ตอนที่ 2 หลอมรวมความทรงจำ (1)
ฟิ้ววว!!
หือ?!
"ที่นี่ที่ไหนกัน อ๊ะ!! ร่ายกายของเรา?"
ในตอนนั้นเอง สายลมอ่อนๆก็พัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างห้อง ซึ่งทำให้จิ๋นหยางรู้สึกตัวและเห็นภาพรอบๆตัวของเขาได้ชัดเจนขึ้นก่อนที่เขาจะมองลงมายังร่างกายของตัวเองเพื่อสำรวจดูว่าเขาได้รับาเ็ตรงไหนบ้างแต่ว่าในตอนที่เขามองดูร่างกายของเขา เขาก็พบว่าร่างของเขาเล็กลงกว่าเดิมหลายเท่า รวมถึงหนอนน้อยของเขาเองด้วย.....
อ๊ะ!
“ความรู้สึกกับความทรงจำพวกนี้มันอะไรกัน! เจิ้งฟู่! เจิ้งฟู่เป็ใครกัน?" แต่ว่าเื่ทั้งหมดมันไม่ได้จบลงแค่นั้นเพราะจู่ๆความทรงจำทั้งหมดของเจิ้งฟู่ เด็กชายที่เกิดในโลกนี้ก็พลันไหล่เข้ามาในหัวของเขาอย่างต่อเนื่อง.......
อ้า!
แต่แล้วภาพเ่าั้ก็พลันหายไป ก่อนที่ตัวเขาจะรู้สึกเวียนหัวและเหมือนทัศนียภาพรอบๆตัวจะดับวูบไปอีกครั้งเพราะตอนนี้เขารู้สึกเหมือนความทรงจำของเขามันติดๆขัดๆ มันสลับทั้งภาพใหม่และภาพเก่าไปมาอย่างบ้าคลั่งเดี๋ยวก็จำได้เดี๋ยวก็ลืมไป จนหัวของเขาแทบะเิออกแล้ว......
โอ้ยยย!!!
"เจิ้งฟู่เป็อะไรไปลูก!!?"
ซึ่งในเวลาต่อมาไม่นานนั้นมารดาของเจิ้งฟู่ที่ได้ยินเสียงร้องของลูกชายจากในห้อง เธอก็รีบวิ่งเข้ามาดูลูกชายของเธอด้วยความเป็ห่วงในทันที.....
ท่านแม่!!
‘ทำไมเราถึงเรียกเขาว่าแม่หละ?’
โอ้ยยยยย!!!
"ข้าปวดหัวจังเลยท่านแม่!"
"ไม่เป็ไรนะลูก ทานยาก่อน ยาเม็ดนี้จะช่วยทำให้เ้าอาการดีขึ้นเอง"เมื่อมารดาของเจิ้งฟู่เห็นลูกสาวแสดงความเ็ปละทรมานออกมา เธอก็รู้สึกเ็ปที่หน้าอกอย่างบอกไม่ถูกแต่เพราะตอนนี้ไม่ใช้เวลามาเศร้าเสียใจ ด้วยการที่ต้องช่วยลูกชาย เธอจึงรีบหยิบยาระงับความเ็ปออกมาและส่งให้เจิ้งฟู่กินทันที.....
หมับ!!
อึก!!
อ้า!!
เมื่อเจิ้งฟู่กินยาเข้าไปแล้ว เขาก็รู้สึกหัวเบามากขึ้น และเมื่อไม่รู้สึกเ็ปแล้วเขาก็หมดสติและหลับไปอีกครั้ง......
เช้าวันถัดมา.......
เอ้ก อี เอ้ก เอ๊กกกกก!!!
อ้า!!
"ทำไมถึงเวียนหัวแบบนี้นะ อ๊ะ! แย่แล้ว! นี่กี่โมงแล้วเนี่ย? เราต้องรีบไปฝึกแล้วไม่งั้นโดนท่านอาจารย์ว่าแน่!"
ตุบ!! ตุบ!! ตุบ!!
ในเช้าวันนี้เจิ้งฟู่ตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการเจ็บที่หัวเล็กน้อย ก่อนที่จะแสดงสีหน้าใออกมาเพราะเห็นว่าเวลาในตอนนี้สายมากแล้วซึ่งเขาจะต้องรีบไปฝึกยุทธกับอาจารย์ของเขา ดังนั้นเขาจึงรีบลุกขึ้นและไปล้างหน้าล้างตาแล้วเปลี่ยนชุดใหม่ก่อนจะรีบออกจากห้องนอนไป......
“เจิ้งฟู่นั่นลูกจะไปไหนนะ!!?”
ทว่าก่อนที่เจิ้งฟู่จะออกจากบ้านพักไป มารดาของเขาก็ส่งเสียงะโเรียกขัดเขาเอาไว้.......
"ก็ไปฝึกยังไงล่ะท่านแม่ เมื่อคืนข้าเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัวตอนนี้ก็สายมากแล้ว ป่านนี้ท่านอาจารย์คงว่าข้าแย่แล้ว"เจิ้งฟู่ดูรีบร้อนเป็อย่างมากแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังหันกลับมาตอบมารดาของเขาด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่จะหันกลับไปเตรียมตัวเดินออกจากบ้านแต่ทว่า......
หยุดก่อนลูก!!
"ทำไมอีกล่ะท่านแม่? ถ้าข้าไปไม่ทันท่านอาจารย์ได้ตีก้นลูกแน่!" เจิ้งฟู่ทำหน้างงและมองไปที่มารดาของเขาด้วยความสงสัยเพราะปกติแล้วมารดาของเขาจะไม่เป็แบบนี้.....
"ลูกไม่ต้องไปฝึกแล้วล่ะ!!"
หือ?
ไม่ต้องฝึกแล้ว?
เมื่อได้ยินคำพูดของมารดาเจิ้งฟู่ก็ยิ่งรู้สึกงุ่นงงและสงสัยเข้าไปใหญ่เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมมารดาของเขาถึงได้พูดแบบนั้นออกมา......
"นี่ลูกจำไม่ได้เลยเหรอว่าเมื่อวานเกิดอะไรขึ้นกับลูก?" มารดาของเจิ้งฟู่รู้สึกแปลกใจไม่น้อยเลยเมื่อเห็นว่าลูกชายของตัวเองจำไม่ได้ว่าเกิดเื่อะไรขึ้นเมื่อวานนี้ดังนั้นเธอจึงได้ถามลูกชายด้วยสีหน้าที่จริงจังและเคร่งเครียด.......
"เมื่อวานงั้นเหรอ..? เมื่อวานหลังจากที่กินข้าวเสร็จข้าก็กลับห้องไปนอนยังไงหละท่านแม่ ไม่มีจะมีเื่อะไรเลย อ้า! ก็แค่เมื่อเช้าข้ารู้สึกปวดหัวนิดๆหน่อยๆเท่านั้นเอง”เจิ้งฟู่ลองนึกถึงเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อวานแต่สิ่งทีเขาจำได้นั้นก็คือเื่ที่เขากินข้าวเสร็จและกลับห้องไปพักส่วนเื่ที่เขาสลบไปเพราะอาการปวดหัวนั้นเขาจำมันไม่ได้เลยสักนิดเดียว.......
"นี่ลูกจำไม่ได้จริงๆเลยเหรอว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูก?ลูกนอนหมดสติไปตั้งสองวันเชียวนะ" มารดาของเจิ้งฟู่รีบบอกให้เจิ้งฟู่ได้รู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาซึ่งเธอเองก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกันว่าลูกชายของเธอจะลืมเื่ที่เกิดขึ้นไปแล้ว......
สลบไปสองวัน!?
"ใช่ เมื่อวานนี้ลูกตัวร้อนไปทั้งตัว แล้วก็บ่นว่าเจ็บหัวด้วยก่อนที่ลูกจะสลบไป ดังนั้นเพราะเื่ที่เกิดนี้ แม่จึงบอกพ่อของเ้าว่าไม่ให้ลูกฝึกยุทธอีกแล้วเพราะร่างกายของลูกอ่อนแอเกินไป ลูกเจิ้ง! แม่ว่าลูกไปสอบเป็จอหงวนจะดีกว่านะลูกไม่งั้นก็เป็อย่างอื่น ลูกไม่เหมาะที่จะเป็ผู้ฝึก........"
ไม่!!!
"ท่านแม่! ข้ารู้ดีว่าร่างกายของข้านั้นอ่อนแอแต่ข้าจะไม่ยอมแพ้ที่จะได้เป็ผู้ฝึกตนอย่างเด็ดขาดเลย อีกอย่างท่านก็ปู่เคยบอกเอาลูกเอาไว้ว่าต่อให้คนเราร่างกายอ่อนแอแค่ไหน ถ้าหมั่นฝึกฝนอยู่บ่อยๆก็จะสามารถแข็งแกร่งขึ้นได้เองดังนั้น ถ้าข้าฝึกฝนร่างกายบ่อยๆ ข้าก็จะต้องแข็งแกร่งขึ้นเหมือนกับที่ท่านปู่บอกเอาไว้อย่างแน่นอน!"
เจิ้งฟู่รู้อยู่เต็มอกว่าตัวเองนั้นมีสภาพร่างกายอย่างไรแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่เคยคิดยอมแพ้เลยสักนิดเดียวกับการที่จะเป็ผู้ฝึกตนดังนั้นแล้วเขาจึงตอบกลับมารดาของเขาไปด้วยรอยยิ้มที่สดใสและไร้เดียงสา ตามประสาของเด็กวัยสามขวบ........
แต่ว่า....
มารดาของเจิ้งฟู่เห็นเจิ้งฟู่แสดงความมุ่งมั่งอย่างหนักแน่นแบบนั้นแล้วเธอก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อดีเพื่อที่จะทำให้เจิ้งฟู่ตัดใจจากเื่นี้ เธออยากช่วยลูกของเธอแต่หนทางของการเป็ผู้ฝึกตนนั้นไม่อาจใช้เพียงแค่กำลังใจที่มุ่งมั่นได้แต่มันจำเป็ต้องมีพร์และร่างกายที่อำนวยด้วย........
"ท่านแม่ท่านไม่ต้องห่วงนะ ข้าดูแลตัวเองได้ข้าต้องทำได้แน่นอน"
หลังจากพูดจบเจิ้งฟู่ก็วิ่งออกจากห้องไปทันที ถึงแม้ว่าเขายังเด็ก แต่เขาก็พอจะรู้เื่อยู่บ้างและที่กวนใจเขาอยู่ตอนนี้ก็คือภาพและความทรงจำแปลกๆที่เขาััได้ก่อหน้านี้ มันเหมือนจะเป็ของเขาเองแต่เขาก็จำมันไม่ได้เสียอย่างนั้น.....
ณ ลานฝึกยุทธ์ภายในตระกูลเทียนถ่าง.......
เจิ้งฟู่!!
"เ้ามาที่นี่ได้อย่างไงกัน? ไม่ใช่ว่าเ้าไม่สบายอยู่หรอกหรือ?"เสียงของชายวัยกลางคนที่แต่งกายในชุดจอมยุทธ์ที่ยืนอยู่ในลานฝึกยุทธ์ของตระกูลได้ะโถามขึ้นอย่างใและสงสัยเมื่อเขาเห็นเจิ้งฟู่มาที่ลานฝึก.....
"ท่านอาจารย์ ข้าสบายดี ท่านดูสิข้ายังขยับตัวได้เป็ปกติเลย"
ย่ะ!! ย้า!!
เจิ้งฟู่รีบตอบกลับอาจารย์ผู้สอนพร้อมกับแสดงท่าทางกระบวนท่าที่อาจารย์ของเขาสอนให้ดูทันทีเพื่อยืนยันว่าตัวเขาไม่ได้เป็อะไร.......
"อ่า อ่า ข้าเห็นแล้ว ข้าเห็นแล้วตอนนี้เ้าไม่จำเป็ต้องมาฝึกกับข้าแล้ว เพราะพ่อของเ้าบอกไม่ให้เ้าฝึกยุทธอีก เขาจะให้เ้าไปเรียนเป็จอหงวนแทนอ๊ะนั่นไง! พูดถึงอาจารย์สอนหนังสือของเ้าก็มาพอดีเลย"
อาจารย์สอนยุทธ์ของเจิ้งฟู่พยักหน้าให้เบาๆก่อนที่จะบอกว่าตอนจากนี้เขาจะไม่ได้สอนเจิ้งฟู่แล้วเพราะบิดาของเจิ้งฟู่ได้ตัดสินใจให้เจิ้งฟู่เรียนหนังสือเพื่อสอบเป็จอหงวนแทน......
อ้า?
สวัสดีคุณชายเจิ้งฟู่!!
ชายชราคนที่อายุราวๆหกสิบต้นๆ หน้าเข้มขรึมแต่ใจดีในมาดผู้ทรงภูมิแบบบัณฑิตคนหนึ่งได้เดินเข้ามาทักทายเจิ้งฟู่ในทันทีเมื่อเขาเห็นเจิ้งฟู่ซึ่งชายคนนี้ก็คืออาจารย์สอนหนังสือคนใหม่ของเจิ้งฟู่ที่บิดาของเขาว่าจ้างมานั่นเอง........
"ไม่! ข้าไม่อยากเป็จอหงวนข้าอยากเป็จอมยุทธเหมือนท่านพ่อ ข้าอยากแข็งแกร่งเหมือนท่านพ่อ!!"ทว่าเจิ้งฟู่กลับโวยวายออกมาอย่างไม่พอใจ เขาไม่ได้อยากเป็จอหงวนเขาอยากเป็ผู้ฝึกตนและแข็งแกร่งเหมือนกันบิดาของเขามากกว่า......
ลูกเจิ้ง!!
อ๊ะ......ท่านพ่อ!!
"นี่มันเื่อะไรกัน? ทำไมถึงให้ข้าไปเรียนเพื่อสอบเป็จอหงวนกันล่ะ?ข้าไม่เอา! ข้าไม่อยากเป็จอหงวน ข้าอยากเป็นักนบที่แข็งแกร่งแบบท่านพ่อ!!"เจิ้งฟู่พยายามที่จะถามหาเหตุผลทั้งๆที่เขาก็รู้เหตุผลอยู่แล้วว่าทำไมแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังถามออกไปเพื่อให้พ่อของเขาเปลี่ยนใจ.......
"ลูกพ่อ พ่อเข้าใจเ้านะ แต่ว่าเ้าเองก็รู้ดีนี่ว่าร่างกายของเ้านั้นอ่อนแอเกินไปแถมมันยังไม่เหมาะกับการฝึกยุทธด้วย ทางที่ดีเ้าควรเลือกสอบเป็จอหงวนดีกว่านะ ท่านอาจารย์หวงท่านนี้ที่พ่อเชิญมาท่านเก่งมากเลยนะ เขาต้องสอนลูกให้กลายเป็จอหงวนที่มีชื่อได้แน่นอน"
บิดาของเจิ้งฟู่รู้สึกเ็ปที่หัวใจอย่างบอกไม่ถูกแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ต้องโน้มน้าวให้บุตรชายของเขาเปลี่ยนใจให้ได้ เพื่ออนาคตของลูกชายของเขาเอง.......
แต่ว่าท่านพ่อ.......
“ไม่มีแต่อีกแล้วลูกพ่อ! ต่อจากนี้ไปเ้าต้องตั้งใจเรียกรู้ไหม”บิดาของเจิ้งฟู่ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่ยอมให้บุตรชายต่อรองอะไรอีกก่อนที่เขาจะหันไปหาอาจารย์สอนหนังสือคนใหม่ที่เชิญมาแล้วพูดขึ้นว่า.......
"ท่านอาจารย์หวง ข้าขอฝ่ายลูกชายข้าด้วย หากมีปัญหาอะไรก็บอกข้าได้ทุกเมื่อเลยนะตอนนี้ข้าต้องขอตัวก่อน ข้ายังมีงานอีกมากที่ต้องทำ สถานที่สำหรับเรียนนั้นข้าได้ให้คนจัดเอาไว้ให้ท่านเรียบร้อยแล้วเชิญท่านตามบายเลย"
"ขอบคุณท่านเทียนถ่าง คงซือมาก! ท่านไม่ต้องเป็ห่วง ข้าจะสอนเขาด้วยความรู้ทุกอย่างที่ข้ามีเพื่อให้เขาได้เป็จอหงวนที่ดีและมีชื่อเสียงที่โด่งดังที่สุดในอนาคตอย่างแน่นอน"อาจารย์หวงกล่าวออกมาด้วยความมั่นใจและภาคภูมิในความรู้ของตัวเองที่มี......
ขอบคุณท่านอาจารย์หวงมาก!!
หลังจากที่คงซือกล่าวลาอาจารย์หวงแล้ว เขาก็หันหน้ามาทางเจิ้งฟู่ที่ยืนอยู่ด้านหลังเพื่อที่จะพูดอะไรบางอย่างแต่เมื่อเห็นเจิ้งฟู่จ้องมองเขาด้วยใบหน้าบูดบึ่งและไม่พอใจ คงซือจึงเก็บคำพูดเ่าั้ไวและเตรียมเดินจากโดยไม่พูดอะไร........
"ข้าไม่รักท่านพ่อแล้ว ท่านพ่อใจร้าย!!"และในที่สุดเจิ้งฟู่ก็ะโความรู้สึกไม่พอใจออกมา ก่อนที่เขาจะวิ่งหนีออกไปพร้อมกับร้องไหขี้มูกโป่ง.....
ลูกเจิ้ง!!
"ท่านผู้าุโให้ข้าตามไปดูไหมขอรับ?"
"ไม่ต้องหรอก เขาคงจะวิ่งกลับบ้านไปหามารดาของเขานั่นแหละไม่ต้องตามไปหรอก เ้ากลับไปทำหน้าที่ของเ้าต่อเถอะ"คงซือรู้ว่าลูกชายของเขาคงไม่วิ่งไปไหนแน่ นอกจากกลับบ้านไปฟ้องภรรยาของเขาดังนั้นเขาจึงไม่ให้คนตามไปดู.......
ขอรับ!!
เจิ้งฟู่ยังคงวิ่งต่อไปเรื่อยพร้อมกับน้ำตาที่ไหลหยดออกมาตลอดทาง แต่ว่าเส้นทางที่เขาวิ่งกลับไปนั้นมันไม่ใช่ที่บ้านแต่เขาวิ่งไปทางป่าต้องห้ามที่อยู่ด้านหลังของตระกูล ซึ่งเป็ที่ที่เขาพบเข้าโดยบังเอิญเมื่อหลายเดือนก่อนและเขามักจะมานั่งเล่นที่นี้ประจำเพราะมันทำให้เขารู้สึกสงบ บวกกับมันเป็สถานที่ที่ทำให้เค้าเห็นภาพแปลกๆพวกนั้นในหัวด้วย........
"ทำไมกัน ทำไมเราถึงต้องเกิดมาร่างกายอ่อนแอด้วย!ไหนท่านปูบอกว่าถ้าเราขยันฝึกให้มากๆแล้วเราจะแข็งแกร่งขึ้นไง?! ฮือๆๆ ข้าเกลียดท่านพ่อ!! ข้าเกลียดท่านปู!!ฮือ ฮือ..."เจิ้งฟู่รู้สึกไม่พอใจและเกลียดตัวเองมากที่เกิดมามีร่างกายอ่อนแอเช่นนี้เขาโทษทุกคนที่ให้ความหวังเขาทั้งๆที่มันไม่อาจเป็ความจริงได้และในเวลานั้นเอง........
หวืดดดดด!!
โอ้ยยยย!!
ในขณะที่เจิ้งฟู่กำลังวิ่งอยู่นั้นจู่ๆเกิดภาพและความทรงจำขึ้นภายในหัวของเขาจนทำให้เขาหยุดวิ่งและยกมือขึ้นไปกุมที่หัวของเขาด้วยความเ็ป......
"อีกแล้ว! ภาพพวกนี้อีกแล้ว! อ้า!!"
ด้วยความเ็ปที่แสนสาหัสนี้มันได้ทำให้เจิ้งฟู่ทรุดตัวลงไปชันเข่าที่พื้นและเกือบหมดสติไปอย่างช่วยไม่ได้แต่ด้วยความที่เขามีความอดทนสูง เขาจึงยังคงประคองสติเอาไว้ได้อยู่แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทนได้นานแค่ไหนถ้ายังเป็แบบนี้ต่อไป......