จ้าวซีเหอเพิ่งรู้สึกตัวว่าเมื่อครู่พูดผิดไปหลับตาอย่างไม่น่าพูดออกไปเลย
ซั่งกวนหลี่ได้ฟังอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาไม่คิดเลยว่าคุณหนูจะมีบุรุษที่ชอบมาตื้อไล่ขอความรัก ดีจริงๆนายท่านต้องชื่นชอบมากเป็นแน่ “คุณชายคือคนรักของคุณหนูใช่หรือไม่ขอรับ”
จ้าวซีเหอตาโต อธิบายไม่ถูก เช่นนั้นก็ช่างเถิด “คือ…คือ นานแล้วที่ข้าไม่ได้เจอนาง ข้าคิดถึงนางมาก จึงตั้งใจมาหานางที่นี่”
“คุณชายมาช้าไปขอรับ คุณหนูไม่อยู่ที่นี่เมื่อไม่กี่วันก่อนคุณหนูเดินทางไปที่อารามเต๋าชิงอวี้ สู้คุณชายรีบตามไปเถอะขอรับไม่แน่อาจจะได้เจอคุณหนู”
“อยู่ที่นี่ก็ดีอยู่แล้ว ไปที่นั่นเพื่ออันใด” เขาทำหน้างงคิดอย่างไรก็คิดไม่ออก หนิงมู่ฉือไม่ใช่คนที่จะไปอารามเต๋านางมีสิ่งเดียวที่อยากทำคือทวงคืนความยุติธรรมให้บิดามารดาแล้วเหตุใดถึงไปที่สถานที่เยี่ยงนั้นได้
ซั่งกวนหลี่นึกว่าอีกฝ่ายไม่เชื่อตัวเอง สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นเสียใจอย่างสุดซึ้งคุณหนูต้องการจะเดินทางไปทะเลทราย ซึ่งเป็นที่ที่อันตรายมากดูจากท่าทางของบุรุษผู้นี้แล้ว ก็น่าจะพอมีฝีมืออยู่บ้าง
ซั่งกวนหลี่ถอนหายใจ เอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยว่า “คุณชายคงไม่รู้ ตั้งแต่คุณหนูไปที่อารามเต๋าก็ไม่กลับมาอีกเลยนี่ก็ผ่านไปสองสามวันแล้ว แม้แต่จดหมายก็ไม่มีมาสักฉบับ พวกเราเป็นห่วงคุณหนูมาก”
จ้าวซีเหอได้ฟังเช่นนั้นสีหน้าพลันเคร่งขรึมหนิงมู่ฉือกำลังตกอยู่ในอันตรายหรือ
สีหน้าเขาเปลี่ยนเป็นดูไม่ได้ ใบหน้าแดงก่ำสองมือกำหมัดแน่นจนเห็นเส้นเลือดปูดโปน “พวกเจ้าหมายความว่าอย่างไร”
ซั่งกวนหลี่เห็นท่าทางดูเป็นห่วงและเป็นกังวลของจ้าวซีเหอจึงเอ่ยออกมาว่า “หากคุณชายใจร้อน ไปที่อารามเต๋าเองเถิดขอรับ ที่อารามเต๋ามีไต้ซือนามว่าอู๋เลี่ยงที่ทรงผมเหมือนจมูกวัวคนหนึ่งนิสัยเจ้าเล่ห์ยิ่ง คุณชายต้องระวังให้ดีนะขอรับ”
“เจ้าพูดเช่นนี้หมายความว่าจะให้ข้าไปสู้กับไต้ซือผู้นั้นหรือข้าจะเชื่อเจ้าได้อย่างไร เจ้าพูดเช่นนี้เท่ากับกำลังจะส่งข้าไปตาย” อีกฝ่ายวางแผนได้แยบยลนัก จ้าวซีเหอเกิดความรู้สึกหวาดระแวงขึ้นมากลัวว่าอีกฝ่ายจะหลอกตัวเอง
ซั่งกวนหลี่ได้ยินประโยคแสดงความสงสัยของจ้าวซีเหอคิดในใจว่าบุรุษผู้นี้ไม่ธรรมดา เขาโค้งกายแสดงความเคารพพร้อมกับเอ่ยว่า “ไม่สามารถปิดบังคุณชายได้จริงๆ ที่ข้าเล่าทั้งหมดเป็นเรื่องจริงไต้ซือผู้นั้นหลอกเฉินเกอให้ไปที่ทะเลทรายซึ่งมีแต่อันตราย คุณหนูก็ตามไปด้วยตอนนี้พวกเราเป็นห่วงคุณหนูยิ่งนัก”
ครั้นจ้าวซีเหอได้ยินว่าหนิงมู่ฉือไปทะเลทรายกับบุรุษผู้หนึ่งก็รู้สึกโมโหยิ่งนักหน้าตาแดงก่ำ “นางไปกับจอมยุทธ์ผู้หนึ่งเยี่ยงนั้นหรือ”
ผู้หญิงของข้ายังกล้าแย่ง ใจกล้าดีจริงๆ! หนิงมู่ฉือก็อีกคนถึงกับกล้าไปกับบุรุษผู้หนึ่งเชียวหรือ!
ซั่งกวนหลี่เห็นสีหน้าเป็นห่วงเป็นใยของจ้าวซีเหอก็ยิ่งมั่นใจในคนผู้นี้หยิบจดหมายออกมาจากสาบเสื้อแล้วยื่นส่งให้ “คุณชายนี่เป็นจดหมายที่คุณหนูเขียนถึงพวกเราก่อนจะออกเดินทางขอรับ”
จ้าวซีเหอรับจดหมายมาอย่างร้อนใจ หลังเห็นตัวหนังสือที่คุ้นเคย ทั้งรู้สึกคิดถึงและเศร้าใจในเวลาเดียวกันทว่าเมื่ออ่านจบ ความรู้สึกโมโหก็เข้ามาแทนที่ “อารามเต๋าชิงอวี้กำลังหลอกนางอยู่เป็นแน่ไม่ได้ ข้าต้องไปช่วยทวงคืนความยุติธรรมให้นาง”
จ้าวซีเหอขึ้นม้าอย่างมีน้ำโห ก่อนจะบังคับม้าให้ออกวิ่งตรงไปทางอารามเต๋า เมื่อไปถึงบันไดมีแต่ตะไคร่น้ำ ม้าไม่อาจเดินขึ้นไปได้เขาจึงต้องจำใจต้องลงจากม้า หยิบดาบออกมาในแววตาเต็มไปด้วยไอสังหารขณะเดินขึ้นบันไดไปยังประตูอารามเต๋า
นักพรตน้อยในชุดสีน้ำเงินเข้มเดินออกมาทิ้งขยะครั้นสายตาเหลือบไปเห็นจ้าวซีเหอที่มีสีหน้าท่าทางเกี้ยวกราดก็รู้สึกตกใจยิ่งรีบวิ่งเข้าไปหา โค้งกายพลางเอ่ยอย่างมีมารยาท “ประสกวันนี้อาจารย์ไม่รับแขก”
จ้าวซีเหอถลึงตาใส่นักพรตน้อย พร้อมกับผลักนักพรตน้อยไปด้านข้าง “หลบไป!”
นักพรตน้อยล้มลง เข่าเขียวช้ำ จากนั้นหยิบมีดสั้นออก มาแล้วพุ่งเข้าหาจ้าวซีเหอ
จ้าวซีเหอรับรู้ได้ถึงไอสังหารจากด้านหลัง เขาหันไปยกตัวนักพรตน้อยขึ้นแล้วทุ่มลงบนพื้นนักพรตน้อยสูดปากอย่างเจ็บปวด ก่อนจะกลิ้งตกบันไดลงไป ได้รับบาดเจ็บสาหัส
เข้ามาในอารามเต๋า ด้านในมีเรือนหลายหลังตั้งสลับซับซ้อน เขามองไปยังเรือนด้านในสุดซึ่งมีต้นไผ่ปลูกล้อมรอบเขาเดินไม่ทันถึงประตูก็ได้ยินเสียงหัวเราะอย่างโอหังดังขึ้นเสียก่อน
“อุตส่าห์มีแขกสูงศักดิ์มาทั้งทีแต่ต้องขออภัยที่อาตมาไม่อาจออกไปต้อนรับได้” น้ำเสียงของคนแก่ดังมาจากในเรือนที่ล้อมรอบด้วยต้นไผ่เขาขมวดคิ้วขณะเดินตรงไปที่เรือนหลังนั้น
ทันทีที่เขาเปิดประตูก็ต้องเอี้ยวตัวหลบเพราะมีหมัดจากมือข้างหนึ่งพุ่งออกมา โชคดีที่เขาหลบได้ทัน
การกระทำนี้ทำให้ไต้ซือยิ้มอย่างได้ใจ “คุณชายช่างว่องไวดีจริงๆ”
“อย่าพูดมาก เจ้านักพรต รีบมอบแผนที่ทะเลทรายมาให้ข้าประเดี๋ยวนี้!”จ้าวซีเหอขมวดคิ้วเป็นปมแน่น แววตาดอกท้อเต็มไปด้วยโทสะ
“ดูจากท่าทางของคุณชายแล้วคงมีสายเลือดราชวงศ์สินะ คุณชายทำร้ายนักพรตน้อยภายในอารามของอาตมาไม่ทราบว่าจะชดเชยอย่างไร”
ไต้ซือเคยทำนายชะตาของหนิงมู่ฉือจึงรู้ว่าบุรุษผู้นี้เป็นใครและควรจะรับมืออย่างไร
จ้าวซีเหอยกยิ้มมุมปาก นักพรตผู้นี้ต่อกรไม่ง่ายเลยจริงๆเช่นนั้นพูดกันตรงๆ ไปเลยดีกว่า “บอกมาว่าเจ้าต้องการสิ่งใด”
ไต้ซืออู่เลี่ยงค่อยๆ เดินตรงเข้าไปหาจ้าวซีเหอขณะใช้มือลูบเคราของตัวเองไปด้วย แววตาลึกล้ำเจ้าเล่ห์ขณะเอ่ย “คุณชายเป็นคนฉลาด เรื่องที่อาตมาต้องการง่ายมากอาตมาแค่อยากได้สมบัติที่อยู่ในทะเลทรายแห่งนั้น อาตมารู้ว่าคุณชายกำลังคิดเรื่องใดอยู่หากคุณชายสามารถนำสมบัติที่ทะเลทรายแห่งนั้นกลับมาได้ อาตมาก็จะช่วยทำให้ประสกกับสีกาผู้นั้นมีวาสนาต่อกัน”
“วาสนาของข้า เหตุใดต้องให้เจ้าช่วยทำให้สมหวังด้วย” จ้าวซีเหอยิ้มขณะมองนักพรตตรงหน้าที่กำลังโบกแผนที่ในมือไปมาขณะอีกใจหนึ่งก็เริ่มลังเล
จ้าวซีเหอกำหมัดแน่น เขาเก็บดาบแล้วกดนักพรตผู้ทำผมเหมือนจมูกวัวลงกับโต๊ะก่อนจะใช้มีดสั้นจ่อที่คอ“ให้ดื่มสุรามงคลไม่ชอบ ชอบดื่มสุราลงทัณฑ์หรือ[1] ตกลงแผนที่นี้จะให้หรือไม่ให้ข้า!”
ไต้ซือไม่คิดเลยว่าจ้าวซีเหอจะใช้วิธีนี้กับตัวเอง ไม่เดินตามแผนที่ตนวางเอาไว้เขารู้สึกเจ็บทันทีที่ถูกจับกดลงกับโต๊ะและเมื่อเห็นมีดสั่นที่ถูกจ่อเข้ามาใกล้คอเรื่อยๆ ก็ยิ่งประหวั่นเอ่ยด้วยเสียงสั่นเทาออกไป “คุณชาย ทำเช่นนี้ไม่ดีเลย”
“กับคนเยี่ยงเจ้าก็ต้องใช้วิธีนี้ อีกอย่างข้าก็ไม่ใช่คนดีแต่อย่างใดอยู่แล้ว”แววตาจ้าวซีเหอของเต็มไปด้วยความดูแคลน “รีบส่งแผนที่มาแล้วข้าจะไว้ชีวิตเจ้า!”
ไต้ซืออู๋เลี่ยงกลอกตาขบคิด ขณะโบกแผนที่ในมือ “คุณชายแผนที่ก็อยู่ในมืออาตมาแล้วไม่ใช่หรือ”
จ้าวซีเหอแค่มองก็รู้ว่าแผนที่นี้เป็นของปลอม มีเพียงคนเขลาเท่านั้นแหละที่จะเชื่ออีกฝ่ายคิดว่าซื่อจื่ออย่างเขาจะเหมือนพวกคนธรรมดาพวกนั้นหรือ
เขาใช้มีดกรีดคอของอีกฝ่ายสองสามแผล ทำให้อีกฝ่ายขนลุกขนชันด้วยความกลัว “ในเมื่อเจ้ายังคิดจะเล่นลิ้น เช่นนั้นก็อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ”
โลหิตค่อยๆ ไหลลงมาจากคอของไต้ซือ ไต้ซืออู๋เลี่ยงรู้สึกหวาดกลัวยิ่งนักจึงร้องออกมา“แผนที่อยู่ในอกเสื้ออาตมา”
จ้าวซีเหอดึงมีดออกเล็กน้อย ขณะใช้มือลูบไปที่อกเสื้อ คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะพยายามดิ้นเพื่อให้หลุดจากการเกาะกุมซึ่งเขาก็เตรียมตัวเอาไว้แล้ว จึงจับตัวอีกฝ่ายเอาไว้ให้แน่นยิ่งกว่าเดิมเดิมทีเขาคิดจะไว้ชีวิตอีกฝ่าย ทว่าไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะยังกล้าหลอกเขาอีก
[1] ให้ดื่มสุรามงคลไม่ชอบ ชอบดื่มสุราลงทัณฑ์หรือ อุปมาว่า พูดดีๆ ด้วยไม่ชอบชอบให้ใช้กำลัง