ณ บ้านเล็กๆหลังหนึ่งในกรุงเทพมหานครฯ
หญิงสาวคนหนึ่งกำลังกรอกข้อมูลเพื่อขอสมัครเข้ารับการฝึกงานในเทอมสุดท้ายก่อนที่จะจบการศึกษาตามข้อกำหนดของมหาลัยกับบริษัทที่เธอให้ความสนใจ
“นี่แกจะบ้าเหรอภาวิดา?” เขมิกาเพื่อนสาวคนสนิทของเธอถามขึ้นด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวเมื่อเธอรู้ว่าภาวิดากำลังจะไปฝึกงานที่เชียงใหม่
“ไม่เป็ไรหรอกน่าชั้นไปเชียงใหม่นะ ไม่ได้ไปรบกับใครที่ไหนซะหน่อย”ภาวิดาตอบพร้อมกับทำหน้าตาทะเล้นเพื่อให้เพื่อนของเธอนั้นอารมณ์ดีขึ้น
“ชั้นรู้แต่ที่นั่นเธอไม่รู้จักใครเลยนะ” เขมิกาเริ่มพูดเสียงอ่อนเธอเป็ห่วงที่เพื่อนของเธอนั้นจะต้องไปเผชิญโลกเพียงลำพังเพราะที่ผ่านมาทั้งสองคนนั้นแทบจะตัวติดกันตลอดเวลา ไม่ว่าจะไปไหนหรือทำอะไรจนเพื่อนๆในห้องคิดว่าเธอเป็พี่น้องกันจริงๆ
ภาวิดาเป็ผู้หญิงที่มีหน้าตาสะสวยอายุยี่สิบเอ็ดปี เป็สาวหมวยที่ผิวขาว ผมดำยาวถึงหลังเธอสูงหนึ่งร้อยหกสิบเิเและมีน้ำหนักเพียงสี่สิบเก้ากิโลกรัมเธอเป็ผู้หญิงที่อารมณ์ดี เป็ที่รักใคร่ของเพื่อนๆในกลุ่มเธอมักจะเป็สีสันและสร้างความสุขให้กับเพื่อนๆได้เสมอ
ภาวิดามีเพื่อนที่สนิทมากชื่อเขมิกาทั้งสองคนเป็ลูกสาวเพียงคนเดียวของครอบครัว มีบ้านอยู่ติดกันและพ่อแม่ของพวกเธอก็เป็เพื่อนกันั้แ่เด็กอีกด้วย
เขมิกาเป็ลูกคุณหนู อายุรุ่นราวคราวเดียวกับภาวิดา หน้าตาน่ารัก ผิวขาว ผมยาวประบ่าสีน้ำตาลอ่อนออกแนวไอดอลเกาหลีเธอสูงถึงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเิเและหนักห้าสิบห้ากิโลกรัม เธอเป็คนขี้งอนและเอาแต่ใจเพราะถูกเลี้ยงดูแบบตามใจมาั้แ่เด็กๆต่างจากภาวิดาที่เป็คนเรียบร้อยและใจเย็น แต่อีกด้านเขมิกาก็เป็คนที่มีจิตใจดีและมักจะเป็ห่วงผู้อื่นอยู่เสมอ
“ใครบอกว่าภาวิดาจะไปฝึกงานที่เชียงใหม่คนเดียวล่ะ”ชายหนุ่มคนหนึ่งพูดพร้อมกับเดินเข้ามานั่งในห้อง
“นายก็ไปด้วยเหรอราเชน?”“นี่พวกเธอสองคนรวมหัวกันทิ้งชั้นไว้ที่นี่เหรอ?” เขมิกาเริ่มกลับมางอนอีกครั้ง
ราเชนเป็เพื่อนชายคนสนิทของพวกเธอทั้งสองคน พวกเขาทั้งสามคนเรียนที่มหาลัยเดียวกันแต่สำหรับพวกเธอแล้ว ราเชนเขาเปรียบเสมือนเป็น้องชายของพวกเธอ ราเชนเป็เด็กวัดที่อยู่แถวนี้พวกเขารู้จักกันมาั้แ่เด็ก เพราะราเชนมักจะเดินไปกับหลวงพ่อในการบิณฑบาตในทุกๆเช้าเพื่อช่วยหลวงพ่อถือของ
ราเชนเป็หลานของหลวงพ่อซึ่งแม่เขาเอามาฝากเลี้ยงไว้กับหลวงตาั้แ่เด็กๆ เนื่องจากแม่ของเขาไม่สามารถเลี้ยงดูเขาได้ราเชนเป็คนฉลาด เรียบร้อย ขยันขันแข็งและคอยให้ความช่วยเหลือพวกเธออยู่เสมอเขาอายุยี่สิบเอ็ดปี เป็คนตัวใหญ่ ผิวคล้ำ เขาชอบตัดทรงผมสกินเฮดอยู่ตลอดเวลา เขาสูงหนึ่งร้อยแปดสิบเิเและหนักเจ็ดสิบเอ็ดกิโลกรัมและเขายังเป็นักมวยมือสมัครเล่นอีกด้วย
ภาวิดาเห็นดังนั้นเธอจึงรีบเข้าไปขอโทษกับเขมิกาและไล่ให้ราเชนกลับออกไปข้างนอกก่อน ราเชนเห็นว่าสถานการณ์ไม่ค่อยดีเขาจึงยอมเดินกลับออกไปเงียบๆ
“โอ๋ๆใครจะกล้าชวนลูกสาวสุดที่รักของนายตำรวจใหญ่ไปลำบากกันล่ะคะ?”ภาวิดาพูดพร้อมกับกอดเพื่อนสนิทของเธอ
“ถ้าอย่างนั้น เราไปฝึกงานด้วยกันที่โรงแรมของแม่ชั้นเอามั้ย?เดี๋ยวชั้นช่วยพูดให้” เขมิการีบชวนภาวิดาอย่างร้อนใจเพราะเธอไม่อยากให้เพื่อนรักของเธอไปอยู่ที่อื่นถึงแม้จะเป็่ระยะเวลาแค่สามเดือนเท่านั้น
“ไม่เป็ไรหรอกน่าชั้นอยากลองไปหาประสบการณ์ใหม่ๆดูน่ะอีกอย่างชั้นเองก็อยากไปเที่ยวที่เชียงใหม่ด้วย” ภาวิดาตอบปฏิเสธและสายตาของเธอก็มองไปที่ผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งที่วางอยู่บนที่นอนของเธอผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นมีสีขาวนวลดูสะอาดและที่มุมขวาด้านล่างของผ้าเช็ดหน้าก็มีอักษรบางอย่างปักอยู่
ภาวิดานึกถึงตอนที่เธอเป็เด็กในขณะที่ไปเที่ยวที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง เธอจำได้ดีว่าตอนนั้นเธอหลงทางกับพ่อแม่และเดินสะดุดล้มจนข้อศอกข้างซ้ายของเธอเป็แผลเธอร้องไห้เสียงดัง เธอกลัวและก็เจ็บแผลมาก แต่จู่ๆก็มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเธอและพูดกับเธอว่า
“อย่าร้องไห้เลยเธอกำลังทำให้คนอื่นเห็นว่าเธออ่อนแออยู่นะ”จากนั้นเขาจึงยื่นผ้าเช็ดหน้าให้กับเธอเพื่อเช็ดน้ำตา
สักพักราเชนก็ะโเรียกให้ทั้งสองคนลงไปกินข้าวเย็นทั้งสองได้ยินดังนั้นจึงพากันรีบวิ่งแข่งเพื่อลงมากินข้าวกันอย่างสนุกสนาน อาหารมากมายถูกจัดวางไว้บนโต๊ะกินข้าวอย่างพร้อมเพียงแม่ของภาวิดากำลังตักข้าวใส่จานให้กับพวกเธอทั้งสองคน ในขณะที่ราเชนก็กำลังกินอย่างเอร็ดอร่อย
หลังจากกินข้าวกันเสร็จเรียบร้อยแล้วพวกเขาทั้งสามคนก็ช่วยกันทำความสะอาดเก็บกวาดโต๊ะและล้างจาน
“แล้วพวกเธอสองคนจะออกเดินทางกันวันไหนเหรอ?”เขมิกาเริ่มถามพวกเขา
ราเชนเห็นท่าทางไม่ดีเขาจึงเดินออกไปจากตรงนั้นแล้วปล่อยให้ภาวิดาเป็คนจัดการเื่นี้เองเพราะเขารู้ว่าถ้าคำตอบออกมาไม่ดีจะทำให้เขมิกางอนอีกแน่นอน
“ยังไม่แน่ใจเลยนี่ก็พึ่งต้นเดือนตุลาเอง” ภาวิดาหันมาตอบและยิ้มให้กับเพื่อนของเธอ
“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้ตอนเที่ยงพวกเราสามคนไปดูหนังกันนะ เดี๋ยวชั้นเลี้ยงเอง” เขมิกาเอ่ยชวนด้วยความตื่นเต้นเพราะเธอรู้ว่าถ้าพวกเขาทั้งสองคนไปเชียงใหม่เมื่อไหร่ เธอคงจะเหงาแน่นอน
พวกเขาทั้งสามคนจึงตกลงกันว่าจะไปดูหนังด้วยกันในวันพรุ่งนี้และแยกย้ายกันกลับบ้านไป
#วันถัดมา#
เขมิกาได้ขับรถไปรับราเชนแล้วจึงพากันมาหาภาวิดาที่บ้านตอนเที่ยงพวกเขาเดินเข้าไปในบ้านและะโเรียกหาเธอ แต่คนที่ออกมาพบพวกเขาทั้งสองคนกลับเป็แม่ของภาวิดา
“ภาวิดาอยู่รึเปล่าคะแม่?”เขมิกาถามด้วยความสงสัย
“อ้าว...ภาวิดาไม่ได้บอกพวกเธอเหรอ?”แม่ของภาวิดาถามพวกเขากลับ
“บอกอะไรเหรอคะ/ครับ?”พวกเขาทั้งสองคนถามออกมาพร้อมกันด้วยความงุนงง
“ภาวิดาน่ะ...ขับรถไปเชียงใหม่ั้แ่เช้ามืดแล้วลูก”
“อะไรนะ?!” พวกเขาทั้งสองคนร้องออกมาด้วยความใ
“แล้วทำไมภาวิดาถึงรีบไปล่ะคะแม่?”
“เอ่อ...อันนี้แม่ก็ไม่แน่ใจนะแต่เห็นบอกว่าอยากไปเที่ยวที่หมู่บ้านข้าวหลามก่อนที่จะเริ่มฝึกงานน่ะ”
เมื่อได้ยินดังนั้นทั้งสองคนจึงเดินกลับออกมาจากบ้านด้วยความโมโหและงอนที่ภาวิดาผิดนัดพวกเขา แถมยังแอบหนีไปเชียงใหม่โดยไม่ได้บอกอีกด้วยเขมิการีบหยิบมือถือของเธอออกมาแล้วกดโทรหาภาวิดาทันทีแต่ก็โทรไม่ติดพวกเขามองหน้ากันก่อนที่จะตัดสินใจแยกย้ายเดินกลับบ้านไปด้วยความหงุดหงิด!!