“เฮ้อ…”ทีปกรเปล่งเสียงออกมาอย่างโล่งอกในขณะที่กำลังหยุดยืนอยู่หน้าปากซอยบ้านของตัวเองสายตามองไปยังเลขหน้าซอยพร้อมใจที่ยังเหม่อลอยหวนคิดไปถึงเรื่องราวที่เพิ่งเกิดขึ้นมาหมาดๆ เหมือนช่วงเวลาแห่งความทรมานช่างยาวนานเหลือเกินทั้งที่ผ่านมาแค่ไม่กี่วันเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้นก็ยังรู้สึกเจ็บแปล๊บ ๆ ที่ต้นคอมือเรียวงามยิ่งกว่าผู้หญิงถูไถไปมาบนต้นคอซึ่งบัดนี้อาการบาดเจ็บจากการถูกไอ้กรทำร้ายเริ่มดีขึ้นบ้างแล้ว
‘ในที่สุดก็กลับมาถึงบ้านสักทีคิดถึงที่นอนจะแย่’ เจ้าตัวควานหากุญแจในกระเป๋าเป้ไปพร้อมกับการสาวเท้ายาว ๆจ้ำก้าวอย่างไวเพราะอยากกระโจนลงบนเตียงนอนนุ่ม ๆ แทบไม่ไหวและมาหยุดกึกตรงหน้าบ้านแสนรักเสียที
‘ไฟหน้าบ้านก็ไม่เปิดหรือว่าจะไม่อยู่บ้านกันนะ’ ในขณะที่คำถามผุดขึ้นในหัวโดยอัตโนมัติแต่มืออีกข้างหนึ่งก็ไขกุญแจและเดินเข้าบ้านอย่างสบายใจ แสงไฟสลัว ๆ จากฝั่งตรงข้ามยังพอให้เห็นทางเดินอยู่บ้างรวมไปถึงรองเท้าของเพื่อนรักและพี่สาวก็ยังวางอยู่เคียงคู่กันหน้าประตูบ้านเจ้าตัวเดินขึ้นบ้านตามปกติเสียงไม้เสียดสีกันดังเอี๊ยดอ๊าดตามจังหวะการย่ำเท้าลงบนพื้นและไปหยุดอยู่ตรงหน้าห้องของตัวเอง
“ไอ้กาย ฉัน…”เจ้าของห้องเปิดประตูทักทายเพื่อนรัก แต่กลับพบเพียงห้องเปล่า
“ไปไหนของมันวะ”
ทีปกรจัดแจ้งเสื้อผ้าเก็บเข้าตู้เสื้อผ้าดังเดิมเพราะตนไม่ได้นอนค้างที่วัดจึงไม่จำเป็นต้องซักส่วนมืออีกข้างกดหาเบอร์โทรศัพท์ของเกียกกาย
‘ครืดๆ’ เสียงวัตถุบางอย่างสั่นไหวคล้ายโทรศัพท์ที่ไม่ได้เปิดเสียงดังออกมาจากห้องของธาริณี ทีปกรกดวางสายปรากฏว่าเสียงนั้นก็หายไปด้วยเช่นกันจึงเดินตรงไปยังหน้าห้องของพี่สาวพร้อมทั้งเงี่ยหูฟังและกดโทรออกอีกครั้งเพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่เป็นอย่างที่ตนคิด
‘ครืดๆ’ เสียงเดิมดังออกมาชัดเจน มือทั้งสองข้างชุ่มไปด้วยเม็ดเหงื่อและหัวใจก็เต้นตุบๆ แรงกว่าเดิม ไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้คือความโกรธหรือไม่ แต่ที่แน่ ๆทีปกรรู้สึกไม่พอใจที่เพื่อนรักทำกับพี่สาวของตนแบบนี้ ถึงจะเป็นแฟนกันแล้วก็เถอะ
“พี่ธาอยู่รึเปล่า”เสียงทุบประตูดังพอ ๆ กับเสียงตะโกนที่ดุดันเรียกพี่สาวอยู่หน้าห้องธาริณีกระเด้งขึ้นมาจากที่นอนท่าทางลุกลี้ลุกลนเหมือนทำความผิดแล้วถูกจับได้ส่วนพ่อตัวดีกลับนอนนิ่งอยู่บนเตียงนั้นไม่สนใจเสียงจากด้านนอกเลยแม้แต่น้อย
“ทำไมกลับมาเร็วจังทีแป๊บหนึ่งนะ” พี่สาวรีบตะโกนบอกน้องชาย ก่อนจะหันกลับไปกระซิบเรียกคนข้าง ๆ “กาย ๆตื่น”
“อะไรพี่ เช้าแล้วเหรอ”เกียกกายงัวเงีย ดึงธาริณีให้กลับมานอนข้างตนดังเดิม
“เช้าบ้าอะไรรีบแต่งตัวเร็ว ทีกลับมาแล้ว” เมื่อได้ยินชื่อคนดังกล่าวเกียกกายก็รีบกระเด้งขึ้นจากที่นอนโดยอัตโนมัติเช่นกัน
“ทำไมกลับมาเร็วจัง”
“ไม่รู้ รีบ ๆ เลยเดี๋ยวพี่จะเปิดประตูไปรับหน้าทีก่อนเพื่อไม่ให้สงสัย กายก็รีบใส่เสื้อผ้าล่ะ”เกียกกายพยักหน้าตอบกลับและจัดแจงหาเสื้อผ้าของตนที่ตอนนี้ไม่รู้อยู่ตรงไหน
“พี่ธาทำอะไรอยู่เปิดประตู” ทีปกรรัวมือลงประตูอีกครั้ง พร้อมเสียงเรียกพี่สาวที่หนักแน่นเหมือนระเบิดขนาดใหญ่พร้อมจะลงแล้ว
“มาแล้ว ๆ"เมื่อธาริณีแง้มประตูออกมา คนร้อนใจที่อยู่ด้านนอกผลักประตูเข้ามาภายในห้องทันทีเมื่อแสงไฟจากด้านนอกสาดส่องเข้าไปในห้องทำให้เห็นภาพที่เพื่อนรักกำลังใส่กางเกงอยู่ภายในห้องของพี่สาว
“ไอ้กาย…”ทีปกรตรงปรี่เข้าไปหาเกียกกายทันที ทั้งยังง้างมือพร้อมปล่อยหมัดลงบนใบหน้าของเพื่อนรัก
“ทีอย่า…” ธาริณีตะโกนเสียงดังลั่นห้อง
“พี่ ๆ พี่ธา”เกียกกายเขย่าตัวธาริณีที่กำลังใช้มือคว้าอากาศที่อยู่ตรงหน้า
“พี่ธาตื่น”ธาริณีหายใจหอบเหนื่อยลืมตาโพลงมองไปยังรอบ ๆ ห้อง ที่มีเพียงแค่ตนกับคนรักในห้องที่มีเพียงแสงไฟสลัว ๆ จากบ้านฝั่งตรงข้ามสาดส่องเข้ามา “พี่เป็นอะไรผมตกใจหมด”
“พี่ฝันถึงทีฝันว่าทีจับได้ว่าเรามีอะไรกัน”
“โถ่… ก็นึกว่าอะไรขวัญเอ๋ยขวัญมานะพี่” เกียกกายพูดพลางใช้มือข้างที่ไม่เจ็บลูบศีรษะคนรักเบา ๆ“ไหนดูสิตกใจมากไหม” เจ้าตัวเชยคางคนรักขึ้นมาพร้อมประทับริมฝีปากของตนลงบนริมฝีปากอันแห้งผากแล้วค่อย ๆ ซุกไซ้หน้าลงบนส่วนต่าง ๆ ของฝ่ายตรงข้ามเหมือนเป็นการเตรียมพร้อมปฏิบัติภารกิจอีกครั้ง
“ไม่เอาน่ากายไม่เล่นนะ” ธาริณีพยายามขยับตัวหนี แต่ก็ไม่อาจสู้แรงของฝ่ายตรงข้ามได้
“ก็ไม่ได้เล่นนี่ผมเอาจริงตลอด”
‘ครืดๆ’ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นจากหัวเตียง ทำให้เกียกกายชะโงกหน้าไปมอง
“พี่ ไอ้ทีโทรมา”ธาริณีพลิกตัวหยิบโทรศัพท์ของตนมาไว้ในมือมองหน้าจอโทรศัพท์ด้วยท่าทีกระวนกระวายใจ
“กายทำไงดี ทีรู้แน่ ๆนี่มันเหมือนในฝันเลย แล้วเดี๋ยวถ้าไม่รับนะ ทีมันต้องมาเคาะประตูเรียกแน่ ๆ”
“พี่ไม่มีอะไรหรอกใจเย็น ๆ รับโทรศัพท์มันก่อน” ธาริณีสูดลมหายใจเข้าลึก ๆเพื่อเป็นการเรียกสติก่อนที่จะรับโทรศัพท์
“ว่าไงที”
“ญาติของคุณทีปกรรึเปล่าครับ”
“ใช่ค่ะ ฉันเป็นพี่สาว”
“ตอนนี้น้องชายของคุณ…”
“หา! อะไรนะคะ”