“จะเหม็นไม่เหม็นมันก็เื่ของข้า”
เธอดิ้นแต่ก็ต้องเผลอหวีดร้องเพราะถูกตีก้นเข้าอย่างแรงเหล่าทหารที่ปลอมกายเป็พ่อค้าหันมองแล้วก็ต้องหลุบตาต่ำแม้ว่าจะอยู่นอกวังแต่ยังไงก็ทรงเป็เ้าชายเนเฟอร์คาเรองค์รัชทายาทแห่งอียิปต์
เนเฟอร์คาเรแบกร่างเล็กๆที่หยุดดิ้นแล้วมาที่สระน้ำเล็กๆ แห่งหนึ่งซึ่งขึงผ้ากันไว้เหมือนฉากกั้นแม้มันจะไม่มิดชิดนักแต่ก็ยังดีกว่าไม่มีเลยอังค์เนสหันมามองใบหน้าเรียบตึงไร้อารมณ์ของชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความรู้สึกสับสนและว้าวุ่นในใจกับสถานการณ์ที่ยากจะรับมือนี้
“อาบน้ำ…เ้าพูดจริงหรือ”
“คิดว่าข้าเอาเวลาที่ควรพักผ่อนมาจัดการเื่พวกนี้ทำไม”
เขาหมายถึงต้องใช้ให้ทหารมาขึงม่านเพื่อทำฉากกั้นอาบน้ำและเขาก็รู้ดีว่าเหล่าทหารต่างงุนงงกับคำสั่งประหลาดนี้ด้วยอังค์เนสหลบสายตาที่จ้องมองราวกับจะกลืนกินแล้วเผลอกอดเสื้อผ้าแน่นที่เธอตื่นมาไม่เห็นเขาเพราะเื่แค่นี้หรือ?
“หรือเ้า้าให้ข้าช่วยอาบน้ำให้เ้า”เขายิ้มเ้าเล่ห์ขึ้นมาทำให้หญิงสาวในร่างหนุ่มน้อยสั่นหน้าไปมาแล้วรีบผลุบหายไปหลังฉากกั้น
“เ้ามีเวลาไม่มากนักเร่งมือด้วยไม่เช่นนั้นข้าจะช่วยเ้าอาบเอง”
“ข้ารู้แล้ว”เธอะโตอบเสียงสั่นรีบเปลือยกายลงในสระน้ำเล็กๆ
“ห้ามมองข้านะ”
เนเฟอร์คาเรชะงักเท้าที่กำลังจะเดินกลับหัวคิ้วขมวดยุ่งก่อนหัวเราะออกมา คนอย่างเขานะหรือต้อง ‘แอบมอง’ใครมีแต่สตรีจะพากันเปลื้องผ้ายั่วเย้าเขาทั้งนั้น เขาเดินกลับมานั่งที่รากไม้ใหญ่
“การพูดเช่นนั้นเท่ากับเป็เชื้อเชิญนะ”
“!”
อังค์เนสแทบผวาขึ้นจากน้ำแต่เมื่อหันไปตามเสียงก็รู้ว่าเขาอยู่หลังผ้าที่กั้นไว้หญิงสาวเคลื่อนกายลงน้ำลึกไปอีกเหลือเพียงศีรษะที่โผล่พ้นน้ำ“ข้า...ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น”
“แต่ข้ากำลังตีความว่าในคำพูดของเ้าว่าเป็เช่นนั้น”
“เนเฟอร์คาเรเ้าอย่าคิดว่าข้าจะเป็เช่นเดียวผู้อื่น”
“ข้ามีสิทธิ์ที่จะคิด”เขาหัวเราะแล้วมองท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนสีได้เวลาที่เขาต้องสวดภาวนาต่อเทพแห่งดวงอาทิตย์แล้ว “เ้าอย่าสำราญในน้ำนานนัก เสร็จแล้วจงไปหาข้าที่รถม้า”
อังค์เนสรู้สึกว่าร่างสูงเดินจากไปแล้วก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วรีบจัดการชำระล้างร่างกายอย่างรวดเร็วโชคดีที่ผงทาผิวติดอยู่ในกระเป๋าเสื้อแต่มันก็เหลือเพียงเล็กน้อยเท่านั้นแล้วก็มียาแก้พิษงูที่พกติดตัวไว้ยามฉุกเฉินแต่ก็ไม่รู้ว่าตอนนี้จะทำยังไงให้ตัวเองอยู่รอดปลอดภัยจนกว่าจะได้กลับหมู่บ้านอีกครั้ง
‘จะได้กลับหรือเปล่านะ?’ อังค์เนสถามตนเองในใจอย่างเหงาๆคิดถึงท่านปู่เลจูและพี่ดังชี คนที่จะให้ไปรักษาเป็ใครก็ไม่รู้ป่วยหนักแค่ไหนก็ไม่อาจคาดเดาได้แล้วถ้าเธอรักษาไม่สำเร็จจะถูกบั่นคอหรือเปล่านั่นยิ่งเป็เื่ที่ยากเกินจะคาดเดา
หญิงสาวสวมเสื้อผ้าแบบพ่อค้ามันช่างเหมือนเสื้อผ้าสำหรับเด็กชายที่เพิ่งเริ่มเติบโตเป็เด็กหนุ่มแต่ก็ยังดีที่เสื้อผ้าชุดนี้มิดชิดพอที่จะซ่อนเรือนร่างของเธอได้อังค์เนสเก็บเส้นผมเรียบร้อยแล้วส่งเงาตัวเองในน้ำใสๆ ในสระน้ำอีกครั้งแน่ใจแล้วว่าพอกผงทาผิวเรียบร้อยแล้วจึงเดินกลับไปที่รถม้า ขบวนของเธอถูกแยกออกจากกลุ่มพ่อค้าเร่ มีผู้ติดตามอยู่ราวๆ หกคนแม้ทุกคนจะสวมชุดพ่อค้าแต่ดูท่าทางเหมือนทหารมากกว่า
“มาเถิดสว่างแล้วเราจะเข้าไปกินอาหารเช้าในเมืองกัน”
“เมือง? นี่เมืองไหนเหรอ”
อังค์เนสถามอย่างงงๆแต่ก็ยื่นมือไปรับแตะมือใหญ่ที่หงายรอให้เธอวางทาบ เนเฟอร์คาเรกระชับมือเล็กๆแล้วอุ้มเธอขึ้นบนหลังม้าแล้วตัวเองจึงขึ้นตามเพียงแค่ข้ามคืนเธอก็รู้สึกชินกับการมีร่างใหญ่ซ้อนอยู่ด้านหลัง
“นครเมมฟิส เมืองหลวงของอียิปต์”ดวงตาของเนเฟอร์คาเรเป็ประกายเจิดจ้าเมื่อเอ่ยนามนครแห่งความมั่งคั่ง
“เมมฟิส” อังค์เนสสะดุ้งสุดตัว “ข้าข้าไปเมมฟิสไม่ได้!”
“ทำไม” เนเฟอร์คาเรจ้องมองคนตัวเล็กอย่างงุนงง ใครๆ ก็อยากไปนครเมมฟิสทั้งนั้น
“ข้าไปไม่ได้ก็คือไปไม่ได้”เธอพยายามจะดิ้นรนแต่อยู่บนหลังม้าทำให้ไม่รู้จะหันไปทางไหน“ข้าไปที่ไหนก็ได้แต่ต้องไม่ใช่เมมฟิส”
“ไร้สาระ”
เนเฟอร์คาเรหงุดหงิดกับสิ่งไร้เหตุผลเขากระตุ้นให้ม้าแล่นโจนทะยานมุ่งไปในเมืองหลวงทันทีอย่างไม่สนใจร่างเล็กจะอ้อนวอน
“ได้โปรด อย่าให้ข้าไปที่เมมฟิส”เธอละล่ำละลัก “ข้า!ข้าไปที่นั่นไม่ได้!”
“จะได้หรือไม่มีแต่ข้าเท่านั้นที่ตัดสินใจ”
เนเฟอร์คาเรรู้ว่าร่างเล็กๆสั่นสะท้านเพราะความหวาดกลัวแต่ไม่อาจรู้ได้ว่าสิ่งที่เธอกลัวนั้นเพราะอยู่บนหลังอาชาที่โจนทะยานรวดเร็วดุจพายุหรือเพราะ‘บางสิ่ง’ ที่ทำให้เธอหวาดกลัวที่จะเข้าไปนครเมมฟิส เมืองหลวงแห่งอียิปต์กันแน่.
แม้จะยังเช้าอยู่มากแต่ผู้คนในนครเมมฟิสเมืองหลวงแห่งอียิปต์ในการปกครองของฟาโรห์เตติก็ออกมาทำกิจวัตรของตนเองเนเฟอร์คาเรชักม้าไปยังสถานที่หนึ่งซึ่งทำให้ใบหน้าที่ซีดอยู่แล้วของอังค์เนสซีดเผือดลงไปอีก
‘ลูกจะปลอดภัยหากอยู่ไกลนครเมมฟิส’
“อังค์เนส”
เนเฟอร์คาเรเรียกเบาๆแต่คนถูกเรียกกลับสะดุ้งโหย่งดวงตากลมโตตื่นตระหนกอย่างน่าประหลาด
“เ้าเป็อะไร”
“ข้า...ข้า...”
‘จะพูดอย่างไรดีเล่าคำสั่งสุดท้ายของท่านแม่สั่งข้าไปให้ไกลนครเมมฟิส’
อังค์เนสอึกอักราวกับคนใบ้ทำให้เนเฟอร์คาเรหงุดหงิดไม่น้อยเขาโดดลงจากหลังมาแล้วจับร่างบอบบางของเธอลงตามมาฉุดเข้าไปสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งเธอไม่เคยคิดว่าจะได้มาที่นี่
“มัน...มันไม่เร็วไปหรือที่มาที่นี่”
“เร็ว”
ชายหนุ่มเลิกคิ้วแต่เมื่อมองแผ่นป้ายหน้าร้านก็หัวเราะร่าออกมา
“เข้าไปเถิดเราให้คนเตรียมห้องพิเศษไว้แล้ว”
อังค์เนสพยายามขืนตัวเองแต่ไม่อาจสู้แรงของเนเฟอร์คาเรได้เขาพาเธอเข้า ‘หอคณิกา’ ั้แ่เช้าตรู่อย่างหน้าตาเฉยอังค์เนสเคยรักษาหญิงคณิกาแต่เธอก็ไม่เคยย่างเท้าเข้าในสถานที่เช่นนี้เลยสักครั้งเนเฟอร์คาเรดึงร่างเล็กๆ ให้เข้ามาในห้องๆ หนึ่งซึ่งตบแต่งอย่างดีมีอาหารนานาชนิดอยู่เต็มโต๊ะและสาวงามทรวดทรงองค์เอวแสนบาดจิตบางใจเธอคงหวั่นไหวแน่ๆ ถ้าเป็ชาย
“ทานอาหารซะเ้าหิวไม่ใช่เหรอ”เนเฟอร์คาเรสั่ง
“กระเพาะของข้าเ้าจะรู้ได้ไงว่าข้าหรือหรือไม่”ทำปากดีไปอย่างนั้นแต่ก็อดน้ำลายสอไม่ได้
เนเฟอร์คาเรอยากจะต่อปากต่อคำกับเธออีกแต่ถูกขัดจังหวะด้วยสาวงามที่เขามาบริการ
“ข้ามาพบซาร์ด”
“ท่านซาร์ดบอกพวกเราแล้วเ้าคะ”
หญิงนางหนึ่งเอ่ยน้ำเสียงอ่อนหวานเย้ายวน
“เชิญท่านทานอาหารก่อนเถิดแล้วอีกสักครู่ท่านซาร์ดจะมาพบพวกท่าน”
อังค์เนสรู้สึกหงุดหงิดกับบรรดาหญิงงามทั้งหลายที่พยายามจะเอาอกใจ
“ข้าทานของข้าได้พวกเ้าไม่ต้องมาบริการข้าหรอก”
“ทำไมพูดจาตัดรอนน้ำใจพวกข้าอย่างนั้นหละ”หญิงอีกคนหัวเราะต่อกระซิก
“บุรุษทุกคนก็้าให้สตรีเอาอกเอาใจไม่ใช่หรือ”
“คงไม่ใช่ทุกคนกระมั้ง”
เนเฟอร์คาเรกลั้นหัวเราะหน้าตาปุเลี่ยนๆของอังค์เนสมันชวนให้ขบขันเหลือเกิน
“ถ้าเ้าไม่ชอบไปพักอีกห้องหนึ่งไหมเพราะเดี๋ยวข้าต้องคุยธุระสำคัญ”
‘ธุระสำคัญที่ต้องมาคุยในหอคณิกา’
อังค์เนสเบ้ปากแต่พยักหน้ารับข้อเสนอเพราะอย่างน้อยคงมีความสุขกว่านั่งให้บรรดาหญิงงามเหล่านี้เอาอกเอาใจแน่ๆ
“เ้าไม่กลัวข้าหนีหรือไง”
“มีคนของข้าอยู่เต็มไปหมดหากเ้ายังหนีพ้นข้าก็แค่สั่งตัดหัวพวกมันให้หมดโทษฐานที่ทำให้หมอเลจูหนีไปได้เ้าอยากลองดูไหมละ”
อังค์เนสทำเสียงขึ้นจมูกอย่างไม่พอใจแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากฉวยน่องไก่ขึ้นมาชิ้นหนึ่งแล้วเดินจ้ำออกมาจากห้องนั้นแต่เพียงหญิงสาวก้าวพ้นห้องนั้นก็รู้สึกได้กลิ่นแปลกๆเธอไม่แน่ใจว่านั่นเป็กลิ่นหอมเฉพาะของที่นี่หรือไม่ คิดจะกลับไปเตือนเขาแต่นึกถึงวาจาที่ชอบถากถางและดูแคลนก็ทำให้เธอเปลี่ยนใจเดินหามุมสบายๆนั่งเล่นพักผ่อนเท่าที่จะหาได้ในหอคณิกาแห่งนี้