โซ่วหยู่เหยียนมองดูผู้เป็สามีปลอบโยนบุตรสาวด้วยความอ่อนโยนนางก็อดที่จะยิ้มให้กับเขาไม่ได้
“ท่านพี่ถ้าเช่นนั้นเดี๋ยวข้าไปเตรียมอาหารมื้อเย็นก่อนนะเ้าคะ”
เขายิ้มพร้อมกับพยักหน้าให้กับนาง
ครั้นนางเดินออกจากห้องไปโซ่วอิงหยวนก็รีบเดินไปหยิบยาสมุนไพรแก้ฟกช้ำมาทาให้กับบุตรสาวตัวน้อยเขามองดูรอยฟกช้ำนั่นด้วยความเ็ปใจ เด็กหญิงตัวเล็กวัยเพียง 4หนาว(4ขวบ)กลับถูกทำร้ายได้เช่นนี้คนที่กล้าทำร้ายนางช่างใจร้ายยิ่งนัก เขาค่อยๆทายาลงไปตามผิวเนื้อบางของนางอย่างแ่เบา
“หนิงเอ๋อเ้าเจ็บหรือไม่”
ใบหน้าใสซื่อไร้เดียงสาของเด็กน้อยพยักหน้าให้กับเขา
มือใหญ่จับที่แก้มเล็กๆอย่างอ่อนโยน
“พ่อจะเป็ผู้ที่ปกป้องเ้าเองพ่อจะไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องเ้าแม้แต่ปลายเล็บพ่อสัญญา”
เด็กหญิงค่อยๆเผยยิ้มอันสดใสออกมา
เขายิ้มให้กับนางก่อนจะมองดูเสื้อผ้าและรองเท้าเล็กๆนั่นที่มันทั้งเก่าและถูกปะชุนจนแทบจะไม่เหลือพื้นที่ที่เป็ผ้าของมันเองเสียด้วยซ้ำเขาจับไปที่รองเท้าเล็กๆที่มันขาดจนเห็นนิ้วเท้าเล็กๆโผล่ออกมาผิวเนื้อบางเป็ริ้วแดงราวกับถูกหิมะกัด
“เ้าเจ็บหรือไม่หนิงเอ๋อ”เขาถามนางด้วยความเป็ห่วง
เด็กหญิงก้มมองที่เท้าของตนเองก่อนจะถอดรองเท้าออก
รองเท้าเล็กๆขาดจนเป็รูโหว่
“รองเท้าขาดเช่นนี้เหตุใดท่านแม่ของเ้าจึงไม่ซ่อมให้กัน”เขาถามขึ้นด้วยความแปลกใจ
“ท่านพ่อท่านอย่าโทษท่านแม่เลยเ้าค่ะ ท่านแม่ท่านต้องออกไปปลูกผักั้แ่เช้ามืดอีกทั้งยังต้องตัดผักไปขายกว่าจะได้กลับมาก็สายๆอีกทั้งท่านแม่ยังต้องคอยดูแลท่านพ่อกับข้าที่ไม่สบาย นางแทบจะไม่มีเวลากินข้าวหรือพักผ่อนเสียด้วยซ้ำ”
โซ่วอิงหยวนที่ได้ฟังบุตรสาวพูดเช่นนั้นมันยิ่งทำให้เขารู้สึกผิดต่อภรรยาและบุตรสาวเป็อย่างมากที่เขาเป็สามีและพ่อที่ไม่เอาไหน
“ทำไมโซ่วอิงหยวนในโลกนี้ถึงไร้ความสามารถขนาดนี้นะ”เขาพูดขึ้นด้วยความรู้สึกโมโหให้กับตัวเอง
“ท่านพี่หนิงเอ๋อไปทานข้าวได้แล้วข้าเตรียมอาหารไว้ที่โต๊ะแล้วรีบเถอะเดี๋ยวอาหารจะเย็นชืดเสียหมด”โซ่วหยู่เหยียนรีบเดินมาตามสองพ่อลูกให้ออกไปทานข้าว
“ไปเถอะหนิงเอ๋อท่านแม่มาตามแล้ว”เขาพูดพร้อมกับยิ้มให้นางก่อนจะจูงมือนางไปที่โต๊ะอาหาร
ครั้นเมื่อสองพ่อลูกมาถึงที่โต๊ะอาหารโซ่วหยู่เหยียนก็รีบตักข้าวใส่ชามให้กับทั้งสองในทันที
เขามองดูชามข้าวที่มีเพียงสองใบด้วยความแปลกใจ
“เหตุใดชามข้าวจึงมีเพียงสองใบเล่า”โซ่วอิงหยวนเอ่ยขึ้น
โซ่วหยู่เหยียนยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน
“พอดีข้าอิ่มแล้วเลยตักให้กับท่านพี่และหนิงเอ๋อน่ะเ้าค่ะท่านพี่รีบทานเถอะเ้าค่ะเดี๋ยวกับข้าวจะเย็นเสียหมด”นางพูดพร้อมกับรีบคีบอาหารที่มีเพียงเมนูผัก3เมนูที่วางอยู่บนโต๊ะให้กับผู้เป็สามี
“นี่จ๊ะหนิงเอ๋อผัดผักที่เ้าชอบ”นางรีบคีบผัดผักให้กับบุตรสาวพร้อมกับมองดูนางกินอย่างมีความสุข
โซ่วอิงหยวนกินข้าวเพียงสองคำเขาก็วางตะเกียบลง
“ข้าอิ่มแล้วอาจเป็เพราะเพิ่งหายป่วยจึงกินอะไรไม่ค่อยลงถ้าเช่นนั้นข้าขอไปพักผ่อนก่อนก็แล้ว”เขาพูดขึ้นก่อนจะรีบลุกออกจากโต๊ะอาหาร
นางมองตามหลังผู้เป็สามีไปจนลับตาก่อนจะหันกลับมาป้อนข้าวบุตรสาวของนางต่อ
“ท่านแม่ข้ารู้ว่าท่านยังไม่ได้ทานข้าวเลยด้วยซ้ำท่านโกหกท่านพ่อทำไมกัน”เด็กหญิงถามท่านแม่ของนางด้วยความไร้เดียงสา
นางเอามือลูบหัวของเด็กน้อยอย่างแ่เบา
“ก็เพราะบ้านเราเหลือข้าวไม่มากพอที่จะกินได้ทั้งสามคนอีกอย่างแม่ก็ยังแข็งแรงดีจึงอยากเก็บข้าวไว้ให้เ้ากับท่านพ่อที่กำลังป่วยได้กินเช่นไรเล่า”
เด็กหญิงตัวน้อยรีบนำชามข้าวที่เหลือของท่านพ่อเทรวมกับชามข้าวของนางพร้อมกับรีบคีบอาหารจนเต็มชาม
“ท่านแม่ข้าวชามนี้เป็ของท่าน”มือเล็กๆยื่นชามข้าวให้กับโซ่วหยู่เหยียนท่านแม่ของนาง
นางค่อยๆเอามือมารับชามข้าวจากมือของบุตรสาวใบหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดน้ำใสๆค่อยๆเอ่อไหลออกมา
“หนิงเอ๋อแม่ขอโทษที่แม่ทำให้เ้าลำบาก”
มือน้อยๆค่อยๆซับน้ำตาให้กับท่านแม่ของนางรอยยิ้มอันสดใสเผยยิ้มกว้างออกมา
“ท่านแม่ท่านอย่าร้องไห้อีกเลยรีบทานข้าวเถอะเ้าค่ะ”เด็กหญิงตัวน้อยพูดขึ้นพร้อมกับคีบข้าวป้อนท่านแม่ของนาง
โซวอิงหยวนที่แอบมองดูฮูหยินของเขาที่ต้องมากินเศษข้าวที่เหลือจากเขาและลูกมันทำให้เขารู้สึกปวดใจเป็อย่างมาก
“โซ่วอิงหยวนคนนี้จะไม่มีทางปล่อยให้ลูกเมียต้องลำบากอย่างแน่นอนหยู่เหยียนหนิงเอ๋อเ้าทั้งสองจะต้องมีชีวิตที่ดีกว่านี้”