เบื้องหน้าของพวกเขาคือ "นครแห่งความเงียบงัน" เมืองหลวงที่สร้างจากหินสีดำสนิทและกระดูกของอสูรกายั์ กำแพงเมืองสูงเสียดฟ้าถูกห่อหุ้มด้วยหมอกสีม่วงที่หมุนวนอย่างน่าสยดสยอง มันไม่ใช่หมอกธรรมดา แต่คือ 'ม่านพลังแห่งความว่างเปล่า' ที่ถูกออกแบบมาเพื่อดูดกลืนพลังชีวิตทุกหยดที่เข้าใกล้
"ท่านคิรินคะ หยุดก่อนค่ะ!" เอเลน่า ร้องเตือนพลางชี้ไปที่นกตัวหนึ่งที่เผลอบินเข้าไปใกล้กำแพงเมือง ทันทีที่เ้านกััหมอกสีม่วง ร่างของมันก็แห้งเหี่ยวและสลายกลายเป็ผุยผงในชั่วพริบตา "ม่านพลังนั่น... มันจะกินพลังงานทุกอย่างที่พยายามจะรักษาหรือโจมตีมัน"
เซราฟิน่า ััถึงความชั่วร้ายนั้นแล้วหน้าซีด "นี่คือสิ่งที่สภาผู้คุมิญญาใช้ปกป้องตัวเองมานับพันปี มันคือ 'หลุมที่ไม่มีวันเต็ม' ไม่ว่าท่านจะให้พลังชีวิตมากแค่ไหน มันจะถูกสูบหายไปในความว่างเปล่าจนหมดสิ้นค่ะ"
คิรินเดินไปหยุดอยู่หน้าม่านสีม่วงที่กำลังสั่นระริกราวกับสัตว์ป่าที่กำลังหิวโหย "หลุมที่ไม่มีวันเต็มงั้นเหรอ? ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่ไม่มีขีดจำกัดหรอกครับ... แม้แต่ความว่างเปล่าเองก็เถอะ"
เขาเอียงคอสังเกตการไหลเวียนของหมอกสีม่วง "คนพวกนี้สร้างประตูที่ 'หิวกระหาย' เอาไว้ แต่พวกเขาลืมคิดไปว่า ถ้าสิ่งที่พวกเขาพยายามจะกินเข้าไปมัน 'ใหญ่' กว่าปากของพวกเขา... อะไรจะเกิดขึ้น"
"ท่านจะทำอะไรคะ?" เอเลน่าถามด้วยความระแวง
"ผมจะช่วย 'อุด' รอยรั่วของความว่างเปล่านี้เองครับ"
คิรินไม่ใช้คทา แต่เขาเดินเข้าไปใกล้กำแพงเมืองจนห่างเพียงไม่กี่ก้าว ท่ามกลางเสียงร้องห้ามของทุกคน เขาเล็งฝ่ามือไปที่ใจกลางม่านพลังที่มืดมิดที่สุด
"มหาเวทฮีลสยบสุญญตา: กระแสธารแห่งชีวิตนิรันดร์ (Infinite Life Stream)"[ ผลของ Overflow: ปล่อยพลังการรักษาที่หนาแน่นระดับแก่นแท้จักรวาล จนความว่างเปล่าไม่อาจดูดซับได้ทัน ]
วูบบบบบบบบบบบบบบ!!!
แสงสีทองเข้มข้นจนเกือบจะเป็สีขาวพุ่งออกจากฝ่ามือของคิรินราวกับเขื่อนที่พังทลาย ม่านพลังสีม่วงพยายามจะ 'เขมือบ' แสงนั้นอย่างรวดเร็ว แต่มันกลับไม่หายไป แสงสีทองกลับ 'สะสม' อยู่ข้างในม่านพลังจนหมอกสีม่วงเริ่มเปลี่ยนเป็สีชมพูจางๆ และเริ่มขยายตัวจนบวมพอง
กริ๊ก... กริ๊ก...
เสียงร้าวของกำแพงเมืองดังขึ้น ความว่างเปล่าที่เคยดูไร้ก้นบึ้ง บัดนี้กลับกลายเป็ภาชนะที่ 'ล้น' จนแตกสลาย พลังการรักษาที่มหาศาลเกินไปเข้าไป 'เติมเต็ม' ส่วนที่ขาดหายของม่านพลังจนมันกลายเป็พลังงานที่บริสุทธิ์ และะเิออกด้วยความสว่างไสว!
เพล้งงงงงงงงงงงงงง!
ม่านพลังที่สืบทอดมานับพันปีแตกกระจายเป็ละอองดาวสีทอง รัศมีแห่งชีวิตพุ่งกระจายเข้าไปในเมืองหลวง ทำให้บ้านเรือนที่ทำจากกระดูกเริ่มมีไม้ดอกและเถาวัลย์งอกออกมาจนดูเหมือนสวนลอยฟ้าในพริบตา
"เป็ไปไม่ได้... ม่านแห่งสุญญตาถูก 'เติมจนแตก' เนี่ยนะ!?" เสียงแหบพร่าดังมาจากยอดกำแพงเมือง ชายชราห้าคนในชุดคลุมสีดำที่ประดับด้วยกะโหลกแก้วจ้องมองลงมาด้วยความตกตะลึง พวกเขาคือ 'สภาผู้คุมิญญา'
"ยินดีที่ได้รู้จักครับ" คิรินปัดมือเบาๆ "ผมเห็นว่าเมืองพวกคุณมันดูแห้งแล้งเกินไปหน่อย เลยช่วยใส่ปุ๋ยให้จนล้น... หวังว่าคงจะชอบนะครับ"
"เ้าคนโอหัง! เ้าทำลายสมดุลของความตาย!" หนึ่งในผู้าุโคำราม "จงรับการลงทัณฑ์จาก 'เคียวเกี่ยวิญญา' ของพวกเรา!"
พวกเขาทั้งห้าชูมือขึ้นพร้อมกัน เรียกเอาดวงิญญาแค้นนับหมื่นดวงมารวมกันเป็เคียวั์สีม่วงดำที่พุ่งเข้าหาคิรินหมายจะพรากิญญาของเขาไป
คิรินยืนนิ่ง แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความสงสาร "ิญญาพวกนี้... พวกเขาถูกทรมานจนบิดเบี้ยวเพื่อมาเป็อาวุธให้พวกคุณ... ช่างเป็งานที่แย่อะไรอย่างนี้"
"คุณโรแลนด์! ช่วยรับเคียวนี้ให้หน่อยนะครับ แต่อย่าทำลายล้างนะ... แค่ 'อุ้ม' มันไว้ก็พอ!"
โรแลนด์ หัวเราะร่าพุ่งออกไปข้างหน้า เขาไม่ได้ใช้ดาบ แต่กลับอ้าแขนรับเคียวั์นั้นไว้ด้วยร่างกายที่คิริน 'ฮีล' จนแข็งแกร่งกว่าเหล็กกล้าเทพเ้า
"มาเลยจ้ะเด็กๆ! มาพักผ่อนในอ้อมกอดของอัศวินผู้ใจดีคนนี้เถอะ!" โรแลนด์ะโพลางกอดเคียวั์ไว้แน่น
คิรินใช้จังหวะนั้นร่ายเวทรักษาใส่เคียวิญญาโดยตรง
"มหาเวทฮีลชำระแค้น: สัจธรรมแห่งการปลดปล่อย"
แสงสีทองซึมเข้าไปในเคียวสีม่วง ทันใดนั้น เสียงโหยหวนของิญญาแค้นกลับกลายเป็เสียงเพลงที่นุ่มนวล ิญญานับหมื่นดวงได้รับการ 'รักษา' จนความโกรธแค้นหายไป พวกเขากลายเป็ละอองแสงสีขาวที่โบยบินออกจากเคียว ทิ้งให้สภาผู้คุมิญญายืนถือเพียงแค่ด้ามไม้เปล่าๆ
"อะ... อาวุธของเรา... สลายไปหมดแล้ว!?" ผู้าุโทั้งห้าสั่นสะท้าน
"ในฐานะซัพพอร์ต ผมไม่ชอบเห็นคนใช้ 'ยาพิษ' เป็อาวุธครับ" คิรินเดินก้าวผ่านประตูเมืองที่ตอนนี้ถูกปกคลุมด้วยดอกกุหลาบ "เอาล่ะ... ในเมื่ออาวุธหมดแล้ว เรามาคุยเื่ 'การเกษียณอายุ' ของพวกคุณกันดีไหมครับ? ผมมีที่พักดีๆ ในทุ่งหญ้าสีเขียวแนะนำนะ"