ตอนที่ 26: ม่านหมอกแห่งความทรงจำ และเส้นแบ่งระหว่างความจริงกับภาพมายา
แสงสีฟ้าจางๆ จากดวงจันทร์สามดวงส่องกระทบซากกอร์กอนไซเบอร์ที่ค่อยๆ แตกสลายกลายเป็เถ้าถ่านสีดำ ควันพิษจากการลัดวงจรชีวภาพลอยโชยไปตามลมมิติอันยือกเย็น
ที่ปากทางเข้าช่องเขาหินโลหะสูงเสียดฟ้า ม่านหมอกสีม่วงเข้มข้นหมุนวนราวกับมีชีวิต ลมหายใจแห่งความอึดอัดแผ่ซ่านออกมาจนััได้ถึงแรงอัดอากาศที่ผิดปกติ
ผู้กองเดชยื่นมือที่เต็มไปด้วยคราบเขม่าและรอยแผลไหม้ ออกมาจับมือกับน้ำมนต์และโมนาอย่างแ่า ทหารหน่วยรบพิเศษที่เหลืออีกหกนายยืนตั้งแถววันทาหัตถ์ให้อย่างเกียรติยศ
"ส่งพวกแกได้แค่นี้นะ..." ผู้กองเดชเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครียดแต่มั่นคง "พวกฉันจะตั้งค่ายแนวรับอยู่ตรงซากลานกว้างนี้ คอยเป็สไนเปอร์ระวังหลังให้ และคุ้มกันไม่ให้อสูรตัวไหนหลุดเข้าไปรบกวนพวกแกจากด้านหลัง"
"ขอบคุณมากครับผู้กอง" น้ำมนต์ยกมือไหว้ด้วยความเคารพ "รักษาตัวด้วยนะครับ"
โมนาปรับสายรัดถุงมือนาโนให้กระชับ หันมาสบตาผู้กองเดช "ถ้าเรากู้ระบบพลังงานที่สถาบันวิจัยได้ สัญญาณวิทยุแรกที่เรายิงออกไป... จะเป็สัญญาณขอความช่วยเหลือให้ค่ายอพยพของผู้กองค่ะ"
"ฉันเชื่อมือพวกแก!" ผู้กองเดชตบไหล่น้ำมนต์แรงๆ "ไปเอาชัยชนะกลับมา!"
น้ำมนต์และโมนาก้าวเท้าข้ามเส้นแบ่งเขตคอนกรีต สู่พื้นหินสีดำของช่องเขาหินโลหะ เพียงแค่สองก้าวแรกที่ร่างของทั้งคู่บุกฝ่าเข้าไปในม่านหมอกสีม่วง... เสียงวิทยุสื่อสารและเสียงของกลุ่มทหารเื้ัก็ตัดขาดหายไปในทันที!
ความเงียบสงัดระดับสูญญากาศเข้าปกคลุมจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจ...
ฟิ้ว... หวีด...
สายลมไร้ทิศทางพัดเอาละอองหมอกสีม่วงเข้มข้นเข้ามากระทบิั น้ำมนต์รู้สึกได้ทันทีถึงไอความร้อนประหลาดที่ซึมผ่านรูขุมขน รอยสักยันต์เกราะเพชรบนอกแผ่ความเย็นวูบวาบสลับร้อนจัด ราวกับอักขระอาคมกำลังต่อต้านสิ่งแปลกปลอม
"ระวังตัวให้ดีทั้งสองคน!" เสียงเอเต้ดังกังวานขึ้นในโสตประสาท แต่น้ำเสียงของมันกลับสั่นกระตุกอย่างไม่เคยเป็มาก่อน "หมอกสีม่วงพวกนี้ไม่ได้ทำจากสารเคมีธรรมดา... มันคือ 'สารพิษอนูมานาจิตประสาท (Neuro-Mana Hallucinogen) '!"
หน้าจอโฮโลแกรมสแกนสมองปรากฏขึ้นในมโนภาพของน้ำมนต์
"สารเคมีพวกนี้กำลังซึมเข้าสู่ระบบประสาทผ่านการหายใจและกระแสเื!" เอเต้เร่งความเร็วประมวลผล "มันพุ่งตรงเข้ากระตุ้นสมองส่วนอะมิกดาลา (Amygdala) และฮิปโปแคมปัส (Hippocampus) ... มันจะดึงเอา 'ความกลัวลึกๆ' 'ปมทางใจ' และ 'ความรู้สึกผิด' ที่ซ่อนอยู่ในจิตใต้สำนึกของพวกแก ออกมาสร้างเป็ภาพหลอนเชิงประสาทััแบบเต็มรูปแบบ!"
"ภาพหลอนเชิงประสาทัั?" โมนาขมวดคิ้วแน่น เธอพยายามปรับระบบกรองอากาศที่ถุงมือนาโน แต่แสงไฟบนข้อมือกลับกะพริบถี่ๆ "หมายความว่ายังไงเอเต้?"
"หมายความว่า... ภาพหลอนที่แกจะเห็นหลังจากนี้ แกจะได้ยินเสียง ได้กลิ่น ได้ัั และรู้สึกเ็ปจริงเหมือนความจริงทุกประการ!" เอเต้ร้องเตือน "และที่น่ากลัวที่สุด... คลื่นหมอกนี้กำลังรบกวนเมโมรี่ชิปในตัวฉันด้วย! ระบบประมวลผลของฉันเริ่มจับสัญญาณรอยร่วงของความทรงจำแปลกปลอม... อั่ก!"
เสียงของเอเต้ชะงักไปพร้อมเสียงไฟลัดวงจร เปรี๊ยะ!
"เอเต้! เป็อะไรไป?!" น้ำมนต์เรียกในใจด้วยความห่วงใย
"ฉะ... ฉันยังไหว..." เอเต้ตอบกลับด้วยน้ำเสียงกระตุก "แต่ความทรงจำเก่าของฉัน... ภาพค่ายวิจัย... ภาพของวิศรุต... มันกำลังตีกันอยู่ในหัวฉัน! ยึดสติของพวกแกไว้ให้ดีนะ!"
ยิ่งเดินลึกเข้าไปในช่องเขา รอยร้าวของความเงียบก็ยิ่งกัดกร่อน หมอกสีม่วงหนาทึบจนมองไม่เห็นแม้แต่ปลายเท้าของตัวเอง บรรยากาศรอบข้างเริ่มเปลี่ยนสภาพไปเรื่อยๆ ...
ซากหินโลหะรอบตัวค่อยๆ สลายตัว กลายเป็ภาพ 'วัดป่าสุวรรณาราม' สภาพเก่าแก่ที่น้ำมนต์เติบโตมา!
วูบมมมมม!
กลิ่นควันไฟไหม้ไม้สัก กลิ่นสายสิญจน์ไหม้เกรียม และเสียงกรีดร้องของผู้คนดังก้องขึ้นในหูของน้ำมนต์อย่างเด่นชัด!
"น้ำมนต์... ช่วยหลวงตาด้วย!"
น้ำมนต์ชะงักเท้าทันที ั์ตาสีเข้มเบิ่งกว้างด้วยความตกตะลึง! ภาพเบื้องหน้าของเขาคือร่างของ หลวงตาธรรม ในชุดจีวรเลอะเื กำลังถูกเถาวัลย์สายไฟของพฤกษาอสูรรัดคออยู่บนลานวัดที่กำลังโดนไฟเผาผลาญ!
"หลวงตา!" น้ำมนต์ะโลั่นด้วยความใ เขากำลังจะวิ่งพุ่งเข้าไปหา
"อย่าไปนะน้ำมนต์!"
เสียงของโมนาะโขัดขึ้น แต่เมื่อน้ำมนต์หันกลับไปมอง... ภาพของโมนากลับเปลี่ยนไป!
โมนาไม่ได้อยู่ในชุดวอร์มฮู้ด แต่เธอกำลังยืนอยู่ในสภาพร่างกายที่ซูบผอม แขนขวาของเธอหลุดหายไป ั์ตาสีดำธรรมชาติกลายเป็สีแดงฉานจ้องมองมาที่เขาด้วยความแค้นเคือง!
"เพราะนาย..." เสียงของโมนาสั่นสะอื้นและเต็มไปด้วยความเกลียดชัง "เพราะนายมันอ่อนแอ! นายสัญญาว่าจะปกป้องฉัน แต่ดูสภาพฉันสิ! นายมันก็แค่เด็กวัดไร้ค่าที่ไม่เคยช่วยใครได้สักคน... เหมือนที่นายปล่อยให้หลวงตาและคนในวัดตายหมดในวันนั้นไงล่ะ!"
"ไม่... ไม่จริง!" น้ำมนต์กุมศีรษะตัวเองไว้แน่น รอยสักยันต์บนอกแผ่ความร้อนแสบพร่า ความรู้สึกผิดลึกๆ (Survivor's Guilt) ที่เขาซ่อนไว้ในใจมาตลอดหลายปี ทะลักออกมาดุจสายน้ำทะลายเขื่อน!
ในเวลาเดียวกัน... ในมุมมองของโมนา!
หมอกสีม่วงไม่ได้แสดงภาพวัดป่า แต่แสดงภาพ 'ศูนย์บัญชาการ ศป.ม. กรุงเทพฯ' ที่กำลังถล่มทลาย! ภาพของ พลเอกวรเมธ (พ่อของเธอ) ในสภาพเกราะไหม้เกรียม นอนจมกองเือยู่เบื้องหน้า
"โมนา..." ร่างของพ่อเธอในภาพหลอนค่อยๆ ยันกายลุกขึ้น ั์ตาเ็าประดุจน้ำแข็ง "ลูกมันเป็ภาระ... พ่อส่งลูกไปเรียนทหาร ส่งเทคโนโลยีนาโนให้ แต่ลูกกลับเอาชีวิตรอดคนเดียว ทอดทิ้งพ่อและทหารทุกคนให้ตายอยู่ที่นี่..."
"พ่อ... โมนาไม่ได้ทิ้งพ่อ!" โมนาทรุดตัวลงคุกเข่า กอดศีรษะร้องไห้ด้วยความเ็ป น้ำตาไหลผ่านแก้มใสอย่างหมดท่า
และเื้ัของคนทั้งสอง... ภาพหลอนของ วิศรุต ในชุดเกราะดำทอง ก็ค่อยๆ ก้าวออกมาจากหมอกมายา พร้อมกับเสียงหัวใจสั่นะเืของเอเต้ที่กำลังลัดวงจร!
"จิตใจของพวกแก... สลายหมดแล้ว" เสียงของวิศรุตในภาพหลอนดังสะท้อน "ยินดีต้อนรับสู่เขาวงกตแห่งความตื่นตระหนก!"