“พวกมันไปกันหมดแล้ว?” มิ้นต์เหม่อมองเมฆทมิฬที่หายลับฟ้าไป
โจพยักหน้า “พวกมันไปกันหมดแล้ว”
“ทำไมพวกมันถึงยอมจากไปง่ายๆ?” มายด์อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสงสัย
“หัวหน้าของพวกมันตายแล้วพวกมันจะอยู่อีกต่อไปทำไม? ถึงหัวหน้าของพวกมันจะไม่ได้ตายจริงๆก็เถอะ” โจกล่าวด้วยรอยยิ้ม เขาเสริมคำพูดสุดท้ายเพื่อให้สองสาวเอ่ยถามเขา
“หมายความว่ายังไงที่ว่าไม่ตายจริงๆ?” มายด์ประหลาดใจเพราะเธอเห็นกับตาว่าร่างของมาสก้าสลายหายไป
“เพราะว่าั้แ่ระดับองครักษ์ขึ้นไป หากพวกมันตายพวกมันจะเกิดใหม่อีกครั้งแต่พลังของมันจะกลับสู่จุดต่ำสุดคือระดับไพร่ แน่นอนว่ากว่าจะยกระดับพลังตัวเองให้ถึงระดับองครักษ์ต้องใช้เวลาหลายปีแม้แต่สติปัญญาของมันก็จะสูญหายไปด้วย แต่ว่าหากต่ำกว่าระดับองครักษ์พวกมันจะตายจริงๆ” โจอธิบายด้วยรอยยิ้ม เขาจำเป็ต้องสอนพวกเธอเกี่ยวกับสเปค วันข้างหน้ามนุษย์จะได้มีข้อมูลเกี่ยวกับพวกมัน
“เกิดใหม่? มันเกิดใหม่ได้จริงๆ? แล้วมันจะไปเกิดที่ไหน?” มิ้นต์ถามด้วยความสับสน นี่เป็ครั้งแรกที่เธอได้ยินเื่สุดเหลือเชื่อถึงการเกิดใหม่ แถมยังเป็ศัตรูที่น่ากลัวพวกมันแทบจะไม่มีวันตาย
“แน่นอนว่าต้องเป็สถานที่ที่พวกมันมา” โจตอบ
“ที่ไหน?” สองสาวเอ่ยถามพร้อมกัน
โจมองพวกเธอและยิ้ม “อีกฝากหนึ่งของกาแลคซี่ พวกเธอรู้ไหมว่า 3 ใน 4 ของกาแลคซี่เป็ของพวกมัน"
สองสาวใจนอ้าปากค้าง 3 ใน 4 ของกาแลคซี่เป็ของสเปค นี่ไม่ใช่ว่าพวกมันเป็ศัตรูที่น่าหวาดกลัวหรอกหรือ แม้จะมีข้อมูลเื่สหพันธ์แต่พวกเธอก็ไม่เคยรู้ว่าพื้นที่ของกาแลคซี่ถูกกันเท่าไร
โจถอนหายใจ เพราะพวกมันดันเกิดใหม่ได้นี่แหละถึงเป็ปัญหา ทำให้แม้แต่ทุกเผ่าพันธุ์รวมตัวกันก่อเป็สหพันธ์ยังทำได้เพียงป้องกัน นานๆครั้งถึงจะเป็ฝ่ายบุก แน่นอนว่าสหพันธ์ไม่ได้อ่อนแอแม้แต่น้อย แต่เป็เพราะแข็งแกร่งกว่านี่แหละถึงยังปกป้องตัวเองได้ ปัญหาเพียงหนึ่งเดียวคือการเกิดใหม่ของสเปค
“นายเป็มนุษย์จริงๆ?” มายด์กล่าวถามด้วยความระแวง เธอเริ่มสงสัยว่าโจใช่มนุษย์จริงๆหรือเปล่า เขาดูเหมือนจะรู้ทุกเื่
“นั่นสิ นายเป็ตัวอะไร?” มิ้นต์กลับแตกต่างออกไป แววตาของเธอเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
โจหัวเราะเล็กน้อย “ก็ต้องเป็มนุษย์สิ ดูร่างกายของผมและลองสำรวจดูได้ มีตรงไหนแตกต่างจากมนุษย์บ้าง”
สองสาวไม่เกรงใจและใช้นิ้วจิ้มแขนจิ้มไหล่โจ ิัให้ความรู้สึกปกติ มันเป็ิัของมนุษย์จริงๆ ไม่แตกต่างจากพวกเธอแม้แต่น้อยยกเว้นความเรียบเนียนและนุ่มนิ่ม
“ก็ดูเป็ปกติ…” มายด์พึมพำเบาๆ แต่โจกลับได้ยิน เขายิ้มกระอักกระอ่วนคงไม่ใช่ว่าเธอยังเชื่อว่าเขาไม่ใช่มนุษย์จริงๆอยู่หรอกนะ?
ตอนนี้อธิบายเื่ตัวเองไปก็คงไม่มีทางที่เธอจะเชื่อ เขาจึงไม่คิดอธิบายอะไรอีกอยากเดาอะไรก็เดากันไป อาจจะดีก็ได้ที่เธอคิดว่าเขาไม่ใช่มนุษย์ ความลับเพียงอย่างเดียวของเขาคืออย่าให้ใครรู้ว่าตัวเองคืุ์ที่เคยถูกลักพาตัวไป
“แล้วเราจะทำอะไรกันต่อ?” มายด์หยุดจิ้มและกล่าวถามเขาด้วยความกังวล เธออาจจะมีฐานะเป็หัวหน้าแต่ตอนนี้เธอกลับรู้ว่าตัวเองไม่เหมาะที่จะเป็หัวหน้าเลยจริงๆ เพราะเธอไม่รู้อะไรเลยแม้แต่น้อย กลับกันชายหนุ่มตรงหน้ารู้ทุกอย่างและยังแข็งแกร่งด้วย
“ลองค้นหาเครื่องมืออะไรก็ได้ที่สามารถส่งสัญญาณเพื่อขอความช่วยเหลือ และลองหาดูว่ามียานลำไหนที่พอจะใช้งานได้บ้าง” โจกล่าว เขาไม่ได้คาดหวังมากนักเพราะว่าเขาเคยสู้กับพวกสเปคมาไม่รู้กี่ครั้ง หากพวกมันโจมตีก็มักจะเล็งไปที่ยานอวกาศก่อนเพื่อป้องกันการหนี
ทั้งสามคนแยกย้ายกันค้นหาใช้เวลาอยู่สักพักเสียงะโของมิ้นต์ก็ดังขึ้น “เจอแล้ว!!”
โจและมายด์เข้าไปในอาคารบัญชาการ ที่นี่ถูกค้นเละเทะ มีหลายอย่างถูกทำลายส่วนใหญ่แล้วจะเป็อุปกรณ์สื่อสาร
โจและมายด์พบมิ้นต์ที่กำลังนำอุปกรณ์สี่เหลี่ยมขนาด 15 นิ้วจากบนพื้นขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะ
ตอนที่มิ้นต์มาพบมันอยู่ใต้ช่องเล็กๆบนพื้นและบังเอิญเดินมาเตะมัน สรุปได้ทันทีว่าเครื่องนี้หล่นลงมาอยู่ก่อนหน้าที่พวกสเปคจะเข้ามาทำให้มันหลบพ้นสายตาของศัตรู นับว่าโชคดีจริงๆ
“ใช้ได้ไหม?” มายด์เดินเข้ามาและถามด้วยความกังวล เธอได้ลองค้นหาดูแล้วแต่ยานอวกาศทุกลำถูกทำลายหมด
“ใช้ได้ค่ะพี่” มิ้นต์ตอบขณะที่มือยังัับนหน้าจอ เธอใส่รหัสประจำตัวลงไปและกรอกที่อยู่ที่จะส่งขอความไป ไม่นานข้อความก็ถูกส่งไป ด้วยระยะที่ไกลถึง 50 ปีแสงแน่นอนว่าต้องใช้เวลาสักพักก่อนที่ข้อความช่วยเหลือจะไปถึง
“ส่งข้อความหาทุกคนบนดาวว่าให้รีบกลับมาที่ฐานทัพโดยด่วน” มายด์เห็นว่าข้อความถูกส่งกลับไปยังโลกแล้วเธอก็บอกน้องสาว
มิ้นต์พยักหน้าและเขียนข้อความสั้นๆจากนั้นส่งข้อความหาทุกคนบนดาวร้าง พวกเธอได้แต่หวังว่าจะยังมีคนรอดหลายคน
การมาหาประสบการณ์ครั้งนี้แตกต่างจากที่พวกเธอคิดไว้ ครั้งนี้มนุษย์เสียหายอย่างหนักและทหารทั้งหมดตาย ตอนนี้ไม่รู้ว่าหน่วยที่ออกไปสำรวจข้างนอกจะเหลืออยู่กี่คน องค์กรโลกสมัยใหม่ต้องโดนด่าและถูกกดดันอย่างหนักแน่นอน ไหนจะค่าเสียหายอีก…
โจเองก็คิดว่าเกินจากที่คาดไว้เยอะเลย เพราะเขาไม่รู้ว่าจะถูกกองทัพของสเปคบุก มันแทบเป็ไปไม่ได้ที่สเปคจะรู้ที่อยู่ของดาวที่มนุษย์จะมาสำรวจ ต่อให้บีบวงแคบจนเหลือ 1 ใน 4 ของกาแลคซี่มันก็ยังมีดาวฤกษ์มากกว่า 20,000 ล้านดวงและดาวเคราะห์อีกมากมายนับไม่ถ้วน ซึ่งดาวร้างก็คือหนึ่งในดาวเคราะห์เ่าั้
โจพอจะรู้ว่าทำไมมันถึงรู้ หากไม่มีคนทรยศก็คงบังเอิญมาเจอ แต่ด้วยจำนวนดาวมหาศาลจะใช้คำว่าบังเอิญมันเป็ไปไม่ได้ ดังนั้นต้องมีคนทรยศและคนที่ทรยศต้องมีตำแหน่งสูงมากในสหพันธ์ แต่ใครกันที่้ากำจัดมนุษย์?
โจคิดให้หัวะเิเขาก็คิดไม่ออก เขาอยู่ในสหพันธ์มา 20 ปีรู้จักทุกเผ่าพันธุ์ดีและทุกเผ่าพันธุ์ก็เกลียดชังสเปค ต่อให้เ้าหัวปลาหมึกที่เขาไม่ลงรอยด้วยก็ไม่มีทางทำแบบนี้เพราะพวกนั้นเจอหน้าสเปคทีไรเป็ต้องบ้าคลั่งทุกที
“คงต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งวันบนดาวหรือสองวันของโลกพวกเขาก็น่าจะกลับมากันหมด” มิ้นต์กล่าวขึ้นดึงสติโจที่จมอยู่กับความคิดกลับมา