“ไม่เป็นไรนะอิงค์” คเชนทร์พูดปลอบก่อนจะหันไปหาหญิงผมหยักศก
“ถามพี่สิ อยากรู้ไม่ใช่หรือ ว่าพี่เป็นอะไรกับอิงค์” หญิงคนดังกล่าวกลับแสดงอาการอ้ำอึ้ง ความกล้าหาญที่มีเมื่อสักครู่พลันหายไป สองเท้าก้าวถอยหลังช้าๆ พร้อมกลืนน้ำลายอึกใหญ่
“พี่เป็น...” ภาพของอินทิราที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้ มีผ้าพันรอบศีรษะสลับตัดเข้ามา ทำให้ชายหนุ่มมีอาการลังเลที่จะพูดความรู้สึกของตัวเองที่มีต่ออินทิรา เขาอึกอักอย่างเห็นได้ชัด พีทที่ยืนฟังอยู่ถึงกับเปลี่ยนท่า แล้วตั้งใจฟังเพื่อนรักพูดอย่างใจจดจ่อ สีหน้าของคเชนทร์ทำให้พีทรู้สึกถึงความผิดปกติ
“เป็น...” มือหนายิ่งโอบหญิงสาวไว้แน่นกว่าเดิม หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ หากแต่ความปลอดภัยของเธอสำคัญกว่าสิ่งใด และจะไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์เหมือนกรณีของแป้งเป็นอันขาด เพราะเขาไม่สามารถทนได้หากอินทิราเป็นอะไรไป ในที่สุดร่างสูงจำใจก้มหน้าลง พลางกำมือแน่นด้วยความอัดอั้น
“พี่เป็นแฟนหรือไม่เป็นแฟนกับอิงค์ ไม่สำคัญ สำคัญที่ทุกคนไม่มีสิทธิ์มาคุกคามผู้หญิงคนนี้ ดังนั้นพี่ขอให้ทุกคนอยู่ในขอบเขต ไม่อย่างนั้นจะหาว่าไม่เตือน อย่าให้เห็นภาพแบบนี้อีก ส่วนน้อง” ร่างสูงหันหาหญิงสาวตัวต้นเหตุ ที่ยืนก้มหน้าตัวสั่นอยู่
“พี่จะติดดาวให้หนึ่งดวง หากมีครั้งหน้าอีกก็จะได้เห็นดีกัน” เสียงฮือฮาดังขึ้นก่อนนักศึกษาที่มุงดูทั้งหมดจะสลายหายไปอย่างรวดเร็ว
“ขอบคุณพี่เชนทร์นะคะ อิงค์คิดว่าจะโดนตบซะแล้ว” คำพูดของหญิงสาวทำให้คเชนทร์อมยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ ปล่อยร่างเธอออกจากตัวช้าๆ แล้วหันตัวเข้าหา สายตาอ่อนโยนสำรวจตัวเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เพื่อให้แน่ใจว่าเธอไม่ได้รับอันตรายใดๆ
“พี่ขอโทษนะ ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องราวใหญ่โตได้ขนาดนี้ ถ้ารู้ก่อนหน้าพี่คงทำอะไรมากกว่านี้” หญิงสาวพยักหน้าช้าๆ อย่างเข้าใจ ก่อนที่คเชนทร์จะเลิกคิ้วเล็กน้อย
“แล้วทำไมอยู่คนเดียว คะนิ้งไปไหน ปกติตัวติดกันตลอดไม่ใช่หรือ”
“คะนิ้งพูดกับคนพวกนั้นไม่รู้เรื่องเลยไปตามคุณไผ่ค่ะ”
“วันนี้คุณไผ่ไปทำธุระให้คุณพ่อ คุณไผ่ไม่อยู่” คเชนทร์ขมวดคิ้ว แล้วแจ้งให้อินทิราเข้าใจ พลางยกมือขึ้นมากอดอกหมุนตัวไปรอบๆ เพื่อมองหาน้องสาว ก่อนจะเห็นร่างเล็กวิ่งหน้าตั้งเข้ามา
“คุณไผ่ไม่อยู่” เสียงรายงานบ่งบอกถึงความเหนื่อยล้า คะนิ้งยืนหอบอยู่สองสามครั้งกว่าจะรวบรวมคำพูดได้
“ก็ใช่ไง แล้วทำไมถึงไม่โทรตาม วิ่งออกไปทำไม” คเชนทร์ยังคงอยู่ในท่ากอดอก ถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พร้อมกับพินิจมองน้องสาวที่ตัวชุ่มเหงื่อบวกกับท่าทางเหนื่อยหอบ ดูไม่จืดทีเดียว
“เออ คะนิ้งลืม” คนหอบทำตาโตนึกขึ้นได้ แอบสงสารตัวเองที่ตกใจจนลนลานทำอะไรไม่ถูก แถมต้องเหนื่อยฟรี
“แล้วคนเกเรพวกนั้นไปไหนหมดแล้วคะ” หญิงสาวชะเง้อคอหาคนกลุ่มใหญ่เมื่อครู่ด้วยความประหลาดใจ
“โชคดีที่พี่เชนทร์เข้ามาช่วยไว้ คนพวกนั้นแยกย้ายไปหมดแล้ว” อินทราหันไปบอกความจริงให้เพื่อนรักเข้าใจ ก่อนจะเลื่อนสายตาคู่หวานกับมาหาคเชนทร์
“ถ้าอย่างนั้นอิงค์กับคะนิ้งขอไปเรียนก่อนนะคะ” เสียงของอินทิราทำให้คเชนทร์หลุดออกจากภวังค์ แล้วพยักหน้ารับ
“นายชอบอิงค์หรือ ฉันว่าฉันดูสายตาของนายไม่ผิด” พีทผู้ที่ยืนอยู่ไม่ห่างนัก เขาสังเกตการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ เดินกอดอกเข้ามาถามอย่างไม่อ้อมค้อม
“ฉันรู้สึกแปลกมาก กับอิงค์ ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน” ชายหนุ่มนึกทบทวนความรู้สึกประหลาดที่เกิดขึ้นเพื่อสื่อความรู้สึกออกไป
“รู้สึกอะไร”
“รู้สึกรัก รู้สึกผิด รู้สึกอยากแก้ไขบางอย่าง” สิ้นเสียงของชายหนุ่มเท่านั้น ลมกระโชกแรงก็พัดเอาสารพัดทุกอย่างหอบเข้ามาปะทะร่างทั้งสองอย่างน่าประหลาด ลมปริศนามักจะก่อตัวขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุเป็นเช่นนี้ทุกครั้งที่คเชนทร์รู้สึกพิเศษกับอินทิรา พีทพยายามปัดฝุ่นออกจากหน้าของตัวเอง แล้วหันไปคว้าตัวคเชนทร์ออกจากก้อนลมปริศนานั้นอย่างรวดเร็ว