ตอน ผิดที่นอกใจสามีหลังแต่งงานเจ็ดวัน
เสียงฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักหน่วง ราวกับท้องฟ้ากำลังร้องไห้พร้อมกับใจฉัน ฉันยืนอยู่กลางถนนที่มืดมิดและไร้ผู้คน ในชุดเสื้อยืดสีขาวเปียกชุ่มแนบเนื้อกับกางเกงยีนส์ขายาวที่ชุ่มน้ำ น้ำตาของฉันไหลปะปนไปกับหยาดฝนที่โปรยปรายลงมา
ก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมง ฉันเพิ่งจะทะเลาะกับ กรณ์ อย่างรุนแรง เื่สถานที่จัดงานแต่งงาน มันเป็เื่เล็กน้อย แต่กลับบานปลายจน กรณ์ ทนไม่ไหว เขาบอกเลิกฉันแล้วไล่ฉันออกจากบ้านอย่างไม่ใยดี คำพูดที่ว่า "ไปจากชีวิตฉันซะ! ไม่ต้องแต่งกันแล้ว" ยังคงก้องอยู่ในหูของฉันไม่ขาดสาย
ฉันเดินอย่างไร้จุดหมายไปตามถนนที่เปียกชื้น ร่างกายของฉันสั่นเทาด้วยความหนาวเหน็บและความเ็ป ฉันนึกถึงงานแต่งงานที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า ทุกอย่างถูกเตรียมไว้หมดแล้ว การ์ดถูกแจกจ่าย แขกถูกเชิญ ชุดเ้าสาวถูกตัด แต่ตอนนี้ทุกอย่างพังทลายลงแล้ว
ฉันเดินมาหยุดอยู่หน้าร้านเหล้าเล็กๆ แห่งหนึ่งที่แสงไฟสลัวๆ ส่องออกมา ความสิ้นหวังผลักดันให้ฉันก้าวเข้าไปในร้าน ภายในร้านมีผู้คนไม่มากนัก เสียงเพลงดังคลอเบาๆ สร้างบรรยากาศที่เงียบเหงา
ฉันสั่งเหล้ามาดื่มแก้วแล้วแก้วเล่า ความขมของแอลกอฮอล์ไหลลงสู่ลำคอพร้อมกับความเ็ปในใจ ฉันอยากจะลืมทุกสิ่งทุกอย่างไปให้หมดสิ้น
"ดื่มคนเดียวเหรอครับคนสวย" เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นข้างกาย ฉันหันไปมอง เห็นชายหนุ่มคนหนึ่ง หน้าตาหล่อเหลา ดูมีอายุประมาณสามสิบกว่าๆ เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบๆ และกางเกงยีนส์
ฉันไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่ยิ้มเจื่อนๆ ให้เขา
ชายหนุ่มคนนั้นยิ้มให้ฉันอย่างเป็มิตร "ผมชื่อ เอ ครับ" เขานั่งลงข้างๆ ฉัน "ดูท่าทางคุณไม่ค่อยสบายใจเลยนะ"
ฉันไม่ได้พูดอะไรมากนัก ฉันแค่บอกว่าทะเลาะกับแฟนมา เอ ก็รับฟังอย่างใจเย็น ไม่ซักไซ้ ไม่ตัดสิน และคอยเติมเหล้าให้ฉันอย่างเงียบๆ
ด้วยความที่ฉันเมาได้ที่จึงพูดระบายออกมาให้ผู้ชายที่เพิ่งเจอหน้ากันฟัง ทั้งเื่คนรัก เื่แผนแต่งงานและลามมาจนถึงว่าที่สามีไล่ออกจากบ้านของเขา
เอรับฟังดิฉันอย่างดีจนเวลาล่วงเลยไปจนร้านปิด ฉันรู้สึกมึนศีรษะอย่างมาก สติของฉันกำลังเลือนราง เอ เข้ามาประคองฉันอย่างสุภาพ
"ผมไปส่งที่บ้านดีกว่านะครับ ดูท่าทางคุณไม่ไหวแล้ว"
ฉันพยักหน้าอย่างว่าง่ายเพราะรู้ตัวว่าไม่ไหวแล้วจริงๆ โลกมันหมุนไปหมด ภาพเริ่มตัดๆ เอ พยุงฉันขึ้นรถแท็กซี่ แล้วพาฉันกลับไปส่งที่บ้านพ่อกับแม่ดิฉันอย่างปลอดภัย เขาดูแลฉันดีมาก ไม่ได้ล่วงเกินฉันเลยแม้แต่น้อย
ยังดีที่มันเป็เวลาดึกสงัด คุณพ่อกับคุณแม่ฉันต่างก็เข้านอนกันหมดแล้ว เอพาฉันมาถึงในบ้านเขาวางฉันลงบนเตียงอย่างแ่เบาแล้วจากไปอย่างเงียบเชียบ ทิ้งไว้เพียงการ์ดเล็กๆ ที่เขียนเบอร์โทรศัพท์ของเขาไว้ ค่ำคืนที่แตกสลาย ได้ทิ้งร่องรอยของความหวังเล็กๆ เอาไว้
หลังจากค่ำคืนนั้นฉันก็ต้องกลับมาเผชิญหน้ากับความเป็จริง พ่อแม่ของฉันและพ่อแม่ของ กรณ์ ต่างก็โทรมาขอร้องแกมบังคับให้ฉันกลับไปคืนดีกับเขา ทุกอย่างเตรียมการไว้หมดแล้ว การ์ดถูกแจกจ่าย สถานที่จัดงานถูกจอง เงินจำนวนมหาศาลถูกใช้ไปกับงานแต่งงานครั้งนี้
ฉันจำใจกลับมาคืนดีกับ กรณ์ ท่ามกลางความยินดีของครอบครัวทั้งสองฝ่าย วันแต่งงานมาถึง ฉันสวมชุดเ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ เดินเข้าสู่พิธีด้วยใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มจอมปลอม แสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปสว่างวาบขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผู้คนมากมายมาร่วมแสดงความยินดี เสียงเพลงบรรเลงคลอเบาๆ แต่ในใจฉันกลับว่างเปล่า
หลังจากเข้าเรือนหอ ความรู้สึกรักที่ฉันเคยมีต่อ กรณ์ มันหายไปหมดสิ้น ฉันพยายามที่จะกลับไปรักเขาเหมือนเดิม แต่ฉันทำไม่ได้ ฉันรู้สึกเหมือนกำลังแสดงละครอยู่ตลอดเวลา
ในขณะที่ชีวิตแต่งงานของฉันเริ่มต้นขึ้น ฉันก็ยังคงติดต่อกับ เอ ฉันโทรคุยกับเขาเพื่อระบายความในใจ ฉันเล่าเื่ราวที่เจอมาในแต่ละวันให้เขาฟัง เอ รับฟังอย่างใจเย็น ไม่ตัดสิน และคอยปลอบโยนฉันเสมอ
ฉันแอบโทรคุยกับ เอ ทุกครั้งที่มีโอกาส ไม่ว่าจะเป็ตอนเช้าก่อนเข้างาน ตอนพักเที่ยงที่ทำงาน ตอนแอบเข้าห้องน้ำ และตอนกลางคืนที่สามีหลับไปแล้ว ฉันรู้สึกสบายใจที่ได้พูดคุยกับ เอ มากกว่าใครๆ เขาเหมือนเป็ที่พึ่งทางใจเดียวที่ฉันมีในตอนนี้
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปหลังงานแต่งงาน ชีวิตคู่ของฉันกับสามีก็ยังคงจืดชืดไร้ชีวิตชีวา ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีกัดกินหัวใจฉันอยู่ตลอดเวลา แต่ความเหงาและโหยหาใครสักคนที่เข้าใจกลับมีมากกว่า ฉันโทรคุยกับเอนานขึ้น เสียงทุ้มนุ่มของเขาเป็เหมือนยาชูกำลังที่ช่วยเยียวยาจิตใจที่บอบช้ำของฉัน
ในที่สุด ฉันก็ตัดสินใจที่จะไปเจอ เอ ที่คอนโดของเขา ฉันโกหกสามีว่าต้องไปทำธุระกับเพื่อนที่ต่างจังหวัด เขาไม่ได้สงสัยอะไร เพียงแค่พยักหน้าแล้วบอกให้ขับรถระวังๆ
เมื่อมาถึงคอนโดของ เอฉันรู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูก ห้องของเขาตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่อบอุ่น เอ*เข้ามาโอบกอดฉันเบาๆ ทันทีที่ฉันก้าวเข้ามาข้างใน
"คิดถึงคุณเหลือเกิน ลินดา" เสียงกระซิบข้างหูของเขาทำให้ฉันน้ำตาคลอ
เอ พาฉันมานั่งที่โซฟา เขาจับมือฉันไว้แน่นแล้วเริ่มปลอบโยนฉัน เขาพูดถึงเื่ที่ฉันต้องเจออย่างเข้าใจ ให้กำลังใจ และบอกว่าฉันไม่ได้อยู่คนเดียว
ระหว่างที่เราคุยกัน ดวงตาของเราเผลอสบกันอย่างไม่ได้ตั้งใจ แววตาของ เอ เต็มไปด้วยความห่วงใยและความปรารถนา ริมฝีปากของเราค่อยๆ เคลื่อนเข้าหากันอย่างช้าๆ ก่อนที่จะประกบกันอย่างแแ่ มันเป็การจูบที่เต็มไปด้วยความโหยหา ความเข้าใจ และความเสน่หาที่เราต่างเก็บซ่อนไว้
จากนั้นทุกอย่างก็เป็ไปอย่างเป็ธรรมชาติ เราค่อยๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของกันและกันออก เอจูบปากฉันอย่างดูดดื่ม ก่อนจะไล่ลงมาไซร้ซอกคอขาวเนียนของฉัน ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาทำให้ฉันขนลุกซู่ เขาเลียวนรอบหัวนมของฉันเบาๆ จนฉันรู้สึกเสียวซ่านไปทั่วร่างกาย
เอ จับฉันกดลงนอนหงายแผ่หราบนเตียงอย่างอ่อนโยน เขามุดลงไปซุกไซร้หว่างขาของฉัน ลิ้นร้อนชื้นของเขาเริ่มเลียและตวัดไปตามร่องสาวของฉันอย่างชำนาญ น้ำเสียวของฉันไหลออกมาเลอะใบหน้าหล่อเหลาของเขา ฉันรู้สึกสยิวหนัก เสียวและตื่นเต้นกว่าคืนแรกในเรือนหอกับ กรณ์สามีตามกฎหมายเสียอีก
เอเลียร่องสาวของฉันอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดฉันก็เสร็จสม ปลดปล่อยความสุขสมออกมาจนตัวกระตุกและกรีดร้องเสียงหลง
เอ ค่อยๆคลานขึ้นมานอนทับทาบบนตัวฉัน ผิวเนื้อของเราัักันอย่างแนบชิด ฉันรู้สึกถึงความแข็งตึงของแท่งเอ็นเขาที่กำลังจ่ออยู่ที่ปากทางรักของฉัน
เอค่อยๆ สอดใส่เข้ามาอย่างช้าๆ ความรู้สึกคับแน่นและอุ่นร้อนแผ่ซ่านไปทั่วท้องน้อยของฉัน มันเป็รสััที่แตกต่างออกไปจากของกรณ์ อย่างสิ้นเชิง มันดิบเถื่อนและเร่าร้อนกว่ามาก
เอ เริ่มกระแทกสะโพกเข้าออกอย่างไม่ยั้ง เสียงเนื้อกระทบกันดังแฉะๆ ฉันรู้สึกเสียวซ่านจนแทบคลั่ง ความปรารถนาในตัวฉันพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ จนยากจะควบคุม
ในที่สุด เอ ก็ปล่อยน้ำรักอุ่นร้อนเข้ามาในท้องของฉันจนเต็มเปี่ยม ฉันเสร็จสมอีกครั้ง ตัวอ่อนยวบยาบ ราวกับขึ้นไปถึง์ชั้นเจ็ด ฉันนอกใจสามีตัวเองแล้วหลังจากแต่งงานกันได้เพียงเจ็ดวัน และรสชาติของความผิดนั้นกลับหอมหวานอย่างน่าประหลาด
ทุกวันนี้ฉันกับเอยังแอบพบเจอกันตลอดทุกสัปดาห์ และไม่รู้เลยว่าพวกเราจะหยุดเื่ผิดบาปนี้ได้ตอนไหน อาจจะเป็ตอนที่เอมีแฟนและแต่งงาน หรือตอนที่สามีฉันรู้ความจริงเข้าสักวัน