้ มีรูปลักษณ์ "เลี้ยวลดคดเคี้ยว" หรือ "7 โค้ง 8 งอ" ในเขตชนบทของนครเซี่ยงไฮ้มีประเพณีเช่นนี้ คือ หญิงที่เพิ่งแต่งงานเมื่อไปเยี่ยมบ้านพ่อแม่ตัวเองในวันขึ้น 7 ค่ำเดือน 7 ซึ่งเป็ "วันเฉี่ยว" (巧日) หรือ "วันแห่งความเฉลียวฉลาด" มักจะติดขนม "เฉียว กั่ว" ("ขนมแห่งความเฉลียวฉลาด") หรือ นำส่วนหนึ่งมาฝากสามีรับประทาน ด้วยเหตุนี้ ่ก่อนและหลัง วันขึ้น 7 ค่ำเดือน 7 จึงเป็่ผลิต "เฉียว กั่ว"