ตอนที่ 20 ไม่คุ้มค่า
ลี่หนานเสวียนนั่งลงข้างลู่โจว หยิบเหรียญทองจากในกระเป๋าเสื้อออกมาหมุนเล่นระหว่างนิ้วมือพลางตอบเสียงเรียบ “เหลิ่งเยี่ยนหัวหน้าสี่ของกลุ่มจิ้นถัง”
พวกกู่ซู่ตกตะลึงแทบกลั้นหายใจ “กลุ่มจิ้นถังเป็กลุ่มอาชญากรหลบหนีรายใหญ่ที่ถูกนายปราบปรามไปก่อนหน้านี้ไม่ใช่เหรอ”
กลุ่มจิ้นถังเป็องค์กรมาเฟียข้ามชาติที่ใหญ่ที่สุด พวกเขากระทำการอุกอาจไร้ความเกรงกลัวต่อกฎหมาย ทำทุกวิถีทางเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ขอเพียงเป็ธุรกิจสีดำล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกเขาเสมอ ถึงขั้นเคยกล้าลอบสังหารผู้นำประเทศเพื่อเงิน ซึ่งนั่นเป็สาเหตุให้ได้รับหมายจับจากหลายประเทศ กลายเป็อาชญากรข้ามชาติรายใหญ่
ซูจ่านขมวดคิ้วเอ่ย “ฉันจำได้ว่าอาชญากรรายใหญ่ที่ตายไปคนนั้นคือหัวหน้าใหญ่ของกลุ่มจิ้นถัง”
ลี่หนานเสวียนตอบรับเบาๆ
กู่ซู่เป็ห่วงแทนลี่หนานเสวียน “หัวหน้าสี่ของกลุ่มจิ้นถังรู้ว่านายอยู่ที่นี่เขาจะบุกเข้ามาแก้แค้นให้หัวหน้าใหญ่ของเขาหรือเปล่า”
ลี่หนานเสวียนมองเหรียญทองที่รวบเก็บไว้ในฝ่ามือแล้วยืนยันอย่างหนักแน่น “ไม่มีทาง”
“งั้นก็ดีแล้ว พวกนั้นพรรคพวกเยอะกว่า พวกเรามีกันไม่กี่คนคงรับมือไม่ไหว” กู่ซู่ครุ่นคิดแล้วพูดต่อ “ไหนๆ หัวหน้าสี่ของกลุ่มจิ้นถังก็อยู่ที่นี่แล้ว ทำไมนายไม่ถือโอกาสจับกุมเขาเลยล่ะ”
“หัวหน้าสี่คนนี้ไม่ธรรมดา เขากล้าปรากฏตัวที่นี่ก็แสดงว่าเขามีความมั่นใจมากพอว่าจะเอาตัวรอดไปได้อย่างปลอดภัย อีกทั้งที่นี่ยังอยู่ในย่านใจกลางเมือง คนสัญจรเยอะ ถ้าเกิดสู้กันขึ้นมาก็อาจมีคนตายจำนวนมาก” ลี่หนานเสวียนส่งข้อความหาผู้ใต้บังคับบัญชาของตน สั่งให้พวกเขาจับตาดูทุกความเคลื่อนไหวของเหลิ่งเยี่ยน
“ก็จริง จะปล่อยให้ผู้บริสุทธิ์ต้องมาเดือดร้อนเพราะการจับกุมพวกเขา ก็ไม่คุ้ม”
หกโมงเย็น เพื่อนสนิทของลี่หนานเสวียนอีกสามคนชื่อว่าเผยฝาน เหลยจุน และซย่าเหยียนปินก็มาถึงห้องรับรองจินอวี้ถัง
เผยฝานเข้ามากอดลี่หนานเสวียนแบบพี่น้องหนึ่งครั้ง แล้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม “นายนี่นะ ถ้ายังไม่โผล่หน้าออกมาอีกฉันคงคิดว่านายพลีชีพเพื่อชาติไปแล้ว”
“ไปนั่งเลย พูดอะไรของนายเนี่ย นานๆ ทีจะได้เจอเขา พูดจาให้มันเป็มงคลหน่อย” ซย่าเหยียนปินผลักเผยฝานออกอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนเข้ามากอดลี่หนานเสวียนเช่นกัน “อาเสวียน ไม่ได้เจอกันนานมากจริงๆ ่ที่ผ่านมาฉันดูโทรทัศน์เห็นนายสร้างผลงานรับรางวัลเกียรติคุณชั้นหนึ่งไม่ได้หยุดพักหายใจหายคอเลยนะ จะเลื่อนขั้นจากพันตรีขึ้นเป็พันโทพันเอกหรือเปล่า”
ลี่หนานเสวียนตอบด้วยรอยยิ้ม “รอหลังปีใหม่จะมีการเลื่อนยศทหาร ผู้บังคับบัญชาของฉันบอกว่าทำผลงานไว้เยอะแบบนี้ มีโอกาสสูงที่จะได้เลื่อนขั้นข้ามยศจากพันตรีไปเป็พันเอกเลย”
“งั้นก็ขอแสดงความยินดีไว้ล่วงหน้าตรงนี้ก็แล้วกัน”
“ขอบใจนะ”
เหลยจุนเป็คนพูดน้อยและมีบุคลิกเงียบขรึม หลังจากทักทายลี่หนานเสวียนแล้วก็ถามอีกฝ่าย “อาเสวียน เด็กหนุ่มคนนี้คือใครกัน”
เขาชี้ไปที่ลู่โจว
เผยฝานกับซย่าเหยียนปินถึงค่อยสังเกตเห็นลู่โจวที่นั่งดื่มชาอยู่ที่โต๊ะ ทุกคนต่างมองประเมินเขาด้วยความสงสัย
ซูจ่านกล่าว “อาเสวียน ตอนนี้คนก็มากันครบหมดแล้ว นายควรจะแนะนำเขาได้แล้วนะ”
ก่อนหน้านี้เขาถามลี่หนานเสวียนแล้ว แต่ลี่หนานเสวียนกลับบอกว่ารอให้คนมาครบก่อน กู่ซู่ยิ้มท่าทางมีเลศนัย ส่วนเก่อเซียงอี้แม้จะยิ้มอยู่เช่นกัน แต่ก็ดูฝืดเฝื่อนอย่างปิดไม่มิด
ลี่หนานเสวียนโอบลู่โจวเข้ามาในอ้อมแขน แล้วพูดแนะนำกับทุกคน “นี่คือว่าที่คู่ชีวิตของฉัน ลู่โจว”
ซูจ่าน เผยฝาน และซย่าเหยียนปินต่างมีสีหน้าตกตะลึง แม้แต่เหลยจุนที่สุขุมเยือกเย็นมาตลอดก็ยังนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง
กู่ซู่เห็นท่าทีบื้อใบ้อย่างหาได้ยากของพวกเขาก็หัวเราะชอบใจยกใหญ่ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายภาพประวัติศาสตร์เก็บไว้ “ใจนบื้อไปเลยล่ะสิ ตอนฉันได้ยินข่าวนี้ทีแรกก็นึกว่าเขาล้อเล่นเหมือนกัน ต้องใช้เวลาหนึ่งวันเต็มๆ กว่าจะย่อยข่าวใหญ่ะเืเลือนลั่นนี้ได้ ”
ลู่โจวเองก็คิดว่าท่าทางของพวกเขาตอนนี้ดูตลกมากทีเดียว แค่เพื่อนสนิทจะแต่งงานไม่ใช่หรือ ทำไมต้องใกันขนาดนี้
เผยฝานดึงสติกลับมาแล้วถามด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก “อา อาเสวียน นาย นายบอกว่าเขาคือว่าที่คู่ชีวิตของนายเหรอ”
“ถูกต้อง เราจะแต่งงานกันหลังปีใหม่” ลี่หนานเสวียนหยิบบัตรเชิญสีแดงฝีมือประณีตออกมาหกใบ “ถึงตอนนั้นต้องมาดื่มสุรามงคลให้พวกฉันด้วยนะ”
ลู่โจวเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ คาดไม่ถึงว่าลี่หนานเสวียนทำอะไรรวดเร็วจริงๆ พวกเขาเพิ่งรู้จักกันแค่ไม่กี่วันเอง อีกอย่างกว่าจะถึงวันแต่งงานก็ยังเหลือเวลาอีกตั้งสองเดือน จำเป็ต้องรีบแจกบัตรเชิญให้เพื่อนสนิทเร็วขนาดนี้เชียวหรือ
เก่อเซียงอี้ที่นั่งอยู่ด้านข้าง พอเห็นบัตรเชิญงานแต่งงานสีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที ในที่สุดก็เก็บซ่อนความรู้สึกของตัวเองไว้ไม่ไหวอีกต่อไป ตอนที่เธอได้รับสายจากลี่หนานอี แม้จะแปลกใจมากที่จู่ๆ ลี่หนานเสวียนก็เชื่อฟังคำสั่งคุณปู่ของเขายอมแต่งงานกับคนอื่นอย่างว่าง่าย ทั้งยังกำหนดวันแต่งงานเสร็จสรรพ แต่ก็ไม่คิดว่าลี่หนานเสวียนจะจริงจัง เพราะเท่าที่เธอรู้จักเขามา ลี่หนานเสวียนไม่มีทางตกหลุมรักคนแปลกหน้าคนหนึ่งั้แ่แรกเห็นอย่างแน่นอน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงแค่เพิ่งเจอหน้าก็จะแต่งงานกันแล้ว เมื่อวานเธอจึงพกความสงสัยเดินทางมายังคฤหาสน์ตระกูลลี่ นอกจากนี้เธอเองก็คิดว่าถึงเวลาที่ต้องเป็ฝ่ายรุกเข้าหาและตามจีบลี่หนานเสวียนให้มากๆ ได้แล้ว ถ้ามัวแต่รีรอ ลี่หนานเสวียนคงชอบคนอื่นไปเสียก่อน ตอนนั้นเธอคงได้เป็ฝ่ายร้องไห้เอง
ทว่าหลังจากเธอมาถึงคฤหาสน์ตระกูลลี่ เื่ราวต่างๆ ที่เธอได้พบเจอล้วนอยู่เหนือความคาดหมายของเธอทั้งหมด เช่น การที่ลี่หนานเสวียนไม่เพียงยอมให้คู่ดูตัวเข้ามาอยู่ในบ้านและอยู่ในห้องนอนของเขา ทั้งยังเป็ห่วงเป็ใยคู่ดูตัวของเขาเป็อย่างยิ่ง ตอนนี้ถึงขั้นแจกบัตรเชิญงานแต่งงานให้กับกลุ่มเพื่อนสนิท ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่าเขาจริงจังและคิดจะให้ลู่โจวมาเป็คู่ชีวิตของเขาจริงๆ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ทำเช่นนี้
ลี่หนานเสวียนเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเก่อเซียงอี้ แล้วยื่นบัตรเชิญให้เธอ
“อาเสวียน นาย...” เก่อเซียงอี้อยากเปิดเผยความในใจ แต่ลี่หนานเสวียนกลับไม่เปิดโอกาส เขายัดบัตรเชิญงานแต่งงานใส่ในมือของเธอแล้วพูดว่า “พรุ่งนี้ฉันกับเสี่ยวโจวจะไปจดทะเบียนสมรสกันที่สำนักงานเขต เธอช่วยมาเป็พยานในการแต่งงานให้พวกเราได้ไหม”
ทุกคน “…”