บทนำ: แขกผู้สั่นะเือเวจี
ท่ามกลางเปลวเพลิงที่ไม่มีวันมอดไหม้และเสียงคร่ำครวญของดวงิญญา ณ ดินแดนขุมนรกอันกว้างใหญ่ บรรยากาศที่เคยตึงเครียดกลับยิ่งหนักอึ้งขึ้นเมื่อปรากฏร่างของบุรุษผู้หนึ่ง ก้าวย่างอย่างสง่างามผ่านม่านหมอกควันสีโลหิต
เขาผู้นั้นคือ นายวัณ ราชิกา ร่างสูงโปร่งอยู่ในชุดเกราะทองคำสลักลวดลายวิจิตร บนศีรษะสวมมงกุฎประดับรูปนาคราชที่ดูราวกับมีชีวิต แสงจากอัญมณีบนทรวงอกสะท้อนวาบวับแข่งกับแสงไฟนรก
"หยุดก่อน! ที่นี่เขตหวงห้าม" เสียงทรงพลังของ สุวรรณ และ สุวาน สองเลขาธิการแห่งความตายเอ่ยขัด พร้อมบัญชีทองคำและบัญชีหนังสุนัขในมือ
วัณหยุดก้าวเดิน รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นเล็กน้อย "ข้ามาพบท่านพญามัจจุราช... นำทางข้าไปพบท่านเดี๋ยวนี้"
น้ำเสียงนั้นไม่ได้ข่มขู่ แต่กลับมีอำนาจลี้ลับที่ทำให้ผู้คุมนรกทั้งสองต้องยอมศิโรราบแต่โดยดี
✴️ตอนที่ 1: พันธสัญญาเที่ยงคืน
ภายในโถงพิพากษาอันศักดิ์สิทธิ์ พญามัจจุราชทอดพระเนตรอาคันตุกะผู้ไร้ที่มาด้วยสายตาพินิจ วัณไม่ได้แสดงท่าทีเกรงกลัวแม้แต่น้อย เขาก้าวเข้าไปหยุดตรงหน้าบัลลังก์ก่อนจะเอ่ยจุดประสงค์ที่ลัดเลาะลงมาถึงขุมนรกแห่งนี้
"ท่านพญามัจจุราช ข้ามีเื่อยากจะวานท่านสักเื่" วัณกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง "ข้าประสงค์จะขึ้นไปท่องเที่ยวและพำนักบนโลกมนุษย์เสียหน่อย แต่การไปผู้เดียวดูจะน่าเบื่อเกินไป ข้าจึงอยากจะขอยืมตัว 'ยมทูต' สักตน ให้มาเป็ผู้ติดตามข้า"
พญามัจจุราชนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถาม "ท่านวัณ... โลกมนุษย์ยามนี้วุ่นวายนัก เหตุใดท่านจึงสนใจ?"
"เพราะความวุ่นวายนั้นแหละ คือรสชาติที่ข้าโหยหา"
????ตัดมายังโลกมนุษย์: แสงไฟและไซเรน
ในขณะที่โลกิญญากำลังเจรจา บนโลกมนุษย์ ณ ถนนสายหนึ่งในกรุงเทพฯ เสียงไซเรนรถกู้ภัยดังระงม แสงไฟวูบวาบตัดกับความมืดมิดของยามค่ำคืน
"น้ำมนต์! ทางนี้เร็ว มีเคสคนเจ็บติดในรถ!" เสียงะโของ บอย เพื่อนสนิทในทีมกู้ภัยดังขึ้น
มนต์ตรา พิทักษ์กองทรัพย์ หรือ น้ำมนต์ พยาบาลสาววัย 27 ปี ในชุดอาสากู้ภัยรัดกุม รวบผมตึง ใบหน้าสวยหวานที่ปกติจะดูอ่อนโยน บัดนี้เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เธอรีบคว้ากระเป๋าพยาบาลวิ่งตรงไปยังจุดเกิดเหตุ
"เช็กชีพจรด่วน!" น้ำมนต์สั่งการอย่างคล่องแคล่ว ขณะที่เธอและเพื่อนๆ กำลังเร่งมือยื้อชีวิตผู้ป่วยหนุ่มที่นอนหายใจรวยรินจากเหตุรถคว่ำ
แต่... สิ่งที่ไม่มีใครเห็นคือ ท่ามกลางบรรยากาศชุลมุน มีร่างของหญิงสาวปริศนาในชุดดำทึม ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยแผลเหวอะหวะ ดวงตาเบิกโพลงด้วยความอาฆาต ยืนเอาเท้าเหยียบลงไปที่หน้าอกของชายคนเจ็บ!
เธอโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูของคนเจ็บด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและเย็นเยือก "มึงต้องเป็ตัวตายตัวแทนกู... มึงต้องไปอยู่กับกู!" แรงเหยียบนั้นทำให้ลมหายใจของคนเจ็บแ่ลงทุกที แม้น้ำมนต์จะกำลังพยายามปั๊มหัวใจอย่างสุดความสามารถก็ตาม
ในจังหวะวิกฤติที่ น้ำมนต์ กำลังเร่งปั๊มหัวใจผู้าเ็อย่างสุดชีวิต โดยไม่รู้เลยว่ามีิญญาหญิงสาวร่างดำหน้าตาน่ากลัวยืนเหยียบอกคนเจ็บเพื่อดึงไปเป็ตัวตายตัวแทน
นายวัณ ราชิกา ยืนกอดอกมองภาพนั้นด้วยสายตาเรียบนิ่ง ก่อนจะหันไปสั่งคนข้างกาย "ยม สัตย์ตรง... ตรวจดูดวงชะตาชายคนเจ็บนั่นซิ ว่าถึงฆาตหรือยัง"
นายยม สัตย์ตรง ยมทูตหนุ่มสุดหล่อเหลาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เขาขยับปกเสื้อสูทสีดำให้เข้าที่ก่อนจะบ่นพึมพำกับเ้านายชั่วคราวอย่างไม่จริงจังนัก
"โธ่ท่านวัณ... ผมจะไปรู้ไหมว่าชายคนนั้นถึงฆาตหรือยัง แทนที่ท่านจะขอตัวท่านสุวรรณหรือท่านสุวานที่ถือบัญชีทองคำมาด้วย มาใช้งานผมแบบนี้มันผิดประเภทงานนะท่าน"
แม้ปากจะบ่นอุบอิบเหมือนไม่เต็มใจ แต่นายยมก็ไม่ได้ขัดคำสั่ง เขาหลับตาลงนิ่งๆ เพียงอึดใจ แสงสีทองจางๆ ที่คนทั่วไปมองไม่เห็นก็วาบขึ้นในดวงตาคู่คม
"เฮ้อ... ยังไม่ถึงฆาตครับท่าน อายุขัยเขายังเหลืออีกนาน แต่ยัยิญญานั่นดันจะมาลัดคิวเอาไปเสียเอง" นายยมส่ายหน้าอย่างระอา
"ดี" วัณกระตุกยิ้มมุมปาก "ในเมื่อรู้แล้วก็จงรีบช่วยเหลือ แต่อย่าเปิดเผยตัวเองว่าเราเป็ใคร ทำให้แเีที่สุดล่ะ"
"รับบัญชาครับ... งานถนัดเลยล่ะเื่ทำเนียนเนี่ย"
นายยม สัตย์ตรง บ่นทิ้งท้ายเล็กน้อยก่อนจะก้าวเดินออกจากเงามืด ร่างสูงสง่าดูภูมิฐานเดินตรงไปยังกลุ่มกู้ภัยที่กำลังวุ่นวาย เขาแทรกตัวเข้าไปด้วยท่าทางที่เป็ธรรมชาติที่สุด เพื่อจัดการกับิญญาร้ายและช่วยเหลือน้ำมนต์ในแบบที่ไม่มีใครคาดคิด
✴️ตอนที่ 2: หัตถ์ยมทูตและศรัทธามนตรา
วิกฤติกลางถนน
"คนไข้หัวใจหยุดเต้น! บอย เตรียมเครื่อง AED เร็ว!" เสียงของ มนต์ตรา หรือ น้ำมนต์ ดังลั่นแข่งกับเสียงเครื่องยนต์จราจร ใบหน้าสวยอาบไปด้วยเหงื่อพราว เธอไม่หยุดจังหวะการกดหน้าอกแม้แต่วินาทีเดียว
แต่ยิ่งเธอออกแรงปั๊มมากเท่าไหร่ ิญญาหญิงสาวร่างดำหน้าตาน่ากลัวกลับยิ่งหัวเราะร่า เท้าที่เหยียบอกคนเจ็บกดแน่นขึ้นจนควันสีดำเริ่มปกคลุมร่างเหยื่อ "มึงช่วยไม่ได้หรอก... มันต้องไปกับกู!"
"เครื่องมาแล้วครับ!" บอยส่งเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าให้ทันที น้ำมนต์มือไม้สั่นเล็กน้อยแต่ยังคุมสติได้ดี "ทุกคนถอยห่าง! อย่าััตัวคนไข้!"
สุภาพบุรุษชุดดำกลางไทยมุง
ในจังหวะที่ความวุ่นวายถึงขีดสุด ร่างสูงสง่าของ นายยม สัตย์ตรง ก็แทรกตัวผ่านฝูงชนเข้ามาด้วยท่าทางสุขุม ความหล่อเหลาระดับดาราของเขาทำเอาไทยมุงบางส่วนถึงกับชะงักมอง
"ให้ผมช่วยอะไรไหมครับ?" ยมเอ่ยถามเสียงนุ่มแต่แฝงอำนาจ
น้ำมนต์เงยหน้ามองเพียงชั่วครู่ แม้จะแปลกใจในความดูดีผิดที่ผิดทางของชายตรงหน้า แต่สัญชาตญาณพยาบาลสั่งให้เธอใช้งานเขาทันที "คุณ! ช่วยกันไทยมุงออกห่างไปอีกหน่อยค่ะ เรากำลังจะใช้เครื่อง AED แล้ว มันอันตราย!"
"ได้ครับ" ยมพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย เขาขยับไปยืนบังมุมหนึ่งที่ทำให้เขาสามารถมองเห็นทั้งน้ำมนต์และ 'ิญญาร้าย' ได้ถนัดตา
ขณะที่น้ำมนต์กำลังวุ่นกับการติดแผ่นนำไฟฟ้า ยม สัตย์ตรง ก็เบี่ยงสายตาไปจ้องหน้าิญญาหญิงสาวร่างดำที่ยืนแสยะยิ้มอยู่
"ถอยไปซะ... อย่าให้ต้องพูดซ้ำ" ยมส่งกระแสจิตพูดกับิญญาตนนั้นโดยที่ปากไม่ได้ขยับ
ิญญาร้ายชะงัก หันมาถลึงตาใส่ยมด้วยความเกรี้ยวกราด "มึงเป็ใคร!? มนุษย์หน้าไหนถึงมองเห็นกู! กูไม่ถอย... มึงจะทำอะไรกูได้ มนุษย์กระจอกอย่างพวกมึงมีปัญญาทำอะไรกู!"
เธอกรีดร้องเสียงแหลมที่คนธรรมดาไม่ได้ยิน พร้อมพุ่งเข้าหาหมายจะฉีกอกนายยม
นายยมยืนนิ่งสนิท มือทั้งสองข้างยังคงประสานกันในท่ากันคนตามคำสั่งน้ำมนต์ เขาไม่ได้ขยับเขยื้อนแม้แต่นิ้วเดียว แต่ดวงตาคู่คมกลับแปรเปลี่ยนเป็สีแดงเพลิงวูบหนึ่ง
"บังอาจ!" เพียงแค่คำรามในจิต... คลื่นพลังมหาศาลที่มองไม่เห็นพุ่งเข้าปะทะร่างิญญาร้ายอย่างจัง ร่างของผีสาวทรุดลงกับพื้นนรกจำลองที่เปิดออกใต้เท้าของเธอเอง ลวดลายอักขระโบราณรัดพันดวงิญญานั้นไว้จนขยับไม่ได้
"กรี๊ดดดด! มึงเป็ใคร... ปล่อยกู!"
"ข้าคือความเที่ยงธรรมที่เ้าท้าทาย... ลงไปชดใช้กรรมในอเวจีซะ!"
สิ้นคำสั่งจิต ร่างสีดำนั้นก็ถูกกระชากลงสู่หลุมมืดมิดที่เปิดขึ้นเพียงพริบตาแล้วหายไป เหลือเพียงความว่างเปล่า
"ปิ๊บ... ปิ๊บ..."
เสียงสัญญาณชีพจากเครื่องวัดดังขึ้นพร้อมกับร่างคนเจ็บที่เฮือกหายใจเข้าปอดอีกครั้ง
"ชีพจรมาแล้ว! ขอบคุณ์!" น้ำมนต์ยิ้มออกมาด้วยความดีใจ เธอรีบจัดการประสานงานส่งตัวคนไข้ขึ้นรถพยาบาลทันที
ก่อนจะก้าวขึ้นรถ เธอหันกลับมาหาชายหนุ่มชุดดำที่ยังยืนอยู่ใกล้ๆ "ขอบคุณมากนะคะคุณ... เอ่อ..."
"ยมครับ ยม สัตย์ตรง" เขาตอบพร้อมรอยยิ้มน้อยๆ ที่ดูมีเสน่ห์ลึกลับ
"ขอบคุณมากค่ะคุณยม... ฉันชื่อน้ำมนต์นะคะ ถ้าไม่ได้คุณช่วยกันคน ป่านนี้คงวุ่นวายกว่านี้แน่" น้ำมนต์กล่าวขอบคุณอย่างจริงใจก่อนจะรีบะโขึ้นรถพยาบาลไป
นายยมมองตามรถที่แล่นออกไป ก่อนจะบ่นพึมพำคนเดียว "เหนื่อยกว่าลากิญญาลงนรก ก็คือการแกล้งเป็มนุษย์นี่แหละ... ท่านวัณนะท่านวัณ หาเื่ให้ผมจริงๆ"
✴️ณ ดินแดนพญามัจจุราช
ท่ามกลางเสียงโซ่ตรวนกระทบพื้น ยมทูตสองตนถือทวนศักดิ์สิทธิ์คุมตัวิญญาหญิงสาวร่างดำที่พึ่งถูกกระชากลงมาจากโลกมนุษย์ ร่างของเธอสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวขณะถูกลากมาหยุดอยู่หน้าบัลลังก์อันน่าเกรงขาม
สุวรรณ และ สุวาน คลี่สมุดบัญชีทองคำและหนังสุนัขออกพร้อมกัน แสงสีทองสว่างวาบขึ้นก่อนที่ใบหน้าของคู่อาลักษณ์แห่งนรกจะเปลี่ยนเป็ความตกตะลึง
"ท่านพญามัจจุราชครับ..." สุวรรณเอ่ยเสียงสั่น "ิญญาตนนี้... ตามบัญชีแล้ว เธอตายไปเมื่อ 30 กว่าปีก่อนครับ!"
"หา! 30 ปี?" พญามัจจุราชขมวดคิ้ว "แล้วเหตุใดดวงิญญาถึงยังวนเวียนแฝงกายอยู่ในโลกมนุษย์จนเกือบจะเอาตัวตายตัวแทนสำเร็จ?"
การสอบสวนดำเนินไปอย่างเคร่งครัด ท่ามกลางเสียงหวีดร้องของิญญาร้ายที่พยายามดิ้นรน พญามัจจุราชทอดพระเนตรดูแล้วถอนหายใจยาว ก่อนจะตรัสกลั้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
"หึๆ... ดูท่าท่านวัณของพวกเ้าคงจะได้เจอเื่สนุกๆ ที่จะทำให้หายเบื่อสมใจแน่ แต่อีกด้านข้าก็อดคิดหนักไม่ได้..." พญามัจจุราชนิ่งไป สายตาห่วงใยฉายชัดเมื่อนึกถึงยมทูตหนุ่มที่ติดตามไป "ท่านยม สัตย์ตรง... เื่ของท่าน กรรมเท่านั้นที่เป็ผู้กำหนด หวังว่าคราวนี้ท่านจะข้ามผ่านมันไปได้"
✴️โลกมนุษย์:ที่โรงพยาบาล หลังจากส่งตัวคนเจ็บเข้าห้องฉุกเฉินจนพ้นขีดอันตราย น้ำมนต์ เดินกลับมาพักที่ห้องทำงานอาสาสมัครด้วยอาการล้าเต็มที แต่เพื่อนๆ ในทีมกู้ภัยกลับดูคึกคักเป็พิเศษ
"แหม... น้ำมนต์ จังหวะที่พ่อหนุ่มชุดดำคนนั้นเข้ามาช่วยน่ะ ตาประสานตากันปิ๊งๆ เลยนะ" จอย เริ่มเปิดประเด็นพลางยิ้มกริ่ม
"ใช่ๆ หล่อระดับพระเอกซีรีส์เลยนะนั่น ชื่ออะไรนะ... ยม สัตย์ตรง ใช่ไหม?" ฝน เสริมพลางทำท่าเพ้อฝัน "คนอะไรชื่อแปลกแต่หน้าตาโฮกฮากมาก หวั่นไหวบ้างไหมจ๊ะพยาบาลคนสวย?"
"บ้าเหรอพวกเธอ!" น้ำมนต์หน้าแดงระเรื่อ รีบเก็บของใส่กระเป๋า "เค้าแค่พลเมืองดีมาช่วยกันคนเฉยๆ ฉันไม่ได้คิดอะไรสักหน่อย... ไปล่ะ ฉันออกเวรแล้ว เจอกันพรุ่งนี้!"
เธอบ่นอุบอิบกลบเกลื่อนความขัดเขิน ก่อนจะขับรถคู่ใจกลับไปยังบ้านเดี่ยวในหมู่บ้านจัดสรรที่เธอซื้อไว้ด้วยน้ำพักน้ำแรง
เมื่อรถของน้ำมนต์เลี้ยวเข้าสู่ซอยบ้านในเวลาเกือบเช้า แสงไฟหน้ารถก็ไปกระทบกับร่างสูงที่คุ้นตา เขายืนอยู่ริมถนนในท่าทางเก้ๆ กังๆ มือถือกระดาษแผ่นหนึ่งอยู่
"คุณยม?" น้ำมนต์ลดกระจกลง ทักทายด้วยความประหลาดใจ "มาทำอะไรที่นี่คะเนี่ย? นี่มันหมู่บ้านฉันนะ"
ยม หันมาฉีกยิ้มที่ดูสุภาพแต่แฝงความประหม่า (ที่แกล้งทำ) "อ้าว คุณน้ำมนต์! บังเอิญจังครับ พอดีเ้านายผมเขาอยากจะหาบ้านเช่าแถวนี้พักผ่อนน่ะครับ ผมเลยเดินดูตามประกาศ แต่ดูเหมือนจะหลงทางเสียแล้ว"
น้ำมนต์มองดูท่าทางของยมแล้วก็อดขำไม่ได้ "หลงมาไกลเลยนะน่ะ... เอางี้ไหมคะ บ้านหลังตรงข้ามบ้านฉันน่ะ เ้าของพึ่งติดป้ายประกาศเช่าเมื่อวานเอง บ้านสวย เฟอร์นิเจอร์ครบ สนใจไปดูไหม?"
"จริงเหรอครับ? ถ้าได้แบบนั้นเ้านายผมคงพอใจมาก" ยมตอบด้วยน้ำเสียงดีใจเกินจริงไปนิด จนคนบน์หรือในนรกบางตนอาจจะแอบหมั่นไส้
"ตามมาเลยค่ะ เดี๋ยวฉันพาไปดู"
น้ำมนต์หารู้ไม่ว่า การตัดสินใจแนะนำบ้านหลังนั้น จะเป็การเปิดประตูให้ นายวัณ ราชิกา และ นายยม สัตย์ตรง เข้ามาวนเวียนอยู่ในชีวิตของเธออย่างถาวร... และเื่ราวเหนือธรรมชาติที่ซ่อนอยู่ในบ้านหลังนั้น กำลังจะเริ่มต้นขึ้น
น้ำมนต์ อาสาขับรถพา ยม ย้อนกลับไปที่สำนักงานนิติบุคคลของหมู่บ้านเพื่อขอรับกุญแจสำรองสำหรับพาทัวร์บ้านเช่าหลังตรงข้ามบ้านเธอ แม้จะเหนื่อยจากเวรดึก แต่ความใจดีที่มีเป็ทุนเดิมทำให้เธออยากช่วยเหลือเพื่อนใหม่คนนี้
"หลังนี้แหละค่ะคุณยม" น้ำมนต์ชี้ไปยังบ้านเดี่ยวสองชั้นทรงยุโรปที่ดูสวยงาม แต่บรรยากาศรอบบ้านกลับดูวังเวงแปลกๆ แม้จะเป็เวลาเช้าตรู่ที่มีแสงแดดรำไร
ในจังหวะที่เท้าของยมกำลังจะก้าวข้ามเขตขอบประตูรั้วบ้าน เขาก็หยุดกะทันหัน ดวงตาคู่คมหรี่ลงเล็กน้อย แผ่นหลังััได้ถึงมวลอากาศที่เย็นะเืผิดปกติ
ในสายตาของยม... เขาเห็น 'ร่างสลัว' หลายร่างยืนเกาะอยู่ตามขอบหน้าต่างและระเบียงชั้นสอง บางดวงิญญามีใบหน้าบิดเบี้ยว บางดวงยืนจ้องมองลงมาด้วยสายตาปองร้าย
"หึ... มิน่าล่ะ เ้าของเดิมถึงต้องรีบย้ายออกแล้วปล่อยเช่าทิ้งไว้แบบนี้" ยมพึมพำลอยๆ เสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน
น้ำมนต์ที่กำลังไขกุญแจรั้วอยู่ชะงักไปเล็กน้อย เธอหันมามองยมด้วยสายตาเลิ่กลั่ก "เมื่อกี้คุณยมว่าอะไรนะคะ?"
"อ๋อ... ผมชมว่าบ้านสวยดีครับ ร่มรื่นจนเย็นผิวเลย" ยมตอบกลั้วหัวเราะ พลางก้าวเท้าเข้าสู่เขตบ้านอย่างไม่สะทกสะท้าน
น้ำมนต์ลอบถอนหายใจยาว เธอไม่กล้าบอกยมตรงๆ ว่าบ้านหลังนี้เปลี่ยนคนเช่ามาแล้ว 3-4 รายในรอบปี ทุกรายอยู่ได้ไม่เกินอาทิตย์ก็หอบข้าวของหนีกลางดึก บางคนถึงขั้นสติหลุดบอกว่าเจอ 'เ้าที่' แรงพยาบาทจัด เธอไม่อยากพูดออกไปเพราะกลัวยมจะหาว่าเธองมงาย หรือกลัวจะเสียมารยาทกับนิติบุคคล
????ท้าทายอำนาจมืด
เมื่อทั้งคู่เดินเข้าไปในตัวบ้านที่เงียบสนิท เหล่าสัมภเวสีและิญญาเร่ร่อนที่อาศัยอยู่เดิมเริ่มขยับตัว พวกมันสื่อสารกันด้วยกระแสจิตพยาบาท
"ไอ้หนุ่มนี่หน้าตาดีนัก... คืนนี้จัดหนักให้มันจับไข้หัวโกร๋นเลย" ิญญาชายแก่ร่างผอมโซตนหนึ่งแสยะยิ้มที่เหลือฟันไม่กี่ซี่ "ข้าจะให้มันเผ่นแน่บออกจากบ้านนี้ไม่เกิน 3 วัน 7 วัน!"
ยม เดินเอามือไพล่หลัง สำรวจรอบบ้านอย่างสบายอารมณ์ เขาใช้พลังจิต 'สแกน' พื้นที่ทั้งหมดในพริบตาเดียว
ก็แค่พวกผีชั้นต่ำ... ยมคิดในใจ พลางปรายตามองไปทางมุมห้องที่ิญญาตนหนึ่งกำลังทำท่าจะหลอกหลอนเขา พวกเ้ายังไม่ถึงเวลาไปผุดไปเกิดเพราะ 'กรรม' ยังกำหนดให้ต้องวนเวียนอยู่ที่นี่ ข้าจะปล่อยผ่านไปก่อนแล้วกัน ตราบใดที่ไม่ระราน 'ท่านวัณ' หรือ 'แม่นางน้ำมนต์' ของข้า...
"คุณยมโอเคไหมคะ? บ้านดู... เงียบไปหน่อยไหม?" น้ำมนต์ถามอย่างเกรงใจ ขณะพาเดินดูห้องรับแขก
"เงียบดีครับ ผมชอบ... เ้านายผมก็รักความสงบ" ยมหันมายิ้มให้น้ำมนต์ รอยยิ้มนั้นทำให้น้ำมนต์รู้สึกอบอุ่นใจขึ้นมาอย่างประหลาด "ผมตัดสินใจเช่าหลังนี้แหละครับ เดี๋ยวเื่เอกสารกับเงินมัดจำ ผมจะจัดการให้เสร็จภายในวันนี้เลย"
น้ำมนต์มองดูใบหน้าที่ดูมั่นใจของยมแล้วก็ได้แต่ภาวนาในใจ 'ขอให้คุณยมอยู่ได้นานๆ นะคะ อย่าเจอดีเหมือนคนก่อนๆ เลย'
โดยที่เธอไม่รู้เลยว่า... คนที่จะย้ายเข้ามาอยู่บ้านหลังนี้ ไม่ใช่แค่ 'มนุษย์' ธรรมดา แต่เป็ถึงผู้ที่มีอาคมแกร่งกล้าและยมทูตผู้คุมกฎนรก ที่พร้อมจะทำให้เหล่าิญญาเร่ร่อนเ่าั้ต้องเป็ฝ่าย 'หนี' ออกจากบ้านเสียเอง!
หลังจากตกลงเื่บ้านเช่าเสร็จสิ้น ยม สัตย์ตรง เดินมาส่ง น้ำมนต์ ที่หน้าบ้านของเธอซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามพอดี ในจังหวะที่ยมก้าวมาหยุดหน้าประตูรั้วบ้านน้ำมนต์ ดวงตาของเขาก็พลันเห็นภาพที่คนธรรมดามองไม่เห็น
'เ้าที่' ของบ้านน้ำมนต์ในชุดไทยสง่างาม รีบปรากฏกายออกมาคุกเข่าทำความเคารพยมด้วยความยำเกรงในตบะบารมี นอกจากนั้น ยมยังสังเกตเห็นรัศมีสีทองสว่างไสวครอบคลุมบ้านทั้งหลังเอาไว้ราวกับ 'กำแพงแก้ว' ที่แข็งแกร่งจนิญญาชั่วร้ายไม่อาจย่างกรายเข้าใกล้
"บ้านคุณน้ำมนต์ดูร่มเย็นจังเลยนะครับ" ยมแสร้งถามหยั่งเชิง "ที่บ้านมีของดีหรือวัตถุมงคลอะไรศักดิ์สิทธิ์หรือเปล่าครับ รัศมี... เอ้อ ผมหมายถึง บรรยากาศมันดูสว่างไสวผิดกับหลังอื่น"
น้ำมนต์ยิ้มรับอย่างภูมิใจ "อ๋อ ปู่ฉันน่ะค่ะท่านเป็นักสะสมของเก่า แล้วก็ชอบสวดมนต์แผ่เมตตาบ่อยๆ ในบ้านเลยมีพระพุทธรูปกับของมงคลเยอะหน่อย คุณยมสนใจเื่พวกนี้ด้วยเหรอคะ?"
"สนใจสิครับ เพราะอาชีพหลักของผมกับเ้านาย คือเป็นายหน้าจัดหาและรับซื้อของเก่าชั้นดีเพื่อไปขายเก็งกำไรน่ะครับ" ยมแต่งเื่ขึ้นมาได้อย่างแเี "พวกเราเลยต้องเดินทางไปหลายที่ เผื่อวันหลังผมอาจจะขออนุญาตเข้าไปชมกรุของสะสมของคุณปู่คุณน้ำมนต์บ้างนะครับ"
"ยินดีเลยค่ะ ถ้าปู่รู้ว่ามีคนสนใจของเก่าเหมือนกัน ท่านคงดีใจมาก" น้ำมนต์ตอบด้วยความซื่อ
ยังไม่ทันจะร่ำลา เสียงะโโวยวายก็ดังมาจากท้ายซอย ป้าช้อน เพื่อนบ้านรุ่นใหญ่ที่มีสีหน้าตื่นตระหนกวิ่งหน้าตั้งมาหาน้ำมนต์
"น้ำมนต์! ช่วยด้วยลูก! ตาหมายผัวป้าน่ะสิ อยู่ดีๆ ก็ล้มลงปวดท้องดิ้นเร่าๆ ยาแก้ปวดก็กินแล้ว มหาหิงคุ์ก็ทาแล้ว ไม่หายสักที ป้ากลัวตาหมายจะเป็อะไรไป ช่วยไปดูให้หน่อยลูก!"
"ได้ค่ะป้าช้อน! คุณยม เดี๋ยวฉันขอตัวก่อนนะคะ" น้ำมนต์รีบวิ่งตามป้าช้อนไปทันที
ยมไม่ได้นิ่งดูดาย เขาเดินตามน้ำมนต์เข้าไปในบ้านของป้าช้อนด้วย ทันทีที่ก้าวเข้าไป กลิ่นสาบสางคล้ายเนื้อเน่าโชยเข้าจมูกยมจนเขาต้องขมวดคิ้ว บนแคร่ไม้ไผ่ ลุงหมาย นอนบิดตัวร้องครวญครางด้วยความเ็ปล้นพ้น มือทั้งสองตะเกียกตะกายที่หน้าอกและท้อง
น้ำมนต์รีบเข้าตรวจเช็กชีพจรและกดท้องสำรวจ "ท้องแข็งมากเลยค่ะป้าช้อน อาการเหมือนลำไส้อุดตันกะทันหัน แต่ชีพจรเต้นเร็วผิดปกติ... เราต้องรีบส่งโรงพยาบาลค่ะ!"
"เดี๋ยวก่อนครับคุณน้ำมนต์" ยมแทรกตัวเข้ามาด้วยสีหน้าจริงจัง "เคสนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่โรคทางกายธรรมดา ให้ผมลองช่วยดูหน่อยนะครับ"
น้ำมนต์มองหน้ายมด้วยความสงสัยแต่ก็ยอมถอยให้ ยมก้าวเข้าไปประคองลุงหมายให้ลุกขึ้นนั่งลำตัวตรง เขาใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางวนรอบกลางหลังลุงหมายเบาๆ ก่อนจะ รูดมือขึ้นจากเอวไปถึงต้นคออย่างรวดเร็ว 3 ครั้ง พร้อมกับบริกรรมคาถาสยบอาถรรพ์ในใจ
"อ้วกออกมา!" ยมสั่งเสียงเข้ม
ทันใดนั้น ลุงหมายก็เกิดอาการขย้อนอย่างรุนแรง ก่อนจะอาเจียนของเหลวสีดำมะเมื่อมออกมากองใหญ่ กลิ่นเหม็นตลบอบอวลไปทั่วบ้าน ทุกคนที่มุงอยู่รวมถึงน้ำมนต์ถึงกับตาค้างและกรีดร้องด้วยความสยอง
เพราะในกองอาเจียนนั้น ไม่ใช่เศษอาหาร... แต่มี เศษเส้นผมที่พันกันเป็ก้อน แผ่นหนังควายแห้งขนาดเท่าหัวแม่มือที่กำลังค่อยๆ ขยายตัว และตะปูสนิมเขรอะอีกสองตัว!
"นี่มัน... คุณไสยนี่คะ!" น้ำมนต์อุทานออกมาด้วยความใ ใบหน้าสวยซีดเผือดลงทันที
ยมหันมามองน้ำมนต์ด้วยสายตาเรียบเฉยแต่แฝงความห่วงใย "ดูท่าว่าละแวกนี้จะไม่ได้มีแค่ผีเร่ร่อนธรรมดาๆ เสียแล้วล่ะครับคุณน้ำมนต์"
เขาลอบปรายตามองไปยังทิศทางที่ 'พลังมืด' นั้นถูกส่งมา พลางคิดในใจว่างานนี้ท่านวัณคงไม่ได้มาพักผ่อนเสียแล้วล่ะมั้ง