มรรคาสยบฟ้า ท้าลิขิตสวรรค์

    ตอนที่ 2: ดูดกลืนวิญญาณสลาย

    สายฝนยังคงตกกระหน่ำชะล้างกลิ่นคาวเลือดในตรอกแคบ หลินซานยืนหอบหายใจอยู่เหนือศพของหลินอิง นักฆ่าจากตระกูลหลัก เขารีบก้มลงปลดถุงมิติที่เอวของศพมาตรวจสอบอย่างรวดเร็วภายในถุงมิติมีหินวิญญาณระดับต่ำเพียงสิบกว่าก้อน ขวดยาห้ามเลือดที่เขากลืนกินไปแล้ว และ... ‘ป้ายหยกสีเลือด’ ที่กำลังกะพริบแสงถี่รัว!
    หลินซานม่านตาหดแคบลง เขารู้จักของสิ่งนี้ดี มันคือป้ายหยกติดตามวิญญาณของตระกูลหลินสายหลัก!ทันทีที่หลินอิงตาย ป้ายหยกจะส่งสัญญาณระบุตำแหน่งที่ตั้งไปยังผู้อาวุโสของตระกูลทันที!
    ‘พวกมันรู้แล้วว่าหลินอิงตาย... อีกไม่เกินครึ่งก้านธูป ยอดฝีมือระดับก่อตั้งรากฐานของตระกูลหลักต้องมาถึงที่นี่แน่!’
    หลินซานกัดฟันแน่น สภาพร่างกายของเขาในตอนนี้บอบช้ำเกินไป แค่เดินให้พ้นตรอกยังยากลำบาก หากเผชิญหน้ากับผู้อาวุโสระดับก่อตั้งรากฐาน เขามีแต่ต้องตายสถานเดียว!
    [ ติ๊ง! แจ้งเตือนจากหอคอยบรรพกาลกลืนสวรรค์: ตรวจพบภัยคุกคามระดับสูง! ][ แนะนำให้โฮสต์ใช้ ‘เคล็ดวิชามารกลืนกิน’ ผสานกับ ‘ทักษะหลอมรวมบรรพกาล’ เพื่อสร้างโอกาสรอดชีวิต! ]
    เสียงแหบพร่าของหอคอยดังก้องในหัว หลินซานไม่ลังเลแม้แต่เสี้ยววินาที เขาทาบฝ่ามือลงบนศพของหลินอิง และคว้าป้ายหยกติดตามสีเลือดเอาไว้แน่น“ดูดกลืนเพื่อหลอมสร้าง... หอคอยบรรพกาล แสดงพลังของเจ้าให้ข้าเห็นเดี๋ยวนี้!”
    ครืนนนน!
    พลังปราณมารสีดำทมิฬระเบิดออกจากจี้ห้อยคอของหลินซาน มันแปรสภาพเป็นวังวนขนาดย่อมที่ฝ่ามือ!
    [ เริ่มต้นกระบวนการดูดกลืน... ]
    เนื้อหนังและโลหิตที่เปี่ยมไปด้วยพลังปราณระดับรวบรวมลมปราณขั้นที่สามของหลินอิง ถูกวังวนสีดำสูบกลืนเข้าไปจนแห้งเหือดเหลือเพียงกระดูกขาวโพลนในพริบตา! พลังมารที่ดุร้ายถูกใช้เป็น ‘เชื้อเพลิง’ ลุกโชนเป็นเปลวไฟสีดำทมิฬไร้อุณหภูมิ ทว่ากลับหลอมละลายป้ายหยกสีเลือดในมือของหลินซานได้อย่างง่ายดาย!‘หลอม!’ หลินซานเพ่งสมาธิทั้งหมด บังคับอักขระเวทในป้ายหยกที่แตกสลาย ให้จัดเรียงตัวใหม่ภายใต้เปลวไฟสีดำ เขาใช้พลังมารที่เพิ่งดูดกลืนมา ถักทอเข้ากับเศษผ้าสีดำจากชุดนินจาของศพ!ฟู่!เปลวไฟสีดำดับลง เผยให้เห็น ‘หน้ากากหนังสีดำครึ่งซีก’ ที่แผ่กลิ่นอายเร้นลับบางเบา
    [ หลอมรวมสำเร็จ: ได้รับ ‘หน้ากากมารเร้นเงา’ (ไอเทมสิ้นเปลืองระดับมนุษย์ขั้นต้น) ][ คุณสมบัติ: ลบเลือนกลิ่นอายและตัวตนของผู้สวมใส่อย่างสมบูรณ์แบบ ผสานร่างเข้ากับความมืด เป็นเวลา 1 ชั่วยาม (ใช้งานได้ 1 ครั้ง) ]
    แทบจะในเสี้ยววินาทีที่หน้ากากมารเร้นเงาถูกสร้างเสร็จ แรงกดดันมหาศาลระดับ ‘สร้างรากฐาน’ ก็กดทับลงมายังตรอกแคบแห่งนี้จนน้ำฝนบนอากาศแตกกระจาย!
    ตึง!
    ร่างของชายชราในชุดคลุมสีเทาเหาะทะยานลงมาเหยียบพื้นดิน มันคือ ‘ผู้อาวุโสสี่’ แห่งตระกูลหลิน! ดวงตาของมันแดงก่ำด้วยความโกรธจัดเมื่อเห็นโครงกระดูกขาวโพลนของหลินอิงที่กองอยู่บนพื้น
    "สวะตัวไหนมันกล้าสังหารคนของตระกูลหลินในเมืองศิลาดำ!!"
    ผู้อาวุโสสี่คำรามก้อง จิตสัมผัสวิญญาณอันทรงพลังแผ่ขยายออกไปครอบคลุมพื้นที่รัศมีร้อยเมตรเพื่อค้นหาฆาตกร!
    ทว่า... ห่างออกไปเพียงสามก้าวในมุมมืดที่สุดของกำแพงตรอก หลินซานยืนนิ่งสนิท ใบหน้าครึ่งบนสวม ‘หน้ากากมารเร้นเงา’ ร่างกายและกลิ่นอายของเขากลืนหายไปกับความมืดและสายฝนอย่างสมบูรณ์ จิตสัมผัสวิญญาณของผู้อาวุโสสี่กวาดผ่านร่างของเขาไปนับครั้งไม่ถ้วน แต่กลับทะลุผ่านไปราวกับเขากลายเป็นเพียงก้อนอากาศธาตุ!
    หลินซานจ้องมองชายชราที่เคยมีส่วนร่วมในการควัก ‘รากวิญญาณสวรรค์’ ของเขาไปอย่างเลือดเย็น ภายใต้หน้ากากมาร นัยน์ตาสีดำขลับของเด็กหนุ่มแฝงไปด้วยรังสีอำมหิตที่รอวันเอาคืน
    ‘ตระกูลหลิน... จำความรู้สึกที่พวกเจ้าควานหานกน้อยที่หลุดจากกรงไว้ให้ดีเถิด เพราะเมื่อข้ากลับมา เมืองศิลาดำแห่งนี้ จะถูกลบหายไปจากแผนที่!’
    เมื่อเห็นว่าผู้อาวุโสสี่กำลังพุ่งเป้าไปค้นหาที่ตรอกถัดไป หลินซานก็อาศัยจังหวะนั้นเร้นกายฝ่าสายฝนออกไปจากเมืองศิลาดำอย่างเงียบเชียบ ทิ้งอดีตอันขมขื่นไว้เบื้องหลัง
    เป้าหมายของเขาในตอนนี้มีเพียงที่เดียว... นิกายมหาบรรพต!
    ...สามวันต่อมา ณ เมืองตีนเขามหาบรรพต
    หลินซานในชุดผ้าป่านซอมซ่อซึ่งดัดแปลงมาจากเสื้อผ้าที่ขโมยมาระหว่างทาง เดินปะปนเข้ามาในฝูงชนนับหมื่นที่หลั่งไหลมาสมัครเข้าทดสอบเป็นศิษย์สายนอกของนิกายแต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ก้าวไปลงทะเบียน เสียงตวาดเยาะเย้ยก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
    "เห้ย! ไอ้ขอทานตรงนั้นน่ะ นิกายมหาบรรพตไม่ใช่โรงทานนะเว้ย! ไม่มีหินวิญญาณจ่ายค่าธรรมเนียมเบิกทางสิบก้อน ก็ไสหัวออกไปซะ!"ศิษย์สายนอกในชุดสีน้ำเงินสองคนเดินกร่างเข้ามากระแทกไหล่หลินซาน พร้อมแบมือรีดไถอย่างโจ่งแจ้ง สายตาของพวกมันมองหลินซานราวกับมองมดปลวก
    หลินซานหยุดเดิน เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองศิษย์ทั้งสองคน มุมปากเหยียดยิ้มเย็นเยียบ
    ‘ดูเหมือนว่า... ข้าจะได้วัตถุดิบสำหรับหลอมของวิเศษชิ้นใหม่แล้ว’